มู่เซียนเห็นคนชุดดำที่อยู่บนม้าตัวสุดท้ายหันมาเผชิญหน้านักบู้ทั้งสี่ พวกมันยังวิ่งไปไม่ถึงคนชุดดำบนหลังมา ร่างล้มลง เพียงสบัดมือวูบเดียว!
มู่เซียนเห็นมันสบัดมือ ประกายเงินเส้นเล็กๆสี่สาย เห็นเป็มีดใบหลิวเรียวเล็กสี่ใบบักใส่ร่างพวกมัน
เป็ยอดฝีมืออาวุธลับ! ยอดฝีมือ !
เหตุใดต้องประสพพบเจอ แต่ยอดฝีมือ ?
ยอดฝีมือที่บัดซบ! ต้องกรนด่าในใจ
สำรวจคนชุดดำคลุมหน้า ร่างกายสมส่วนไม่อ้วนไม่ผอมความสูงไม่ต่างจากมัน แม้ปิดบังใบหน้า แต่มันดู ดวงตาที่สดใส มือที่ขาวสะอาด นิ้วที่เรียวยาว บ่งบอก เป็คนสะอาดและเยาวัย !
... เป็คุณชายบ้านใดกัน ?
.... เพียงสบัดมือ วูบเดียว ซัดมีดส้นสี่เล่ม สี่เล่ม! บักอกสี่คน !
วิธีซัดอาวุธลับ เป็ความไฝ่ฝันของเด็กๆในโลกใบนี้ มีผู้ใดบ้างไม่เคยหัดปามีดสัน ! ยอมรับว่ามันอ่อนด้อยในวิชาขว้างมีดสัน อ่อนด้อยจนสัญญากับตัวเองว่าจะไม่จับมันอีก !
คนบนหลังม้าผู้นี้มีวิชาซัดมีดสันที่ยอดเยียม ยอดเยียมจนมันไม่กล้าจะขยับตัว !
ยอดฝีมือผู้นี้ไสม้าหยุดห่างจากมันแค่สิบกว่าก้าว ต่างสบสายตาแน่วนิ่ง สายตาที่เย้ยหยัน ดูแคลนขอเพียงขยับตัว มีดสันหลายเล่มคงปักอกมัน
มู่เซียนไม่กล้าขยับ ทำได้แต่ฝืนยิ้มให้แก่มัน
...สิบก้าว ! ไกลเกินไป ระยะห่างสิบก้าว เพียงโถมเข้าหามันไปไม่เกินห้าก้าว มีดสันไม่ต่ำกว่าสี่เล่ม คงพุ่งเข้าหามัน ระยะห่างสิบก้าว กระบี่มันไม่เร็วกว่าอาวุธลับ !
ใบหลิวใบสองใบยังพอรับได้
แต่ถ้ามีมากกว่านั้นความมั่นใจหามีไม่
สบตาเพียงชั่วอึดใจ รถม้าที่จอดสนิท
พลัน แตกะเิออก ตูม !
ยอดฝีมือสามคนทะลายรถม้าทั้งคัน โถมเข้าหาชายชุดดำทั้งสี่แทนที่นักบู้ที่ตายไป เสียงดาบกระบี่ปะทะ
ดังติงตัง ! ดาบอันว่องไว ท่าร่างที่ยอดเยียม !
ย้อนกลับมาที่มู่เซียน ในขณะที่รถม้าแตกะเิ ชายคลุมหน้าบนหลังมาหันหน้าไปมาตามเสียง โอกาสที่จะสยบศัตรูได้มาหามันแล้ว ร่างของมันพลันพุ่งเข้าหาคนบนหลังม้าดั่งลูกธูน !
เช้ง! กระบี่มันหลุดจากฝักแล้ว
วิ่งสลับเท้าไปห้าก้าว ดวงตาที่ใสกระจ่างก็หันกลับมา !
..ใหนเลยมีแววตืนตะหนก กลับเต็มไปด้วยแววตาเยาะเย้ยดูเคลน
ผิดท่า! มู่เซียนใจหายวูบ รู้ว่าหลงกลแล้ว แต่ย้อนกลับไม่ได้ ทำได้แต่กัดฟันเพิ่มความเร็วเข้าหา มันกัดกรามกรอดเร่งเร้าพลังลมปราณถีบเท้าพุ่งไป
ยังห่างอีกห้าก้าว..ไม่ทัน !
คนบนหลังม้าเริ่มขยับมือแล้ว มู่เซียนพลันตวาดก้อง สบัดซัดกระบี่ในมือพ่งใสร่างบนม้า
ควับ ! คนยังไม่ถึง......กระบี่ถึง..
คนชุดดำขยับมือวูบเดียว กระบี่ตรงหน้าถูกมีดสันเล็กๆกระแทกกระเด็นไป
กระบี่ถึงแล้ว คนย่อมถึงตาม..
มันถีบเท้าลอยตัวคล้ายเหยียวตัวใหญ่ มือซ้ายตะปบไส่ใบหน้ามือขวาคว้าจับข้อมือขาวสะอาด นี้เป็วิชาเล็บเหยียวแห่งกวนตง !
เชอ! เสียงแค่นเบาๆจากชายชุดดำ ร่างที่สวมชุดดำลอยถอยออกจากอานม้าดังใบไม้ปะทะลม มู่เซียน ต้องร้องโพล่งออกมา
" ตัวเบายอดเยียม "
เท้าตกบนหลังม้าร่างมันก็พุ่งตามติดไป ขอเพียงไม่ให้มันล่วงมีดในอกเสื้อออกม้า มันยังมีโอกาสชนะได้บ้าง จุดเด่นของวิชาอาวุธลับคือสังหารระยะห่าง กลับกัน ระยะที่ใกล้จนประชิดตัวเป็จุดอ่อนของวิชานี้ มันเข้าถึงตัวมันแล้ว เปลียนจากวิชาเล็บเหียว เป็เพลงหมัดของเส้าหลิน หมัดและฝ่ามือระดมเข้าหาร่างที่ลอยถอยหลังไม่หยุดยั้ง หมัดและฝ่ามือกระทบกันดังพลั่วพะ
คนชุดดำรับและรุกดัวย หมัดเส้าหลินไม่ต่างกัน เพลงหมัดไม่ต่างกัน ...ต่างกันที่ความชำนาญ
สิบกระบวนท่าผ่านไป ความแตกต่างเริ่มปรากฎชัด !
หลายปีที่ผ่านมามันศึกษาวิชาหมัดเส้าหลินในตำราอย่างผิวเผินจริงๆยิ่งใช้ออก..ยิ่งแตกต่าง..
ศึกษาในตำราหรือจะสู้มีอาจาย์ชี้แนะ !.
ร่างชุดดำยังลอยถอยออกไปไม่หยุด
..ร่างมู่เซียนเริ่มตกลงพื้นแล้ว เห็นได้ชัด วิชาตัวเบายังสู้ไม่ได้..
ชายชุดดำ เห็นคนซอมซ่อผมยุ่งเหยิงตกลงพื้น มันถอยห่างอีกสามสี่ก้าวมีดสันในตัวจะถูกใช้งาน ขอเพียงมัดสบัดมีอออกไป คนผู้นี้ตายแน่นอน
มู่เซียนตกลงพื้น ปลายเท้าแตะพื้นเท้าอีกข้างสบัดเตะก้อนหินก้อนใหญ่ พุ่งเข้าหาชายชุดดำที่ยังลอยถอยห่างออกไป มันเปลียนลมหายใจคำหนึ่ง เร่งเร้าลมปราญพุ่งตามก้อนหินไปติดๆ
คนคลุมหน้าชุดดำใช้ มือหนึ่งล้วงเข้าอกเสื้อหมายดึงมีดสัน มือหนึ่งตะปบก้อนหินไว้
ก้อนหนิที่ถูกคว้าไว้พลันแตกะเิออกเป็ฝ่นผง
มู่เซียนใช้เลห่กล ตอนที่แตะก้อนหินออกไปมันส่งพลังลมปราญไว้ในก้อนหิน ยามเมือถูกแรงประทะมันจะะเิแตกออก
ขอเเพียงชงักเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว คนชุดดำชงักวูบเดียว !
ร่างที่พุ่งตามมาก็เข้าถึงตัว !
มือที่กำเป็ก้อนกลมพุ่งฝ่ากลุ่มฝุ่นผงกระจายอยู่เบืองหน้า ชกเข้าที่อก
ชายชุดดำแค่นเสียง มือฟันไส่หมัดที่พุ่งมา เพียงชงักวูบร่างตกลงพื้นในทันใด มัน คาดหวังพลังลมปราญที่ปันจุไว้ในหมัดจะชกจนอกชายชุดดำยุบไปในหมัดเดียว !
หมัดแรกล้มเหลว ตามไปอีกสองสามหมัด ชายชุดดำตกถึงพื้นร่างบิดเป็เกียวหมุนตัวตวัดเท้าเตะ เหมือนลูกข่าง ลูกใหญ่
มู่เซียนหลบเท้าเ่าั้ เท้ามันดีดพื้นพุ่งเข้าหาลูกข่างมนุษย์ มือที่กำเป็หมัดกลายเป็ปลายกระบี่แล้ว มันสืบเท้าแทงปลายกระบี่ถี่ยิบ ทั้งรวดเร็วและแม่นย้ำ
พริบตาเดียวมันแทงไปสิบเจ็ดกระบี่ !
คนคลุ่มหน้าคิดถอยหนีแต่ทำไม่ได้ได้แต่ต้านรับฝ่ามือและหมัดไว้ ต้านรับได้ไม่นาน ไหล่ขวาของมันถูกชกจนเสียงกระดูกลั่นเข้าหู ร่างมันชงักวูบ
! บึก !บึก! อ๊าก ! ร่างที่ยืนสั่นเทาความเ็ป
มู่เซียนไร้ความปราณี สืบเท้าตามติด หมัดกลมๆ หมายส่งให้มันหลับในหมัดเดียว !
ควับ! เป็ทวน
ทวนสีดำถูกซัดพ่งเข้าไส่ มันทำได้แต่ดีดตัวออกห่างหันหาที่มาของทวน แสงปลายกระบี่แพรวพราวแทงในตา ร่างมันก็ดีดถอยไปอีกครา เท้ายังไม่ถึงพื้นไอสังหารจากปลายกระบี่ยังตามติดหลังมันไม่ห่าง โชคยังดีที่เท้าตกลงพื้นกระบี่ที่ปักดินก็ตกในมือมัน
มือกำด้ามกระบี่ ความพลุกพลานในใจเริ่มสงบลง สูดลมหายใจเข้าในอกชักนำลมปราญกระจ่ายไปทั่วร่าง พลิกกระบี่ฟันกลับไปด้านหลัง
ติ่ง! มันใช้แรงประทะของสองกระบี่ เป็ฐานพลิกตัวจากหน้ามาหลัง
มู่เซียนหันมาพเชิญหน้าชายคลุมหน้าอีกคน ที่กำลังแทงกระบี่ไส่เป็ประกายดอกดวง
พริบตาเดียวแทงออกเจ็ดกระบี่ !
เร็วจนน่าใ !
ถอยเท้าก้าวหนึ่ง กระบี่ในมือมันปัดสบัดต้านรับ เจ็ดกระบี่ ! เจ็ดกระบี่ที่ไม่มีกระบวนท่าหลอกล่อแม้กระบวนท่าเดียว.
..มันปัดกระบี่สุดท้ายยังมิทันชักมือกลับ ม่านกระบี่ผืนใหม่ครอบคุ้มจุดสำศัญบนร่างกายมันอีกครา ได้แต่กัดฟันยกกระบี่รับ
อีกแล้ว! พบเจอยอดฝีมืออีกแล้ว !
เจ็ดจุด...เจ็ดกระบี่ เพิ่มมาด้วยความเร็วที่มากกว่า มันมองดูจุดแต่งแต้มคล้ายดวงดาวแฝงอยูในม่าน
พลันต้องร้องอย่างตืนเต้น " กระบี่ดาวเหนือ!"
" นี้เป็กระบี่ดาวเหนือ ของเตียมชัง "
มู่เซียนต้องถีบเท้าถอยก้าวใหญ่ ต้องใช้กระบี่รับอีกครั้ง คราวนี้พอจะรู้วิธีรับมือกระบวนท่านี้อยู่บ้าง ภาพกระบี่เจ็ดดาวบนผนังถ้ำมันพอจำได้ จำได้จะมีประโยนช์อันใด ดวงดาวบนผนังต่างกับดวงดาวปลายกระบี่ที่เคลือนที่ตลอดเวลา
ติ่ง! ติ่ง.!ติ่ง..ติ่ง...! ไม่รอกระบี่ที่ห้า สืบเท้าเข้าหาม่านกระบี่ตรงหน้าเบียงกายหลบกระบี่ที่ห้า ขยับมือแทงกระบี่สวนกลับไปที่อกด้านซ้าย
ติ่ง ! ติ่ง..!ติ่ง!
"กระบี่ดี" เสียงห้าวทุ่มดังเบาๆ สามกระบี่ที่มันแทงออกไปเหมือนแทงใสกำแพงใหญ่ ไม่แปลกใจ ศิษย์ปลายแถวอย่างมันใหนเลยจะเทียบยอดฝีมือของสำนักใหญ่เตียมชัง เจ็ดสำนักมาตฐานมีเตียมชังอยู่ในนั้น
! ติ่ง ! ติ่ง..!ติ่ง! เพียงอึดใจเดียวคนทั้งสอง ใช้ไปหลายสิบกระบวนท่า
ต่างคนต่างให้ความเร็วรับและตอบโต้ ยอดกระบี่ของเตียมชังไม่มีกระบวนท่าหลอกล่อ แต่มู่เซียนไม่มีกระบวนท่ามากกว่า ไม่ร่ายรำ อาศัยความเร็วในการรับและรุก
ติ่ง ! ติ่ง..!ติ่ง!
มันเร่งเร้าลมปราญไว้ที่ปลายกระบี่ โถมเข้าไปในม่านกระบี่ แทงจุดแต้มคล้ายดองไม้สีเงินทั้งเจ็ดดอก
ติ่ง ! ติ่ง..!ติ่ง!ติ่ง !
ติ่ง..!ติ่ง!
ปลายกระบี่ของคนชุดดำถูกถ่างออกเป็ช่องใหญ่ !แซกตัวเข้าไปมือกำเป็หมัดชกเข้าหน้าอกอย่างรวดเร็ว
มั่นใจในพลังหมัดของมันยิ่ง หมัดทมิฟที่อัดลมปราญไว้หลายส่วน ขอเพยีงชกถูกกระดูกไม่หักก็ต้องกระอักเืออกมา น้อยคนที่จะรอดหมัดทมิฟของมัน
คนชุดดำพลิกมือใช้ฝ่ามือพลักออกรับหมัดตรงๆ
โครม!
เหมือนทุบกำแพงหนา หมัดมันทำได้เพียงให้ชายชุดดำก้าวถอยหลังไปสองก้าวเท้านั้น ส่วนตัวมันถอยออกแบบเท้าแทบไม่ติดพื้น
มู่เซียน แค่นเสียงในลำคอระบายความอึดอัดในอก ถอยออกมาถึงห้าหกก้าว มือมันสั่นระริก เห็นชัดพลังลมปราญแตกต่างจนห่างไกล
" ผู้าุโมีฝีมือยอดเยียมจริงๆ ข้าพเ้ายังห่างไกลยิ่งนัก "
มันเก็บแนบแขนยกมือประสารคาราวะอย่างนอบน้อมที่สุด
" เ้ามิสู้แล้ว ? "
"เมือสู้ไม่ได้ จะฝืนไปใยกัน ผู้อวุโส เชิญเถอะ "
ชายคลุมหน้าหันกลับไปประคลองคนที่มันชกจนแขนหักทั้งสองข้างขึ้นม้า หันมากล่าวกับมันว่า
"เด็กน้อย เ้าเป็ศิษย์ของผู้ใด "
มันประสานมือก้มลงกล่าวอย่างนอบน้อม "
มู่เซียนคำนับผู้อวุโส ท่านอาจารย์ผู้ล่วงรับคือเยี่ยปุ้วินแห่งหัวชาน "
ชายบนหลังม้าอีกคนกล่าวเสียงแหลมเล็ก
"เป็สุภาพบุรุษจอมปลอมหรือ "
มันต้องฝืนยี้มรับคำ มองดูม้าห้าตัวที่ตอนนี้มีคนคลุมหน้านั้งอยู่บนอาน คนพวกนี้ล้วนเป็ยอดฝีมือ ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม คนของสกุลโจวล้มลงจนหมดสิ้น ยอดฝีมืสี่คนอยู่ตรงหน้ามัน ต่อให้มันถูกด่าบุพกรี ก็ได้แต่ฝืนยี้มไว้
มู่เซียนถูกสายตาคนบนหลังม้าจ้องมองจนขนลุก ได้แต่ยิ้มโง่ๆออกมา ฟังเสียงยอดฝีมือเตียมชังกล่าวว่า
" เรียนให้ดี ! ฝึกให้ดี ! "
ดวงตะวันเริ่มจะสูงขึ้น แดดอุ่นๆไล่ความหนาวในกายมันไปได้ไม่น้อยมันยังคงยืนมองม้าฝูงหนึ่ง ยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งจากไป แม้มันจะไม่รู้จักว่าเป็ผู้ใดกัน แต่ก็ทำให้มันได้รู้ว่าตัวมันเป็เพียงเม็ดกรวดเล็กๆก้อนหนึ่ง เวลาเรียนอันน้อยนิด การฝึกยี่งน้อยกว่า
...กลับพัดหลงเข้าไปในแดนบู้ลิ้ม ช่างหวาดเสียวนัก กลับเถอะ !
รีบกลับบ้านโดยเร็ว. ...
.การต่อสู้ที่ดุเดือดจบลง..... .
...ม้าห้าตัวหายลับไปแล้ว.....
มู่เซียนหันกลับมาสนใจที่กองเศษไม้ เห็นซากศพเจ็ดแปดศพกระจายรอบบริเวณ ต้องหลับตาถอนใจ เห็นสีหน้าปิดเบียวของเหลากัง ถามด้วยความสงสัย
"นี้เป็การปล้นหรือ !"
"หลีกทาง..มือปราบหวังมาแล้ว..หลบไป .."
ผู้คนที่มุงดูแตกตืนอีกครา ถูกแหวกเป็ช่องร่างชายในชุดมือปราบสี่ห้าคนก้าวมาถึงกองไม้กวาดมองศพที่นอน ด้วยสีหน้าแปรเปลียน เดินเข้าหาพ่อบ้านตะกูลโจว
"ท่านพ่อบ้านกัง นี่เป็เื่ราวใด "
"สินค้าตะกูลโจวเรา ถูกปล้นชิง "
"คนที่ตายเหล่านี้เป็ใคร "
"คนของเรา "
" ปล้นสิ่งใด ? "
"เงิน .!เงินห้าร้อยตำลึงทอง "
เที่ยงวันผ่านเลยไปไม่นาน เหลากังและมู่เซียน ออกจากที่ทำการอำเภอ ทั้งสองเดินขึ้นเหลาสุรา นั้งรออาหารเงียบๆ
"เป็การปล้นเงินจริง? " เหลากังกลับกล่าวว่า
"ไม่รู้มาก่อนว่าคุณชายก็เป็ยอดฝีมือ "
"พวกปล้นเป็โคร "
"อีกหนึ่งชั่วยาม เรือสินค้าจะออกจากท่ากลับเมืองหลวง บ่าวจะจัดที่พักให้กับคุณชาย "
" สิ่งที่พวกมันได้ไปมิใช่เงินทอง ! เป็สมุด ! ที่เราเห็นเป็สมุดสีดำเล่มหนึ่ง "
มันจ้องมองใบหน้าที่ยับย่น ถามว่า "สมุดอะไร สำคัญมากหรือ "
" บ่าวไม่ทราบ "
"ท่านไม่ทราบผู้ใคจะทราบ?"
"เป็เรา "
มู่เซียนหันตามเสียงเห็นขอทานชราเดินเข้าห้องมากับหลวงจีนชราสวมจีวรเก่าขาด เหลากังขยับตัวลุกกล่าวนอนนอมเชิญคนทั่งสองนั้งลง
" เชิญ ผู้อวุโสทั้งสอง ข้าพเ้ารอพวกท่านอยู่พอดี "
คนทั้งสองนั้งลง มู่เซียนยังคาใจ สมุดสีดำ อดถามไม่ได้
" เหล่าปิ่ง ผู้อวุโสทั้งสองคือผู้ใด ?"
" ท่านนี้คือ จื้อจี่ไต๋ซือ แห่งเส้าหลิน อีกท่านคือผู้อวุโสต๋าตง แห่งพรรคกระยาจก "
" คำนับท่านผู้อวุโส ข้าพเ้ามู่เซียน"ประสานมือถาม "เรือ่งสมุดเล่มนั้นพอจะอธิบายได้หรือไม่ " .
..ย้อยไปเมือร้อยกว่าปี แผ่นดินเป็ของชาวมองโกล สถาปณาเป็ราชวงค์หยวนปกครองชนเผ่ามากมาย นานเป็ร้อยปี กดหัวและปลอบโยน ชนชาวฮัน และชนเผ่าเล็กใหญ่
...ชนนักปกครองต่างขูดรีดและกอบโกย. ...ปลายยุคสมัยเกิด โจรกบฎมากมายหลายกล่ม ต่างรบพุ่งปล้นฆ่าวุนวาย ชาวบ้านล้มตายหลายสิบหมื่น
...คนมีอำนาจแย่งชิงความเป็ใหญ่ ผู้ฝ่ายแพ้คือประชา..!
แย่งชิงแผ่นดินนานปี ท้ายสุดทัพของจูหยวนจางบุกเข้าวังได้ก่อน ตั้งตัวเองเป็ฮองเต้ สถปนาเป็ราชิ
เมื่อราชวงค์หยวนล้มสลาย ข่าวลือเื่ลายแทงขุมทรัพย์ ของฮ่องเต้องค์สุดท้าย แอบซ่อนไว้ ในสมุดเล่มหนึ่ง บันทึกต้าหยวน !
มีคนบอกว่า บันทึกต้าหยวน คือสมุดบันทึกการปรุงยา อายุวัตนะของหมอเทวดาฮัวโต๋เล่าลือว่า หมอเทวดาบังเอิณปรุงยาะได้ แต่ไม่้าฝืนลิขิตฟ้า จึ่งทำลายทิ้ง แต่ยังเก็บวิธีปรุงยาไว้
บ้างก็ว่า เป็บันทึกทางเข้ามหาสมบัติที่ราชวงค์ต้าหยวนที่หลายสิบปีขูดรีดกวาดต้อนของมีค่ามากมาย มากพอที่จะเป็ฮองเต้ได้อีกองค์ ร้อยปีก่อน บันทึกต้าหยวน ปรากฏขึ้นในตงง้วน..
.. บันทึกต้าหยวน ปรากฏตัวไม่ถึงสิบวัน ผู้คนต่างเข่นฆ่าล้างผลาญเป็วงกว้าง สามพรรค สี่สำนัก สองค่าย ต่างล้มสลาย ผู้คนล้มตายหลายพันคน สามสิบปีต่อมาบันทึกเล่มนี้ปรากฏตัวอีกครั้ง ไม่ถึงยี่สิบวัน ผู้คนล้มตายเป็วงกว้างมากกว่าเดิม
เมือห้าวันก่อน พรรคพยัคา ถูกล้มล้าง ในคืนเดียว ...!
เ้าสำนักถูกไล่ล่า สุดท้ายตายในระหว่างทางมาลั่วหยาง บันทึกต้าหยวน ตกอยู่ในมือคนของสถุลโจว
ผู้นำสกุลโจวในลั่วหยาง แจ้งต่อเ้าสำนักเส้าหลิน เ้าสำนักเส้าหลิน มีความคิดเดียวกัน ให้ทำลายบันทึกมรณะนี้เพือขจัดเพสภัยอันเลวร้ายที่จะตามมา เ้าสำนักทั้งสอง ล้วนส่ง จื้อจี่ไต๋ซือ แห่งเส้าหลิน อีกท่านคือผู้อวุโสต๋าตง แห่งพรรคกระยาจก มาเป็สักขีพยาน ในการทำลายบันทึกต้าหยวน
ผู้อวุโสยังมาไม่ถึง บันทึกต้าหยวนก็ถูกแย่งชิงไป !