บทที่6. ชี้ตัว
ร่างน้อยๆที่ตอนนี้กอดซบอยู่ในอ้อมแขนที่อบอุ่นของท่านแม่เริ่มคลายสะอื้นลู่ฮันเกลี่ยนิ้วหยาบกร้านเช็ดน้ำตาบนแก้มนุ่มๆของบุตรสาวอย่าแ่เบา เหยาเหยงจึงโผเข้าสู่อ้อมกอดของท่านพ่อบ้างลู่ฮันก็รีบอุ้มร่างน้อยๆของบุตรสาวเข้าสู่อ้อมแขนทันทีก่อนที่พวกเขาจะหันมาสนใจเสียงคนรอบข้างอีกครั้ง
“เฮอะที่แท้ก็ตัวอัปมงคลฟื้นแล้วนี่เอง ไหนว่ามันาเ็ไงก็เห็นว่าลุกเดินได้นี่ไหนจะยังร้องได้พูดได้อีก เช่นนั้นก็คงจะหายดีแล้วมาช่วยทำงานทำการได้แล้วสินะ”เสียงของนางฟางเถาเอ่ยขึ้น เช่นนี้ก็ดีจะได้มีคนมาคอยให้นางจิกหัวใช้เพิ่มขึ้นไปอีกอย่างไรเล่าคิดแล้วก็ยิ้มอย่างหมายมาดในใจ
“เื่นั้นคงไม่ได้เหยาหยายังเด็กนักอีกอย่างการาเ็ของเหยาเหยาในวันนี้ก็หาใช่เื่บังเอิญไม่”ลู่ฮันเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยอม จะใช้งานตัวเขาเช่นไรก็ย่อมได้ แต่กับภรรยาและลูกๆทั้งสามนั้นหากถูกข่มเหงมากเกินไปนัก ลู่ฮันก็ไม่ยินยอมเช่นกัน
“เ้าพูดอย่างกับว่ามีใครไปรังแกลูกเ้าแต่ก็อย่างว่าล่ะลูกเ้ามันปัญญาอ่อนเช่นนี้ใครๆ ก็รังเกียจทั้งนั้น”
“ระ ร้าย”เหยาเหยาพยายามออกเสียงพูดชี้นิ้วสั้นป้อมไปทางนางฟางเถาพร้อมทั้งทำหน้าตาไร้เดียงสาเอียงคอมองคนเป็ย่าเลี้ยง จนคนที่ถูกหาว่า ‘ร้าย’นั้นถึงกับหน้าดำหน้าแดงเพราะความโมโหจนหน้าตาบิดเบี้ยวน่าเกลียด
“จะ เ้ากล้าด่าข้ารึนังเด็กสารเลวพ่อแม่เ้าไม่สั่งสอนหรืออย่างไรห๊าา”นางฟางเถาเริ่มแหกปากด่าคนอีกแล้ว
แต่เหยาเหยาหาได้สนใจท่าทีเกรี้ยวกราดของนางฟางเถาไม่เพราะตอนนี้อยู่ในอ้อมแขนท่านพ่ออย่างไรท่านพ่อก็ต้องปกป้องนางอยู่แล้วจึงไม่ต้องกลัวว่าใครจะมารังแกได้อีก ก่อนที่นิ้วมือสั้นๆนั้นจะเปลี่ยนทิศทางการชี้ไปที่ฉินฟางแทนแล้วพูดว่า
“กะ แกล้งเหยา”เมื่อเหยาเหยาพูดเช่นนั้นแล้วชี้นิ้วน้อยๆไปที่ฉินฟางจึงทำให้ทุกคนมองตามเป็ตาเดียวกันทันที
“น้องเล็กกำลังจะบอกว่าที่าเ็ครั้งนี้ถูกฉินฟางแกล้งใช่หรือไม่”ลู่จื่อเอ่ยถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“จะ เ้าก่ะ” เ้าตัวน้อยพยักหน้าแรงๆเพื่อยืนยันในสิ่งที่พี่ใหญ่ถามนาง จนฉินฟางเริ่มกลัวเอ่ยออกมาตะกุกตะกัก
“ขะ ข้าไม่ทำอันใดเ้านะเ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะนังเด็กบ้า”ฉินฟางดวงตาแดงก่ำจวนจะร้องไห้แล้วะโออกมาอย่างไม่ยอมรับ
“เอาล่ะๆข้ารำคาญพวกเ้าทะเลาะกันเต็มทนแล้ว ลู่ฮันก็เช่นกันก็แค่เด็กๆ ทะเลาะกันก็ปล่อยให้เป็เื่ของเด็กๆ ไป” ผู้เฒ่าซูกล่าวอย่างตัดรำคาญ
“ไม่ขอรับท่านพ่อเื่นี้ไม่ใช่เื่เพียงเล็กน้อยวันนี้เหยาเหยาถูกกลั่นแกล้งจนถึงกับหัวแตกเืออกมากมายนักนี้ไม่ใช่เื่ของเด็กแล้วนะขอรับ” ลู่ฮันเอ่ยแย้งขึ้นอย่างไม่ยินยอมเด็ดขาด
“ข้ากับพี่ใหญ่ก็เห็นกับตาว่าฉินฟางวิ่งมาพร้อมกับพวกต้าหนิวแล้วทางที่พวกนางวิ่งมาก็เป็ทางที่พวกเราไปเจอเหยาเหยานอนสลบเืไหลเต็มไปหมด”
สิ้นเสียงพูดของลู่หยางทุกคนรวมถึงชาวบ้านที่มาฟังอยู่ด้านนอกที่ได้ยินต่างก็ใมากเพราะไม่คิดว่าเด็กน้อยเหยาเหยาจะถึงกับเืออกมากมายถึงเพียงนั้นหากเป็ความจริงก็นับว่าเป็เื่ใหญ่เลยทีเดียว
เมื่อรู้สึกว่าได้รับสายตากังขาที่มองมายังตนด้วยยังเด็กจึงทำให้ฉิงฟางทนแรงกดดันไม่ไหวจึงโผลงพูดออกไปทันที
“ก็ข้าบอกว่าข้าไม่ได้ทำเ้าไม่ได้ทำเ้าไง เป็ต้าหนิวกับคนอื่นต่างหากที่เอาก้อนดินกับก้อนหินรุมขว้างปาใส่เ้านะขะ ข้าก็แค่ ก็แค่แย่งรองเท้าเ้าก็เท่านั้นเอง ข้าไม่ได้ทำอันใดเ้าคะท่านปู่ท่านย่า ท่านพ่อท่านแม่ พวกท่านต้องเชื่อข้านะเ้าคะ ฮืออออ”เสียงฉินฟางพูดออกมาจนหมดเพราะกลัวว่าถูกตีนั้นเอง
“รองเท้านั้นเป็ท่านพ่อถักให้น้องเล็กเ้าก็ยังจะแย่งอีกหรือเ้ามันนิสัยไม่ดี” ลู่หยางได้ฟังก็โมโหนัก
“หุบปากไปเลยนะเ้าลู่หยางกล้าดีอย่างไรมาด่าว่าลูกข้า” นางหลี่กุ้ยผิงมารดาของฉินฟางตวาดแว๊ดใส่ทันทีอย่างไม่พอใจแม้ว่านางและสามีจะไม่ค่อยใส่ใจในตัวบุตรสาวเพราะสนใจบุตรชายมากกว่าแต่ก็ไม่้าให้คนบ้านใหญ่มาด่าว่าต่อหน้าเช่นนี้
“ก็ข้าพูดความจริงนี่ขอรับ”ลู่หยางก็ไม่ยอมเช่นกันจนพี่ใหญ่ลู่จื่อต้องเข้ามายืนบังไว้เพราะกลัวว่าอาสะใภ้จะตีลู่หยางเข้านั้นเอง น้องชายของเขายิ่งใจร้อนอยู่ด้วยขืนปล่อยให้เถียงกันต่อมีหวังได้เป็เื่แน่
“หากเื่เป็เช่นนี้คงต้องตามผู้ใหญ่บ้านมาพร้อมกับต้าหนิวแล้วล่ะ”ลู่ฮันเอ่ยขึ้นเสียงนิ่งๆมือก็คอยลูบหลังบุตรสาวตัวน้อยที่ซบอยู่บนบ่าไปมาอย่างอ่อนโยน
“เ้าจะอะไรนักหนาลู่ฮัน บุตรสาวเ้าก็ฟื้นแล้ว ก็ไม่เห็นเ็ปที่ตรงใดเลยนี้อีกทั้งยังพูดได้ไม่เป็คนโง่ปัญญาอ่อนแล้วเช่นนี้ไม่ดีหรือไรยังจะสร้างเื่ให้สกุลซูต้องอับอายต่อไปเพื่ออันใด”ผู้เฒ่าซูเอ่ยขึ้นด้วยความเห็นแก่ตัวและลำเอียงทั้งไม่้าให้เื่ภายในสกุลซูตกเป็ขี้ปากชาวบ้านในหมู่บ้านนั่นเอง
“จะอย่างไรก็ต้องแจ้งเื่ให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ ลู่จื่อเ้าไปตามท่านตาผู้ใหญ่บ้านกับต้าหนิวมา”
“ขอรับท่านพ่อ”จากนั้นลู่จื่อก็รีบเดินออกจากบ้านที่บ้านผู้ใหญ่บ้านทันทีโดยมีลู่หยางเดินตามไปด้วยเพราะพี่ใหญ่ยังมีไข้อยู่เขาเป็ห่วงจึงเดินตามไปเป็เพื่อนกัน
“จะเ้ามันอกตัญญูคิดจะทำให้สกุลซูของข้าชื่อเสียงต้องด่างพร้อยลงให้ได้ใช้มั้ยชั่วช้านักข้าไม่น่าเลี้ยงดูเ้ามาจนถึงทุกวันนี้เลย”ผู้เฒ่าซูชี้หน้าด่าลู่ฮันเสียงดังอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อพูดจบก็หอบหายใจด้วยความโมโห
“ท่านพ่อ”ลู่ฮันเอ่ยเรียกและมองอย่างไม่เข้าใจนักั้แ่เล็กจนโตเขาเข้าใจได้เื่ที่ท่านพ่อลำเอียงรักน้องชายมากกว่าเพราะน้องชายสามารถปลุกพลังปราณธาตุลมได้ั้แ่เด็กส่วนเขานั้นไม่สามารถปลุกพลังใดๆได้เลยทั้งสิ้น จึงทำให้ไม่เป็ที่รักของท่านพ่อนับวันเขาก็ยิ่งถูกกดขี่ให้ทำงานต่างๆ มากขึ้นจนแทบจะกลายเป็เด็กรับใช้คนในบ้านแล้วทั้งงานในบ้าน งานนอกบ้าน หาเงินเข้าบ้าน ล้วนเป็เขาทั้งสิ้น
จนกระทั่งเขาโตขึ้นและแต่งภรรยาเข้ามาคนในบ้านก็ยังกดขี่ข่มเหงภรรยาเขาจนเกือบแท้งตอนตั้งครรภ์เ้าใหญ่ตอนนั้นเขาจึงเริ่มต่อต้านไม่ให้ใครกดหัวรังแกได้ง่ายๆ อะไรที่มากเกินไปเข้าก็ม่ยินยอมอีกและเพราะเขาเริ่มแข็งข้อขึ้นนั้นเองจึงทำให้นางฟางเถามารดาเลี้ยงยิ่งเกลียดและหาเื่กลั่นแกล้งด่าทออยู่บ่อยครั้งยามที่มีโอกาสเขานั้นอยากแยกบ้านเต็มทน แต่เพราะเงินที่แอบเก็บไว้ยังมีไม่มากพอนั้นเองหรือพอเริ่มเก็บได้บ้างก็มีเหตุให้ต้องใช้เงิน เช่นยามลูกๆของเขาเจ็บป่วยไข้ก็ต้องใช้เงินจ่ายค่ายาค่าหมอจึงทำให้ยังไม่มีเงินเก็บเป็ก้อนเสียที
หลังจากได้ยินคนเป็ปู่ว่ากล่าวท่านพ่อแล้วเหยาเหยาก็มองคนที่เป็ปู่ด้วยสายตาคลางแคลงสงสัยพ่อท่านแม่ก็หน้าตาเหมือนกับพ่อแม่ชีวิตก่อนราวกับแกะ เหตุใดท่านปู่จึงมีหน้าตาไม่เหมือนกับปู่ในชีวิตก่อนเล่าแถมนิสัยแบบนี้เรียกได้ว่าเป็ผู้ชราที่แก่แล้วแก่เลยจริงๆ นะเนี่ย อืมญาติพี่น้องเช่นนี้เหยาเหยาไม่อยากอยู่ด้วยเลย คิดแล้วปวดหัว
เ้าตัวน้อยคิดอยู่ในใจตากลมโตใสแป๋วที่มีแววไสซื่อไร้เดียงสาก็คอยมองคนเป็ปู่ไปด้วย
“เด็กโง่ชั่วช้านี่เ้ามาจ้องหน้าข้าทำไม” ผู้เฒ่าซูหาเื่ด่าเหยาเหยาที่จู่ๆก็มาจ้องมองหน้าไม่ว่างตาเช่นนี้ ก็รู้สึกโมโหจนตวาดด่าไปเหยาเหยาถึงกับสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิดก่อนจะเบะปากซบหน้าเข้าหาอกท่านพ่อจนลู่ฮันรับลูบหลังปลอบโยน
“ฮึก มะ ไม่เหมือน ท่าง ปะปู่เยยเ้าก่ะ” เสียงเล็กๆ พูดอยู่ข้างหูลู่ฮันเขาได้ยินที่บุตรสาวกล่าวอย่างชัดเจน รวมถึงตาเฒ่าซูก็ได้ยินเช่นกันเขาจึงโมโหจนหน้าดำหน้าแดงเดินเข้าไปยื่นมือจะกระชากร่างน้อยมาตีเข้านนั้นเกลียดนังเด็กปัญญาอ่อนนี่ ที่เกิดมาถ่วงความเจริญของสกุลซูของเขาจริงๆ
แต่ลู่ฮันก็เบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วทันที
“จะทำอันใดขอรับท่านพ่อเหยาเหยาเป็หลานของท่านนะขอรับ”
“เฮอะ ตัวอัปมงคลเช่นนี้มันไม่ใช่หลานข้า” ผู้เฒ่าซูตวาดลั่นจนทุกคนนิ่งเงียบไปอย่างใ ลู่ฮันเองก็มองคนที่เขาเรียกว่าท่านพ่อมาโดยตลอดด้วยแววตาสับสนไม่เข้าใจนักเหตุใดท่านพ่อจึงดูเกลียดครอบครัวของเขามากมายถึงเพียงนี้กันแต่ก่อนที่จะได้พูดสิ่งใดต่อลู่จื่อและลู่หยางก็กลับมาพร้อมลุงผู้ใหญ่บ้านและต้าหนิวที่ถูกท่านลุงผู้ใหญ่ลากเดินมาพร้อมทั้งน้ำตาทั้งยังมีผู้าุโของหมู่บ้านอีก 3-4 คนที่ตามมาด้วยเพราะกลัวจะเกิดเื่ร้ายแรงขึ้นนั้นเอง……