เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและไม่เชื่อสายตาของสาวใช้คนหนึ่งได้ปลุกคฤหาสน์ตระกูลหลันให้ตื่นขึ้นจากความเงียบงันของยามเช้าตรู่... และนำพาข่าวร้ายที่เลวร้ายที่สุดมาสู่พวกเขา
ภายในห้องทำงานที่โอ่อ่า ร่างของ หลันเฟิง ผู้าุโฝ่ายการค้า นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นข้างโต๊ะทำงานที่ล้มระเนระนาด จอกสุราแตกกระจายอยู่ข้างกาย ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงราวกับเห็นภูตผีปีศาจก่อนจะสิ้นใจ... เขาตายแล้ว... ถูกสังหารอย่างเงียบงันในสถานที่ที่ควรจะปลอดภัยที่สุด!
"ท่านผู้าุโเฟิง!""ใคร! ใครมันกล้าทำเื่เช่นนี้!"
เหล่าผู้าุโและยอดฝีมือของตระกูลหลันรีบรุดมาถึงที่เกิดเหตุด้วยความโกรธจัดและสับสนอลหม่าน หลันเจี้ยน เดินฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าที่ดำคล้ำราวกับพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ เขามองดูร่างไร้ิญญาของสหายร่วมตระกูล... ก่อนที่สายตาของเขาจะไปสะดุดเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน...
มันคือเศษป้ายหยก... อีกครึ่งหนึ่งที่เหลืออยู่ของป้ายหยกประจำตัวของ เซียวเลี่ย!
"เซียว...คัง!" หลันเจี้ยนเค้นชื่อของศัตรูออกมาจากไรฟัน เสียงของเขาเย็นเยียบและเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าฟันที่ไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป "นี่คือคำตอบของเ้าสินะ! นี่คือการล้างแค้นของเ้า!"
"ท่านผู้นำ! พวกมันส่งคนมาฆ่าท่านผู้าุโเฟิงถึงในบ้านของเรา! นี่มันเป็การประกาศาที่ชัดเจนที่สุดแล้ว!""เราจะทนอีกต่อไปไม่ได้! ต้องสังหารพวกมันให้สิ้นซาก!"
ความโกรธแค้นได้ะเิขึ้นอีกครั้ง... แต่ในครั้งนี้ มันรุนแรงและเด็ดขาดยิ่งกว่าเดิม
มีเพียง หลันซูเหยา ที่ยืนนิ่งอยู่กลางความโกลาหลนั้น นางไม่ได้มองไปที่ศพ... แต่นางกำลังมองไปที่ "หลักฐาน" ชิ้นนั้น... เศษป้ายหยกของเซียวเลี่ย...
'มันง่ายเกินไป... ง่ายดายและจงใจเกินไปอีกแล้ว...' นางคิดในใจ สัญชาตญาณของนางกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง 'นี่ไม่ใช่การล้างแค้น... แต่มันคือการส่งสาร... สารที่บอกว่า 'ข้าฆ่าคนของเ้าแล้ว และข้าก็ไม่กลัวที่จะให้เ้ารู้' มันเหมือนกับ... เหมือนกับมีใครบางคนกำลังเล่นเกมหมากรุก... โดยใช้ชีวิตของพวกเราเป็ตัวหมาก!'
แต่ในตอนนี้... ท่ามกลางเปลวไฟแห่งความแค้นที่ลุกโชน... ไม่มีผู้ใดสนใจความสงสัยที่ไร้ซึ่งหลักฐานของนางอีกต่อไปแล้ว
ข่าวการตายของหลันเฟิงแพร่ไปถึงหูของตระกูลเซียวในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม
"ว่าอย่างไรนะ! ไอ้เฒ่าหลันเฟิงมันตายแล้ว!?" เซียวคัง อุทานออกมาด้วยความใระคนสะใจ "ฮ่าๆๆ! ์มีตาโดยแท้! สงสัยมันจะไปเหยียบตาปลาใครเข้า! หรือไม่ก็ถูกนักฆ่าเงาของตระกูลหลันมันเก็บเสียเองเพื่อปิดปากเื่สกปรก!"
"ท่านพ่อ! ท่านยังไม่เข้าใจอีกรึ!?" เซียวเทียนอี้ ตวาดกลับด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน "นี่ไม่ใช่เื่ดีเลยแม้แต่น้อย! ท่านไม่เห็นรึว่ามันเกิดอะไรขึ้น! มีคนฆ่าผู้าุโของตระกูลหลัน... แต่ทุกคนจะต้องคิดว่าเป็ฝีมือของเรา! เป็การล้างแค้นให้ท่านอาเลี่ย! ไอ้คนสารเลวที่ชักใยอยู่เื้ั... มันกำลังจะทำให้เราสองตระกูลต้องทำากันจนพินาศไปข้างหนึ่งจริงๆ แล้ว!"
เซียวคังชะงักไป ความสะใจเมื่อครู่หายไปในทันที ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยือกที่แล่นไปทั่วสันหลัง... เขานึกถึงคำเตือนของบุตรชาย... และบัดนี้ เขาก็เริ่มจะมองเห็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวนั้นแล้ว
มี "บุคคลที่สาม" อยู่จริงๆ... บุคคลที่อำมหิต, ชาญฉลาด, และเกลียดชังพวกเขาทั้งสองตระกูลจนเข้ากระดูกดำ... ใครบางคนที่กำลังเพลิดเพลินกับการได้เห็นพวกเขาทำลายล้างกันเอง
"แล้ว...แล้วเราจะทำอย่างไรดี?" เป็ครั้งแรกที่น้ำเสียงของเซียวคังปรากฏแววของความไม่แน่ใจ
"ตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการป้องกัน" เซียวเทียนอี้ตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักอึ้ง "เราต้องเรียกยอดฝีมือของเราทั้งหมดกลับมา... และสืบหาตัวตนของ 'เงา' ตนนี้ให้พบ... ก่อนที่มันจะลงมืออีกครั้ง"
ณ โรงฆ่าสัตว์ที่ถูกทิ้งร้าง เฟิงหลงลืมตาขึ้นช้าๆ จากการทำสมาธิ รอยยิ้มที่เย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
"สมบูรณ์แบบ... พวกมันเริ่มกลัวแล้ว... เริ่มมองเห็นเงาของข้าแล้ว... แต่มันก็สายเกินไป"
เขารู้ดีว่าแผนการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดระแวงของเขาได้บรรลุผลสูงสุดแล้ว บัดนี้ทั้งสองตระกูลต่างตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก พวกมันไม่ไว้ใจใคร และไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวอย่างบุ่มบ่ามอีกต่อไป
"ท่านพ่อ... ถึงเวลาแล้วขอรับ" เขาหันไปกล่าวกับเฟิงเจิ้น
"เวลาอะไรรึ หลงเอ๋อร์?"
"เวลาที่จะออกไปจากเมืองนรกแห่งนี้" เฟิงหลงตอบ ดวงตาของเขาทอประกายแสงที่มุ่งมั่น "ข้าได้สร้างความโกลาหลและความหวาดระแวงมากพอแล้ว ตอนนี้พวกมันต่างง่วนอยู่กับการป้องกันตัวเองและสืบหาศัตรูที่มองไม่เห็น... นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดที่เราจะหลบหนีออกไป"
เขาประคองบิดาของเขาให้ลุกขึ้นยืน "ข้าจะพาท่านไปยังหุบเขาโอสถที่อยู่ทางทิศตะวันออก ที่นั่น... ข้าจะสามารถปรุงยาเพื่อรักษาอาการาเ็ภายในของท่านให้ทุเลาลงได้ และในขณะเดียวกัน... ข้าก็จะตามหาสมุนไพริญญาที่จำเป็เพื่อถอนพิษให้ท่าน"
"แต่ว่า...การแก้แค้นของเ้า..."
"การแก้แค้นของข้ายังไม่จบ" เฟิงหลงกล่าวแทรกด้วยน้ำเสียงที่เ็า "มันเป็เพียงการ 'พักครึ่ง' เท่านั้น... ข้าจะปล่อยให้พวกมันได้ลิ้มรสความหวาดกลัวและความไม่ไว้วางใจไปอีกสักพัก... และเมื่อข้ากลับมาอีกครั้ง... มันจะไม่ใช่การลอบสังหารในเงามืดอีกต่อไป..."
"แต่จะเป็การบุกเข้าไป... และ 'เก็บเกี่ยว' ทุกสิ่งทุกอย่าง... ต่อหน้าต่อตาพวกมัน"
เขาแบกร่างของบิดาขึ้นหลัง... และในคืนนั้นเอง... ท่ามกลางความตึงเครียดและความหวาดระแวงที่ปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง... สองเงาร่างพ่อลูกก็ได้หายลับไปจากเหมันตนครอย่างเงียบเชียบ... ทิ้งไว้เพียงตำนานแห่งความตายและความขัดแย้งที่จะยังคงคุกรุ่นต่อไปอีกนานแสนนาน
การเดินทางเพื่อแสวงหาหนทางรักษา... และเพื่อรวบรวมพลังสำหรับการล้างแค้นครั้งสุดท้าย... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว