บทที่ 11
ข่าวสังหารหมู่
ภายในเมืองเฟิงเฉิน
คฤหาสน์ใหญ่โตแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ภายในเมือง
ร่างของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งนั่งดื่มชายอยู่ภายในห้องโถงอันกว้างใหญ่ ทว่าในขณะที่กำลังนั่งดื่มชาอยู่นั่นเอง คิ้วของบุรุษหนุ่มก็ค่อยๆขมวดเข้าหากัน “นี่มัน…”
บุรุษหนุ่มสามารถััได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ ในขณะที่กำลังสงสัยนั่นเอง มันก็มีเสียงที่แหบแห้งดังออกมาจากด้านหลัง “มีคนสังหารทาสทมิฬของพวกเราไป”
บุรุษหนุ่มเมื่อได้ยินเสียงที่แหบแห้งตอบกลับเช่นนั้น จึงขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิมแล้วเอ่ยขึ้น “เป็ผู้ใดลงมือ”
“เป็เทพเซียนบนูเาอย่างนั้นหรือ หรือว่าเป็คนมาจากพรรคหรือสำนักใด”
“แห่งเ้าบอกว่าสิ่งที่พวกเราลงมือไปจะไม่มีผู้ใดรู้”
“สถานที่แห่งนั้นอยู่ห่างจากเมืองแห่งนี้ไม่มากนัก”
“มีคนพบเจอเช่นนี้ไม่ใช่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดอย่างนั้นหรือ”
เมื่อบุรุษหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจเช่นนั้น เสียงปริศนาที่แหบแห้งนั้นตอบกลับมา “ข้าเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับเื่นี้”
“แต่ว่าคนผู้นี้ไม่ธรรมดา”
“ั้แ่ลงมือจนถึงสังหารใช้เวลาเพียงแค่พริบตาเดียว”
“เมื่อข้ารู้สึกตัวพยายามจะใช้พลังของตนเองระบุตัวตนของอีกฝ่าย ยังไม่ทันทำอันใดทาสทมิฬของพวกเราก็แตกสลายแล้ว”
“ทว่าไม่น่าใช่พวกเทพเซียนจากสำนักผู้ฝึกตน”
“นั่นเป็เพราะว่าข้าไม่สามารถััได้ถึงพลังที่ทรงพลัง”
“ถ้าเกิดว่ามีตัวตนระดับนั้นจริงๆ ิญญาทมิฬที่อยู่ในระดับหนึ่งไม่มีทางลงมือกับตัวตนระดับนั้นอย่างแน่นอน”
หลังจากที่ได้ยินเสียงปริศนานั้นตอบกลับ บุรุษหนุ่มผู้นั้นก็วางถ้วยน้ำชาของตนเอง ครุ่นคิดบางอย่างอยู่ภายในใจ
“ข้าจะลองสืบหาดูว่ามีผู้ใดที่เป็ผู้ฝึกตนเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้ใน่นี้บ้าง”
…
หลังจากเจียงเฟิงสังหาริญญาทมิฬเสร็จ
ในตอนนี้เขาเองก็เดินทางกลับมายังเมืองเฟิงเฉิน เมื่อเดินทางกลับมาถึงกับเป็่ใกล้เย็นแล้ว
เจียงเฟิงบอกให้เฉินอวี้ไปบอกกับพวกทหาร เกี่ยวกับเื่หมู่บ้านที่โดนสังหารทั้งหมู่บ้าน
เจียงเฟิงไม่คิดปิดบังเกี่ยวกับเื่นี้ ในขณะเดียวกันก็อยากจะให้ผู้คนรู้เกี่ยวกับเื่นี้ให้มากขึ้น
นั่นเป็เพราะว่ามันจะทำให้คนที่ลงมือทำเกี่ยวกับเื่นี้ร้อนรน
อีกฝ่ายคงจะต้องสงสัยแล้วก็ตามหาตัวของเขาอย่างแน่นอน
ตามนิสัยของพวกิญญาทมิฬที่ทำสัญญากับพวกมนุษย์ พวกมนุษย์ที่ทำสัญญากับพวกมันสิ่งที่กังวลที่สุดก็คือกลัวโดนเปิดเผย
เพราะว่าถ้าเกิดว่ามีคนรู้ว่า มนุษย์คนนั้นทำสัญญากับสิ่งชั่วร้าย คงจะโดนผู้คนมากมายล่ายสังหารอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะพวกเทพเซียนของสำนักผู้ฝึกตน ที่ปากอ้างหลักมโนธรรมคอยขจัดสิ่งชั่วร้าย
พวกคนที่ทำสัญญากับพวกิญญาทมิฬ เลยเกรงกลัวเกี่ยวกับเื่นี้มากที่สุด มันทำให้อีกฝ่ายต้องตามหาเขา
เพื่อที่จะสามารถสังหารเขาให้ได้เร็วที่สุด แล้วก็ขจัดภัยร้ายที่อาจจะทำให้พวกมันนั้นถูกเปิดเผย
เจียงเฟิงเลยอยากจะป่าวประกาศเื่นี้จะทำให้ผู้คนรู้มากที่สุด เมื่อมีผู้คนรู้มากขึ้นมันก็ยิ่งทำให้อีกฝ่ายร้อนรนมากขึ้น
และโอกาสที่อีกฝ่ายจะเร่งมือตามหาเขาแล้วเปิดเผยตัวตนก็จะมีมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
การกระทำเช่นนี้ถ้าเกิดว่าเป็ผู้อื่นคงจะต้องเกรงกลัว เพราะว่าอีกฝ่ายอาจจะมีพลังสูงถึงขอบเขตสาม เป็ิญญาทมิฬระดับสามที่มีระดับสูงกว่าเขาหลายขั้น
แถมอาจจะเป็ิญญาทมิฬต้นกำเนิดที่มีพลังสูงกว่าิญญาทมิฬธรรมดา
ทว่าเจียงเฟิงไม่ได้หวาดกลัวเหมือนกับคนอื่น นั่นเป็เพราะว่าสถานะของเขาหนึ่งอย่าง ด้วยฐานะคุณชายของแม่ทัพใหญ่
เพียงแค่ยอดฝีมือที่แฝงเร้นตัวอยู่ภายในจวนแม่ทัพใหญ่แห่งนี้ เกรงว่าคงจะมีขอบเขตปรมาจารย์อยู่หลายสิบคน
ิญญาทมิฬที่อยู่ในระดับสาม เป็เพียงแค่ห้าขอบเขตล่างเกรงว่ารับมือกับผู้ฝึกยุทธจำนวนขนาดนี้คงไม่ง่าย
เจียงเฟิงมานั่งพักที่ศาลาคลื่น์ใน่ยามเย็น แน่นอนว่าทัศนียภาพที่ชอบที่สุดหลังจากที่เขากลับมา
ย่อมเป็ทะเลสาบคลื่น์ในยามเย็นที่งดงาม ข้างกายของเจียงเฟิงนอกจากสาวใช้ทั้งสองที่คอยอยู่ข้างกายดุจดั่งเงา
ก็มีไผ่ิญญาสีเขียวมรกต ที่ตอนนี้วางอยู่ข้างกายกำลังดูดปราณิญญาจากไข่มุกสีขาวบริสุทธิ์ ที่ได้มาจากการสังหาริญญาทมิฬ
เห็นได้ชัดว่าหลังจากที่เจียงเฟิงเปิดสติปัญญาให้กับมันแล้ว จากนั้นก็ให้มันลองดูดซับปราณิญญาจากแก่นิญญาบริสุทธิ์ไปแล้ว
ในตอนนี้มันเองก็เริ่มชื่นชอบในการดูดซับแก่นิญญาบริสุทธิ์พวกนี้มากขึ้นไปอีก
เจียงเฟิงหันไปหาเฉินอวี้แล้วก็เอ่ยสั่งออกมา “เ้าคงมีสายลับอยู่ในมือกระมัง”
นางยิ้มแต่ไม่ได้ตอบคำ เจียงเฟิงจึงเอ่ยสั่งออกมาว่า “จับตาดูคนในเมืองเอาไว้”
“ดูว่าหลังจากที่มีข่าวหมู่บ้านโดนสังหารออกไป มีใครเริ่มจับตามองกองทัพบ้าง”
เฉินอวี้พยักหน้า
เจียงเฟิงคิดว่าเมื่อกองทัพพบเจอศพของผู้คนในหมู่บ้าน เื่นี้จะต้องโดนผู้คนภายในเมืองพูดถึง
แล้วถ้าคนที่เป็คนที่ทำสัญญากับิญญาทมิฬอยู่ในเมือง มันเองก็จะรู้เกี่ยวกับเื่นี้ด้วยเช่นเดียวกัน
และคนผู้นั้นก็คงจะคิดว่าคนที่ลงมือพบเจอ น่าจะเป็คนภายในกองทัพแล้วมันเองก็อาจจะสืบหาดู
เจียงเฟิงเลยสั่งการให้สาวใช้ของตนเอง บอกให้พวกสายลับจับตาดูว่า หลังจากที่มีข่าวออกไปมีผู้ใดที่จับตามองกองทัพเป็พิเศษบ้างหรือไม่
เจียงเฟิงคิดว่าในตอนนี้ตนเองต้องเก็บเนื้อเก็บตัวสักหน่อย เกิดว่าออกไปนอกเมืองเป็ประจำคนอาจจะรู้ได้ว่าเขานั้นฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว
…
หลังจากนั้นก็เป็อย่างที่เจียงเฟิงคาดการณ์เอาไว้
เมื่อเฉินอวี้แจ้งข่าวเกี่ยวกับเื่หมู่บ้านโดนสังหารหมู่ให้กับแม่ทัพที่อยู่ภายในเมือง แม่ทัพที่รับหน้าที่ดูแลกองทัพบริเวณแถบนั้น ก็ให้คนของทหารในสังกัดของตนเองไปตรวจสอบอย่างรวดเร็ว
แล้วเมื่อได้รู้ข่าวเกี่ยวกับเื่นี้ พวกกองทัพเองก็เริ่มทำการสืบสวน
แน่นอนว่าต่อให้ปิดข่าวเกี่ยวกับเื่นี้มากอย่างไร มีหูมีตามากมายผู้คนภายในเมืองก็เริ่มพูดถึงเกี่ยวกับเื่นี้
หลังจากที่ผู้คนภายในเมืองเริ่มรู้เกี่ยวกับเื่ราว แน่นอนว่าย่อมกลายเป็เื่ใหญ่โต
แม้ว่าหมู่บ้านแห่งนั้นจะเป็เพียงแค่หมู่บ้านไร้ชื่อ แต่ว่าก็ยังถือว่าอยู่ภายในอาณาเขตของเมือง
เพราะว่ามันตั้งอยู่ห่างไปเพียงแค่ไม่กี่สิบลี้ การที่เกิดเื่การสังหารหมู่ทั้งหมู่บ้านแบบนี้ ย่อมทำให้ผู้คนมากมายรู้สึกตื่นตระหนกใ
แล้วมันก็ทำให้ผู้คนภายในเมืองหวั่นวิตกเกี่ยวกับเื่นี้ด้วยเช่นเดียวกัน ทุกอย่างเป็ไปอย่างที่เจียงเฟิงคาดการณ์เอาไว้
เจียงเฟิงเองก็พยายามให้คนจำนวนมากรู้มากขึ้นอีก ในตอนนี้เขา้ารู้ว่าถ้าเกิดคนผู้นั้นรู้แล้วจะทำอย่างไร
…
และแล้วคนผู้นั้นที่เจียงเฟิงกำลังเฝ้ารออยู่ก็ได้รับข่าวเกี่ยวกับเื่นี้จนได้
ในคฤหาสน์ที่ใหญ่โตภายในเมืองเฟิงเฉิน
บุรุษหนุ่มคนเดิมนั่งอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ ทว่าเขากำลังนั่งอยู่ภายในห้องส่วนตัวของตนเองที่ไม่มีผู้ใด ในขณะที่ข้างกายของบุรุษหนุ่มมีร่างเงาปริศนาที่กำลังนั่งอยู่ข้างกายของเขา อีกฝ่ายมีรูปลักษณ์เป็มนุษย์แต่ว่าสิ่งนี้ต่างจากสิ่งมีชีวิตธรรมดาทั่วไป
แม้ว่ามันจะมีรูปลักษณ์เหมือนกับมนุษย์แต่ว่าดวงตาทั้งสองข้างของมันกับเป็สีดำสนิท ร่างกายก็เหมือนกันม่านหมอกสีดำ ทั้งสองกำลังอ่านข่าวเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น