ร้านนิยาย H
บทสรุปแห่งความวุ่นวายจบลงด้วยร้านนิยายแสนรักของนับฟ้า เมื่อเพื่อนๆ ต่างลงความเห็นอย่างชัดเจน จะมีก็แต่ขุนเขาที่คอยประท้วงตลอดเส้นทางและก็ทีมที่นิ่งเฉยไม่สนฟ้าสนฝนใดๆ สุดท้ายแล้วเสียงข้างมากก็เป็ฝ่ายชนะและนำพาคนหนุ่มสาวมายังจุดหมาย
ร้านขนาดใหญ่ที่มีมุมนั่งอ่านหนังสือมากมาย และเป็แหล่งรวบรวมทุกอย่างเอาไว้ครบครัน ทั้งนิยาย วรรณกรรม หรือพวกหนังสือเรียนเป็ต้น
โต๊ะยาวขนาดใหญ่ ณ มุมสุดของร้านติดริมหน้าต่างกระจกใส พวกเขามักจะนั่งกันที่นั่นเป็ประจำ ต้องเกริ่นไว้ก่อนว่าที่นี่เปรียบเสมือนบ้านอีกหลังของพวกเขา เพราะไม่ใช่ว่าวัยรุ่นจะต้องเข้าแต่สถานบันเทิงกันอย่างเดียว กลุ่มคนที่รักการอ่านก็ยังพอมีอยู่บ้าง
แต่...พวกเขาไม่ใช่เด็กเนิร์ดกันหรอกนะ เพียงแต่พวกเขามักจะยอมรับในข้อเสนอของเพื่อนบางคน ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละคนจะมีความชอบแตกต่างกันออกไป
และไม่ว่าจะไปที่ไหน พวกเขาก็จะได้รับการเยียวยาเป็สลับวันไปสถานที่ที่เพื่อน้า ทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาเื่การถูกทิ้งให้รั้งท้าย เพราะทุกคนเท่าเทียมกันหมด โดยใช้ประชาธิปไตยเป็เอกฉันท์
"ว่าแต่...พวกแกคิดเอาไว้ยัง เรียนจบแล้วจะไปทำงานที่ไหนกันบ้าง"
เมื่อทุกคนทยอยเข้าที่นั่งกันจนครบ ฝ่ายเปิดบทสนทนาก่อนคือมีนา เธอเป็หญิงที่มองผิวเผินจากสีผมอาจจะดูเป็คนแรงๆ ทว่าหากได้รู้จักจริงๆ มีนาเป็คนมีเหตุมีผลมากที่สุด แถมยังเอาใจใส่เพื่อนทุกคน แล้วก็เป็อีกคนที่เป็กลางพอๆ กับค่าย
แต่ด้วยความที่ชอบตามกระแสจนเข้าเส้น ทำให้แม่สาวคนนี้มีความย้อนแย้งในตัวเองไม่น้อย แต่ก็นั่นแหละ มีนาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรก็แค่มีสไตล์เป็ของตัวเองเท่านั้น
"ฉันว่าจะทำงานที่บริษัทพ่อ" ครามตอบ
"ส่วนฉันน่าจะหาบริษัทใหญ่ๆ ที่มีเงินเดือนสูงๆ หน่อย" น้ำชาตอบ
"ทำบริษัทเดียวกับพ่อมั้ง" ขุนเขาตอบ
"ของฉันน่าจะรอดูอีกที" นับฟ้าตอบ
"เหมือนนับฟ้า" ค่ายตอบ
"..." ทีมเงียบอ่านหนังสือประหนึ่งคนหูทวนลม
"แล้วเธอล่ะ จะทำงานที่ไหน" ขุนเขาเอ่ยถามกลับไปที่คนเปิดประเด็น
"ฉันก็คงไม่พ้นบริษัทของแม่อะ" ยามเอ่ยถึงมารดา หญิงมุ่งมั่นเมื่อครู่กลับมีั์ตาหม่นลง มีนาได้ฟังความปรารถนาของเพื่อนจนครบแล้ว และเธอก็ได้แต่ยิ้มแห้งออกมา เพราะตัวเองไม่ได้มีทางเลือกมากนัก
"เอาน่า ถ้าฉันหาที่ไปไม่ได้ เดี๋ยวจะเตร่ไปอยู่บริษัทเป็เพื่อนเธอเอง" นับฟ้าอาสาปลอบเพื่อน พร้อมทั้งส่งมือเรียวบางของตัวเองเข้าแตะบ่าอันหนักอึ้งไปด้วยภาระแห่งอนาคตที่มีนาต้องแบกเอาไว้
"ห้ามลืมที่พูดด้วยนะยัยฟ้า"
"เข้าใจแล้ว" พยักหน้าน้อยๆ เพื่อเป็การเน้นย้ำให้มีนาได้สบายใจขึ้น และเวลาเดียวกัน นับฟ้าก็แอบเหลียวไปมองเ้าชายน้ำแข็ง ที่เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือจนไม่ทันฟังความของเพื่อนๆ "แล้วแกล่ะทีม สรุปว่าจะไปทำงานที่ไหน"
คนเ็าชำเลืองสายตาเล็กน้อยมองผู้ถาม "ไม่รู้"
และแน่นอนว่าคำตอบของทีมก็ทำให้ทุกคนต่างถอนหายใจเป็เสียงเดียว เนื่องจากหมดคำจะพูด สุดท้ายเพื่อนๆ ก็เริ่มทยอยออกไปหาหนังสือที่ชอบเพื่อมาสงบจิตสงบใจ
มุมนิยายวายอันเป็ที่รักยิ่งของหญิงนับฟ้า สาวตาหวานคนนี้ชอบคู่จิ้นเป็ชีวิตจิตใจ อ่านแนวหวานๆ ซึ้งๆ จนบางทีถึงกับตาปูดตาบวมไปเรียน เมื่ออินกับความรักที่สื่อผ่านตัวอักษรจนเผลอร้องไห้อยู่หลายครั้ง
"เดี๋ยวก็ร้องงอแงอยู่ในห้องอีกหรอก" เสียงไล่หลังอันบางเบาได้เอ่ยขึ้น เมื่อมือน้อยๆ ของหญิงสาวกำลังจะเอื้อมไปหยิบนิยายโหมดรักดราม่า
"มันเื่ของฉันน่า" นับฟ้าตอบอย่างไม่ดูดาย ครั้นสายตาเล่นจับจ้องสิ่งโปรดปรานตรงหน้า คนข้างๆ ก็กลายเป็อากาศทันที
"เดี๋ยวก็ตาบวมอีก ไม่กลัวขี้เหร่หรือไง"
คำพูดของคนเป่าหูที่ยืนวุ่นวายอยู่ข้างๆ ทำให้นับฟ้าถึงกับต้องค้อนหางตาชำเลืองมอง "ทำไม! ฉันก็ขี้เหร่ในสายตานายมาตลอดอยู่แล้วนี่" ว่าจบคนตัวเล็กก็สะบัดหน้าหนี เพราะถูกคำกระตุ้นให้หัวเริ่มอุ่นๆ เนื่องจากคำว่าขี้เหร่มันเป็สิ่งต้องห้ามของผู้หญิง แต่เ้าคนนิสัยไม่ดีก็ชอบค่อนแคะกันด้วยคำส่งๆ
"ฉันยังไม่ได้บอกเลยนะว่าเธอขี้เหร่" คนสูงกว่าเริ่มหลุบสายตามองข้างๆ ยามเห็นสีหน้ามุ่ยของอีกฝ่ายก็อดไม่ได้ที่จะแก้ต่างขึ้นอีกครั้ง "ใครมันจะไปสวยเท่าแฟนของผมละครับ...เนอะ!" ฝ่ามือหนาไม่รอช้าส่งเข้าลูบศีรษะตรงปรอยผมด้านหน้าของอีกฝ่าย หมายจะหยอกเอินเพื่อลดโทษ
"ไม่ต้องมาพูดเลย วันนี้นายแขวะฉันหลายรอบละนะ"
"ก็อยากเล่นด้วยไง"
นับฟ้าเอื้อมมือไปปัดฝ่ามือของอีกฝ่ายที่ถือวิสาสะมาลูบหัวกัน "เดี๋ยวมีคนเห็น เลิกลูบได้แล้วขุนเขา" ครั้นบอกคนเกเรจนเสร็จ สายตาก็เริ่มกวาดมองซ้ายมองขวาอย่างล่กๆ
"คนอื่นเขากลับไปนั่งโต๊ะกันหมดแล้ว"
"รู้ได้ยังไง"
"ก็ขุนมองพวกเขาก่อนจะมาหานับไง"
"แต่ยังไงก็เถอะ แบบนี้มันก็เสี่ยงไปนะขุน ถ้ามีคนรู้--"
"ก็รู้ไปสิ ขุนไม่ได้อยากจะปิดอยู่แล้ว มีแต่นับนั่นแหละที่กลัวอะไรไม่เข้าเื่" ขุนเขาพร่ำบ่นตัดหน้าก่อนที่นับฟ้าจะได้เอ่ยจนจบ
เมื่อความสัมพันธ์ที่ถูกล้ำเส้นเป็คู่แรกได้เริ่มต้น
ทั้งคู่คบกันได้2ปีแล้ว แต่จะบอกว่าคบก็กระไร เพราะต่อหน้าคนอื่นพวกเขาเปรียบเสมือนเพื่อนสนิทที่ทะเลาะเบาะแว้งกันตลอด แต่ลับหลังก็เป็ดั่งคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่ยังเคอะๆ เขินๆ กัน ประหนึ่งความสัมพันธ์สองปีมันสั้นราวกับสองวัน
ด้วยความที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่มหาลัย ทั้งสองคนจึงไม่สามารถหวานล้ำอะไรใส่กันได้เลย ต้องคอยจับจ้องสายตาคนอื่นอยู่ตลอดเพราะกลัวความลับจะเล็ดลอดออกไป
และเมื่อกลับถึงบ้านก็แยกย้ายบ้านใครบ้านมัน จนไม่มีเวลาได้พัฒนาให้ความรักกระเตื้องขึ้น
นั่นจึงเป็เหตุว่าทำไมทั้งสองถึงยังเก้กังเวลาอยู่กันเพียงลำพัง
แต่เื่พวกนี้คงจะไม่เกิด ถ้าหากเมื่อปีหนึ่งไม่ดันไปทำสัญญากับพวกห้าคนที่เหลือเอาไว้
"พวกเราจะไม่คบกันเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวไอ้พวกปากหอยปากปูจะนินทาได้ว่าพวกเราแสร้งเป็เพื่อนสนิทกันเพื่อกินกันเอง ฉะนั้น มาทำสัญญากันเว้ย!!"
และเสียงของผู้กำหนดสัญญาก็คือน้ำชา หญิงแกร่งปากร้ายของกลุ่ม เธอทำข้อตกลงและเพื่อนๆ ก็เห็นด้วย
เพราะใครมันจะไปคิดว่าเมื่อขึ้นปีสองจะเกิดเื่ราวจนทำให้ นับฟ้าและขุนเขาต้องจบความสัมพันธ์ของคำว่าเพื่อนสนิทลง