เมื่อเห็นสภาพแปลงสมุนไพรหน้ากระท่อมแล้วเจียวซิ่นได้แต่ยิ้มฝืดๆส่งไปให้หงเออร์นี่นางลืมเจ้าหนอนปราณนี้ไปเสียสนิทลืมว่านำมาปล่อยให้อาศัยที่แปลงสมุนไพรหน้ากระท่อมเพียงชั่วคราวแต่ไม่คิดว่าเวลาผ่านไปไม่นานหนอนปราณเหล่านี้จะแพร่พันธุ์ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้มองไปที่ใดในแปลงสมุนไพรก็จะพบกับใยไหมที่มีสีที่ต่างกันส่องแสงแวววาวเต็มไปหมดเมื่อเข้าไปใกล้เส้นไหมเหล่านั้นจะได้กลิ่นของสมุนไพรที่หนอนไหมกินเข้าไป
"หงเออร์นี้ถือว่าเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งเราเสียสมุนไพรไปไม่กี่แปลงแต่ทำให้เรารู้ว่าหนอนพวกนี้กินอะไรเข้าไปก็จะได้เส้นไหมที่มีสีและกลิ่นเหมือนสิ่งที่มันกินเข้าไปเจ้าคิดดูซิต่อไปเจ้าจะมีอาภรณ์ที่มีกลิ่นดอกไม้หรือแม้แต่อาภรณ์ที่มีกลิ่นสมุนไพรที่เจ้าชอบอย่างดอกเพลิงสวรรค์ท้อสวรรค์หรือแม้กระทั่งไผ่ทองที่ได้เส้นไหมสีทองที่มีกลิ่นไผ่ทองช่วยให้ใจสงบมากขึ้น"เจียวซิ่นกล่าวด้วยความตื่นเต้นที่หนอนไหมสามารถผลิตเส้นไหมได้หลากหลายชนิดซึ่งเป็นผลดีกับกิจการที่นางจะก่อตั้งขึ้นในเวลาไม่ช้า
"จะยังไงก็ช่าง เจ้าช่วยเก็บเจ้าหนอนตระกะพวกนี้ไปให้พ้นจากแปลงสมุนไพรของข้าได้
หรือไม่พวกมันจะกินสมุนไพรที่ข้าเฝ้ารักษามาอย่างดีจนเสียหายหมดอย่างนี้ไม่ได้ เจ้ารู้รึไม่ว่ากว่าที่เจ้าต้นสมุนไพรพวกนี้จะโตมาอย่างงดงามตามที่เจ้าเห็นข้าต้องเฝ้าดูแลรักษาแมลงซักตัวก็ไม่ให้เฉียดเข้าใกล้ แต่เจ้ากลับนำพวกหนอนตระกะพวกนี้มากัดกินเด็กๆที่งดงามของข้า"หงเออร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเจ็บปวดที่ไม่สามารถช่วยเหล่าสมุนไพรน้อยที่น่าสงสารให้รอดพ้นจากหนอนปราณได้ทันด้วยตนไม่คิดว่าพวกหนอนปราณจะแพร่พันธุ์ได้รวดเร็วอย่างยิ่งเผลอแค่สองคืนตื่นมาอีกทีสมุนไพรที่งดงามของตนก็พบกับภัยพิบัติตัวกลมที่กัดกินใบของสมุนไพรทั้งหมดเหลือเพียงแค่ต้นไว้ให้นางเจ็บใจเล่นๆ เมื่อคิดได้ดังนี้ความเร็วในการหยิบหนอนปราณยิ่งเพิ่มขึ้นจนเจียวซิ่นมองตามแทบไม่ทัน
เจียวซิ่นได้ยกภูเขาในมิติให้กับหนอนปราณหนึ่งลูก โดยในภูเขาลูกนั้นเจียวซิ่นได้เร่งเวลาให้พืชที่อยู่บนภูเขาลูกนั้นมีการเจริญเติบโตเร็วกว่าพืชที่อยู่บริเวณอื่นๆในมิติสามเดือนต่อหนึ่งวันในมิติจึงทำให้หนอนบนภูเขานั้นอยู่บนภูเขาลูกนั้นได้อย่างมีความสุขและผลิตไหมปราณชนิดต่างๆได้อย่างเบิกบานใจ เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นเจียวซิ่นจึงออกจากมิติแล้วได้พบกับท่านย่าที่นั่งรอนางอยู่ที่โต๊ะกลางเรือนของนาง
“เจียวซิ่นทำความเคารพท่านย่าเจ้าคะ” นางทำความเคารพท่านย่าแล้วจึงนั่งลงข้างท่านย่าของตน นางจางมองหลานสาวแล้วได้แต่ถอนใจด้วยเกิดความกังวลเกี่ยวกับตระกูลซูของอดีตสามี
"ซิ่นเออร์ ตอนนี้บ้านจางของเราเริ่มมีชื่อเสียงแล้ว ย่ากลัวว่าหากปู่เจ้ารู้ว่าตระกูลจางที่ครอบครองสมุนไพรที่หายากมากมายหลายชนิดอีกทั้งยังมีสมาชิกรุ่นเยาว์ที่มากด้วยความสามารถจะทำให้ปู่ของเจ้ามาเอาเปรียบพวกเจ้าได้ ย่ารู้ดีว่าคนอย่างตาแก่นั้นดี เค้าย่อมยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ"นางจางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความกังวล ในแววตาของนางจางยังคงมีความเศร้าเจืออยู่ในดวงตาของนางแต่เพียงแค่พริบตาเดียวก็หายไป
"ท่านย่าอย่ากังวลไปเลยเจ้าคะ ตอนนี้บ้านเราไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วไม่มีใครรังแกเราได้เราเหมือนเมื่อก่อนแล้ว.ท่านย่าเชื่อหลานนะเจ้าคะอย่าคิดมากนะเจ้าคะ หากท่านกังวลมากมากหน้าเหี่ยวไม่รู้ด้วยนะเจ้าคะ" เจียวซิ่นเอ่ยเย้าแหย่ย่าของตน
"เจ้านี้ย่าไม่คิดมากแล้วแต่จะทำอะไรก็ต้องระวังตัวรู้รึไม่.เจ้าเป็นหญิงยิ่งตอนนี้มีคนหลายคนจับตามองเราเจ้ายิ่งต้องระวังให้มาก อย่าได้ไว้ใจใครแม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นปู่ของเจ้าก็ตาม"นางจางยังคงเป็นห่วงเจียวซิ่นอยู่จึงอดที่จะเตือนหลานของตนไม่ได้
“เจ้าคะ ข้าจะไม่ไว้ใจใครง่ายๆโดยเฉพาะท่านปู่”นางรับคำอย่างหนักแน่น
“ ดีมากหลานรักของย่า”นางจางอดใจไม่ไหวจึงหยิกแก้มเจียวซิ่นด้วยความหมั่นเขี้ยว
“โอ้ยยย ท่านย่าข้าเจ็บนะเจ้าคะ”
"เจ็บสิดี เจ้าจะได้จำไว้ว่าไม่ควรยอกย้อนย่าอีกหากมีครั้งหน้า ย่าจะหยิกให้แก้มเจ้าหลุดติดมือเลยเชียว" นางจางกล่าวด้วยรอยยิ้มเอ็นดูในหลานสาวคนเก่งของตน
“เจ้าคะ หลานจะจำไว้”ว่าแล้วก็กอดย่าของตน