“ฝันรึ ฝันเื่อันใด”
หยวนอิงเงียบไปสักพักแล้วตัดบทบอก “ไม่ใช่เื่สำคัญ ช่างมันเถอะ ข้าลืมหมดแล้วละ”
ในขณะที่ถังหลี่กำลังจะซักไซ้ไล่เลียง ลู่อู๋ซูซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ โดยไม่พูดไม่จามาตลอดก็เอ่ยขึ้น
“เอ่อ การเดินทัพครั้งนี้ข้าขอติดตามไปด้วยได้หรือไม่”
ถังหลี่ตวัดสายตามองลู่อู๋ซูอย่างไม่พอใจ เพราะมาขัดจังหวะการพูดคุยระหว่างเขากับหยวนอิง ลู่อู๋ซูเห็นสายตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองมาก็รู้สึกถึงแรงกดดันที่ทาบทับลงมาอีกครั้ง
ในขณะที่ลู่อู๋ซูกำลังทำตัวไม่ถูกอยู่นั่นเอง หยวนอิงก็รีบกล่าวขึ้นมาว่า “ไปได้สิ ไปได้แน่นอน ยิ่งพี่ใหญ่ไปด้วยข้ายิ่งสบายใจ ใช่ไหมพี่หลี่”
‘เ้าสบายใจแต่ข้าไม่สบายใจ’ ถังหลี่คิด แต่ก็ยังคงตอบกลับว่า “ได้”
เมื่อได้ฟังคำตอบที่้าลู่อู๋ซูก็ดีใจ แต่เขาทราบดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมานั่งอยู่ที่นี่ได้ จึงรีบเอ่ยขึ้น
“เช่นนั้นข้าขอตัวกลับที่พักก่อน หากมีเื่ราวอันใดที่้าให้ข้ากระทำโปรดส่งคนไปแจ้ง ข้าพร้อมทำตามประสงค์” พูดจบลู่อู๋ซูก็แสดงความเคารพต่อถังหลี่ ก่อนจะรีบก้าวเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับ”
“ทำไมพี่ใหญ่ถึงรีบขนาดนั้น อย่างกับจะหนีใครอย่างนั้นแหละ”
“เขาคงมีธุระที่เขาต้องรีบไปจัดการ อย่าสนใจเลย”
“มาคุยกันต่อเถอะ เมื่อกี้เ้าพูดว่าเ้าฝัน ฝันว่าอย่างไร”
“ข้าลืมไปหมดแล้ว”
ถังหลี่ทำสีหน้าบ่งบอกว่าไม่เชื่อ แต่เขาก็มิอาจต้อนหยวนอิงให้จนมุมได้ มองเห็นใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ ถังหลี่ก็ได้แต่ถอนหายใจ
‘เอาเถอะ วันนี้ข้าจะปล่อยเ้าไปก่อน แต่ข้าจะทบต้นทบดอกไว้’ ถังหลี่คิดในใจ
“นี่ก็ได้เวลาที่เ้าต้องทานยาแล้ว ไปเถอะแล้วก็นอนหลับพักผ่อนสักตื่นหนึ่งค่อยตื่นมาทานอาหารเย็นพร้อมข้า”
หยวนอิงก็พยักหน้ารับคำแต่โดยดี
จากนั้นวันเวลาแห่งความสงบสุขเช่นนี้ได้ดำเนินไปอีกสองวัน จนกระทั่งรั่วซีเดินทางกลับมาถึงสำนัก สิ่งแรกที่เขากระทำก็คือการปลีกตัวออกจากถังเฉินเพื่อไปเยี่ยมเยียนพี่ใหญ่กับพี่รอง แต่เมื่อไปถึงบ้านพักรั่วซีก็ต้องแปลกใจ เพราะคนที่ได้พบหน้ากลับเป็องค์ชายห้าถังหลี่และพี่รอง ด้านพี่ใหญ่ถูกย้ายไปอยู่บ้านพักอีกหลังหนึ่งแล้ว ส่วนท่าทีขององค์ชายห้าที่มีต่อเขาก็แปลกๆ รั่วซีจึงยังไม่ได้พูดสิ่งใดกับหยวนอิงมากนัก เพียงแต่บอกว่าเดี๋ยวจะมาเยี่ยมใหม่อีกครั้ง ก่อนจะปลีกตัวกลับเข้าเขตหวงห้าม
เมื่อกลับไปถึงตำหนักในเขตหวงห้าม รั่วซีก็ได้เล่าเื่ราวที่พบองค์ชายห้าถังหลี่ให้ถังเฉินฟัง พร้อมทั้งขอยาชนิดพิเศษที่ถังเฉินเคยทาให้ซึ่งช่วยให้าแหายสนิทไม่ทิ้งร่องรอยแผลเป็ไว้ แต่เนื่องจากยาตัวนี้มีส่วนผสมที่ค่อนข้างหายาก รั่วซีจึงจำต้องออดอ้อนถังเฉินตลอดทั้งคืน กว่าจะได้มาพบหยวนอิงอีกครั้งก็เลยเที่ยงวันไปแล้ว
แต่ถือว่าโชคเข้าข้างเพราะการมาครั้งนี้ได้พบเจอเพียงหยวนอิงเท่านั้น เนื่องจากถังเฉินออกไปคุยงานกับคนจากราชสำนัก
“พี่รอง ข้าได้ยาสำหรับทาาแมาให้ท่านใช้ดีมาก าแหายเร็วไม่ทิ้งรอยแผลเป็” พูดจบรั่วซีก็ล้วงไปหยิบตลับยาจากถุงผ้าออกมาส่งให้
“น้องเล็กขอบใจเ้ามาก”
“ขอบจงขอบใจอะไรกัน พวกเราเป็พี่น้องกันมีอะไรย่อมต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว”
หยวนอิงได้ฟังคำพูดของรั่วซีก็เผยยิ้มอบอุ่นออกมา
“เอ่อพี่รองข้ามีเื่สงสัย ขอถามท่านได้หรือไม่”
“ยังมีเื่อะไรที่เราพี่น้องไม่สามารถพูดคุยกันได้อย่างนั้นหรือ” หยวนอิงกล่าวยิ้มๆ
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ”
หยวนอิงขำขันกับท่าทีแปลกๆ ของรั่วซี แต่ยังคงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
“ท่านกับองค์ชายห้าถังหลี่ มันยังไงกันหรือ”
“เ้าหมายถึงสิ่งใด” หยวนอิงเอ่ยถามด้วยสีหน้างุนงง
รั่วซีไม่ได้พูดอะไรเพียงยกมือทั้งสองขึ้นมาใช้นิ้วชี้สองนิ้วมาประกบชนกัน เป็เชิงถามไถ่ว่าระหว่างหยวนอิงกับถังหลี่มีความสัมพันธ์ฉันคู่รักกันใช่หรือไม่
หยวนอิงเมื่อเข้าใจความหมายใบหน้าก็สีแดงระเรื่อขึ้นมาทันที
“ข้ากับพี่หลี่เป็เพียงสหายรักกันเท่านั้น”
“แต่จากที่ข้าเห็นมันไม่น่าจะใช่เพียงแค่นั้นนะพี่รอง”
“เอ่อ เรายังคงเป็สหายกัน แต่อันที่จริงข้าก็รู้สึกแปลกๆ เวลาอยู่ใกล้พี่หลี่” หยวนอิงอึกอัก ในคราแรกแต่ก็ยังตัดสินใจเล่าความรู้สึก ความคิดของตนเองออกมา
“แปลกเช่นไร”
“ใจข้าเต้นรัวเร็ว เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข และยามค่ำคืนบางคราข้ามักจะฝันถึงอะไรแปลกๆ”
รั่วซีเมื่อได้ฟังคำบอกเล่าของหยวนอิงใบหน้าก็เผยรอยยิ้มกริ่ม
“ฝันที่ว่าคงไม่ใช่ฝันธรรมดาหรอกกระมัง” รั่วซีกระเซ้าถามหยอกล้ออย่างรู้ทัน
ใบหน้าของหยวนอิงเปลี่ยนเป็สีแดงเป็ลูกตำลึงภายในพริบตา
เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของหยวนอิง รั่วซีก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตนเองทันที
“แล้วในความฝันท่านมีความสุขหรือไม่”
หยวนอิงไม่ตอบเพียงพยักหน้ารับ
เมื่อได้รับคำตอบรั่วซีตบเข่าตัวเองดังฉาด อย่างตื่นเต้น
“ข้าควรทำเช่นไรดี ข้าไม่ควรมีความคิดหรือความฝันเช่นนั้น ข้าผิดต่อพี่หลี่”
“ข้าสามารถบอกได้ว่าอาการของท่านก็คือ ท่านชอบเขา แต่ส่วนเขาจะชอบท่านมากกว่าสหายคนสนิทหรือไม่ ข้าไม่อาจรู้ได้ แต่มีความเป็ไปได้สูงที่เขาจะคิดเช่นเดียวกับท่าน”
“น้องเล็ก เช่นนั้นข้าควรทำเช่นไรดี” หยวนอิงซึ่งเก่งกาจทุกเื่แต่กับเื่ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง หรือชายชายเช่นนี้ เขาไม่เคยอ่านตำราหรือศึกษามาก่อนเลย
“ท่านต้องลองทดสอบเขาดู”
“ทดสอบเช่นไร”
“ยั่วยวนเขา”
“ต้อง ต้องยั่วยวนเช่นไร”
“ยกตัวอย่างเช่นท่านแกล้งเดินแล้วไม่มีแรงล้มเข้าหาอ้อมกอดเขา หรือแกล้งล้มไปด้วยกันบนเตียงนอน และสังเกตท่าทีของเขา หากเขามีความรู้สึกเช่นเดียวกับท่าน เหตุการณ์ต่อจากนั้นข้าจะไม่พูดถึง เพียงจะบอกว่า ให้ปล่อยเลยตามเลย” รั่วซียิ้มชั่วร้ายออกมาโดยไม่รู้ตัวขณะจำลองเหตุการณ์เ่าั้ขึ้นในใจ
“เลยตามเลยหรือ จะเกิดเหตุการณ์อะไรอย่างนั้นหรือ”
“รอให้เกิดเดี๋ยวท่านก็รู้เอง แต่มันเป็เื่ดีแน่นอน”
“อืม ข้าฟังเ้า คืนนี้ข้าจะลองดู”
“เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดี พี่รองข้าขอให้ท่านทำสำเร็จ”
“ได้ผลอย่างไรท่านอย่าลืมบอกข้าด้วย นี่ก็เย็นมากแล้วข้าต้องรีบกลับก่อน”
“ขอบใจเ้ามากไว้เจอกัน”
รั่วซีพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นเดินจากมา ใบหน้าฉายความสนุกสนาน