“ถวายพระพรเพคะฮองเฮา” เสียงทักทายอันไพเราะของหญิงสาวนี้ดังขึ้นท่ามกลางความอิ่มเอมความสุขของพระนาง โดยต้นเสียงนั้นอยู่ทางฝั่งซ้ายที่ขณะนี้มีขบวนที่แสดงถึงฐานะในวังหลังแห่งนี้และผู้ที่กล่าวนั้นคือ ‘จ้าวกุ้ยเฟย’
จ้าวกุ้ยเฟยผู้นี้นั้นเดิมทีเป็คุณหนูสามของราชครู ที่ได้ตบแต่งเข้าวังมาก็ได้รับโปรดปรานจากฮ่องเต้เป็อย่างมาก ตำแน่งถึงได้ก้าวะโไวและตัวนางเองค่อนข้างที่จะไม่ชอบลู่ฮองเฮาเป็อย่างมาก เหตุเพราะตนนั้นชังผู้ที่อ่อนหวาน และอ่อนแอ หากว่าตระกูลของฮองเฮานั้นไม่กุมอำนาจทางทหาร ป่านนี้ตัวนางเองคงได้นั่งบนบัลลังก์หงษ์เสียแล้ว คิดแล้วก็แค้นใจนักแต่ทว่าก็ต้องทำเป็เคารพ โดยที่นางเองก็อยากกำจัดฮองเฮาผู้นี้ให้พ้นๆทาง นางจะได้เป็ใหญ่ในวังหลังสักที
“ลุกขึ้นเถอะ จ้าวกุ้ยเฟยเองก็มาชมดอกเหลียนฮวาด้วยรึ” ลู่ฮองเฮาทรงทอดพระเนตรมองกิริยาที่นางแสดงออกมาหาใช่การเคารพตนไม่ แต่นางนั้นกลับไม่สนใจแต่ยังเอ่ยถามด้วยความอ่อนโยนดั่งพี่น้อง
ตรงกันข้ามกับเหล่าขันทีนางสนม โดยเฉพาะกงเหนียงที่เป็นางกำนัลคนสนิทที่ตอนนี้โกรธแทนพระนาง ที่โดนลบลู่ หยามเกียรติผู้เป็นายตน สงสารก็แต่พระนางที่ชอบมักจะอ่อนโยนใจดี ใครดีมาหน่อยก็บอกว่าผู้นั้นเป็คนดีเสียแล้ว พอตัวนางมองไปยังผู้เป็นายก็ได้แต่เก็บความแค้นไว้ในใจ
“เพคะ” จ้าวกุ้ยเฟยตอบรับและเดินเข้ามาใกล้พระนาง “ฮองเฮาทราบหรือไม่เพคะ ว่าคืนที่ผ่านมาฝ่าาเสด็จไปที่ตำหนักใด”
การที่จ้าวกุ้ยเฟยเอ่ยถามพระนางแบบนี้มันช่างหยามพระนางยิ่งหนัก กงเหนียงได้แต่กำผ้าในวงแขนอย่าเคืองโกรธ ตรงกันข้ามกับลู่ฮองเฮาเพลานี้กลับมองไปยังวิหคสีขาวที่กำลังคาบปลาแล้วบินหนีไป
“....”
“พระองค์เสด็จไปหาเจิ้นไฉหนวี่ ที่ฮองเฮารับเข้ามาวันก่อนยังไงละเพคะ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงสาวได้กล่าวออกมาอีกครั้งทำให้ตนนั้นก็ขมวดคิ้ว
“ก็เป็ปกติของฝ่าาอยู่แล้ว ที่ต้องเลือกป้ายตำหนักของสนม” ลู่ฮองเฮาพูดออกไปพร้อมกับรอยยิ้มที่จริงใจหาเสแสร้งไม่ ทำให้จ้าวกุ้ยเฟยถึงกับตะลึงในรอยยิ้มนั้นแถมยังความคิดของพระนางที่ได้ตรัสออกมา
“พระนางช่าง.......” 'ซื่อบื้อเหลือเกิน' คำนี้จ้าวกุ้ยเฟยไม่พูดออกไปพร้อมกับทูลลา “ถ้าเช่นงั้นหม่อมฉันขอทูลลาเพคะ”
เมื่อขบวนของจ้าวกุ้ยเฟยจากไป กงเหนียงซึ่งสังเกตและรับรู้ถึงสายตาของจ้าวกุ้ยเฟยผู้นั้นแล้ว ได้แต่เก็บไว้ใจเพราะยังไงฮองเฮาของนางก็ไม่ชอบที่จะทะเลาะหรือมีเื่กับผู้ใด แต่เหตุการณ์วันนี้นางต้องแจ้งกับ "เฉินกงกง"
ผ่านไปสองชั่วยามแล้วลู่ฮองเฮาก็ยังนั่งทอดพระเนตรดูสระที่เต็มไปด้วยเหลียนฮวา ทันใดนั้นมีแสงสะท้อนจากก้นสระตรงหน้า พระนางสงสัยว่ามันคือแสงอะไร พลันยกมือขึ้นขยี้ตาดูอีกครั้งก็ยังเห็นแสงระยิบพระนางก็ลุกขึ้นเดินไปดู
“ฮองเฮาจะเสด็จไปไหนหรือเพคะ” กงเหนียงก็สงสัยว่าพระนางจะเสด็จไปไหน
“ข้าเห็นแสงอะไรมิรู้ที่กลางสระ พวกเ้ามิเห็นรึ!?” ลู่ฮองเฮาชี้ไปที่กลางสระน้ำให้นางกำนัลคนสนิทดู กงเหนียงได้ฟังแล้วก็เพ่งตามองไปตามที่พระนางชี้ให้ดู
“หม่อมฉันไม่เห็นเลยเพคะ” กงเหนียงก็เดินตามพระนางไป
ทว่าทันใดนั้นก็มีขันทีชราผู้นึง ในมือนั้นอุ้มแมวขนสีดำขนฟูไว้ด้วย ในขณะที่กำลังวิ่งหนีทหารองครักษ์มาทางลู่ฮองเฮากำลังชะเง้อตัวดูแสงประหลาดกลางสะพานไม้ จู่ๆแมวสีดำตัวนั้นก็ะโไปที่ศีรษะของฮองเฮาอย่างรวดเร็ว พระนางใยกมือขึ้นแกะแมวให้ออกไปจากศีรษะของนาง กงเหนียงเห็นดังนั้นจึงรีบหวังจะเข้าไปช่วย
แต่เหมือนว่าวันนี้โชคจะไม่เข้าข้างลู่ฮองเฮา แมวที่เกาะอยู่บนศีรษะก็ะโออกไปหากงเหนียง ทำให้พระนางลื่นไปชนราวสะพานไม้ ราวไม้นั้นหัก ทำให้พระนางตกลงไปในสระน้ำ
“ตู๊ม!!!!!!!!!”
“ฮองเฮา!!!!!!” ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างะโขึ้นอย่างพร้อมเพียงกัน กงเหนียงได้สติก่อนใครก็รีบะโขอความช่วยเหลือ ทหารองครักษ์ที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็ลังเลในการช่วยเหลือ เหตุเพราะไม่มีผู้ใดกล้าที่จะยอมโดนตัดหัวในข้อหาััสตรีของจักรพรรดิ แต่เพราะเสียงของกงเหนียงนางกำนัลคนสนิทที่ะโพร้อมกับร้องไห้ทำให้พวกเขาต่างก็รีบะโลงไปช่วยพระนางทันที
ด้วยชุดที่เต็มยศไหนจะมงกุฎหงส์ที่หนัก ทำให้ตัวพระนางดำดิ่งลงสู่ก้นสระน้ำพระนางพยายามดันตัวเองให้ขึ้นไปสู่ผิวน้ำ แต่เหมือนกับว่ายิ่งพระนางขยับตัวมากเท่าใดฉลองที่สวมใส่ก็พลันให้ต้นเหลียนฮวานั้นเกี่ยวรั้งร่างไว้ พระนางพยายามอย่างสุดความสามารถจนเรี่ยวแรงเริ่มที่จะหมดพร้อมกับลมหายใจ
ครึ่งก้านธูปผ่านไป ทหารองครักษ์ก็พบเจอร่างของพระนาง และนำขึ้นมาบนฝั่งได้สำเร็จ กงเหนียงรีบรุดเข้าไปหาร่างอันเย็นของผู้เป็นาย
“ฮองเฮาเพคะ ฮองเฮาฟื้นสิเพคะ ใครก็ได้ตามหมอหลวงที ฮื้ออออออออ” เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังลั่นพร้อมกับเสียงร้องไห้ของนางกำนัลและขันที ทั้งเสียใจและใ
---------------------------------------
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ