F-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง)

    7.ฝันร้ายหรือเรื่องจริง II

    “ไอ้พวกผีเจาะปากมาด่าพ่อล่อแม่ เนรคุณ ผู้ให้กำเนิด ครูบาอาจารย์พวกนี้ก็ตายไปก็เป็นเปรต และพวกที่เอ็งเจอมาก่อนหน้านี้ มัน ผีตาโหง กับผีอาฆาต พวกนี่มันร้าย หนีไม่ทันสู้ไม่ได้ โดนมันจับกินแน่ๆ  ทีนี้แหละเอ็งได้ตายจริงๆ”“แล้วผมจะทำยังไงดี ยาย”วิทยถามอย่างร้อนรน“เอ็งก็เอาปืนกรอกปากมันซิวะ ในมือเอ็งนะมันของดี ถ้าเอ็งยังไม่ตายกลับไปได้ก็ทำบุญเสริมบารมีเอาไว้เยอะๆ และไม่ต้องไปนะไอ้พวกสำนงสำนัก เสริมดวงเสริมบารมี นะ เสียเวลา ข้าบอกเอ็งไว้เลย บุญไม่มี บารมีไม่เกิด หมั่นทำบุญทำคุณไม่ว่ากับ คน สัตว์ ผี สางเทวดาก็ด้วย ตอนนั้นเอ็งก็จะมีบารมีเกิดกับตัวเอ็งแล้ว ทำดีได้ก็ทำ ตายไปแล้วจะได้ไม่ถูกเบียดเบียน”ยายแก่สั่งสอน บั้ง!บั้ง!บั้ง! เสียงบางอย่างกระแทกประตูหนักๆ 3 ครั้ง“มันมาแล้ว เอาละ ตอนนี้ข้าจะให้พรเอ็ง”ว่าแล้ว ยายภูมิเจ้าที่ก็หันหน้ามาจ้องตากับวิทย์  ***โชคดีเจ้าหนู*** แล้วแกก็หายไปทันที“เฮ้ย!ยาย ไปไหน อย่าพึงไป มาช่วยกันก่อน ว้ากกก!พงพรอะไรของยายเนี้ยยยย”วิทย์ร้องลั่น“อยู่ให้โง่สิข้าสู้มันไม่ได้โวย.... อันนี้ตัวใครตัวมัน”เสียงตอบกลับมาแผ่วเบาดังขึ้นจากความว่างเปล่า“เฮ้ย!ยาย ยายเป็นเทวดาอารักษ์ มาปกปักรักษาข้าก่อน ยายโว้ยยยย.”วิทย์ตะโกนเรียก เงียบ!ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมาเลย ปั้ง!ปั้ง!ปั้ง!ปั้ง! เพล่ง! ประตูกระจกด้านหน้าบ้านแตกกระจาย วีด!!!!!! ตามมาด้วยเสียงร้องแหลมยาวอย่างโหยหวนคึก! มือขนาดเท่ากระด้งจับขอบประตู พร้อมกับโผล่หน้า เรียวยาว ตาสองข้างปูดโปนแดงก่ำ ปากเล็กเท่ารูเข็มยื่นยาวออกมาไเฮ้ย!เปรต!ตายห่า”วิทย์ตกใจสุดขีดปากกระบอกปืนวาดเข้าหาดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงเถือก พร้อมกับลั่นไก ปั้ง! ส้นเท้าไม่รอช้าทำงานเร็วจี๋สับสนตีนแตกวิ่งไม่เหลียวหลัง วิ่งเข้าไปข้างในบ้านแบบไม่ต้องดูผลงาน“โว้ย ไม่อยู่แล้วโวย ห้องพระต้องไปห้องพระ ผีมันกลัวพระ” ปั้ง เสียงผลักประตูห้องอย่างแรง ร่างของวิทย์ถลาเข้าไปในห้อง ที่เขาคิดว่าเป็นห้องพระ ...โล่ง..ไม่มีอะไรเลย“เฮ้ย!พระไปไหนหมดวะ”เขาร้องแหกปากเสียงดังเพราะตอนนี้ที่พึ่งสุดท้ายไม่อยู่ซักองค์เดียวเหลือแต่หิ้งเปล่าๆปั้ง!ปั้ง!ปั้ง! เขาเอาตีกระแทกประตูห้องอีก 3 ห้องไล่ๆกัน วิทย์ไล่เปิดทุกห้องหาห้องพระแต่ก็ต้องผิดหวังเพราะมันไม่เจอพระ  เจอแต่ห้องโล่งๆ เท่านั้น“ไม่มีพระซวยแล้วซวยแล้วอยู่ไม้ได้แล้วบ้านนี้”โครม! คว้ากก..เสียงแผ่นสังกะสีฉีกขาด หลังคาสังกะสี ถูกกระชากออกจากตัวบ้าน ตามมาด้วยเสียยงหวีดร้องของเปรตตัวใหญ่ยักษ์ หวีด!!!.. วิทย์กระโจนออกทางหน้าต่างทันที วิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต โผล่ ออกจากซอยของหมู่บ้านตรงหัวมุมถนนหลัก ตัดกับถนนเส้นผ่านกลางหมู่บ้าน เป้าหมายคือเสาหลักบ้าน แหล่งรวม ศรัทธาของคนทั้งหมู่บ้านเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง   เหมือนศาลหลักเมือง นี้คือสิ่งที่เขาคิดได้ตอนนี้  แต่ถนนมันไม่ได้โล่งอีกต่อไป เบื้องหน้ามีหมอกลงหนาทึบ  หนทางข้างหน้ามองเห็นได้เพียง  6-7 เมตรเท่านั้น ไกลกว่านี้ก็ไม่เห็นอะไรเลย แค่โผล่ออกจากซอย  ก็เจอหมาดำตัวใหญ่ รูปร่างของมันปราดเปรียวเหมือนหมาไทยหลังอาน แต่ตัวมันใหญ่เท่าวัวหนุ่ม  พอมันมองเห็นวิทย์ มันก็วิ่งปรี่เข้าใส่เขาทันที “เฮ้ย! หมาดำมาจากไหนวะ หลีกโวย ไม่หลีกกูยิง” ว่าแล้ววิทย์ก็ยกปืนขึ้นประทับบ่า เหนี่ยวไก ตูม!“โอ๊ย!” เสียงคนร้องลั่นขึ้นทันทีที่  หมาถูกกระสุนเจาะเข้าก้านคอแต่ร้องออกมาเป็นเสียงคน“เฮ้ย! มันร้องเป็นเสียงคน ไม่ใช่หมาแล้ว ปอบ ผีปอบ ตาย” ปั้ง! วิทย์ยกปืนจ่อหน้าผากหมาดำแล้วลั่นไกอีกครั้งทันทีแบบไม่กลัว พรบ.คุ้มครองสัตว์ของลุงตู่แม้แต่น้อยทันใดนั้นเองวิทย์ขนลุกซู่ อย่างไม่ทราบสาเหตุฟ้าว!!ควาก!ตูม!! ก้อนหินก้อนใหญ่ถูกผีเปรตตัวสูงเท่าต้นมะพร้าวคว้างมา  มันเฉียดหัววิทย์แค่ไม่กี่เซนติเมตรตกลงกลางถนนหินแตกกระจาย  วิทย์กระโจนเข้าหลังต้นมะม่วงทันที“เชี่ย!เกือบตายแล้วไหมล่ะไอ้วิทย์  ไอ้เปรตตัวนี่มันกัดกูไม่ปล่อยเลย!เว้ย เวนแท้”วิทย์สบถ ผั้ว! ต้นกล้วยถูกคว้างมาปะทะกับต้นมะม่วงที่วิทย์หลบอยู่ พร้อมกับตัวผีเปรตก้าวอาดๆตามมาทันที วิทย์กระโดดออกจากต้นมะม่วงดิ่งไปตามถนนหลัก หมาดำอีก 3 ตัวด้านหน้าวิ่งปรี่เข้ามาหาวิทย์ทันทีที่เห็นตัว“โว้ย!อะไรกันนักกันหนา ตาย!ตายไปให้หมด มึง เจอลูกปืนกู”เขาร้องลั่นขึ้นด้วยความเดือดดาล ปั้ง!ปั้ง!ปั้ง! เสียงปืนดังสนั่นลั่นหมู่บ้านอีกครั้ง หมา 3 ตัวด้านหน้าขาขาดกระจุย ร่างของพวกมันถลาล้มลงตั้งแต่กระสุนนัดแรกที่ลั่นออกจากปากกระบอกปืน อีกสองนัดถูกยิงซ้ำไปที่กบาลพวกมันหัวแบะ แยกออกจากกัน ตัวสุดท้ายโดนลูกหลง ตายไปด้วย นัดสุดท้ายยิงแถมเพราะยั้งมือไม่อยู่ เพียงแค่เงยหน้าขึ้นมามองหนทางด้านหน้า ก็แทบทำให้วิทย์หัวใจจะ วายตายพวกผีตายโหงเดินระเกะระกะอยู่เต็มถนน ถ้านับ ราวๆ 10 ตัวเลย นี้แค่หลอดไฟเสาไฟฟ้าเสาแรกเท่านั้น ยังอีกหลายเสาไฟกว่าจะไปถึงกลางหมู่บ้าน พวกมันมายืนออกกันตรงหลอดไฟ ทั้งหัวขาด ขาขาดแขนขาด สภาพเละแทบดูไม่ได้ ผีบางตัวมีหมาดำกัดกินขาของมันอยู่ มันก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไรปล่อยให้หมากินมัน  เมื่อวิทย์วิ่งเข้ามาในระยะการมองเห็นของพวกมันเท่านั้น พวกมันกรูเข้ามาหาเขาทันที“มันเอาจริงโว้ย! ตายเป็นตายกลัวมาเยอะแล้วชักจะทนไม่ไหวแล้ว ตายยย”วิทย์แหกปากร่ำร้อง  ไม่หยุด ตั้งแต่สะดุ้งตื่นขึ้นมายังโลกบ้าๆนี้  พวกผีห่าซาตาลพวกนี้แห่มากันไม่หยุดไม่หย่อนความรู้สึกตอนนี่มันเลยคำว่ากลัวไปแล้ว ไม่สู้ก็ตายพั่ว!พันท้ายปืนกระแทกเข้าหน้าผีตัวที่อยู่ใกล้สุด  ผีพวกนี่มันไม่ค่อยไวเหมือนผีปอบแต่มันไวกว่าผีเปรตเยอะพอสมควร อารมร์ประมาณใกล้ๆกับซอมบี้ แต่จำนวนมันเยอะ ตอนนี้วิทย์บรรจุกระสุนไปด้วยวิ่งไปด้วย  ตัวไหนเข้าใกล้ทันปืนตีก็ตี ทันเท้าถีบก็ถีบ งานตะลุมบอนแบบนี้ไม่เหมาะกับการใช้ปืนเลยสักนิด แต่ก็ยังดีกว่ามือเปล่า ยัดกระสุนได้ 2-3 นัดก็ยิง ยิงไม่ทันก็ตี ความรู้สึกเหมือนตอนถูกไวรุ่นไล่กระทืบสมัยหนุ่มๆเลย“เชี่ย! กระสุนหมด ถ้ามีระเบิดนะ พวกแกไม่รอดแน่โว้ยยย อ้ากก เจ็บๆ ใครข่วนหลังข้า พ่อจ๋าแม่จ๋า ไม่ไหวแล้วโว้ยย! ทำไงดี ทำไงดี หือ อะไรแวบๆ อยู่ข้างหน้า ....”ด้านหน้าของวิทย์มีบางอย่างส่องแสงวูบวาบ วูบวาบ เป็นแสงสีเขียวๆเรืองๆลอยตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว“ว้าก! กระสือก็มา ใครเรียกเอ็งมาโว้ยย”ผั้ว! พานท้ายปืนฟาดเข้าแสกหน้า กระสือกระเด็นกลับเข้าไปในพุ่มไม้ทันที ไม่มีเสียงร้องซักแอะ น่าจะสาหัสทีเดียวตุบๆๆๆเสียงสับส้นตีนแตกด้วยความไว ผ่านพุ่มไม้ไปทันทีโดยไม่หันมามองแม้แต่น้อยอีก 50 เมตร ด้านหน้า เหมือนมีแสงสีทองส่องสว่างสาดฉายออกมาเป็นเขตแดนอาคม ขนาดใหญ่ส่องแสงสีทองอ่อนๆโดยมีศูนย์กลางเป็นเสาหลักเมืองกลางหมู่บ้าน ทันทีที่มองเห็นจุดหมายปลายทาง วิทย์ก็ร่ำร้องออกมาด้วยความดีใจ รอด รอดแล้วโว้ยยย. ฟ้าววว! ผลัก!“อัก! รอด ข้าต้องรอด ...”ก้อนหิน ขนาดเท่าถังน้ำ กระแทกเข้าไหล่ซ้ายของเขาจากทางด้านหลังของเขาเต็มแรง ร่างที่วิ่ง 4x100 ด้วยความเร็วสุดแรงเกิดกระเด็นถลาไปด้านหน้าด้วยแรงส่งจากก้อนหิน ร้างหมุนคว้างกลิ้งกับพื้นสองสามตลบ กระเด็นกระดอนไปตกอยู่ในวงแสงอาคมสีทอง เป็นมันเป็นผีเปรตคู่อาฆาต ที่ตามราวีเขามาตั้งแต่แรกที่สวมวิญญาณมือปาหิน หินก้อนนั้น    ทันทีที่วิทย์ล้มลง เหล่าผีร้ายมากมาย ไม่อาจจำแนกชนิดได้ที่วิ่งกรูตามหลังเขามาบางตัวที่อยู่ใกล้ก็กระโจนเข้าใส่ร่างของเขาทันทีม่ายยย  ตายๆ เสียงอันอ่อนแรงพึมพำออกมาจากร่างกายที่เจ็บหนักแต่แล้วผีทุกตัวที่สัมผัสกัยแสงสีทองต่างก็เดินกลับเหมือนร่างไร้วิญญาณ และเหมือนลืมไปแล้วว่า 3-4 วินาทีก่อนหน้านี้ได้ทำอะไรอยู่ พวกมันต่างเดินมุ่งหน้าออกไปนอกวงแสงโดยไม่สนใจวิทย์อีก เปรตตัวใหญ่ที่วิ่งตามมาก็หยุดหันรีหันขวางเหมือนมองหาอะไรบางอย่าง และเดินเปลี่ยนทิศทางไปพวกมันไปกันแล้ว มันเกิดอะไรขึ้น อัก! เลือด เจ็บ!นี้เราไม่ได้ฝัน เหรอ แขนชาไปหมดแล้ว...นี้สุดท้ายเราก็จะอัก!เขากระอักเลือดออกมาอีกครั้ง ..ไม่รอดอยู่ดีใช่ไหมหนีมาถึงที่นี่ได้แล้วแท้ๆ ....วิทย์หน้ามืดเพราะอาการเสียเลือดมาก จากแผลที่ไหลฉีกขาด กระดูกไหปลาร้าหัก เลือดออกในปอด ช้ำในสาหัส เพราะก้อนหินก้อนนั้น เปลือกตาของเหขาหนักอึ้ง ในตอนที่กำลังจะหลับนั้นเองเสียงคุ้นๆใครบางคนก็ดังมาจากด้านหลังของเขา“รอดสิไอ้หนู เอ็งเก่งมากทีเดียวที่มาถึงที่นี่ ข้าจะให้พรเอ็ง”“พรอีกแล้วเหรอ...ขอให้โชคดีใช่ไหม...หึๆ อัก!..”วิ้ง! แสงสีทองเข้มประกายขึ้นตรงหน้า วิทย์ที่นอนหงายหายใจรวยรินอยู่ มีถุงเลือดเหมือนที่บริจาคเลือดที่โรงบาลลอยออกมาจากแสงสีทอง ตกลงที่มือ ของยายเจ้าที่  ทันทีที่ได้ถุงเลือดยายก็ดึงหลอดที่ติดอยู่ข้างถุงออกมาเสียบแล้วหันหลอดเข้าปากวิทย์ทันที แต่ชายหนุ่มไม่ยอมกิน ในหัวก็คิดว่า นี่มันบ้าอะไร คนจะตายอยู่แล้วยังมาเล่นอะไรแบบนี้อีก“ยะยาย เอาแบบนี้เลยเหรอ!”“ไม่ยากตายก็กินอย่าพูดมาก”เสียงแหบๆของยายเจ้าที่เอ็ดมาทันทีที่วิทย์ทำหน้าอิดออดไม่ยอมกิน“อึกๆๆอุเหวะ โคตรไม่อร่อย คาวๆเค็มๆ โอ๊ย!”ผั้ว!ยายเบิด กะโหลกไปทีหนึ่งทันทีที่วิทย์คายเลือดออกมา“ยาบ้านเอ็งเหรออร่อย!หา เอ็งนี่มันไม่รู้จักของดี รีบๆกินไปเดี๋ยวได้ตายจริงๆหรอ แผลเอ็งมันสาหัสเอาเรื่อง เดี๋ยวก็ปล่อยให้ตายซะเลย”แสงสีทองเรืองๆลอยเช้ามารวมตัวกันตรงบาดแผลของวิทย์หลังจากที่ดื่มเลือดถุงนั้นเข้าไป แสงรอบๆค่อยๆหนาแน่นขึ้นเพราะมีจำนวนอณูแสงลอยเข้ามาเรื่อยๆอณูแสงแทรกซึมเข้าไปในตัวของเขา ร่างของยายเจ้าที่ค่อยๆจางลงโปรงใสขึ้นเหมือนกำลังจะสลายหายไป เพียง 10 นาทีต่อมา แสงนั้นก็ค่อยๆลอยจากไปพร้อมกับอาการบาดเจ็บของวิทย์ที่หายเป็นปลิดทิ้ง  วิทย์ลุกขึ้นมาลูบคลำตามร่างกายของเขาอย่าง งง พร้อมกับลุกขึ้นมามองดูร่างอันเลือนรางของผู้มีพระคุณ“หะหายแล้ว ยาย! ทำไมร่างของยายถึงจางลงขนาดนี้”“หึ เอ็งรอดก็ดีแล้ว ไม่ต้องสนใจข้าหรอก ข้าเหนื่อยแล้ว ข้าจะไปพักก่อน ดูแลตัวเองดีๆละเจ้าหนู”ร่างวิญญาณของยายเจ้าที่แตกกระจายหายไปพร้อมกับเสียงอันอ่อนแรง มีเหรียญทองแดงเหรียญหนึ่งตกลงตรงพื้นจุดที่ยายเจ้าที่นั่งอยู่  ชายหนุ่มเก็บเหรียญนั้นขึ้นมาไว้ในมือ วิทย์นั่งเหรียญที่มีรูปศาลพระภูมิอันเล็กๆอยู่ตรงกลาง แล้วทอดสายตาออกไปมองความว่างเปล่าด้วยความสงสัย มีคำถามมากมายที่ค้าคาอยู่ในหัวยายเจ้าที่ไปไหน“มันจะจริงเหรอ ที่ช่วยเราโดยที่ยายไม่ศูนย์เสียอะไร แต่ยังไงก็ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือ ผมจะต้องหาทางตอบแทนบุญคุณครั้งนี้ของยายแน่นอน” เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินตรงไปยังใจกลางวงแสงตรงกลางของเขตแดนแสงสีทอง ปรากฏเส้าต้นหนึ่งที่แกะสลักลายกนกแบบไทย ประดับเอาไว้ด้วยทองคำเปลวอย่างสวยงาม มันส่อแสงสีทองประกายออกมาเป็นระยะๆดูสวยงามน่าเกรงขามเป็นที่สุด วิทย์ มายืนอยู่ด้านหน้าเสาหลักเมืองของหมู่บ้าน พร้อมคุกเขาลงกราบ 3 ครั้ง สวดมนต์ระลึกคุณพระศรีรัตนตรัยไตรตามที่เคยทำทุกครั้งที่มาสะการะ ณ เสาหลังเมืองประจำหมู่บ้านนี้  มีแสงประกายสีทองศักดิ์สิทธิ์พรมลงมาที่ตัวของเขา