หลังจากที่พวกคิน, ธีร์, มินท์, และนนท์ พบกับหีบสมบัติและเปิดออก พวกเขาพบสิ่งของล้ำค่าหลายประเภท ซึ่งแต่ละชิ้นมีความสำคัญและประโยชน์ในแบบของตนเอง
ห้องที่พวกเขายืนอยู่ยังคงเต็มไปด้วยแสงอันสว่างจากคริสตัลบนผนัง ซึ่งสะท้อนประกายแวววาวจากสิ่งของในหีบสมบัติ เมื่อนำสิ่งของออกมาวางบนพื้น พวกเขาเริ่มพิจารณาและแบ่งแยกของที่พบเจอ:
“เราเจอของมีค่าเยอะมากในหีบนี้” คินกล่าว เขามองไปที่สิ่งของทั้งหมดและพูดต่อ “เราควรแบ่งสิ่งของเหล่านี้อย่างยุติธรรม”
ธีร์หยิบหนังสือสกิลการใช้หอกขึ้นมาและยิ้ม “นี่คงเป็สิ่งที่เหมาะสำหรับคิน ฉันคิดว่ามันจะเป็ประโยชน์มากในการพัฒนาทักษะการใช้หอกให้เขา”
คินรับหนังสือไปด้วยความดีใจ “ขอบคุณธีร์ ฉันจะศึกษาและใช้มันให้เต็มที่”
มินท์ยิ้มและหยิบอาวุธโล่ขึ้นมาพิจารณา “โล่นี้ดูมีพลังป้องกันที่ดี ฉันคิดว่ามันจะเป็ประโยชน์มากสำหรับเราเมื่อเผชิญกับการโจมตีหนักๆ”
“ใช่ โล่นี้เหมาะกับธีร์มาก เขาสามารถใช้มันเพื่อปกป้องกลุ่มได้ดี” คินพูด
ธีร์พยักหน้าและรับโล่ไป “ขอบคุณ ฉันจะใช้มันในการปกป้องทีมและเสริมความสามารถในการต่อสู้ของเรา”
มินท์หยิบอัญมณีธาตุไฟขึ้นมาและกล่าว “อัญมณีนี้จะเป็ส่วนประกอบสำคัญในการสร้างอุปกรณ์เวทมนตร์หรือเวทมนตร์ที่มีพลังจากธาตุไฟ ฉันจะเก็บมันไว้เพื่อใช้ในการเสริมพลังเวทมนตร์ของเรา”
นนท์เห็นเหรียญทองอยู่ในมือและกล่าว “เหรียญทองเหล่านี้มีค่ามาก เราควรเก็บไว้เพื่อใช้ในการซื้อสิ่งของหรือแลกเปลี่ยนเมื่อเรา้า”
“ตกลง เราจะเก็บเหรียญทองและใช้มันให้เกิดประโยชน์ในอนาคต” คินกล่าว
หลังจากที่แบ่งไอเทมเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขารู้สึกถึงความสำเร็จและความร่วมมือที่แข็งแกร่งที่พวกเขาได้สร้างขึ้นมา
พวกเขารวบรวมสิ่งของทั้งหมดและเตรียมตัวที่จะออกจากดันเจี้ยน เพื่อกลับไปสู่โลกภายนอกด้วยความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่พวกเขาได้รับจากการผจญภัยครั้งนี้
ในขณะที่พวกเขากำลังเตรียมตัวสำหรับการหลบหนีออกจากดันเจี้ยนนั้น พวกเขาตระหนักว่ามีเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและทีมตรวจสอบที่มีความระมัดระวังสูงอยู่รอบๆ ดันเจี้ยนเพื่อป้องกันการเข้าถึงและออกจากดันเจี้ยนโดยไม่ได้รับอนุญาต
“ตอนนี้เราต้องระวังตัวให้มากขึ้น” คินกล่าว เขาหันมองไปที่ทางออกที่ไม่มีประตูและสังเกตเห็นการตั้งกล้องและทหารที่รักษาความปลอดภัยอยู่ห่างๆ
ธีร์พยักหน้าและกล่าว “เราต้องหาทางหลบเลี่ยงการตรวจสอบและหาทางออกให้ได้”
มินท์เริ่มใช้เวทมนตร์เพื่อสร้างหมอกหนาเพื่อปกปิดการเคลื่อนไหวของพวกเขา โดยใช้คำร่ายเวทย์:
“มิสติกัส โควเวอร์”
หมอกหนากระจายออกไปทำให้พวกเขาแทบจะมองไม่เห็นได้
“ดีมาก หมอกนี้จะช่วยปกปิดเราไม่ให้เห็นได้ง่าย” คินกล่าว
พวกเขาเริ่มเดินออกไปตามเส้นทางที่หลบเลี่ยงกล้องและเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย นนท์ใช้ทักษะการสอดแนมเพื่อระบุสถานที่ที่มีกล้องและเ้าหน้าที่ประจำการ
“ตรงไปตามทางนี้ อย่าทำเสียงดัง” นนท์กระซิบ
เมื่อพวกเขากำลังเดินผ่านทางเดินที่มีการเฝ้าระวังอยู่ พวกเขาต้องระวังให้มากและใช้ความสามารถของพวกเขาเพื่อหลบหลีก เมื่อพวกเขาเข้าถึงจุดที่เป็ทางออกที่ไม่มีประตู พวกเขาต้องหาทางออกโดยการแอบผ่านช่องว่างที่ไม่ถูกตรวจจับ
“เราต้องหาทางออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด” คินบอก
พวกเขาต้องใช้การซ่อนตัวและความระมัดระวังในการเดินผ่านช่องว่างและสถานที่ที่มีการเฝ้าระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของเ้าหน้าที่และกล้อง
พวกเขาวิ่งผ่านพื้นที่ที่ปลอดภัยและออกจากดันเจี้ยนโดยไม่ถูกจับได้ ่เวลานั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่พวกเขาก็สามารถหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย
เมื่อพวกเขามาถึงที่ปลอดภัยที่พวกเขาตั้งใจไว้ พวกเขาหยุดพักและตรวจสอบสิ่งของที่พวกเขาพกติดตัว
“เราทำได้ดีมาก” คินกล่าวพร้อมกับยิ้ม
“ใช่ เรายังต้องระวังตัว แต่เราก็ได้สิ่งที่เรา้ามาแล้ว” ธีร์เสริม
มินท์และนนท์ก็พยักหน้าเห็นด้วย พวกเขารู้ดีว่าพวกเขาต้องมีการวางแผนในการต่อสู้ที่เกิดขึ้นต่อไปและจัดการกับสถานการณ์ในอนาคต
สองวันหลังจากการสำรวจดันเจี้ยนครั้งแรก คิน, ธีร์, มินท์, และนนท์ได้เดินทางไปยังดันเจี้ยนใหม่ที่ปรากฏในอำเภอข้างเคียง ดันเจี้ยนนี้มีชื่อว่า
"ดันเจี้ยนแห่งความลึกลับ" ซึ่งได้รับการรายงานว่ามีอันตรายและทรัพยากรที่มีค่าอยู่ภายใน
พวกเขามาถึงที่ตั้งของดันเจี้ยนในตอนเช้า ฟ้าสีครามสะอาดและแสงแดดอ่อนๆ ทำให้บริเวณนี้ดูเป็ธรรมชาติ แต่พวกเขารู้ดีว่าข้างใต้พื้นดินนั้นอาจเต็มไปด้วยอันตราย
“นี่คือที่ที่เราต้องสำรวจ” คินกล่าวขณะยืนอยู่ที่ทางเข้าสู่ดันเจี้ยนใหม่
“เราต้องระมัดระวังมากขึ้น เพราะดันเจี้ยนนี้ยังไม่เคยสำรวจมาก่อน” ธีร์พูด ขณะตรวจสอบอาวุธและอุปกรณ์ของเขา
มินท์เริ่มใช้เวทมนตร์เพื่อเตรียมตัวสำหรับการสำรวจ:
“เรน่า วิสติส”
ในขณะที่เธอร่ายคำเวทย์ คลื่นของแสงที่หักเหเริ่มกระจายออกไป โดยสร้างบรรยากาศที่หมอกหนาและลึกลับ หมอกนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้พวกเขาปกปิดการเคลื่อนไหว แต่ยังทำให้การมองเห็นกลายเป็ภาพลวงตาที่สร้างความสับสนให้กับศัตรูหรือเ้าหน้าที่ที่อาจจะมองเห็น
“แสงที่หักเหนี้จะช่วยปกปิดเราไม่ให้ถูกเห็นได้ง่าย” คินกล่าว
พวกเขาเริ่มเดินเข้าไปในดันเจี้ยน ซึ่งเป็ทางเดินแคบๆ และมีแสงไฟจากตะเกียงเก่าๆ ที่จุดอยู่ตามผนัง ห้องแรกที่พวกเขาเข้าสู่มีบรรยากาศที่เยือกเย็นและเงียบสงบ พวกเขาเห็นร่องรอยของการต่อสู้และกับดักต่าง ๆ ที่ถูกวางไว้เพื่อป้องกันผู้บุกรุก
“ดูเหมือนว่ามีการวางกับดักที่นี่” นนท์พูดขณะมองไปที่พื้นที่มีร่องรอยการขุดเจาะ
“เราต้องระวังไม่ให้ตกลงไปในกับดัก” ธีร์เสริม
พวกเขาพบกับกลุ่มนักสำรวจที่กำลังยุ่งอยู่กับการเผชิญหน้ากับสไลม์ธาตุต่างๆ บางกลุ่มกำลังจัดการกับกับดักที่มีความซับซ้อน บางกลุ่มกำลังช่วยกันจัดการกับมอนสเตอร์ที่ออกมาจากมุมมืด
“ระวัง! มีสไลม์ที่อยู่ข้างหน้า!” เสียงะโดังมาจากกลุ่มนักสำรวจที่พวกเขาเดินผ่าน
พวกเขาเดินผ่านห้องที่มีการต่อสู้ดุเดือด บางคนถูกาเ็และมีร่องรอยของการต่อสู้บนพื้น ห้องนี้มีซากของสไลม์และกับดักที่ถูกทำลาย นนท์หยุดและช่วยกลุ่มนักสำรวจที่กำลังช่วยเพื่อนที่ได้รับาเ็เล็กน้อยด้วยการให้คำแนะนำ
“ระวังนะครับ มีกับดักอยู่ข้างหน้า” นนท์พูดขณะชี้ไปที่กับดักที่ซ่อนอยู่
พวกเขาค่อยๆ เดินผ่านบริเวณที่มีกับดัก และต้องใช้ความสามารถของพวกเขาเพื่อหลีกเลี่ยงและข้ามผ่านมัน มินท์ใช้เวทมนตร์ตรวจสอบและระบุสถานที่ที่มีอันตรายซ่อนอยู่:
“ออรา เซนส์”
ด้วยการใช้เวทมนตร์นี้ พวกเขาสามารถเห็นและหลีกเลี่ยงอันตรายที่ซ่อนอยู่ในมุมมืดของดันเจี้ยน ขณะกำลังเดินผ่านทางเดินที่มืดมิด พวกเขาได้ยินเสียงดังและเสียงเคลื่อนไหวที่ไม่ธรรมดา
“ระวัง! มีอะไรบางอย่างอยู่ข้างหน้า” คินกล่าว
ทันใดนั้น พวกเขาเห็นสไลม์ธาตุต่าง ๆ ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด มีสไลม์ธาตุไฟ, ธาตุน้ำ, ธาตุไฟฟ้า และธาตุดิน พวกมันมีขนาดใหญ่และดูอันตรายมาก
“เราต้องจัดการกับพวกมันก่อนที่จะไปต่อ” ธีร์กล่าว ขณะเตรียมอาวุธของเขา
คินโจมตีสไลม์ธาตุไฟด้วยการใช้หอกของเขา ขณะที่มินท์ใช้เวทมนตร์เพื่อต่อสู้กับสไลม์ธาตุน้ำ
“ไฟร์บอลล์” มินท์ร่ายเวทมนตร์ ลูกบอลไฟที่มีพลังทำลายสูงพุ่งตรงไปยังสไลม์ธาตุน้ำ
นนท์ใช้ธนูและลูกศรที่มีปลายแหลมเพื่อโจมตีสไลม์ธาตุไฟฟ้า ขณะที่ธีร์ใช้ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดจัดการกับสไลม์ธาตุดิน
การต่อสู้เป็ไปอย่างดุเดือด แต่ด้วยความสามารถและการทำงานเป็ทีม พวกเขาสามารถจัดการกับสไลม์ทั้งหมดได้สำเร็จ
“พวกเราทำได้ดีมาก แต่เราต้องระวังตัวต่อไป” คินกล่าว
“ลองดูสิ่งที่ตกลงมาจากการต่อสู้” นนท์พูด ขณะเก็บเหรียญและไอเทมจากพื้น
เมื่อสไลม์ มันปล่อย:
“เรามีเหรียญและยารักษาเพิ่มขึ้น” นนท์พูด ขณะเก็บของที่พบได้ “และเรายังมีไอเทมที่อาจจะสามารถซ่อมแซมได้”
พวกเขาเดินต่อไปในดันเจี้ยนและเริ่มเห็นผู้คนกลุ่มอื่น ๆ ที่กำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์ บางกลุ่มกำลังช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมที่ได้รับาเ็ บางกลุ่มกำลังสำรวจและค้นหาทรัพยากร
ระหว่างทาง พวกเขาเห็นกลุ่มนักสำรวจที่กำลังต่อสู้กับสไลม์อย่างดุเดือด กลุ่มนั้นส่งเสียงขอความช่วยเหลือแต่คินและเพื่อนๆ เลือกที่จะเดินผ่านไปโดยไม่เข้าไปช่วย
ขณะที่พวกเขาเดินผ่านห้องที่เต็มไปด้วยซากศพของสไลม์ พวกเขาเห็นกลุ่มนักสำรวจอีกกลุ่มหนึ่งกำลังต่อสู้อย่างสิ้นหวังกับสไลม์ธาตุหลายตัว นักสำรวจเ่าั้มีสีหน้าอิดโรยและดูเหมือนจะหมดแรง แต่คินและเพื่อนๆ เลือกที่จะเดินต่อไป
“เราไม่สามารถช่วยทุกคนได้” คินบอก
พวกเขามาถึงห้องใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็ศูนย์กลางของดันเจี้ยน ห้องนี้มีประตูใหญ่ที่ทำจากเหล็กและมีลวดลายที่ซับซ้อน
“นี่คือจุดที่สำคัญ เราต้องหาวิธีเปิดประตูนี้” คินกล่าวขณะมองไปที่ประตู
“เราต้องหาวิธีที่ปลอดภัยในการเปิดมัน” ธีร์เสริม
มินท์และคินทำการตรวจสอบประตูและใช้ความสามารถของพวกเขาในการหาวิธีเปิดประตู หลังจากตรวจสอบไปสักพัก พวกเขาพบว่ามีปุ่มลับที่ต้องกดเพื่อเปิดประตู
“ลองกดปุ่มนี้” มินท์บอก
คินกดปุ่มลับและประตูใหญ่ค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นห้องที่มีบรรยากาศลึกลับ ในห้องนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเวทมนตร์และพลังงานที่หมุนเวียนอย่างรุนแรง ตรงกลางห้องมีสิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องหยุดหายใจ าาสไลม์ธาตุสายฟ้าขนาดใหญ่ที่มีประกายไฟฟ้าส่องสว่างอยู่รอบๆ
ตัวมัน มันดูน่าเกรงขามและพร้อมจะโจมตีทุกคนที่เข้ามาใกล้
“ระวัง! นั่นคือาาสไลม์ธาตุสายฟ้า” คินเตือน
“เราต้องจัดการกับมันก่อนที่จะคิดเื่สมบัติ” ธีร์เสริม ขณะเตรียมตัวสำหรับการต่อสู้
มินท์เริ่มร่ายเวทมนตร์ป้องกันเพื่อเพิ่มความสามารถในการป้องกันของพวกเขา: “บาเรีย เมจิค”
ทันใดนั้น าาสไลม์ก็พุ่งเข้ามาพร้อมกับประกายไฟฟ้า คินยกหอกของเขาและพุ่งเข้าหามัน ธีร์ใช้โล่ป้องกันการโจมตีพร้อมกับดาบเพื่อโจมตีาาสไลม์จากอีกด้านหนึ่ง ขณะที่นนท์ใช้ธนูและลูกศรเพื่อยิงจากระยะไกล
าาสไลม์ส่งประกายไฟฟ้าออกมาโจมตี คินสามารถหลบได้อย่างรวดเร็ว แต่ธีร์ใช้โล่ป้องกันตัวเองจากฟ้าผ่า ทำให้เขาชะงักเล็กน้อย แต่ยังยืนหยัดอยู่ได้
“ธีร์ ระวังตัวหน่อย!” คินะโ
ธนูของนนท์พุ่งตรงไปที่าาสไลม์ แต่ถูกไฟฟ้ารอบตัวมันสลายไป คินใช้หอกของเขาฟันตรงไปที่าาสไลม์ ทำให้เกิดแผลใหญ่ มันส่งเสียงร้องดังและโจมตีด้วยพลังฟ้าผ่าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้พวกเขาทุกคนหลบได้
ธีร์ใช้โล่ป้องกันการโจมตีที่รุนแรง และฟันลงไปที่ร่างของาาสไลม์อย่างแรง แต่าาสไลม์กลับส่งประกายไฟฟ้าออกมาโจมตี ทำให้ธีร์ต้องถอยกลับ มินท์ไม่รอช้า ใช้เวทมนตร์โจมตีเสริมเพื่อเพิ่มความเสียหาย: “ไฟร์บอล!” ลูกบอลไฟที่มินท์ร่ายพุ่งตรงไปยังาาสไลม์ ทำให้มันต้องหันเหความสนใจไปที่เธอ
“ทำได้ดี มินท์!” นนท์กล่าวขณะเล็งธนูยิงอีกครั้ง คราวนี้เขาเล็งไปที่จุดอ่อนของาาสไลม์
าาสไลม์รู้สึกถึงความเ็ปและเริ่มสลายตัวเล็กน้อย แต่ยังไม่ยอมแพ้ มันพยายามรวบรวมพลังฟ้าผ่าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้คินไม่ปล่อยโอกาสให้มันโจมตี เขาพุ่งหอกของเขาไปที่าาสไลม์และฟันตรงไปยังจุดอ่อน ทำให้มันสลายตัวลงในที่สุด
แต่ในขณะที่พวกเขาคิดว่าการต่อสู้จบลง าาสไลม์กลับปล่อยประกายไฟฟ้าออกมารอบๆ ตัว มันรวมพลังและคืนสภาพอีกครั้ง พร้อมกับการโจมตีที่รุนแรงกว่าเดิม
“ระวัง! มันยังไม่ตาย!” มินท์ะโ
าาสไลม์ปล่อยสายฟ้าออกมาโจมตีทุกคนในห้อง คินและธีร์ต้องหลบการโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรง มินท์ใช้เวทมนตร์ป้องกันเพื่อกันสายฟ้า ขณะที่นนท์พยายามหามุมที่เหมาะสมในการยิงธนู
คินถือหอกในมือแน่นและพุ่งเข้าไปหาาาสไลม์อีกครั้ง เขาหลบสายฟ้าอย่างชำนาญและโจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง หอกของเขาฟันลงไปที่าาสไลม์ทำให้มันาเ็มากขึ้น
“ธีร์ ช่วยผมด้วย!” คินะโ
ธีร์ะโเข้ามาใช้โล่ป้องกันาาสไลม์ ขณะที่คินใช้หอกฟันตรงไปที่จุดสำคัญของาาสไลม์ ขณะที่มันกำลังรวบรวมพลังเพื่อโจมตี ธีร์ใช้โล่ป้องกันการโจมตีที่รุนแรงและใช้ดาบของเขาแทงตรงไปที่จุดอ่อนของาาสไลม์
าาสไลม์รู้สึกถึงความเ็ปมากขึ้นและพยายามปล่อยสายฟ้าออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้พวกเขารู้ทัน คินใช้หอกฟันตรงไปที่จุดสำคัญ ทำให้าาสไลม์สลายตัวลงในที่สุด
เมื่อาาสไลม์สลายตัวลง พวกเขาพบหอกสายฟ้าปรากฏขึ้น
“นี่คือหอกสายฟ้า คาส ?? มันดูมีพลังและมีชีวิตชีวา” คินพูดขณะถือหอกในมือ
“มันสามารถเติบโตได้ตามการใช้งาน หมายความว่ามันจะพัฒนาตามผู้ใช้” มินท์เสริม
คินหันไปมองเพื่อนๆ แล้วถาม “ผมขอใช้หอกนี้ได้ไหม? ผมคิดว่ามันเข้ากับการต่อสู้ของผมได้ดี”
ธีร์พยักหน้า “แน่นอน คิน มันเหมาะกับนายมาก”
นนท์และมินท์ก็เห็นด้วย “มันเป็อาวุธที่ดี นายสมควรได้ใช้มัน” นนท์กล่าว
พวกเขาตัดสินใจเก็บเหรียญทองและหอกสายฟ้า พร้อมกับเตรียมตัวออกจากดันเจี้ยน ในขณะที่พวกเขากลับออกไปยังพื้นที่ปลอดภัย