ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 74 สู้ไม่ได้ก็ต้องหาพวกมารุม

    บทที่ 74 สู้ไม่ได้ก็ต้องหาพวกมารุม


       ใช่แล้ว! สายฝนไม่ได้ยืนรอวันใช้สุดยอดเหมันต์อยู่เฉยๆ ในห้านาทีที่ผ่านมาสายฝนได้ลองคาดเดาการต่อสู้หลังจากวันใช้สุดยอดเหมันต์ใว้หลายแบบและได้ทำบางอย่างกับผู้คนรอบข้าง ทำไมเขาถึงไม่โจมตีวันตอนที่มันยืนนิ่งล่ะ?


       ทีแรกสายฝนก็คิดจะโจมตีอีกฝ่ายแหละแต่เขาก็คิดได้ว่าฝ่ายตรงข้ามคงไม่มายืนโง่ๆให้เขาโจมตีฟรีหรอก มันน่าจะซ่อนบางอย่างใว้ ความรู้สึกสายฝนมันบอกอย่างงั้น เขาจึงตัดสินใจรอดูว่าวันจะทำอะไรก่อนค่อยโจมตี ถ้าเขาโจมตีมันไปแบบไม่คิดอะไรสายฝนอาจโดนสวนกลับได้


       สิ่งที่สายฝนคิดเป็นความจริง วันมีไพ่ลับบนมือใบหนึ่งซึ่งหากสายฝนโจมตีเข้ามาตอนนั้น เขาจะได้รับความเสียหายสวนกลับ


       “อุณหภูมิแค่นี้มันทำอะไรฉันไม่ได้หรอกนะ” สายฝนยังคงปากดี เขาหยิบขวดยามาจากไหนไม่ทราบก่อนเปิดฝาจุกออก ตั้งแต่ที่วันใช้สุดยอดเหมันต์สายฝนก็รู้เลยว่าตนเองนั้นมาถึงขีดจำกัดแล้ว เขาจำเป็นต้องเพิ่งยาหรือไม่ก็อักษรลี้ลับซึ่งเขาไม่อยากจะใช้สักเท่าไหร่


       ยาที่สายฝนดื่มไปเมื่อครู่เป็นยาต้านทานความหนาว ทีแรกตอนปรุงยานี้เขาคิดว่ามันไร้ประโยชน์และกว่าจะได้ใช้ก็อีกนาน ไม่คิดว่าผ่านไปยังไม่ถึงครึ่งปีเขาจะได้ใช้มันแล้ว


       พลังของสายฝนจะอยู่แค่ขั้นกลางเท่านั้นหากไม่ใช้อักษรลี้ลับ เป็นอะไรที่น่าโมโหทว่าสายฝนก็ทำอะไรไม่ได้ เขาทำได้เพียงปลอบใจตนเองว่าอย่างน้อยเขาก็เป็นถึงขั้นกลางทั้งๆที่เพิ่งกลายเป็นระดับหนึ่ง


       ศิลปะการต่อสู้สิ้นแสงจันทราที่ดูเหมือนจะโคตรอภิมหาโกงกลับไม่ได้โกงอะไรขนาดนั้น มันเพิ่มความแข็งแกร่งร่างกายมากกว่าเดิมเล็กน่อยเท่านั้น สาเหตุหลักๆซึ่งเป็นผลให้มันดูโกงเป็นเพราะว่าเทคนิคท่าทางของมัน


       ยกตัวอย่างท่าชิงแสงจันทร์ ท่านี้เป็นการเคลื่อนไหวท่าทางเพื่อทำให้หมัดที่ต่อยออกไปนั้นยากคาดเดา ศัตรูจะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าการต่อยครั้งไหนนั้นเป็นหมัดจริงหรือมันปลอม


       ด้วยท่าทางของมันมักเป็นผลให้ศัตรูเข้าใจผิดว่าหมัดปลอมนั้นคือหมัดจริง หมัดปลอมดึงดูดความสนใจคู่ต่อสู้ หมัดจริงต่อยศัตรู


       สรุปก็คือศิลปะการต่อสู้มือเปล่าสิ้นแสงจันทราน่ะไม่ได้โดดเด่นที่พลังแต่ว่าเป็นเทคนิคท่าทางที่ใช้ในการหลอกฝั่งตรงข้ามมากกว่า


       ‘นอกจากอันตรายถึงชีวิตจริงๆ ฉันจะไม่มีทางใช้อักษรลี้ลับเด็ดขาด’ สายฝนคิดในใจพลางโยนขวดเปล่าไปที่พื้นจนแตก มือข้างหนึ่งกำมีดหั่นผลไม้แห่งราชันย์แน่น


       “ไม่ว่าแกจะใช้อะไรแกก็ต้องตายอยู่ดี” อีกไม่ไกลก็ถึงตัวสายฝนแล้ว เวลานั้นวันพลันเพิ่มความเร็ว ด้วยเกราะที่เปลี่ยนไปเป็นผลให้วันมีความเร็วและความคล่องตัวมากกว่าเดิม


       ‘แม้ว่าฉันจะได้มีดหั่นผลไม้ของราชันย์กลับคืนมาทว่าก็ใช่ว่าฉันจะสามารถสู้กับมันตรงๆได้’ คิดเช่นนั้น สายตาสายฝนจับจ้องไปที่ดาบนํ้าแข็งยักษ์ เขาจำเป็นต้องหลบอย่างเดียว ไม่สามารถใช้มีดหั่นผลไม้แห่งราชันย์ป้องกันได้ ขนาดและนํ้าหนักมันแตกต่างกันเกินไป


       สายตาสายฝนละออกจากดาบนํ้าแข็งเหมันต์ เขามองวันซึ่งใกล้เข้ามาด้วยดวงตาสงบนิ่ง ตอนนี้เขาแทบไม่มีข้อได้เปรียบเลย ความคล่องตัวของวันเวลานี้เท่ากับเขาหรืออาจมากกว่าด้วยซํ้า พลังโจมตีวันสูงกว่าสายฝนมากเนื่องจากอาวุธที่ทางนั้นใช้


       สภาพแวดล้อมรอบข้างไม่ได้ช่วยสายฝนแม้แต่น้อย ทั้งอากาศที่หนาว พื้นนํ้าแข็งที่ลื่นมาก


       “เฮ้ย! พวกแกน่ะไม่คิดจะโจมตีมันเลยรึไงวะ? ยืนโง่ๆอยู่ได้ มันใช้พลังทำแบบนี้โดยไม่สนใจชีวิตพวกแกเลยนะ หึ! พวกแกนี่มันโง่จริงๆ ถ้าพวกแกไม่รีบจัดการมัน ความเย็นจะทำให้พวกแกตาย! อีกอย่างถึงฉันจะตายพวกนายก็ไม่รอดอยู่ดี เจ้าบ้านี่ไม่ปล่อยพวกแกไปหรอก” สายฝนพลันตะโกนดังลั่น


       “นายพูดมีเหตุผล!” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสายฝนตะโกนใส่ใคร พวกโจรระดับครึ่งก้าวที่ยังมีสติอยู่ต่างคิดตาม เมื่อคิดตามพวกมันก็พบว่าเป็นอย่างที่ไอ้หัวฟ้าพูดจริงๆ


       ฉับพลันพวกโจรตัดสินใจได้ มีใครบ้างไม่กลัวตาย? ในเวลาที่ตนเองใกล้ตายแบบนี้ พวกมันไม่สนใจหรอกว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีผู้หนุนหลังแข็งแกร่งแค่ไหน พวกมันจะสังหารศัตรูเพื่อให้ชีวิตตนเองรอด


       “พวกเราจัดการมัน!” พวกโจรที่ยังคงมีสติอยู่พุ่งเข้าไปโจมตีวัน เห็นแบบนั้นสายฝนก็ยิ้มเล็กน้อย สู้ไม่ได้ก็ต้องรุม!


       ‘ตอนนี้ฉันมีโล่เนื้อแล้ว ขอแค่มีจังหวะโจมตีสวนกลับดีๆฉันก็จะสามารถสังหารมันได้’ สายฝนคิดขึ้นพลางมองไปที่วันซึ่งตอนนี้กำลังตกตะลึง


       “พวกแกรู้มั้ยว่าฉันคือลูกน้องของท่านล็อต ท่านล็อตเป็นถึงน้องชายของท่านเปย์ร่าเชียวนะ ถ้าพวกแกยังไม่หยุดโจมตีฉัน จากนี้ต่อไปพวกแกจะไม่ถือว่าเป็นจองกลุ่มโจรภูเขาวายุศักดิ์สิทธิ์อีก” วันคำราม มันไม่คิดเลยว่าไอ้ผมฟ้าที่มันต้องการฆ่ามากที่สุดจะโน้มน้าวให้โจรภายในร้านร่วมมือกันโจมตีมันได้


       “หยุดให้โง่สิ! หากพวกฉันหยุดโจมตีพวกฉันก็จะตายด้วยพลังธาตุเหมันต์ของแก” โจรคนหนึ่งได้ยินสิ่งที่วันพูดแล้วรู้สึกโกรธยิ่งกว่าเดิม อีกฝ่ายเห็นมันเป็นคนโง่หรือ?


       “ท่านล็อตก็ท่านล็อตสิ! เวลานี้ฉันจะตายห่าอยู่แล้ว! ถ้าไม่รีบสังหารแกชีวิตฉันจะต้องสูญสิ้นภายในสิบนาทีอย่างแน่นอน ฉันยังไม่อยากแข็งตายหรอกนะ” โจรอีกคนตะโกน


       ไม่ใช่แค่โจรสองคนที่รู้สึกโกรธหลังได้ยินสิ่งที่วันพูด ยังมีโจรอีกหลายคนที่โกรธ “หุบปากไป แกเป็นเพียงสุนัขรับใช้ของท่านล็อตเท่านั้น แกไม่ใช่ท่านล็อต ฉันน่ะจงรักภักดีต่อท่านล็อตและจะไม่มีวันหักหลัง ทว่าไม่ใช่แก”


       “เฮอะ! เป็นขี้ข้าทว่าอยากแสดงอำนาจ ในหัวสมองแกมันไม่มีอะไรอยู่เลยรึไง? หัดคิดซะบ้างสิ สุดท้ายแล้วขี้ข้าก็เป็นแค่ขี้ข้า แกไม่มีทางเป็นเหมือนท่านล็อตได้หรอก”


       พวกโจรล้อมรอบวันและโจมตีใส่อีกฝ่าย แม้คนพวกนี้จะเป็นแค่ระดับครึ่งก้าว ไม่ได้แข็งแกร่งพอจะล้มวันได้ทว่าพวกมันก็สามารถสร้างโอกาสให้สายฝนโจมตีสร้างความเสียหายให้กับวันได้


       “ไอ้พวกโง่!!!” วันเดือดจัด หมุนตัวฟันดาบนํ้าแข็งยักษ์ใส่อาวุธที่โจมตีมัน เปร้ง! อาวุธมากมายปลิวกระเด็นออกจากมือเหล่าโจรรอบข้าง


       “แข็งแกร่งมาก!” พวกโจรลอบตกใจ พวกมันรีบเดินออกห่างวัน กำลังใจในการต่อสู้ยามนี้กำลังลดลง ความหวาดกลัวเข้ามาแทนที่ นี่พวกมันกำลังต่อสู้อยู่กับนักรบแห่งท้องทะเลอยู่นะ จะไปสู้ชนะได้ไงกัน? ต่อให้มีครึ่งก้าวห้าสิบคนก็ยังไม่สามารถจัดการนักรบแห่งท้องทะเลได้เลย


       “แข็งแกร่งแล้วอย่างไร? มันคิดว่าแข็งแกร่งแล้วจะสามารถมองชีวิตพวกเราเป็นสิ่งไร้คุณค่าได้เหรอ?” เห็นกำลังใจในการต่อสู้ลดลงสายฝนพลันตะโกนขึ้นเสียงดัง เมื่อพวกโจรได้ยินพวกมันก็มีกำลังใจกลับมา ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความโกรธ


       “ใช่แล้ว! แกกล้าดียังไงถึงมองชีวิตพวกเราแบบนั้น ไหนๆวันนี้ฉันก็ไม่สามารถหนีรอดไปได้อยู่แล้ว ฉันจะสู้กับแกจนกว่าจะตาย!”


       “ฉันด้วย!”


       “ฉันอีกคน”


       หลังกลับมามีกำลังใจในการต่อสู้ พวกโจรก็พุ่งเข้าปะทะกับวันอีกรอบเป็นผลให้วันถึงกับปวดหัว ‘ทำไมโจรพวกนี้มันเชื่อไอ้ผมฟ้ากันวะ? แม่งเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?!” ไม่ว่าจะคิดยังไงวันก็คิดไม่ออก มันทำได้เพียงสงสัยต่อไป


    ---


    จบบทที่ 74 สู้ไม่ได้ก็ต้องหาพวกมารุม