ตอนที่ 13 หม้อร้อน (1)
ซย่าเสี่ยวฉานกลับไม่รู้ว่านางสร้างความเกลียดแค้นให้หลี่ฉงเหวินเข้าอีกแล้ว แน่นอนว่าต่อให้รู้ นางก็ไม่สนใจ
คนบางคนก็เหมือนงูตะกละ ละโมบไม่รู้จักพอ รู้จักแต่เคียดแค้นผู้อื่น ไม่ว่าเื่ใดล้วนเป็ความผิดของผู้อื่น ตนเองไม่เคยผิด จัดการคนเช่นนี้ต้องทำให้ความปรารถนาของเขาไม่มีวันเป็จริงได้แม้แต่เสี้ยวเดียว คนประเภทนี้จะต้องทรมานไปชั่วชีวิตแน่นอน
หลี่ฉงเหวินไม่เคยทำการค้า ย่อมไม่เข้าใจอุบายของพ่อค้าเหล่านี้ เห็นเถ้าแก่ต่อรองราคากับเขาก็คิดว่าเถ้าแก่สนใจจริงๆ ไหนเลยจะรู้ว่าเถ้าแก่ผู้นี้ไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น เพียงแค่้าถ่วงเวลาเท่านั้น
ขณะที่เถ้าแก่กับหลี่ฉงเหวินพูดคุยกันอยู่ ชายผู้มีลักษณะเหมือนคนครัวผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาพูดกับเถ้าแก่หลายประโยค เถ้าแก่ที่คุยอยู่กับหลี่ฉงเหวินอยู่จึงเอ่ยขึ้น “คุณชายหลี่ โปรดรอสักครู่ ข้ามีเื่เล็กน้อยต้องไปทำ”
ในใจหลี่ฉงเหวินเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี รีบกล่าวว่า “เถ้าแก่ อย่าเพิ่งไป ราคาพวกเราตกลงกันดีแล้ว”
เถ้าแก่ยิ้ม แล้วตอบว่า “คุณชายหลี่ ในเมื่อตำราของท่านเป็ของดี ยังจะทุกข์ใจสิ่งเหล่านี้ไปทำไม ท่านรอสักครู่ อีกเดี๋ยวข้าก็กลับมา”
เถ้าแก่เดินตามคนครัวที่อยู่ข้างๆ และหายตัวไปอย่างไม่เห็นเงาทันที หลี่ฉงเหวินมองจนกัดฟัน แต่กลับไม่มีหนทางอื่น
อีกด้านหนึ่งหลังจากเถ้าแก่เหลาฟู่กุ้ยผู้นี้เข้าไปยังลานหลังบ้าน เห็นว่ารอบข้างไม่มีคนนอกแล้วก็กล่าวกับหนิวเอ้อคนครัว “หนิวเอ้อ ที่เ้าพูดเป็เื่จริงหรือ แม่นางน้อยผู้นั้นพูดจริงหรือ”
“เถ้าแก่ จริงแท้แน่นอน แม่นางน้อยผู้นั้นบอกว่า หากเถ้าแก่ซื้อตำราเล่มนั้นจะต้องเสียใจแน่นอน เพราะว่าตำรานั้นข้างนอกสุกใสข้างในเป็โพรง ไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย ข้อความในนั้นมิใช่สิ่งดี มิใช่ตำราลับแต่อย่างใด”
เถ้าแก่พยักหน้ากล่าวว่า “เื่นี้ข้ารู้ เห็นหลี่ฉงเหวินผู้นั้นพูดจาคลุมเครือทั้งยังรีบร้อนก็รู้แล้วว่าตำราเขาชอบมาพากล เพียงแต่ไม่คิดว่าแม่นางน้อยผู้นี้จะน่าสนใจ คาดไม่ถึงว่าสามารถทำหม้อร้อนที่ว่าออกมาได้จริงๆ”
หนิวเอ้อเองก็มีสีหน้าตื่นเต้นเต็มใบหน้า พูดว่า “เถ้าแก่ แม่นางผู้นั้นปรุงรสเสร็จ ก็ให้พวกข้าเข้าไปชม อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย กลิ่นนั้น จุ๊ๆ หอมยิ่งนัก ข้าน้อยเห็นแล้วยังท้องร้อง อยากลองชิมสักคำจริงๆ”
“ดีเพียงนั้นเชียวหรือ”
“ยังไม่ทันได้ชิม แต่พอได้กลิ่นน้ำลายก็แทบจะไหลแล้ว ข้าน้อยอยากกินจนแทบทนไม่ไหว”
เถ้าแก่ตามหนิวเอ้อเข้าไปในครัวทันที ในห้องครัว น้ำแกงหม้อไฟของซย่าเสี่ยวฉานกำลังต้มอยู่ในหม้อ เพียงเปิดเตาก็สามารถใส่ผักและเนื้อต่างๆ ต้มกินได้ทันที
เมื่อหมุนตัวก็เห็นเถ้าแก่เหลาฟู่กุ้ยเดินเข้ามา นางไม่รู้สึกประหลาดใจแม้แต่น้อย ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เถ้าแก่ ใกล้เสร็จแล้ว ท่านรออีกสักครู่”
เถ้าแก่มองเครื่องแกงสีแดงเดือดในหม้อ ได้กลิ่นหอมเย้ายวนใจ ดวงตาเป็ประกายพลางกล่าวว่า “แม่นางน้อย ทำหม้อร้อนนี้ให้ดี หากทำได้ดี เื่ราคาย่อมไม่เป็ปัญหา”
เื่เหล่านี้ชาติก่อนก็เคยพบเจอมาแล้ว ครั้งนี้ทำหม้อร้อนใหม่อีกครั้ง ซย่าเสี่ยวฉานก็มั่นใจมากขึ้นหลายส่วน นางกล่าวกับเถ้าแก่อย่างสบายอารมณ์ “เถ้าแก่ เมื่อใดที่ท่านร่ำรวยมั่งคั่ง อย่าลืมคิดถึงข้าน้อยก็พอ”
เถ้าแก่หรี่ตาลง เอ่ยว่า “แม่นางน้อย สมพรปากเ้า”
เถ้าแก่อยู่ข้างๆ มองซย่าเสี่ยวฉานใส่เนื้อและผักต่างๆ ลงในหม้อแกง ขณะต้มก็อธิบายไปด้วย “หม้อร้อนนี้มีอีกชื่อว่าหม้อไฟ วิธีกินที่ดีที่สุดคือต้มไปด้วยกินไปด้วย เถ้าแก่ต้องใช้หม้อร้อนใบเล็กที่ทำขึ้นพิเศษเพื่อใส่น้ำแกง ใต้หม้อต้องใช้ถ่านคุณภาพดีมาเผาไหม้ ทำให้หม้อร้อนและต้มไปพร้อมๆ กัน กินเข้าไปก็จะทั้งเผ็ด ทั้งหอม ทั้งอร่อย หากกินในฤดูหนาวจัด ร่างกายก็จะอุ่นขึ้น”
ยิ่งเถ้าแก่ได้ฟังคำพูดของซย่าเสี่ยวฉาน ประกายในดวงตาเขาก็ยิ่งแวววับ