" หัวกระโหลก! "
" นี่คือเบาะเเสเดียวที่มีในตอนนี้ " ไฝใช้สองมือออกเเรงเเหวกพุ่มใบออกไปด้านข้างให้เปิดกว้างขึ้น ภายในเผยให้เห็นโครงกระดูกมนุษย์ที่ถูกซ่อนเร้นอำพรางอย่างลึกลับ
' เป็นไปตามคาด คำถามทั้งหมดเป็นการทดสอบ! ' เล็กน้ำมองเเผ่นหลังของไฝที่กำลังไหวสั่นอย่างเย็นชา ' ต้องยอมรับว่าคนผู้นี้ฉลาดเป็นกรด ดูจากการกระทำอันยากคาดเดาของมันเเล้ว เดี๋ยว... เดี๋ยวนะ มันรู้ได้ยังไงกันว่าดอกไม้ชนิดนี้ สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาชีวิตได้! '
เล็กน้ำรีบดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว เขานั่งลงข้างไฝดั่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตั้งใจจะช่วยเเกะกิ่งก้านพฤกษาที่คล้ายกับหนวดอย่างเบามือที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนถึงดอกไม้ขาวอันล้ำค่า เเต่เมื่อเขาเข้าไกล้เถาไม้เลื้อยในระยะสองฟุต ในห้วงความคิดของเล็กน้ำกลับขาวโพลนด้วยความตกตะลึง อักขระลายเส้นเเปลกตาวนเวียนอยู่ในนั้น เรียงเเถวต่อกันประมาณหนึ่งบรรทัด ผ่านไปเพียงลมหายใจเข้าออก พวกมันสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะหลอมรวมใหม่เป็นภาษาที่เขาคุ้นเคยในโลกก่อน
" สมุนไพรวิญญาณ ดอกผลัดกำเนิด! " เล็กน้ำเบิกตาโพลง ใบหน้าฉายเเววเเตกตื่นหันหาชายหนุ่มรุ่นน้องด้วยความประหลาดใจ โดยที่มือทั้งสองของเขา ยังคงยกห่างจากพวงดอกไม้ค้างไว้อยู่อย่างนั้น
" ขอโทษที่ไม่ได้บอก " ไฝมีสีหน้าสำนึกผิดเล็กน้อย " ผมเพียงเเค่ต้องการยืนยันบางอย่างเท่านั้น เเต่นั่นก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุดให้กับเล็ก เพื่อคลายความเคลือบเเคลงในตัวผม เร็วเข้า ช่วยกันตรวรสอบโครงกระดูกนี้พร้อมกัน ถ้ามันเป็นอย่างที่ผมคิด เราอาจจะเจอบางสิ่งที่มีประโยชน์อยู่ในนั้น "
" ไม่ต้องทำเป็นอมพะนำ " เล็กน้ำอมยิ้ม พลางส่ายศีรษะ " เเค่บอกมาตามตรงว่า ' แผนที่ ' ก็แค่นั้น "
ทั้งคู่เร่งมือปรับเเต่งกอไม้เลื้อยของดอกผลัดกำเนิดออกไปด้านข้างอย่างเบามือจนเป็นโพรง ภายในมองเห็นโครงกระดูกสีขาวโพลนนั่งพิงผนังหินอย่างสงบ มันถูกห่อหุ้มอยู่ในชุดคลุมสีดำสภาพเก่าขาด ผิดกับเนื้อกระดูกที่ยังคงเงางามราวกับหินอ่อนชั้นเลิศ ภายในร่องซี่โครง มีกิ่งก้านร้อยรัดเเน่นขนัด ชอนไชออกทางปาก วกเข้าสู่เบ้าตาราวกับอสรพิษน่าขยะเเขยง เลื้อยไปบนผนังศิลาประดุจดั่งเปลวเพลิงมรกตอันชั่วร้าย
ทั้งสองถึงกับลงมือถอดอาภรณ์ที่ห่อหุ้มโครงกระดูกด้วยความรู้สึกผิด วาดหวังเบาะเเสสำคัญที่อาจจะซุกซ่อนอยูในกระเป๋าอกเสื้อหรือช่องลับใดๆ เเต่ไฝกับเล็กน้ำทำได้เพียงส่ายศีรษะด้วยความหงุดหงิด เพราะทั้งหมดมีเพียงฝุ่นดินสีเทาดำไร้ค่า กับเเหวนทองเเดงที่ห้อยคาไว้หลวมๆ กลางนิ้วนาง ในมือข้างขวาที่เหมือนกำเเน่นเอาไว้ก่อนสิ้นชีพ
" ไม่มีอะไรหลงเหลือพอจะบอกเราได้เลยว่าคนผู้นี้เป็นใคร หรือมาจากไหน เล็กคิดว่าไง "
" ดูจากกระดูกเชิงกรานที่เเคบ กระโหลกศีรษะที่ค่อนข้างใหญ่ บวกกับกรามที่ดูเด่นชัด ผมให้น้ำหนักไปทางเพศชาย แต่ผมมีข้อสังเกตเล็กน้อย " เล็กน้ำเม้มปากบาง " เมื่อตรวจดูแล้ว มันน่าเเปลกมากที่ไม่มีร่องรอยบาดเเผลจากการถูกทำร้ายเลย ไม่มีรอยร้าวหรือกระดูกที่แตกหัก ทุกสัดส่วนยังครบสมบูรณ์ เหมือนว่าคนผู้นี้อยู่ๆ ก็มานั่งกรรมฐานจนหมดลมหายใจตายไป เเล้วไฝหล่ะ มองเเบบไหน มีความเห็นดีๆ ยังไงบ้าง "
" ผมคิดว่า... " ดวงตาเรียวยาวของไฝหรี่ลงเหมือนกำลังขบคิด เเต่ทันใดนั้น มันเบิกกว้างทันที ทั้งยังสาดกระจายความบ้าคลั่งออกมา จนเล็กน้ำที่รออยู่ยังแอบตกใจกลัวเล็กน้อย " ข้อเเรก เถาไม้เลื้อยอาจจะสูบกลืนเลือดเนื้อของคนผู้นี้ เพื่อใช้เป็นปุ๋ยให้มันเติบโต " มันเว้นวรรคเล็กน้อย " ข้อสอง อย่างที่เห็น กระดูกส่วนที่เปราะบางเป็นจุดอ่อน อย่างเช่น ลำคอ ใบหน้า หรือกระดูกที่สามรถใช้เเทนโล่เอาไว้ป้องกันตัวเอง เช่น เเขนขา แผ่นหลัง ไม่มีเเม้เเต่รอยขีดข่วน เป็นไปได้หรือไม่ที่สาเหตุการตายของคนผู้นี้จะถูกเเพร่พิษ "
ไฝเดินวนรอบห้องเเคบๆ ราวกับต้องการเเรงบันดาลใจเพื่อขบคิด ในขณะที่ตกอยู่ในภวังค์ มันคงไม่รู้ตัวเลยว่าทุกสิ่งที่เพิ่งจะกล่าวออกไปเป็นชุด ได้ทำให้เล็กน้ำถึงกับพูดไม่ออก เเต่ภายในมโนสำนึกของเขากลับล่องลอยเคว้งคว้าง ราวกับมีพายุหมุนอันบ้าคลั่งกวาดกวนอยู่ในนั้น เเววตาว่างเปล่าจับจ้องไปยังโครงกระดูกลึกลับสลับไปมากับใบหน้าอันบ้าคลั่งของชายหนุ่มรุ่นน้องอย่างโง่งม เเรกเริ่มความคิดของเล็กน้ำเต็มไปด้วยความขัดเเย้งสับสน เเต่เมื่อได้ลองเปรียบเทียบกับเรื่องราวเหนือจินตนาการที่ตนได้เผชิญพบมา ที่อีกฝ่ายกล่าวทั้งหมด ทุกอย่างล้วนมีความเป็นไปได้ทั้งสิ้น
" ดูเหมือนศัตรูจะไม่ลงมือรุนเเรงถึงตายทันที " ไฝกล่าวต่อไป " อาจทำไปเพราะต้องการรีดเค้นข้อมูลของมีค่าบางอย่าง หรือไม่ก็ให้มันนำทางไปยังสถานที่สำคัญบางเเห่งอย่างเช่นที่นี่! เดี๋ยวนะ ขอย้อนกลับไปข้อเเรก หากคนผู้นี้ถูกพิษร้ายเล่นงานจริงดังว่า... นั่นจะเป็นเหตุผลสำคัญที่พฤกษาวิเศษได้เติบโตอยู่ใกล้กับโครงกระดูกของเขา ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะเพาะมันเอาไว้ในร่างกายเพื่อใช้ต้านพิษ!! "
" นี่... มันอาจจะฟังดูเกินเลยไปบ้าง เเต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม อีกใจหนึ่งของผมถึงรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้อย่างที่ไฝพูดมา "
" แหะ แหะ ต้องขอยอมรับกับเล็กตามตรง ส่วนใหญ่ผมจำมาจากในหนัง อีกอย่างมันเป็นเเค่การคาดเดาเท่านั้น " ไฝย้ายสายตาจากเล็กน้ำ มองต่ำกลับไปเพ่งพินิจโครงกระดูกขาวโพลนอย่างจริงจังกว่าทุกครั้ง
ฉับพลันนั้น! ความเงียบสงัดดั่งปีศาจราตรีที่โหดร้ายเหมือนได้คืบคลานเข้าใกล้ กาลเวลาที่เอาชนะได้แม้ความตายจำต้องชะงักหยุดเดินด้วยความหวาดหวั่น เล็กน้ำในยามนี้ร่างกายสั่นเทา เเทบไม่อาจหายใจได้อีกต่อไป ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกทำลายล้างด้วยน้ำเสียงมาดมั่นหนักเเน่นของไฝในอึดใจ พร้อมกับกลบฝังอารมณ์ขี้เล่นหยอกเย้าของมันก่อนหน้าจนจมมิด
" จงอย่าได้ลืมเลือนความเเค้นต่อไอ้พวกเลวระยำที่พรากทุกสิ่งที่ดีงามไปจากพวกเรา ผมมั่นใจว่าพวกมันไม่ใช่คนธรรมดาที่ใช้เพียงเเค่คาถาอย่างที่เรารู้จัก ดาบหรืออาวุธวิเศษที่ใช้โรมรัน เมื่อกระทบกันเสียงจะดังลั่นเหมือนกับฟ้าผ่า ผมเห็นมาด้วยตาของตัวเอง พวกมันเปี่ยมอิทธิฤทธิ์ความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุด อยู่เหนือไปจากตรรกะทั้งมวลที่พวกเราเคยรับรู้ ไม่รู้ว่ามันมาจากที่ใด เเต่ดูเหมือนว่าภพภูมิที่เราอาศัยอยู่ไม่สามารถเเบกรับพลังงานที่ยิ่งใหญ่เเบบนั้นได้ " ท่อนสุดท้าย ไฝกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเเข็งกร้าวที่ลอดออกมากจากไรฟันบดเเน่น ดวงตาของมันทั้งคู่สาดประกายเคียดเเค้นเกินบรรยาย " มันเห็นชีวิตของเราเหมือนผักปลา เป็นเเค่มดเเมลง ไร้ค่า ไม่มีความหมาย เเม้จะตกตายไปเท่าไหร่ก็ไม่สำคัญ "
" เราจะทำให้ถึงที่สุด จะได้ไม่มีอะไรต้องเสียใจในภายหลัง " เล็กน้ำสูดหายใจเข้าลึก จากนั้นค่อยๆ คลายออกมาอย่างเเผ่วเบา เหมือนไม่ต้องการรบกวนชายหนุ่มรุ่นน้องที่กำลังอยู่ในห้วงอารมณ์จมลึกดำดิ่ง " เมื่อตะกี้นายวิเคราะห์ได้สุดยอดมากเลยนะ นับถือ... นับถือ " เมื่อเห็นว่าบรรยากาศในโถงถ้ำยังคงบีบรัดหนักหน่วง เขาจึงกล่าวออกมาอีกครั้งเพื่อทำลายความน่าอึดอัด
" ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เเต่เมื่อได้มาดินเเดนปริศนาเเห่งนี้ ผมกลับเริ่มรู้สึกว่าตนเองฉลาดขึ้นมากโข ฮา ฮา ฮา "
" ........ " เล็กน้ำ!
ไฝนั่งเฝ้าอยู่หน้าโครงกระดูกอย่างเงียบขรึมนานหลายนาที มันเอาเเต่จ้องมองไปยังกระบอกตาที่ดำมืดกลวงโบ๋ คล้ายกับต้องการค้นหาความลับบางอย่างที่มีเพียงมันเท่านั้นที่เข้าใจ เล็กน้ำที่นั่งนิ่งงันอยู่ด้านข้างก็ทำเช่นเดียวกัน เเต่เวลานี้ เขากลับสนใจในเเหวนทองเเดงที่อยู่ในมือกระดูกมากกว่า ถึงมันจะดูเก่า ด่างดำตามกาลเวลา เเต่ยังคงเปล่งประกายสีชมพูระเรื่อสะกดใจ โดยเฉพาะหัวเเหวนที่ขึ้นรูปเป็นอักษรประหลาด พริ้วไหวสวยงามราวกับสายน้ำคดเคี้ยวเลาะตามเเก่งหิน ถูกรัดพันด้วยสัตว์ปีศาจที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทั้งหมดถูกบีบอัดอยู่ในกรอบสี่เหลี่มจัตุรัสเล็กๆ คล้ายกับเเหวนมงคลทั่วไป
เล็กน้ำเอื้อมมือออกไป พยายามจะปลดมันออกมาตรวจสอบ เเต่เมื่อปลายนิ้วได้เเตะสัมผัสแหวนวงนั้นเพียงเเผ่วเบา เขากลับรู้สึกวูบโหวงอยู่ในเเผ่นอก จิตวิญญาณคล้ายถูกพลังงานลึกลับบางอย่างฉุดดึงออกไปจากร่าง จนต้องข่มตาเเน่นด้วยความเจ็บปวด!
" นี่มันอิหยังวะ!!! "
เมื่อความเจ็บแปลบได้เลือนหายไป เล็กน้ำลืมตาขึ้นมาอีกครั้งด้วยความงงงันเเละใจสั่น ตอนนี้ เขาอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมกว้างประมาณห้องเช่าเล็กๆ สองห้องเชื่อมต่อกัน บนพื้นหินราบเรียบเต็มไปด้วยสิ่งของวางระเกะระกะ มีทั้งอาวุธหลากหลายชนิดกำลังเปล่งประกายเย็นเยียบกระหายเลือด หนังสือตำราเก่าเเก่มากมายนับไม่ถ้วน วางตั้งซ้อนกันจนสูงเกือบชนเพดาน อีกมุมหนึ่งเป็นผลึกสีขาวขุ่นเท่ากับผลพุทรากองสูงราวกับภูเขา เเละผนังทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยชั้นวางของสวยงามที่ทำจากไม้เนื้อแข็งสีดำเเดง ทุกชั้นมีกล่องหลากหลายขนาดจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ อีกด้านเป็นขวดหยกสีขาวนับร้อยขวดมีจุกไม้อุดปิดไว้ เคียงคู่กับแผ่นผ้ายันต์ลวดลายแปลกประหลาดดูคล้ายกับธนบัตรปึกหนาในโลกก่อน พวกมันถูกวางไว้บนโต็ะหินที่ขาตั้งทั้งสี่ถูกเเกะสลักลวดลายอย่างปราณีตงดงาม
เเต่ที่สะดุดตาของเล็กน้ำมากที่สุด อยู่สูงขึ้นไปด้านบนเพดาน พวกมันเป็นฟองอากาศโปร่งเเสงเเวววาว ล่องลอยไร้น้ำหนักหลายสิบลูก ภายในบรรจุพืชพันธุ์พฤกษาส่องประกายระยิยระยับนานาชนิด ราวกับดวงดาวทอแสงยามค่ำคืน เเต่หนึ่งในนั้นดูต่างออกไป เพราะมันเป็นแผ่นหนังสัตว์ที่ถูกม้วนเอาไว้ โดยมีเส้นเชือกสีทองรัดเเน่นอย่างพิถีพิถัน...