บทที่123 ถ้ำ9
เซบาสเตียนมาถึงเมืองใบไม้แดงนี่ได้หลายวันแล้วเขาติดต่อไปบอกกล่าวกับเหมยแล้วเช่นกัน เทวายังติดต่อมาก่อนหน้านี้ไม่นาน(ก่อนที่จะรับการทดสอบ)บอกว่าเขาจะติดธุระบางอย่างทำให้ไม่อาจติดต่อกันได้ชั่วคราวดังนั้นเขาทำได้แค่เพียงรออย่างสงบเท่านั้น
สิ่งที่เซบาสเตียนทำเมื่อมาถึงเมืองนี้คือการหาข้อมูลข้อมูลคืออาวุธอันร้ายกาจซึ่งเซบาสเตียนมักจะใช้ข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจเสมอ และการหาข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นผลดีไม่มีผลเสียทำให้เขามักให้ความสนใจและความสำคัญเป็นอันดับแรกๆเขายังสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อบอกกล่าวกับเทวาในภายหลังเพื่อประกอบการตัดสินใจ
เซบาสเตียนเป็นนักสอดแนมที่ยอดเยี่ยมเขาไม่ได้มีหูที่ดีหรือมีตาที่สามารถมองทะลุและยาวไกลเหมือนกับเทวา แต่เขามีความสามารถแบบจักรกลที่ยอดเยี่ยมเขาสามารถปล่อยแมลงจักรเล็กๆเพื่อสอดแนม แมลงนี้จะแพร่ทั้งภาพทั้งเสียงส่งตรงมาถึงเขาด้วยความสามารถนี้เขาสามารถกระจายแมลงจักรกลเหล่านี้ออกไปเป็นพันๆตัวและกระจายมันทั่วทั้งเมือง
ด้วยขนาดตัวของแมลงจักรกลและมันยังไม่มีคลื่นพลังชีวิตใดๆทำให้มันเป็นสุดยอดหน่วยสอดแนมของเซบาสเตียน
นอกจากจะมีวิทยาการที่เหนือล้ำกว่าเซบาสเตียนพวกเขาย่อมไม่มีทางค้นพบการคงอยู่ของแมลงจักรกลเหล่านี้
เซยาสเตียนกระจายแมลงจักรกลเหล่านี้เพื่อรวบรวมข้อมูลแน่นอนว่าแม้ว่ามันจะค่อนข้างปลอดภัยแต่เขาก็ไม่ขาดความระมักระวังในโลกมิติอันเดอร์เวิลด์นี้มีสิ่งที่เขาไม่รู้มากมาย แม้ว่าระหว่างที่เขาเดินทางมาที่นี่เขาจะเรียนรู้ศึกษาอย่างหนักเพื่อทำความเข้าใจในโลกนี้แต่มันก็ยังไม่พอ
ดังนั้นเขาจึงกระจายพวกมันตามสถานที่ที่น่าจะปลอดภัยและไม่เข้าใกล้บุคคลที่แข็งแกร่งอย่างเช่นบอสขององค์กรนักฆ่าเป็นต้น
แต่เขาก็ซุกซ่อนแมลงจักรกลตัวหนึ่งไว้กับเหมยเพื่อใช้สำหรับสืบข่าวอันเป็นความลับเฉพาะอีกด้วยแม้จะอันตรายแต่ด้วยตัวตนของเหมยมันจะทำให้แมลงจักรกลตัวนี้ค่อนข้างปลอดภัยในระดับหนึ่ง
เซบาสเตียนยังสืบข่าวทั้งโดยตรงและโดยอ้อมโดยตรงนั้นง่ายดาย เขาจะสังหารสักสี่ห้าคนเพื่อควานหาความทรงจำ เขาจะเลือกผู้ที่เป็นคนที่มีความสัมพันธ์กับคนอื่นน้อยและมีเพื่อน้อยนิดนี่เป็นวิธีปลอดภัยในระดับหนึ่งเพราะหากคนเหล่านี้หายตัวไปก็ย่อมไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น
จากข้อมูลในหลายวันนี้เซบาสเตียนจึงได้ทราบว่าองค์กรนักฆ่ามาปักหลักที่เมืองใบไม้แดงนี้เมื่อราวๆยี่สิบสามสิบปีก่อนมันเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควรองค์กรนักฆ่าฝังรางลึกในเมืองแห่งนี้ทำให้เมืองทั้งเมืองเป็นเหมือนกับเป็นเมืองขององค์กรนักฆ่าไปแล้ว
เซบาสเตียนยังได้รวบรวมข้อมูลลับสำคัญจำนวนหนึ่งขององค์กรนักฆ่าและบาวสิ่งบางอย่างที่เขารู้มันทำให้เขาค่อนข้างแปลกใจ
องค์กรนักฆ่านั้นเนื้อแท้ล้วนแต่เป็นมนุษย์จากโลกของเขาแต่การที่พวกเขาสามารถมาถึงโลกมิติชั้นสูงเช่นนี้และยังสามารถฝังรางลึกในเมืองๆหนึ่งได้นั้นไม่ธรรมดาแน่นอนว่าด้วยความสามารถของหัวหน้าองค์กรนักฆ่าย่อมไม่ถึงระดับนั้นความแปลกใจนี้ได้รับคำตอบเมื่อเซบาสเตียนสืบลึกเข้าไป
และความจริงนั้นทำให้เขาแปลกใจนั่นเพราะว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังขององค์กรนักฆ่าก็คือ...
เวลาผ่านไปประดุจสายน้ำที่ไม่ไหลย้อนกลับ
ชั่วพริบตาก็ผ่านไปแล้วถึงสองเดือน
ณเมืองB5 เขต12
ด้านทิศตะวันตกของเมืองปรากฏพื้นที่กว้างใหญ่ที่มีกำแพงหนาล้อมรอบด้านในนั้นเป็นตัวอาคารจำนวนมากแต่มีอยู่หนึ่งอาคารนั้นใหญ่โตเทียบได้กับตึกยี่สิบชั้นมันเป็นตัวอาคารที่หรูหราเป็นการรวมความทันสมัยและแบบโบราณเข้าด้วยกันอย่างลงตัวตัวอาคารนี้โดดเด่นและอยู่ใจกลางของดินแดนทิศตะวันตกนี้
บนตึกสูงชั้นบนสุด
มันเป็นห้องๆหนึ่งที่มีกระจกใสล้อมรอบกระจกนี้ถูกสร้างพิเศษเพื่อความทนทานมันสามารถกันกระสุนเจาะเกราะพิเศษได้อย่างไม่เป็นแม้แต่รอยขีดข่วน แน่นอนว่ามันไม่ได้แข็งเทียบเท่าโลหะXแต่ก็ห่างไปไม่ไกลมาก กระจกพิเศษนี้ราคาแพงมากและมันมักจะถูกใช้ในสถานที่สำคัญของรัฐบาลกลางหรือกองทัพหรือใช้สำหรับรถหุ้มเกราะพิเศษของกองทัพเท่านั้น
ในห้องกว้างนั้นปรากฏร่างสูงระหงส์ร่างหนึ่งยืนจ้องมองออกไปเบื้องนอกด้วยสายคาเลื่อนลอยไร้จุดหมาย
เธอคือคาเรนนั่นเองและตึกนี้รวมถึงอาณาเขตของพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยกำแพงหนาก็คือพื้นที่ของสำนักเทพอสูรที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อไม่กี่วันมานี้ด้วยการผลาญเงินของเทวาจำนวนหลายร้อยล้านทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นพื้นที่อันแข็งแกร่งและงดงามน่าอยู่ตามที่เทวาต้องการ
ป้ายที่จารึกคำว่าสำนักเทพอสูรนั้นโดดเด่นเป็นสง่าที่กลางตัวอาคารและหน้าประตูใหญ่ของสำนัก
คาเรนรวมจุดสายตาจ้องมองลงไปเบื้องล่างเธอเห็นคนจำนวนนับพันกำลังฝึกปรือวิชาลมปราณอย่างขยันขันแข็งจากฝีมือและความแข็งแกร่งแล้วพวกเขาเพิ่งจะเริ่มฝึกปรือเมื่อไม่นานมานี้เองแม้ว่าจะยังไม่ได้มาตรฐานนักแต่ก็ขึ้นกับเวลาแล้วที่พวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้น
พวกเขาส่วนใหญ่คือคนธรรมดาที่สามารถเปิดจุดชีพจรได้สำเร็จส่วนหนึ่งนั้นยังมีนักเรียนของโรงเรียนทหารบางส่วนที่มาเรียนรู้ด้วย
คาเรนทำตามที่เทวาต้องการหลังจากวันนั้นเธอมุ่งมั่นอย่างมากในการสานต่อเจตจำนงในการสร้างสำนักเทพอสูรของเทวาโดยปกติแล้วเธอเป็นคนรักสบายและเอาแต่ใจเธอไม่มีทางทำเช่นนี้ต่อให้มีดจ่อคอเธอก็ตาม แต่เมื่อมันเป็นความต้องการของเทวาเธอไม่ปฏิเสธเลยที่จะทำมันแม้ว่ามันจะยุ่งยากและไม่เหมาะสมกับเธอเลยก็ตาม
เป็นเวลาสามสี่เดือนกว่าแล้วตั้งแต่ที่เทวาจากไปตั้งแต่ตอนนั้นมาเธอไม่เคยยิ้มหรือหัวเราะ ใบหน้ามีแต่ความจริงจังเธอค้นพบว่าโลกที่ไม่มีเทวานั้นไม่น่าสนใจเลย เธอราวกับสูญเสียหัวใจไปเมื่อเขาจากไปนี่ทำให้เธอกลายเป็นเช่นนี้ แม้ว่าเธอจะมีพี่น้องหรือเพื่อนๆ(แกนหลักของสำนักเทพอสูร)แต่เธอก็ไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นใดนอกจากความหนาวเหน็บในแต่ละวันเลย
ที่เธอเป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเธอรักเทวามากเกินไปมันจึงทำให้เมื่อเขาไม่อยู่โลกของเธอก็กลายเป็นสีเทาและไม่น่าสนใจมันก็เหมือนกับคนติดหวานและทานหวานมาตลอดชีวิต เมื่อไม่ทานหวานจิตใจจะรู้สึกไม่ดีและต่อต้าน
คาเรนแม้ยังทานอาหารแต่เธอทานน้อยนักเมื่อเทียบกับปกติสิ่งนี้น่าเป็นห่วงเพราะว่าร่างกายของเธอต้องการพลังงานในปริมาณที่สูงมากเพื่อมากักเก็บในร่างกายแต่เมื่อเธอทานน้อยมันทำให้เธอมีร่างกายที่แย่ลง มันอาจไม่เห็นผลในชั่วระยะเวลาสั้นๆแต่ยิ่งผ่านไปร่างกายของเธอก็จะยิ่งแย่ลง
และในยามนี้ร่างกายของเธอก็เริ่มแสดงออกถึงความอ่อนล้าจางๆและมันทำให้ทุกคนมองออกและเริ่มเป็นห่วงกันบ้างแล้ว
ยังดีที่ว่าพลังภายในของเธอพัฒนาขึ้นมากในยามนี้เธอพัฒนาพลังภายในของเธอจนสามารถบรรลุจุดชีพจรที่70ได้แล้วนี่ทำให้เธอมีระดับพลังชีวิตและร่างกายที่สูงมาก ความแข็งแกร่งนี้หากเป็นคนปกติสามารถอยู่ได้โดยไม่ทานอะไรเลยไปครึ่งปีก็ยังได้แต่ร่างกายของคาเรนนั้นพิเศษ ความต้องการสารอาหารนั้นมีปริมาณชนิดที่คนทั่วไปเทียบไม่ติด
สิ่งที่เทวาทิ้งไว้ให้กับสำนักนั้นมีเคล็ดวิชาต่อสู้อยู่มันจะถูกใช้ควบคู่กับพลังภายใน เขาดัดแปลงวิชาส่วนตัวของเขาอย่างหมัดกระสุนย่างก้าวเงาสวรรค์และวิชาที่เขาได้รับมาจากถึงแดงจอมยุทธ์เมื่อครั้งนั้นก็คือสามวิชาโจมตีที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง
ชื่อของวิชาทั้งสามคือ
หมัดหิมะโปรย
ลูกเตะวายุกระซิบ
ฝ่ามือเมฆาล่องลอย
ส่วนวิชาหมัดที่ดัดแปลงมาจากหมัดกระสุนของเทวาคือหมัดกระสุนเล็กและวิชาที่ดัดแปลงมาจากวิชาย่างก้าวเงาสวรรค์คือย่างก้าวเงาสวรรค์เล็กนอกจากนี้พลังภายในที่ศิษย์สำนักเรียนรู้ยังเป็นแบบย่อและตัดส่วนสำคัญไปหลายส่วน เคล็ดวิชาลมปราณภูติอุดรจึงกลายเป็นลมปราณภูติอุดรเล็กไปโดยปริยาย
นี่คือการป้องกันให้ยังเป็นการให้ความสำคัญกับตำแหน่งของศิษย์ในสำนักศิษย์ระดับต่ำนั้นจะได้เรียนรู้เฉาพะวิชาที่ไม่สมบูรณ์เหล่านี้ และเรียงลำดับขึ้นมาอีกสามสี่ขั้นจนกระทั่งถึงระดับแกนนำที่ได้เรียนรู้ครบถ้วนสมบูรณ์ของเคล็ดวิชา
เทวายังทิ้งหลอดสารปลดล็อคยี่บางส่วนไว้กับคาเรนและยังมีการ์ดฝึกฝนหรืออย่างอื่นอีกหลายอย่างสาเหตุที่ทำเช่นนั้นเพราะว่าเทวาต้องคิดเผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันใดที่อาจจะประสบกับเขาดังนั้นเขาจึงสำรองทรัพยากรที่จำเป็นให้กับคาเรนเอาไว้เพื่อกันไว้ก่อน
นี่กลับถือเป็นผลดีอย่างมากเพราะว่าในเวลาต่อมาเทวาก็ถูกส่งไปยังอันเดอร์เวิลด์
ที่ผ่านมาคาเรนแสดงความแข็งแกร่งของตนเองเพื่อรับเอาผู้ที่สนใจและผู้ที่มีความสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสำนักด้วยชื่อเสียงของเธอและความแข็งแกร่งทำให้สำนักเทพอสูรได้รับความสนใจจากคนอื่นเป็นอันมากเนื่องจากวิกฤตด้านความปลอดภัยทำให้คนธรรมดาที่ปลดล็อคยีนหรือคนที่กำลังจะพยายามปลดล็อคยีนเพื่อฝึกลมปราณต่างก็ไขว่ขว้าถึงพลังอำนาจ
พวกเขาต้องการปกป้องตนเองและคนที่รักโดยที่ไม่ได้เอาแต่พึ่งพากองทัพหรือคนอื่นๆ
และด้วยคำกล่าวของคาเรนที่บอกว่าสำนักเทพอสูรจะมอบเทคนิควิชาที่ดีกว่าของรัฐบาลกลางหากยอมเข้าสำนักดังนั้นพวกเขาไม่มีทางที่จะปฏิเสธความเย้ายวนนี้ได้แน่นอนว่าสำนักย่อมมีกฎเป็นการคงอยู่ขององค์กรหนึ่งแต่เรื่องนั้นจะว่ากล่าวในภายหลัง
แต่ก็แน่นอนว่าด้วยคำพูดของคาเรนย่อมดึงดูดความสนใจของรัฐบาลกลางอย่างมากเพราะเคล็ดวิชาฝึกลมปราณระดับสูงนั้นหายากหรืออาจจะไม่มีเลยในโลกใบนี้นี่ทำให้พวกเขาสนใจและคิดจะมาติดต่อกับคาเรนเป็นการส่วนตัว แต่ก็อย่างที่ทราบเคล็ดวิชาลมปราณภูติอุดรนั้นเป็นความลับของสำนักเทพอสูรดังนั้นแล้วคาเรนย่อมไม่มีทางให้กับรักฐบาลกลางเด็ดขาด
แม้รัฐบาลกลางจะต้องการอย่างมากแต่พวกเขาก็ต้องถามกำปั้นของคาเรนเสียก่อนหากทำอะไรรุนแรงหรือล้ำเส้นพลังของเธอได้รับการพิสูจน์แล้วว่าแข็งแกร่งกว่าอสูรคนใดและถึงขั้นเข้าใกล้ระดับกึ่งเทพเลยทีเดียวดังนั้นพวกเขาไม่มีทางที่จะได้รับเคล็ดวิชานี้อย่าง่ายดาย
เทวาย่อมคาดเดาเรื่องนี้ไว้แต่แรกจึงคิดวิธีในการรักษาความลับหลายชั้นซึ่งจะไม่ขอกล่าวถึงในยามนี้
สำนักเทพอสูรเริ่มจะเข้าที่เข้าทางและเริ่มที่จะมีชื่อเสียงมากขึ้นในดินแดนมนุษย์
มันดำเนินไปในทิศทางที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆอย่างที่เทวาไม่คิดฝัน
เมื่อเขากลับมาเขาจะต้องแปลกใจในเรื่องนี้
‘เมื่อไหร่นายจะกลับมาฉันคิดถึงนายมากนะ...เทวา’คาเรนจ้องมองไปยังพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า
ด้วยสายตาของผู้ที่มีแต่ความคิดถึงรักลึกล้ำ
ในขณะเดียวกันนั้นซายูริที่อยู่ห้องหนึ่งอายาเนะที่อยู่อีกห้องหนึ่งก็ได้แต่ทอดถอนในเพราะคิดถึงเทวาอย่างมาก
แต่อีกคนนั้นที่คิดถึงเขาไม่แพ้กับพวกเธอเลยก็คือ...วิคตอเรีย
................................