“พี่ว่าไงนะมีคนจะซื้อตัวผมหรอ” ฟิวถึงกับใเมื่อหัวหน้าของเขาพูดขึ้นมาแบบนั้นเขาไม่ใช่เด็กขายและก็ไม่คิดอยากจะขายด้วยแค่นี้มันก็ทำให้เขารู้สึกไม่ดีแล้วที่ต้องมาทำงานแบบนี้เพราะไม่มีเงินถึงต้องมาทำเขาสัญญากับตัวเองว่าถ้าเขาเรียนจบเขาจะเลิกทำงานแบบนี้
“ผมไม่ทำ” ฟิวตอบออกมาอย่างไม่ต้องคิดใครกันนะที่กล้ามาซื้อเขา
“พี่ก็ยังไม่ได้ตกลงหรอกพี่บอกเขาว่ารอถามฟิวก่อน” “แล้วทำไมต้องเป็ผมด้วยครับ” ฟิวถามหัวหน้าของเขาขึ้นมาเพราะไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมถึงเป็เขาทั้งๆ ที่เด็กในร้านก็มีตั้งเยอะแยะแล้วทำไมถึงเลือกเขา
“แต่เขาเสนอเงินให้เธอเดือนละห้าหมื่นนะเขาไม่ได้อยากให้เธอมาอยู่กับเขาหรอกแต่มาหาเขาตอนที่เขา้า” ฟิวนิ่งเงียบเมื่อเหมือนกำลังใช้ความคิดอยู่เขาไม่อยากทำแต่ถ้าเขาไม่ทำค่ารักษาพยาบาลของแม่ละไหนจะค่าเทอมอีกที่มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม่ต้องใช้ยาเพิ่มขึ้นตามที่หมอสั่งต้องไปหาหมอบ่อยขึ้นเพราะแม่อาการแย่ลง
“คิดดูก่อนก็ได้นะฟิวพี่ไม่บังคับหรอกถ้าเอ็งไม่ยอมพี่ก็จะช่วยพูดให้” หัวหน้าของเขาที้งท้ายไว้แค่นั้นเขารู้ดีว่าหัวหน้าของเขาไม่ได้คิดบังคับเพียงแต่แค่อยากช่วยเขาจากความลำบากที่เป็อยู่
หลังจากส่งเด็กรายสุดท้ายเสร็จเขามารับเงินกับหัวหน้าแล้วนั่งรถกลับบ้านตลอดทางเขาคิดจนปวดหัวเขาไม่รู้จะทำไงกับชีวิตตัวเองดี
รู้ดีหรอกว่าตัวเองไม่ได้มีทางเลือกเยอะเท่าไรนักภาระที่เพิ่มขึ้นแต่เขากับทำงานได้เท่าเดิม
.
.
.
เช้าวันต่อมาฟิวมาเรียนในสภาพที่แบบขอบตาดำมากเพราะเมื่อคืนกว่าจะหลับได้ก็เกือบตีสี่ฟิวนั่งเหม่อในห้องเรียนปอนด์เพื่อนของเขาเรียกตั้งหลายรอบฟิวก็ไม่ได้ยิน
“ฟิวววววววว” เสียงปอนด์ตะคอกใส่หน้าจนทำให้ฟิวรู้สึกตัวหันมามองปอนด์ “เมื่อกี้เป็อะไรทำไมนั่งเหม่อ” ปอนด์ถามฟิวด้วยความสงสัยว่าทำไมวันนี้เพื่อนเขาถึงดูเศร้าหมองไม่ร่าเริงอย่างเท่าที่เป็
“ปอนด์คุยกับเราหรอ” ปอนด์ทำหน้าเหวอเมื่อเพื่อนที่เขาคุยด้วยตั้งนานไม่ได้ยินเขาพูดเลย ถามมาได้ว่าคุยกับใครคงคุยกับหมามั่ง
“เป็อะไรหรือเปล่าทำไมดูใจลอยมีเื่อะไรให้กังวลหรอ” ฟิวถอนหายใจออกมาอย่างหนักแล้วทำหน้าเศร้าลงกว่าเก่าปอนด์ไม่รู้ว่าฟิวมีเื่หนักใจอะไรแต่ถ้าฟิวพร้อมจะเล่าเมื่อไรเขาก็พร้อมจะรับฟังฟิวทุกเมื่อ
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะขอให้นักศึกษาไปทบทวนสิ่งที่อาจาร์ยสอนไปวันนี้เลิกเรียนได้ค่ะ”
“ไปกินข้าวกัน”
“เราไม่ไปข้างนอกนะ”
“รู้แล้วน่าสภาพแบบนี้จะกินข้าวลงหรือป่าวยังไม่รู้เลย”
“ปอนด์” ฟิวกดเสียงต่ำลง
“แฮ่ะๆ พูดเล่นน่าอย่อกนิดนึงไม่ได้หรอ”
ทั้งฟิวและปอนด์เดินมานั่งโต๊ะในโรงอาหารทั้งคู่ผลัดกันไปซื้ออาหารแล้วมากินด้วยกันรสชาติอาหารที่อร่อยและหน้าตาอาหารที่ดูน่ากินก็ไม่สามารถทำให้สีหน้าของฟิวดีตามด้วยเลย
ฟิวดูมีเื่ให้คิดตลอดเวลาบางครั้งที่ปอนด์เรียกเพื่อพยายามจะคุยด้วยแต่ฟิวกับไม่ได้ยินสะงั้นจนปอนด์ถอดใจเลยปล่อยให้ฟิวอยู่กับตัวเอง
“วันนี้ต้องไปทำงานไหม” ปอนด์ถามฟิวเพราะเป็ห่วงกลัวว่าฟิวจะทำตัวเหม่อลอยเหมือนตอนเรียนเขากลัวว่าฟิวจะไม่มีสติในการทำงานจนทำให้งานเสียได้
“ไปดิ” ฟิวตอบปอนด์สั้นๆ แล้วหันหน้าไปทางอื่นต่อ
“แต่เราว่าวันนี้พักงานก่อนเถอะ”
“ทำไม” ฟิวหันมาถามปอนด์พร้อมทำหน้าสงสัยคิดว่าปอนด์มีเื่ชวนให้ทำ
“เราว่าฟิวทำงานไม่ได้หรอกดูสภาพฟิววันนี้ดิเรากลัวว่าฟิวจะไปเหม่อลอยในที่ทำงานจนทำงานเขาเสียนะสิ”
ฟิวยิ้มตอบกลับมาแล้วส่ายหัวให้กับปอนด์
“เราไม่ได้เป็อะไรหรอกเราไหว” ฟิวบอกเพื่อนของเขาแต่ปอนด์เองก็ยังอดห่วงไม่ได้เลยกำชับฟิวตลอดทางระหว่างที่เดินออกจากคณะว่าถ้าไม่ไหวให้โทรไปหาเขาทันทีเขาจะได้ไปรับกลับบ้านฟิวพยักหน้ารับแล้วทั้งคู่ก็เดินแยกกันไปคนละทางปอนด์กลับหอฟิวก็เดินไปรอรถเมย์หน้ามหาลัยถึงปากบอกว่าไม่ได้เป็อะไรแต่ใจเขารู้ดีว่าเขากำลังเป็อะไรใจนึงก็อยากได้เงินแต่ใจนึงเขาก็ไม่อยากขายตัวทำไมชีวิตเขาถึงตกต่ำได้ขนาดนี้หมอบอกว่าถ้าไม่รับยาเพิ่มแม่ก็จะอาการทรุดหนักลงไปอีกคำพูดของหมอที่รักษาแม่ยังก้องอยู่ในหัวของเขาจะทำยังไงดีหรือเขาจะขอคุยกับคนที่จะซื้อเขาก่อนแล้วค่อยว่ากันทีหลังคิดได้ดังนั้นเขาก็ตัดสินได้ทันที
“หัวหน้าครับผมคิดว่าจะขอคุยกับคนที่จะซิ้อผมก่อนได้ไหมครับ” ฟิวอยากตกลงกับเขาว่าจะทำไงถ้าเขาอยากให้ฟิวไปหาเขาเวลาไหนฟิวจะได้รู้และใช้เวลาที่เหลือไปทำงานอย่างอื่นต่อแค่ค่าตัวเดือนละห้าหมื่นคงไม่พอสำหรับเขาที่ต้องดูแลแม่ด้วยเขาจึงต้องทำงานเพิ่มอีกแต่ถ้าคนที่จะซื้อเขาตกลงยอมรับข้อเสนอนี้เขาจะคิดดูอีกที
“โอเคเดียวพี่ติดต่อกับเขาดูว่าจะยังไง”
“ผมขอคุยกับเขาตัวต่อตัวได้ไหมครับ”
“จะดีหรอมันเท่ากับว่าเธอยอมไปครึ่งหนึ่งแล้วนะ”
“ผมมีทางเลือกด้วยหรอครับ”
หัวหน้าของเขาเหมือนจะชั่งใจสักพักก็กดโทรหาบุคคลนั้นฟิวไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกันบ้างเพราะมัวแต่ใจลอยอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง
“เขาตกลงจะมาเจอฟิวนะ” หัวหน้าของเขาบอกฟิวหลังจากที่คุยโทรศัพเสร็จเรียบร้อยฟิวพยักหน้าแล้วก็เริ่มทำงานในคืนนี้แต่ใจของเขาก็ไม่ค่อยสงบสุขสักเท่าไรนัก
“วันนี้ทำไมทำหน้าเหมือนคนไม่ค่อยมีความสุขเลยค่ะ” หญิงสาวขายบริการที่ฟิวกำลังขับรถไปส่งให้กับลูกค้าถามขึ้นเพราะตลอดทางที่ฟิวขับรถมาส่งเธอฟิวมีใบหน้าที่ไม่ค่อยดีนักทุกครั้งที่เธอนั่งรถไปกับฟิวเธอกับฟิวจะคุยกันสนุกสนานไม่มีเครียดแต่วันนี้ฟิวดูแปลกไป
“ผมมีเื่ให้เครียดนิดหน่อยครับ”
“พี่ว่าไม่นิดแล้วมั่งคิวผูกกันเป็โบขนาดนั้น”
เธอพูดตามที่เธอเห็นซึ่งฟิวก็ทำหน้าอย่างที่หญิงสาวพูดจริงฟิวคิดแล้วคิดอีกว่าจะถามหญิงสาวตรงหน้าดีไหมหรือเขาควรกับไว้ในใจดีฟิวเงียบไปสักพักนึงเลยตัดสินใจถามขึ้น
“พี่ครับผมมีเื่จะถาม” ฟิวเงียบไปสักพักก่อนจะหันมาถามหญิงสาว
“เื่ของผม......ที่มีคนจะซื้อตัวผมพี่คิดว่าไง” หญิงสาวทำหน้าใเมื่อได้ยินเธอคงแปลกใจว่าจะมีคนซื้อเด็กผู้ชายแบบฟิวด้วยหรอแล้วเขาไปเจอฟิวที่ไหนถึงอยากได้ฟิว
“แล้วคนที่จะซื้อฟิวผู้หญิงหรือชาย” ฟิวเงียบไปเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ใช่สิั้แ่หัวหน้าบอกเขาว่ามีคนอยากซื้อตัวเขาเขายังไม่เคยถามหัวหน้าเลยว่าผู้หญิงหรือผู้ชายที่จะซื้อ
“ผมก็ไม่รู้ครับ” ฟิวบอกไปตามตรง
“อะไรของเธอเนื้ยฟิวจนป่านนี้แล้วยังไม่รู้อีกหรอว่าเขาเป็ใคร”
หญิงสาวถึงกับงงกับสิงที่ฟิวบอกเธอไม่คิดว่าฟิวจะโง่ขนาดนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็ใครแทนที่จะถามหัวหน้าก็ไม่ยอมถามพอเป็เื่ของพวกเธอฟิวจัดการให้ได้ทุกอย่างที่เื่ของตัวเองนี่โง่จังงงง
“เอางี้นะฟิวไปถามก่อนนะว่าคนที่จะซื้อฟิวอะผู้หญิงหรือผู้ชายฟิวจะได้ตัดสินใจถูกว่าจะทำไงต่อ”
“ครับขอบคุณพี่มากนะครับ”
“แล้วถ้าเป็ผู้ชายละฟิวจะทำไงแล้วข้อเสนอของเขาทำให้ฟิวอยู่สบายหรือเปล่าพี่ไม่ได้สนับสนุนให้ทำนะแต่เราไม่มีทางเลือกไม่ใช้หรอ” ฟิวพยักหน้ารับคำแนะนำนั้นไป
ที่เธอพูดก็ถูกเพราะเกือบทุกคนที่มาทำงานนี่ก็เพราะเื่เงินทั้งนั้นแหละถ้าไม่ใช้เพราะเงินใครเขาจะมาทำงานแบบนี้ฟิวเองก็เช่นกัน
ฟิวส่งหญิงสาวหน้าคอนโดของเสี่ยคนหนึ่งฟิวรอจนกว่าเสี่ยคนนั้นลงมารับหญิงสาวไปฟิวถึงจะกลับมารอเธอที่ร้าน วันนี้ฟิวส่งผู้หญิงให้ลูกค้าแค่งานเดียวนอกนั้นฟิวก็อยู่ร้านคอยให้คำแนะนำกับลูกค้าที่มาใช้บริการในร้าน
ครืด ครืด ครืด ครืด ครืด เสียงโทรศัพดังขึ้น
“ว่าไงครับพี่วันนี้ให้ผมไปรับไหม”
“ไม่ต้องหรอกคืนนี้เสี่ยให้พี่อยู่ต่อ”
“ครับ”
หลังจากที่วางสายฟิวก็ขอตัวกลับบ้านปล่อยให้เด็กในร้านทำงานต่อที่จริงงานในร้านไม่ใช่หน้าที่ฟิวแต่เพราะฟิวเป็คนมีน้ำใจถึงช่วยไม่ได้มากแต่ก็อยากช่วย
พอถึงบ้านฟิวรีบตรงไปหาแม่มาดูแม่ว่าเป็ไงบ้าง่นี้อาการแม่ไม่ดีนักแม่ผอมลงมากเพราะแม่ไม่ค่อยกินข้าวแม่บอกว่าแม่เบื่ออาหารกินอะไรไม่ค่อยลงฟิวนั่งมองแม่ที่ตอนนี้กำลังหลับอยู่ด้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยวเขารักแม่เป็ห่วงแม่เขาไม่อยากให้แม่เป็อะไรหวนนึกถึงคำพูดของหญิงสาวถ้าเป็ผู้ชายฟิวจะทำไงซึ่งฟิวเองก็ไม่รู้เลยถ้าเป็ผู้ชายฟิวจะรับงานนี้ไหมเขาไม่เคยนอนกับผู้ชายแต่กับผู้หญิงเขาก็ไม่เคยเหมือนกันพูดง่ายๆ เลยว่าเขายังซิง
“พึ่งกลับมาหรอลูกกินข้าวมาหรือยัง” แม่ถามฟิวเมื่อตื่นมาแล้วเห็นฟิวนั่งมองแม่อยู่
“กินแล้วครับกำลังจะไปอาบน้ำ” ฟิวตอบแม่แล้วรีบลุกไปอาบน้ำฟิวไม่อยากให้แม่เห็นความอ่อนแอของเขา
.
.
.
“วันนี้ก็ทำหน้าเศร้าอีกแระ” ปอนด์ทักฟิวเมื่อเห็นว่าฟิวนั่งทำหน้าเศร้าเหมือนเมื่อวาน
“เป็อะไรหรือเปล่าบอกเราได้นะ”
“เราไม่ชอบที่ฟิวเป็แบบนี้เลยอะ”
ฟิวส่ายหัวให้เพื่อนเป็การบอกว่าตนเองไม่เป็อะไรแต่เขาก็ยังทำหน้าเศร้าอยู่เหมือนเดิม
“ปอนด์ถ้าปอนด์จำเป็ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ครอบครัวตัวเองอยู่รอดปอนด์จะทำไม” อยู่ดีๆ ฟิวก็ถามปอนด์ขึ้นมาดื้อๆ ปอนด์หันมามองเพื่อนด้วยความสงสัยกับคำถามที่ไม่รู้ว่าฟิวจะสื่อถึงอะไร
“ก็ต้องดูว่าเื่นั้นมันอยากเกินไปไหมแต่ถ้าเป็ฉันอะไรที่พอจะช่วยครอบครัวได้ถ้าไม่ยากเกินไปฉันยอมทำนะเพื่อครอบครัว” ปอนด์บอกฟิวแล้วหันไปเรียนต่อโดยไม่ได้สนใจอะไรฟิวอีกแต่กับฟิวคำพูดเมื่อกี่ของปอนด์มันทำให้ฟิวตัดสินใจอะไรได้เขาไม่สนใจอะไรแล้วตอนนี้เขาขอแค่ครอบครัวเขาอยู่รอดก็พอ