เยว่หรานที่ถูกเรียกชื่ออยู่ตลอดเวลาถึงจะรู้สึกขยะแขยงอยู่บ้าง แต่นางก็ยังทนนั่งฟังอยู่ด้านหลังฉากกั้นอาศัยความมืดหลบซ่อนตัวอย่างใจเย็น
นิ้วชี้เรียววนขอบปากจอกชาเล่นไปมามุมปากสวยปรากฎรอยยิ้มเย็นให้เห็นจาง ๆหลังรู้สึกตัวว่านางก็ถูกฤทธิ์ของกำยานปลุกกำหนัดที่อบอวลอยู่ในอากาศเล่นงานด้วยเช่นกัน
"นายหญิง คนกำลังมากันแล้วเ้าค่ะ"
"อืม เ้าหลบไปก่อน" เสียงร้องะโหาคนจากด้านนอกเรียกเสียงหัวเราะให้กับหญิงสาวได้ไม่น้อย นานทีปีหนนางจะเดินทางเข้าเมืองหลวงไม่คิดว่าแผนการตื้น ๆ เช่นนี้ ก็ยังเป็ที่นิยมกันอยู่
"เหลือเพียงห้องนี้แล้วเ้าค่ะที่ยังไม่ได้หา แต่ห้องนี้..."
"ห้องนี้เป็ห้องของใคร ใยเ้าต้องอึกอักด้วย"เสียงพูดไม่เต็มปากของสาวใช้ ทำให้เหล่าฮูหยินที่ตามมาดูเื่สนุกรู้สึกขัดใจเร่งให้สาวใช้คายความจริงออกมา
สาเหตุที่ทุกคนต้องมารวมตัวกันอยู่เช่นนี้ก็เพราะก่อนหน้าคุณหนูโจวเกิดหายตัวไป ทำให้เสนาบดีโจวร้อนใจออกคำสั่งให้ตามหาตัวบุตรสาวให้พบ ทุกคนเลยช่วยกันค้นหา
แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรตามค้นทั่วทุกเรือนในจวนก็ยังไม่พบ จะเหลือก็เพียงเรือนรับรองตรงหน้าสถานที่สุดท้ายที่ยังไม่ได้ตามหา ทุกคนเลยพากันมามุงอยู่ที่นี่
ทว่าภายในหน้ากากเต็มไปด้วยความเป็ห่วงเป็ใยของทุกคนกลับซ่อนใบหน้าแห่งความสนุกสนานเอาไว้ ด้วยทุกคนรู้ดีว่าเหตุการณ์เช่นนี้ต้องเป็แผนการที่ถูกวางไว้อย่างแน่นอน แค่ยังไม่รู้เท่านั้นว่าหญิงสาวบ้านไหนที่เป็จุดหมายในงานคืนนี้
"เป็นายหญิงมู่หรงเ้าค่ะ ก่อนหน้านี้ชุดของนายหญิงถูกกาสุราตกใส่ฮูหยินใหญ่เลยให้บ่าวพานายหญิงมู่หรงมาเปลี่ยนชุดที่นี่เ้าค่ะแต่หลังจากบ่าวเอาชุดมาให้ นายหญิงก็สั่งให้บ่าวกลับเข้างานไปก่อนพอเปลี่ยนชุดเสร็จจะตามมาเอง
แต่...แต่ตอนนี้บ่าวก็ยังไม่เห็นนายหญิงมู่หรงเลยเ้าค่ะ เลยคิดว่า...น่าจะยังอยู่ด้านในถ้าถูกรบกวนเข้า บ่าวเลยกลัวจะทำให้นายหญิงมู่หรงขุ่นเคืองเอาได้เ้าค่ะ"สาวใช้พูดทุกประโยคตามที่เตรียมไว้ ด้วยใบหน้าที่คิดว่าแสดงออกมาแเีที่สุด
'อ่าา เร็วเข้า ซี๊ดด เสียวดีเหลือเกิน อ๊าา'
'อู้วว ลึกพอไหม ซี๊ดด อ่าา'
'ดี ดี ข้าจะเสร็จอีกแล้ว อะ อ๊างงง'
"สะ เสียงบัดสีอะไรเนี้ย"
"เสนาบดีโจว ดูท่าจะมีคนคิดเปลี่ยนจวนของท่านเป็หอโคมเขียวเสียแล้ว"
เสียงหยาบโลนดังขึ้นจนคนที่ยืนอยู่ด้านนอกได้ยินชัดเจนส่งผลให้เหล่าเด็กสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือนพากันใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำแสร้งยกมือปิดใบหูด้วยความเขินอาย แต่ก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ยอมไปไหน
"บังอาจนัก เห็นจวนข้าเป็อะไร เ้า เปิดประตูประเดี๋ยวนี้" เสนาบดีโจวที่รู้อยู่เต็มอกะโเสียงดัง เร่งให้บ่าวชายพังประตูดั่งกำลังโกรธที่มีคนมาทำเื่บัดสีในจวนตนจริง ๆ
ปังง !!
หลังได้รับคำสั่งบ่าวชายก็ไม่รีรอที่จะทำตาม ช่วยกันพังประตูจนเปิดออกได้ในครั้งเดียวส่งผลให้กลุ่มคนทั้งหมดที่ยืนกันอยู่ข้างนอก รีบกรูกันเข้ามาด้านในเพื่อดูว่าใครกันแน่ที่กำลังทำเื่บัดสีอยู่
"กรี๊ดด นี่มันอะไรกันเนี้ย"
"บัดสี บัดสี บัดสีเกินไปแล้ว"
ภาพคนทั้งสองที่กำลังโรมรันกันอย่างเร่าร้อนบนเตียงส่งผลให้เหล่าสตรีกรีดร้องออกมาด้วยความใ รีบปิดหน้าหนีกันยกใหญ่ผิดกับเหล่าบุรุษที่จับจ้องด้วยแววตาหื่นกระหายเมื่อเห็นเรือนร่างหญิงสาวที่กำลังนั่งขย่มท่อนเอ็นอย่างเมาม้น
"อ๊าา อ๊าา เสียวเหลือเกิน อื้มม อ่าา"แรงราคะทำให้หญิงสาวไม่รับรู้ถึงการมาของคนหมู่มากสะโพกมนยังคงขยับโยกร่อนขึ้นลงถี่รัวให้ท่อนเอ็นร่างหนาเบื้องล่างมอบความสุขสมอย่างต่อเนื่อง
"ซี๊ดด นายหญิงมู่หรง รูท่านตอดท่อนดีนัก อ่าา"
เสียงเรียกครางกระเส่าของบุรุษเบื้องล่างทำให้ตอกย้ำว่าสตรีที่กำลังทำตัวร่านสวาทอยู่ตรงหน้าเป็นายหญิงมู่หรงอย่างที่สาวใช้บอกไว้จริง ๆ
"นายหญิงมู่หรงจริง ๆ หรือ อะไรกันเนี้ย ขนาดอยู่ในจวนผู้อื่นยังไม่ละเว้นเป็อย่างที่เขาว่ากันจริงสินะ ที่นางชอบมั่วสุมกับชายบำเรอ"
"สมแล้วที่มาจากพวกวานิช ทำตัวได้ไร้ยางอายยิ่งนัก"
เสียงหนึ่งร้องตามด้วยเสียงหนึ่งรับดังขึ้นมาในทันทีเมื่อเห็นว่าสตรีที่พวกนางล้วนริษยาในความงามกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากจะกู้คืนชื่อเสียงกลับมาได้
"กำลังพูดถึงข้ากันอยู่หรือ"
สิ้นเสียงหวานที่แฝงไปด้วยกระแสกดดันแสงไฟภายในห้องก็สว่างวาบขึ้นมาจนเห็นทุกอย่างชัดเจนทำให้ทุกคนตกอยู่ในความแตกตื่น เมื่อเห็นว่าคนที่พูดเป็ผู้ใด
ใบหน้าสวยคลี่รอยยิ้มประหนึ่งปีศาจร้ายที่จะมาคร่าชีวิตเสียงรองเท้าก้าวเดินกึกก้องภายในความเงียบเพิ่มความกดดันให้กับผู้คนทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์โดยเฉพาะสตรีสองคนที่เพิ่งเอ่ยถึงนางไปก่อนหน้า
"ไม่ทราบ พวกวานิชอย่างข้า มันไร้ยางอายมากนักหรือ" เยว่หรานเดินเข้าไปใกล้สตรีวัยกลางคนที่น่าจะเป็ฮูหยินจากจวนขุนนางขั้นสูงสักคนที่มาร่วมงาน
"นะ..นายหญิงมู่หรง เข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นข้าคิดว่าตรงนั้นเป็ท่านก็เลย...."กวนฮูหยินที่เป็ถึงฮูหยินเอกแห่งจวนกวนกั๋วกงตอบคำถามหญิงสาวที่มีอายุน้อยกว่าด้วยน้ำเสียงสั่นเทาไร้ท่าทีสตรีชั้นสูงดั่งที่เคยมีมา ดวงตาหลบก้มมองต่ำ หลังรู้สึกได้ถึงภัยอันตรายจากอีกฝ่าย
นอกจากกวนฮูหยินที่ตื่นกลัวหญิงสาวแล้วยังมีเสนาบดีโจวกับโจวฮูหยินที่ตกอยู่ในความตื่นตระหนกเช่นกันพวกเขารู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างั้แ่นายหญิงมู่หรงปรากฎตัว
"นั่น บนเตียงนั่นมิใช่คุณหนูโจวหรอกหรือ"
เมื่อแสงไฟสว่างขึ้นเงาร่างที่กอดรัดพัวพันอยู่บนเตียงก็ไม่ได้ถูกความมืดช่วยปิดไว้อีกต่อไปหญิงสาวที่ยังไม่ยอมถอยห่างจากชายหนุ่มปรากฎชัดว่าเป็คุณหนูโจวที่ทุกคนตามหามาั้แ่ต้น
แสงจากไฟทำให้สติโจวซูเหมยฟื้นคืนเช่นเดียวกันความทรงจำสุดท้ายของนาง คือกำลังเดินกลับเข้าไปในงานเพื่อนั่งรอเวลาที่จะพาทุกคนมาเจอนายหญิงมู่หรงกับอู๋เจียนกำลังเสพสมกันอยู่
แล้วตอนนี้ทำไมนางถึงมาอยู่ตรงนี้ได้
"ขยับอีกสิ หยุดทำไมเล่า เร็วเข้า"
หญิงสาวมองผู้คนตรงหน้าด้วยความมึนงงก่อนจะถูกเสียงครางกระเส่าเบื้องล่าง พร้อมความเสียวสะท้านในช่องทางสวาท ทำให้นางต้องก้มลงมองดูเบื้องล่างจึงได้เห็นว่าตอนนี้นางไม่ได้นั่งอยู่บนพื้นเตียง แต่เป็ร่างของบุรุษทั้งกลางกายยังประสานติดพันกันอยู่ โดยที่นางไม่ได้สวมใส่อาภรณ์สักเพียงนิด
"กรี๊ดด เกิดอะไรขึ้น ถานอู๋เจียน เ้า เ้า... ไม่ อย่ามองนะอย่ามอง"
"ไป แยกคุณหนูออกมา เร็วเข้า มัวยืนบื้ออะไรอยู่ เร็วเข้า ทุกคนออกไปก่อนออกไปก่อนเ้าค่ะ" โจวฮูหยินได้สติก่อนใครสั่งสาวใช้ให้นำบุตรสาวออกจากความบัดสีเบื้องหน้าพร้อมผลักดันให้ทุกคนออกไปจากห้องเพื่อไม่ให้เห็นเื่อับอายของบุตรสาวไปมากกว่านี้
แเื่ทุกคนที่ยืนอยู่ยอมถอยออกมาอย่างว่าง่ายหลังจากเฝ้ามองเหตุการณ์ฉาวโฉ่ของจวนโจวจนพอใจแม้จะถูกเชิญให้ออกจากงานเลี้ยงที่เลิกก่อนกำหนด ทุกคนก็ยังเต็มใจเพราะจะได้กลับไปเล่าสู่เื่ที่เพิ่งได้เห็นให้คนในครอบครัวฟัง
โดยหลงลืมสตรีที่ถูกทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นางอยู่ในคราแรกไปเสียสนิท
"เ้าเตรียมคนไว้หรือยัง"
"หอฉุยเหลียงจัดเตรียมให้เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ"
"ดี หวังว่าจะถูกใจข้า"