เสียงกริ่งยังคงดังสะท้อนไปทั่วห้องของธันวา มือของเขากำสมุดบันทึกแน่น ขณะที่ข้อความ “นายไม่เคยออกมาเลย” บนหน้ากระดาษทำให้จิตใจของเขาสั่นคลอน
ตึก…ตึก…ตึก…
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นจากความมืด มันกำลังใกล้เข้ามา ทุกก้าวที่ก้าวเหมือนดังก้องอยู่ในสมองของเขาเอง
ธันวาหันไปทางกระจก ภาพสะท้อนของเขายังคงอยู่…แต่มีบางอย่างผิดปกติ
รอยยิ้มที่ไม่น่าจะเป็ของเขาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเงาในกระจก
“นายต้องกลับไป” เงานั้นพูดด้วยเสียงเดียวกับเขา แต่เ็าและไร้ชีวิต
“ฉันออกมาแล้ว…ฉันไม่กลับไป” ธันวาสั่นศีรษะ แต่เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย
เงาหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่ดวงตาของมันจะเปลี่ยนเป็สีดำสนิท มือของมันยื่นออกมาจากกระจก
“นายไม่มีทางเลือก”
แสงไฟในห้องกะพริบถี่ ๆ เสียงกริ่งดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ติ๊งหน่อง… ติ๊งหน่อง… ติ๊งหน่อง…
ธันวารู้สึกเหมือนร่างกายถูกตรึงอยู่กับที่ เงานั้นเดินออกมาจากกระจกทีละก้าว มันค่อย ๆ กลายเป็ตัวเขาเอง แต่…บิดเบี้ยวและไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป
เขาต้องเลือก—จะหนี หรือเผชิญหน้ากับมัน
เสียงกริ่งดังก้องอยู่ในหัวของธันวา ทุกจังหวะมันเหมือนกับเสียงหัวใจของเขาที่กำลังเต้นระรัว มันดังขึ้นเรื่อย ๆ ไม่หยุดราวกับเตือนว่าคำสาปนี้ยังไม่จบลง
ติ๊งหน่อง… ติ๊งหน่อง… ติ๊งหน่อง…
เงาร่างตรงหน้าของเขา ขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม ธันวาเห็นใบหน้าของมันชัดขึ้น…และนั่นคือใบหน้าของเขาเอง
แต่ไม่ใช่เขา
รอยยิ้มที่บิดเบี้ยว แววตาที่ว่างเปล่า เงานั้นเหมือนกับกระจกที่สะท้อนความกลัวที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของเขามาตลอด
“นายคิดว่านายหนีออกมาได้แล้วเหรอ?” เงานั้นเอ่ยเสียงเ็า “แต่นายยังได้ยินเสียงกริ่งอยู่…นายรู้ใช่ไหมว่านั่นหมายถึงอะไร”
ธันวากลืนน้ำลาย มันหมายถึง…เขาอาจยังไม่เคยออกมาเลยจริง ๆ
“ฉันเป็ของตัวเอง นายจะพรากมันไปไม่ได้” ธันวาพยายามควบคุมเสียงของตัวเองให้หนักแน่น
เงาหัวเราะ มันไม่ได้เป็เสียงของเงาอีกต่อไป แต่มันคือเสียงของเขาเอง…เหมือนกำลังหัวเราะเยาะตัวเอง
“ของตัวเองงั้นเหรอ?” มันเอียงศีรษะ “แล้วทำไมนายยังอยู่ที่นี่?”
ธันวาสะอึก คำพูดของเงามีอำนาจราวกับกำลังฉีกกระชากความจริงออกมาให้เขาเห็นชัดขึ้น…
เขาไม่เคยออกมาเลยใช่ไหม?
ทันใดนั้น เงาเริ่มเปลี่ยนรูปร่าง ร่างกายของมันเริ่มบิดเบี้ยวเป็เงามืดที่ไร้รูปร่าง มันกลายเป็หมอกดำสนิทที่ค่อย ๆ คลืบคลานเข้าหาเขา
“นายไม่ใช่ธันวา” มันกล่าวด้วยเสียงกระซิบแ่เบา “นายเป็ของฉัน”
ธันวารู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงเข้าไปในเงานั้น ร่างของเขาหนักขึ้น เหมือนแรงโน้มถ่วงทั้งหมดกำลังดึงเขาเข้าสู่ความมืด
เขาต้องตัดสินใจ… ตอนนี้!
เสียงกริ่งยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธันวาหลับตาลง รวบรวมสติทั้งหมดที่เหลืออยู่
“ฉันคือธันวา” เขากล่าวออกมา
เงานั้นหยุดชะงัก
“ฉันคือธันวา” ธันวาพูดซ้ำ น้ำเสียงของเขาหนักแน่นขึ้น “ฉันไม่ใช่นาย และนายไม่ใช่ฉัน”
เงาเริ่มดิ้นรน มันกรีดร้องด้วยเสียงที่บิดเบี้ยว ความมืดรอบตัวเริ่มสั่นะเื
“ฉันเลือกที่จะเป็ตัวของฉันเอง” ธันวาะโสุดเสียง
แสงสว่างพลันปะทุออกมาจากร่างของเขา มันแผ่กระจายไปทั่ว เผาผลาญเงามืดที่กำลังจะกลืนกินเขา
เสียงกริ่งดังเป็ครั้งสุดท้าย…ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลง
ธันวาหอบหายใจแรง เขาอยู่ในห้องของตัวเอง แต่ครั้งนี้…เงาในกระจกสะท้อนภาพของเขาจริง ๆ
ไม่มีเงาประหลาดอีกแล้ว
เขาหลุดพ้นจากมัน…ใช่ไหม?
ธันวาหอบหายใจหนัก หลังจากที่เงาดำสลายไปและเสียงกริ่งเงียบลง ทุกอย่างดูเหมือนจะกลับมาเป็ปกติ
แต่… มันปกติจริงหรือ?
เขาลุกขึ้นจากพื้น เหงื่อชุ่มโชกไปทั่วร่าง เขาจ้องมองเงาของตัวเองในกระจก ทุกอย่างดูเหมือนเดิม ไม่มีเงาบิดเบี้ยว ไม่มีสิ่งผิดปกติ
แต่มันรู้สึก…แปลก
‘ฉันออกมาได้แล้วจริง ๆ ใช่ไหม?’
เสียงโทรศัพท์สั่นขึ้นข้างตัวเขา ธันวาหันไปมอง หน้าจอแสดงชื่อของกรณ์ เขารับสายทันที
“ธันวา! นายหายไปไหนมา!?” เสียงของกรณ์เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ธันวาขมวดคิ้ว “ฉันอยู่ที่ห้อง… ทำไมนายถามแบบนั้น?”
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนกรณ์จะพูดด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความกลัว
“ธันวา… นายหายไปสองวันเต็ม ๆ”
หัวใจของเขากระตุกวูบ เขาหันไปมองนาฬิกา…
02:46 น.
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาขนลุกที่สุด สิ่งที่ทำให้เขาตัวแข็งค้างคือ วันที่ บนหน้าจอโทรศัพท์
สองวัน… เขาหายไปจากโลกนี้สองวัน!?
เขาสูดลมหายใจลึกพยายามควบคุมความคิดที่วุ่นวายในหัว
“ฉัน…” ธันวากำโทรศัพท์แน่น “ฉันต้องเจอพวกนายเดี๋ยวนี้”
ธันวารีบวิ่งออกจากห้อง เขายังคงรู้สึกถึงแรงสั่นะเืของความกลัวที่ฝังอยู่ในจิตใจของเขา
สองวัน…เขาหายไปจากโลกนี้สองวันเต็ม!
มันเป็ไปไม่ได้ เขาจำได้ว่าเผชิญหน้ากับเงา เขาจำได้ว่าเขาชนะมัน… แต่แล้วเขาไปอยู่ที่ไหนตลอดสองวันนี้?
เขารีบตรงไปที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง ที่กรณ์และแพรไหมรอเขาอยู่ พวกเขานั่งรอเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล
“ธันวา… นายหายไปไหนมา?” กรณ์ถามทันทีที่เขานั่งลง “พวกเราพยายามติดต่อหานาย แต่มันเหมือนโทรศัพท์ของนายถูกปิดไปตลอด นายหายไปเหมือนไม่มีตัวตน”
ธันวานิ่งเงียบ ก่อนจะพูดออกมาช้า ๆ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน…”
แพรไหมขมวดคิ้ว “นายจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ?”
เขาพยายามเรียบเรียงความทรงจำของตัวเอง สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือการเผชิญหน้ากับเงาของตัวเอง และแสงสว่างที่ปะทุขึ้นมาหลังจากนั้น… แต่หลังจากนั้น ทุกอย่างว่างเปล่า
กรณ์วางบางสิ่งลงตรงหน้าเขา—มันคือสมุดบันทึกเก่าเล่มหนึ่ง
“เราพบสิ่งนี้อยู่ในล็อกเกอร์ของนายที่โรงเรียน” กรณ์พูดเสียงเรียบ “มันอยู่ที่นั่นหลังจากที่นายหายไป”
ธันวาขนลุก สมุดบันทึกเล่มนั้นเหมือนกับเล่มที่เขาเคยเห็นในโรงเรียน…
เขาค่อย ๆ เปิดมันออกมา ข้างในเต็มไปด้วยลายมือที่ยุ่งเหยิง
‘ฉันยังอยู่ที่นี่’
ข้อความแรกทำให้หัวใจของธันวาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
‘ฉันไม่เคยออกไปจริง ๆ’
ธันวาหายใจไม่ออก ความรู้สึกหนาวเยือกแล่นผ่านไปทั่วร่าง เขาพลิกไปหน้าสุดท้าย และสิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาตัวแข็ง
‘ธันวา นายต้องกลับมา’
เขาเงยหน้าขึ้นมองกรณ์และแพรไหม ทั้งสองคนจ้องเขาด้วยสีหน้าหวาดกลัวไม่แพ้กัน
“…ฉันออกมาแล้วนี่” ธันวากระซิบเบา ๆ “ใช่ไหม?”