เช้าวันต่อมา
วันนี้ก็เป็อีกวันที่หนิงหนิงตื่นแต่เช้ามาเพื่อเตรียมของไปเยี่ยมบ้านเด็กสาวที่วุ่นอยู่กับการเตรียมของไปบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านโดยมีเ้าตัวเล็กคอยวิ่งตาม พอพูดถึงเ้าตัวเล็กนี่แล้วมันก็ยังสกปรกมอมแมมเหมือนเดิมเพราะนางยังไม่มีเวลาว่างไปอาบน้ำให้
ส่วนน้องชายนั้นอย่าพูดเลยเขาเป็แค่เด็กสี่หนาว ถึงเขาจะดูแก่แดดไปหน่อยก็เถอะแต่ก็เป็แค่เด็กสี่หนาวอยู่ดี นางจึงไม่ยอมให้น้องชายเอาแมวไปอาบน้ำเองเพราะเดี๋ยวเขาจะทำมันเจ็บ
“มิ้ว~~”
หนิงหนิงเอาชามข้าววางไว้มันกินก่อนจะหันไปเตรียมมื้อเช้าต่อ ซึ่งเ้าตัวเล็กก็เป็เด็กดีเอามากๆเมื่อได้ข้าวแล้วมันก็เลิกกวนนาง แล้วหันไปสนใจข้าวในชามแทน
“อื้อ...สงสัยคงต้องหานมแพะมาให้มันกินด้วยแล้วละ”เด็กสาวบ่นพึมพำออกมาก่อนจะคิดว่าเข้าเมืองครั้งหน้า นางต้องลองไปหานมแพะมาให้เ้าตัวเล็กนี่หน่อย
“มิ้ว~~”
“หืมมาอ้อนแบบนี้จะเอาอะไรอีกละ”
หนิงหนิงมองก้อนขนที่กำลังเกาะขานางด้วยความสงสัยพอนางหันไปมองชามข้าวก็เห็นว่ามันหมดแล้ว นางจึงได้แต่หัวเราะออกมาก่อนจะนึกได้ว่าก็แมวนี่เนอะมันจะขออะไรได้อีกนางจึงเดินไปหยิบชามข้าวมาเติมอาหารให้มัน
หลังจบมื้อเช้าแล้วหนิงหนิงก็ให้น้องชายอยู่เฝ้าบ้าน ซึ่งเขาก็ตอบรับด้วยความยินดีพร้อมกับอุ้มแมวไว้ในอ้อมแขน จนหนิงหนิงได้แต่สงสัยว่าสรุปแล้วเขาแค่อยากจะอยู่บ้านเล่นกับแมวใช่ไหม ดังนั้นเขาจึงมีความสุขมากที่ไม่ได้ออกไปกับนางสินะหนิงหนิงคิดในใจ แต่ฝีเท้าก็ยังเดินตรงไปยังบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน
ในระหว่างทางนางก็ได้พบกับเหล่าชาวบ้านที่กำลังแบกจอบไปทำงาน ซึ่งก็มีบางคนหันมาทักทายนางส่วนนางก็ได้แต่ตอบกลับไปอย่างงง กับความเปลี่ยนแปลงของพวกชาวบ้าน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ”เด็กสาวได้แต่พูดในใจ ถึงอย่างงั้นบนใบหน้านางก็ยังคงปรากฏรอยยิ้มหวานคอยทักทายเหล่าชาวบ้านด้วยเสียงหวาน
จนทำให้เหล่าชาวบ้านเริ่มเชื่อแล้วว่าแม่นางน้อยตรงหน้านั้นความจำเสื่อมจริง ตามความจริงแล้วหนิงหนิงนางบอกท่านหมอชุนว่าความทรงจำของนางนั้นหายไปบางส่วน แต่พวกชาวบ้านกลับเข้าใจว่าแม่นางน้อยนั้นจำอะไรไม่ได้เลย
ซึ่งนี่ก็เป็สาเหตุที่ทำให้นิสัยของนางเปลี่ยนไปแน่นอนว่าคนต้นเื่อย่างหนิงหนิงนั้นไม่รู้เื่นี้เพราะถ้านางรู้นางคงจะบอกจะแค่ว่า เอาเลยเอาที่สบายใจนางี้เีอธิบาย
เมื่อมาถึงบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านหนิงหนิงก็ได้มองประตูบ้านใหญ่เบื้องหน้าด้วยความครุ่นคิดเพราะนางกำลังคิดว่าตอนสร้างบ้านใหม่ นางจะสร้างแบบนี้บ้างดีไหมเพราะมันดูแข็งแรงดี ก่อนนางจะเลิกสนใจ แล้วเดินไปเคาะประตู
“ท่านลุงจางอยู่หรือไม่เ้าคะ”หนิงหนิงะโเรียกคนในบ้าน
“อยู่อยู่ อ้าวเสี่ยวหนิงหนิงเองหรือ มาแต่เช้าเชียว แล้วนี่กินข้าวมาหรือยังล่ะถ้ายังก็มากินกับลุงได้นะ”
หัวหน้าหมู่บ้านจางที่เดินมาเปิดประตูเมื่อเห็นว่าคนที่มาหาตนเป็เด็กสาวบ้านหลี่เขาก็เอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย เพราะกลัวนางจะกลัวเสียงตน
“กินมาแล้วเ้าค่ะว่าแต่ท่านลุงพอจะมีเวลาว่างคุยกับข้าไหมเ้าคะ”
“ยังไงก็เข้ามาก่อนเถอะเดี๋ยวค่อยคุยกันลุงยังมีเวลาคุยกับเ้าอยู่”
“เ้าค่ะ”หนิงหนิงเอ่ยตอบ ก่อนจะเดินตามหลังของหัวหน้าหมู่บ้านที่นางเรียกว่าท่านลุงจางเข้าไปในบ้าน
เมื่อเข้ามาในบ้านแล้วนางก็เห็นว่าครอบครัวของเขากำลังกินมื้อเช้ากันอยู่ ซึ่งบนโต๊ะก็มีภรรยาของเขาแล้วก็ลูกชายที่ดูอายุประมาณห้าถึงหกหนาว และลูกสาวที่อายุเท่านางส่วนลูกชายคนโตของเขานั้น ทำงานอยู่ในตัวเมือง
“สวัสดีเ้าค่ะท่านป้าจางเนี่ยนเจินแล้วก็น้องชายเหวิน ต้องขอโทษที่มารบกวนแต่เช้า”
“หนิงหนิงเองหรือแล้วนี่กินข้าวมาหรือยังละ”ป้าจางหรือภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านถามเด็กสาวด้วยน้ำเสียงหยาบกระด้างถึงแม้ในใจนางจะรู้เื่ที่เด็กสาวเบื้องหน้านั้นความจำเสื่อมแต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังไม่ลืมเื่ที่เด็กสาวเคยทำกับลูกสาวของนางอยู่ดี
“ข้ากินมาแล้วเ้าค่ะที่มาวันนี้เพราะข้าเื่ที่จะคุยกับท่านลุงจางแล้วก็อยากมาขอโทษเนี่ยนเจินในเื่เมื่อคราก่อนที่ข้าเคยไปแย่งเครื่องประดับผมของนาง” ว่าจบหนิงหนิงก็หยิบปิ่นออกมา
ตัวปิ่นทำมาจากเงินส่วนปลายด้ามประดับด้วยดอกไม้ดอกเล็กสีขาวซึ่งทำออกมาได้อย่างสวยงามซึ่งปิ่นอันนี้ก็ราคาอยู่ที่หนึ่งตำลึง ราคาเดียวกันกับเครื่องประดับผมที่นางคนก่อนพยายามจะแย่งมาจากเด็กสาวแน่นอนว่าพอนางเอาปิ่นออกมา มันย่อมดึงดูดความสนใจของจางเนี่ยนเจินที่กำลังกินข้าวอยู่
“ปิ่นนี่เ้าให้ข้าจริงๆหรือ”
“ใช่ข้าตั้งใจเอาเพื่อเป็ของขวัญขอโทษที่ข้าทำเครื่องประดับของเ้าตกน้ำ”
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่ขอเกรงใจนะ”
เนี่ยนเจินหยิบปิ่นขึ้นมาดูด้วยความพอใจบอกตามตรงว่านางเองก็เคยรู้สึกเสียดายเครื่องประดับผมที่หายไปอยู่แต่ตอนนี้นางก็ได้ปิ่นมาแทนแล้วนางจึงถือว่าเื่บาดหมางระหว่างนางกับหนิงหนิงนั้นจบแค่นี้พอเพราะเท่าที่นางดูก็เห็นว่าอีกฝ่ายรู้สึกผิดจริงๆ
“เอาละในเมื่อเ้าอุตส่าห์ซื้อปิ่นอันนี้มาขอโทษข้าถ้างั้นเื่ก่อนหน้านี้ข้าก็จะยกโทษให้เ้า ดังนั้นนับจากนี้ไปข้าจะให้เ้ามาเป็สหายของข้า”เด็กสาวเบื้องหน้าหนิงหนิงพูดด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งเล็กน้อยประหนึ่งตัวเองเป็นางร้ายในละครทำเอาหนิงหนิงได้แต่มองนางด้วยสายตาว่างเปล่า
“....” หนิงหนิง
“ทำไมละหรือเ้าไม่อยากเป็สหายกับข้า”
“ไม่ไม่ ข้าก็แค่...กำลังดีใจอยู่น่ะ ใช่ดีใจที่ได้เป็เพื่อนกับเ้า”เอาเถอะตอนนี้ควรพูดตามน้ำอีกฝ่ายไปก่อน ส่วนเื่ไว้เดี๋ยวค่อยคิดแล้วกัน
หนิงหนิงบอกกับตัวเองในใจอย่างนั้นแต่นางกับไม่รู้เลยว่า เพราะคำพูดเอ่ออ่อไปกับอีกฝ่ายจะกลับมาสร้างความปวดหัวให้นางในวันหน้า
“งั้นตอนนี้หนิงหนิงก็ว่างคุยกับลุงแล้วสินะ”หัวหน้าหมู่บ้านที่ยืนดูเด็กสาวทั้งสองคนอยู่ตลอดเอ่ยขึ้นบ้าง
“ท่านพ่อข้ายังมีเื่จะคุยกับหนิงหนิงอยู่นะ”เนี่ยนเจินพูดขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังโดนน้ำเสียงดุๆของคนเป็แม่เอ่ยขัดอยู่ดี
“เจินเจินมากินข้าวให้หมดก่อนอย่าพึ่งไปกวนพวกเขา” ป้าจางเอ่ยบอกลูกสาว ที่เอาแต่เล่นปิ่นในมือจนลืมกินข้าว
“เ้าค่า”เนี่ยนเจินได้แต่ตอบรับคนเป็แม่อย่างเซ็งๆทั้งที่ตนยังมีเื่อยากจะคุยกับสหายใหม่อยู่แท้ๆ
“เอาละเสี่ยวหนิงหนิงมีเื่อะไรอยากคุยกับลุงเขาก็คุยเถอะเดี๋ยวป้าจะคอยดูไม่ให้พวกเด็กๆ ไปกวนเอง”ป้าจางเอ่ยบอกเด็กสาวที่กำลังยืนเหม่ออยู่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเมื่อนางเห็นว่าเด็กสาวนั้นคืนดีกับบุตรสาวของตนแล้ว
“อ่ะเ้าค่ะ” หนิงหนิงเอ่ยตอบ ก่อนนางจะเดินตามลุงจางไปนั่งที่โต๊ะรับแขกแต่นางก็มานึกได้ว่ายังไม่ได้เอาของฝากให้ นางเลยเดินกลับไปหาป้าจางอีกครั้ง
“ท่านป้าวันนี้ข้ามาเยี่ยมกะทันหันเลยไม่ได้เตรียมของมาฝากมากหวังว่าท่านป้าจะไม่รังเกียจเนื้อหมูป่ากับขนมเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้นะเ้าคะ”พูดจบนางก็เอาตะกร้าให้อีกฝ่ายแล้วเดินกลับไปหาหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อคุยเื่ซื้อที่ดินต่อ
.
.
.
ยามเฉิน(07:00-08:59)
่ปลายยามเฉินสองเค่อหนิงหนิงก็กลับมาพร้อมกับกระถางต้นไม้เต็มสองมือข้างหลังก็ตามมาด้วยหัวหน้าหมู่บ้านที่วัดที่ดินให้ในมือของเขาก็มีกระถางด้วยเหมือนกัน
“เสี่ยวหนิงหนิงกระถางพวกนี้จะให้ลุงเอาไปไว้ไหนละ”
“เอาวางไว้ที่หน้าบ้านได้เลยเ้าค่ะ”
หนิงหนิงชี้ไปที่มุมข้างประตูที่มีกระถางใบอื่นตั้งอยู่ หลังจากเอากระถางไปวางแล้วหัวหน้าหมู่บ้านก็ไปวัดที่ดินให้ ส่วนหนิงหนิงก็เดินเข้าไปในบ้านเพื่อเตรียมน้ำไว้ให้แขก ส่วนสายตาของหนิงหลงก็จับจ้องไปที่กองกระถางข้างประตูด้วยความสงสัยที่ว่าพี่สาวเขาไปซื้อที่ดินหรือไปซื้อกระถางกันแน่ ทำไมถึงได้ขนกระถางมาเยอะแยะ
ในสายตาของหนิงหลงกระถางห้าหกใบที่พี่สาวเอากลับมานั้น เขาคิดว่ามันเยอะแล้ว หากเมื่อเอามาร่วมกับของในบ้านซึ่งเขาไม่รู้เลยว่า แค่นี้สำหรับหนิงหนิงนั้นมันยังน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำเพราะสำหรับนางแล้ว กระถางพวกนี้มีไว้สำหรับเพาะปลูกพวกดอกไม้หายากและดอกไม้พวกนั้นก็ใช่ว่าจะมีชนิดเดียว นางจึงต้องเตรียมไว้เยอะหน่อย
.
.
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยามหัวหน้าหมู่บ้านก็กลับมาหลังจากวัดที่เสร็จ ซึ่งพื้นที่รอบๆบ้านทั้งหมดที่วัดได้คือเจ็ดหมู่ หมู่ละสิบตำลึงเงินก็เป็เงินทั้งหมดเจ็ดสิบตำลึงเมื่อได้หนิงหนิงได้ฟังแบบนั้น
นางก็คิดว่าพื้นที่มันน้อยกว่าที่นางคิดเสียอีกนางนึกว่าพื้นที่ทั้งหมดจะมีอยู่สักประมาณสิบหมู่แต่หารู้ไม่ว่าที่มันน้อยเพราะหัวหน้าหมู่บ้านสงสารพวกเขาสองคนพี่น้องจึงวัดเกินให้หลังจากจ่ายเงินอะไรเรียบร้อย เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านกลับไปหนิงหนิงก็เดินเข้ามาอุ้มเ้าแมวน้อยที่กำลังนั่งมองนาง
“เอาละจัดการเื่ที่ดินเสร็จแล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาอาบน้ำของแกแล้วนะ”
“มิ้ว?”แมวน้อยเอียงคอมองนางด้วยสงสัยส่วนนางก็หันไปสั่งให้น้องชายไปหยิบถังน้ำแล้วตามนางมา
ทั้งสองคนเดินมาที่ลำธารหลังบ้านหนิงหนิงส่งลูกแมวให้น้องชายอุ้มไว้แล้ว ส่วนตัวเองก็หยิบถังน้ำมาตักน้ำจากนั้นนางก็รับแมวจากน้องชายมาไว้ในถัง ซึ่งเ้าลูกแมวก็ไม่ได้ดิ้นมันปล่อยให้นางจับอาบน้ำแต่โดยดี
หลังจากที่อาบน้ำจนขนของมันสะอาดแล้วหนิงหนิงก็ได้จ้องแมวในถังด้วยความตกตะลึงเพราะต่อให้เธอจะเดาได้ว่ามันไม่ใช่แมวบ้านก็ตามแต่เธอก็ไม่คิดว่ามันจะกลายเป็แมวพันธุ์นี้ไปได้ก็เพราะว่าแมวพันธุ์นี้มันถือกำเนิดใน่ยุค60 จึงไม่มีทางที่มันจะมาโผล่ในยุคนี้ได้อยู่แล้ว
“....” หนิงหนิง บ้าเอ๊ยยยย ทำไมถึงมีแมวแร็กดอลอยู่ในยุคนี้ได้
“หืมเ้าแมวน้อยสีขนแกนี่แปลกจัง” หนิงหลงมองแมวในถังด้วยสายตาเป็ประกาย
“มิ้ว~~”