บทที่ 18 อารองผู้ไร้ศักดิ์ศรี
“ของของเธอล่ะ” เนี่ยอวิ๋นชี้น้ำตาลทรายขาวหนึ่งกิโลกรัมที่เธอวางบนโต๊ะ
“คุณอาเก็บเอาไว้เถอะค่ะ ถือเป็ของเคารพก็แล้วกันค่ะ”
เจียงหนานออกมาจากบ้านของเนี่ยอวิ๋น เธอเห็นยาสมุนไพรจีนหลากหลายชนิดตากอยู่ในลานบ้าน สมุนไพรตากแห้งสองถุงครึ่งวางอยู่ข้างกำแพง
เจียงหนานถามเนี่ยอวิ๋นด้วยรอยยิ้มว่า “อาเนี่ย ยาสมุนไพรจีนพวกนี้รอพ่อค้าเข้ามาในหมู่บ้านก็จะขายได้แล้วใช่ไหมคะ?”
“อืม”
“หนูรู้จักเถ้าแก่ร้านสมุนไพรในเมืองอยู่คนหนึ่ง เขาให้ราคาสูงกว่าพ่อค้าในหมู่บ้านมากทีเดียว หนูกลับมาช่วยคุณอาขายยาดีกว่า”
เนี่ยอวิ๋น “ไม่ต้องยุ่งยากหรอก”
“ไม่เป็ไรค่ะ พรุ่งนี้หนูจะมารับยานะคะ”
เนี่ยอวิ๋น “...”
เจียงหนานจอดรถจักรยานไว้นอกบ้านเนี่ยอวิ๋นแล้วเดินมือเปล่าไปบ้านตระกูลเจียง
เธอเดินผ่านเส้นทางของหมู่บ้านมาตลอดทาง ดวงตามองดูหมู่บ้านบนูเาเล็ก ๆ ที่ยากจนและล้าหลังในความทรงจำ ความรู้สึกหลากหลายประดังประเดเข้ามาในใจ
เจียงหนานหยุดยืนนิ่งเมื่อมาถึงประตูบ้านของตระกูลเจียง
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกใหญ่
หลังจากปรับสภาพจิตใจให้ตัวเองอยู่นาน อารมณ์ถึงค่อย ๆ สงบลง
เธอกลับมาอีกครั้งแล้ว
“หนานหน่าน มาแล้วหรือ?”
เจียงจื้อกังเดินขากะเผลก แบกตะกร้าไว้บนหลัง เขากำลังจะเอาหญ้าไปเลี้ยงวัว เมื่อเห็นเจียงหนานก็เอ่ยเรียกด้วยความเป็ห่วง
เจียงหนานเหลียวหน้าไปตามเสียง เห็นพี่ชายร่างกายจะพิการจิตใจเข้มแข็งของตน ทัศนคติพี่ชายคนนี้ปกติอยู่คนเดียวของตระกูลเจียง เธอไม่รู้จะพูดอย่างไรอยู่ชั่วขณะหนึ่ง
“หนานหน่าน?”
เจียงหนานดึงความคิดกลับมา พูดด้วยรอยยิ้มว่า “พี่คะ หนูกลับมาแล้ว”
“หนานหน่าน พวกเขา… ไม่ได้ทำให้เธอลำบากใจใช่ไหม?” เจียงจื้อกังถามอย่างระแวดระวัง
เจียงจื้อกังเห็นน้องสาวถูกบังคับให้แต่งงาน เขารู้สึกละอายใจจนไม่กล้าเผชิญหน้ากับเธอ
ในฐานะพี่ชายอย่างเขาช่างไร้ความสามารถเหลือเกินที่ไม่อาจปกป้องน้องสาวได้เลย
เจียงหนานยิ้มแย้ม “เปล่าค่ะ”
“เข้ามาสิ” เจียงจื้อกังทิ้งตะกร้าบนหลังลง จากนั้นก็เหลือบมองในลานบ้านก่อนจะเตือนด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เหมยเหม่ยอาจพูดอะไรสักอย่างแล้ว เธอเตรียมใจให้พร้อมนะ”
เจียงหนานพยักหน้า “หนูรู้ค่ะ”
เป็อย่างนี้มาั้แ่เด็ก ทุกครั้งที่เจียงเหมยฟ้อง เจียงจื้อกังจะแอบเตือนเธอ ถึงที่ผ่านมาการเตือนของเจียงจื้อกังจะไม่ได้ผลก็ตาม
เธอยิ้มให้เจียงจื้อกัง “พี่คะ เข้าไปกันเถอะ”
นับั้แ่นี้ เธอไม่ใช่หมูโง่ที่จะยอมจำนนและโดนคนจูงจมูกอีกแล้ว
สภาพครอบครัวตระกูลเจียงถือว่าอยู่ในระดับกลางถึงต่ำในหมู่บ้าน ทั้งหมดเป็บ้านอิฐดิน แต่ทั่วพื้นที่รอบบ้านถูกปิดกั้นอย่างแ่า แตกต่างจากครอบครัวอื่นที่เปิดประตูปล่อยลานโล่ง
ใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เจียงต้าิเรียนรู้การเล่นไพ่กับกลุ่มอันธพาลในหมู่บ้าน
เขาแพ้เป็ประจำ
พอเป็หนี้ เขาก็เริ่มคิดวางแผน
ชาติก่อน หลังจากรับสินสอดทองหมั้นของเธอแล้ว เขาก็ชดใช้หนี้การพนันทั้งหมด
เวลานี้เธอเห็นเจียงต้าิหนวดเครารกรุงรัง สวมเสื้อกล้ามสีแดงซีด ยืนเท้าสะเอวอยู่ในลานบ้าน
หลังเห็นว่าเจียงหนานเดินตามหลังเจียงจื้อกัง เขาก็เปลี่ยนสีหน้าทันที น้ำเสียงพลันเหี้ยมเกรียม “แกยังกล้ากลับมาอีกหรือ?”
“ทำไมหนูจะไม่กล้ากลับมา?” เจียงหนานแหงนหน้ามองเขาแล้วถามกลับ
เจียงต้าิย้อนถามด้วยสายตาดุดัน “เมื่อวานแกตบตีน้องทำไม แกบ้าไปแล้วหรือ?”
“เจียงเหมยรู้ดีแก่ใจไม่ใช่หรือว่าทำไม?”
เจียงเหมยได้ยินทุกการเคลื่อนไหว เธอออกมาจากบ้าน พอเห็นเจียงหนานกลับมาก็รีบราดน้ำมันลงบนกองไฟทันที “พ่อดูสิคะ พอแต่งงานแล้ว แม้แต่พ่อยังไม่เห็นอยู่ในสายตาเลย เมื่อวานพอหนูไปถึงบ้านตระกูลลู่ มันก็ตบตีหนู แถมใส่ร้ายหนูด้วย บอกว่าหนูกับอู๋เอ้อร์จู้...”
เจียงเหม่ยว่าพลางเริ่มเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง
“ใส่ร้าย? พวกคุณบอกว่าจะให้เจียงเหมยแต่งงานกับอู๋เอ้อร์จู้แลกกับที่พี่แต่งให้ตระกูลลู่ไม่ใช่หรือ? แล้วไอ้เื่ที่อู๋เอ้อร์จู้ลูบก้นเจียงเหมยก็เป็ความจริงนี่นา”
เจียงหนานมองเจียงต้าิ ถามอย่างไม่ลดละ “คุณเคยบอกว่าให้หนูแลกกับสินสอดทองหมั้น แล้วให้เจียงเหมยแต่งเป็ภรรยาพี่ชายใช่ไหมล่ะคะ?”
เจียงต้าิโดนเจียงหนานไล่ถามอย่างต่อเนื่องจนรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
เด็กอ้วนโง่เง่าที่ไม่ได้เจอมาหลายวัน ทำไมจู่ ๆ ปากคอเราะร้ายแบบนี้
“นั่นเมื่อก่อนแค่หยอกเล่นกัน แกจะพูดเื่พวกนั้นต่อหน้าคนรักน้องสาวแกทำไม? ซ้ำยังตบตีหล่อนอีก แกมันช่างเหิมเกริมจริง ๆ”
เจียงต้าิไม่เอ่ยถึงเื่ที่ให้เจียงเหมยแต่งเป็ภรรยาสักคำ แต่กลับเบี่ยงประเด็นด้วยการสั่งสอนเจียงหนานแทน
“เจียงเหมยทำตัวกวนประสาทเอง เดิมทีตระกูลลู่ก็ไม่อยากรับหนูแต่งเข้าบ้านอยู่แล้ว ้าให้พวกคุณคืนเงินสินสอด หนูเพิ่งได้ตกลงกับลู่ฮ่าว เจียงเหมยก็วิ่งแจ้นไปว่าสาดเสียเทเสียใส่หนู บอกว่าอ้วนตุ๊ต๊ะ กินเยอะ นิสัยไม่ดี ยิ่งทำให้คนแซ่ลู่อยากยกเลิกการแต่งงาน แถมยังจะคิดดอกเบี้ยตระกูลเจียงอีก”
เจียงต้าิมองไปยังเจียงเหมยด้วยสายตาดุดัน
“หนูเปล่า หนู…” เจียงเหมยไม่คิดว่าเรือจะพลิกคว่ำในรางน้ำ*[1] จู่ ๆ คนโง่ทึ่มดันฉลาดขึ้นมา น่าปวดหัวจริง ๆ
“เพราะคำพูดพวกนั้นของเธอ พวกเขาเลยมีอคติกับฉัน วันนี้ที่มาเยี่ยมบ้าน ฉันอยากซื้อของให้แม่ที่ป่วยหนัก แต่สุดท้ายฉันก็ไม่มีเงินเลยสักหยวน”
เจียงหนานมองไปทางของห้องโถง “จริงสิ แม่เป็อย่างไรบ้าง? ยังมีชีวิตอยู่ไหม? เงินสินสอดอยู่ในมือแล้ว ทำไมไม่ส่งไปโรงพยาบาลล่ะ?”
ว่าแล้วเธอก็ตรงปรี่ไปในห้องโถง
เมื่อหวังเซิ่งหลันได้ยินว่าเจียงหนานมาแล้วก็รีบปีนขึ้นเตียงเตา เอนกายนอนลงแล้วแสร้งทำเป็ป่วย
เจียงหนานเลิกผ้าห่มขึ้น เห็นหวังเซิ่งหลันนอนขดตัวอยู่บนเตียง ส่งเสียงร้องโอดโอยอย่างทุกข์ทรมาน
เธอทำเป็ลูกกตัญญู “ทำไมไม่ดูแลแม่สักหน่อยล่ะคะ? ไปเอาเงินสินสอดของหนูออกมาเร็ว หนูจะพาแม่ไปโรงพยาบาล”
“ไม่ต้องไปโรงพยาบาลหรอก ฉันมียาให้แม่แกแล้ว” เจียงต้าิเดินตามหลังมาติด ๆ
เจียงหนานถาม “ไม่ใช่ว่าร้ายแรงมากหรือคะ? แค่กินยาอย่างเดียวได้อย่างไร?”
“ไปโรงพยาบาลก็ต้องกินยาไม่ใช่หรือ? ไม่ต้องห่วงไปหรอก”
เจียงต้าิเดินตึงตังออกนอกประตูด้วยความโมโห
หวังเซิ่งหลันพูดอย่างขมขื่น “หนานหน่าน แม่ไม่เป็ไร”
เจียงหนานจับมือหวังเซิ่งหลันอย่างแรง แสร้งเป็ลูกสาวกตัญญู “แม่จะตายไม่ได้นะคะ ถ้าแม่ตายก็คงโดนพวกผู้หญิงไร้ยางอายในหมู่บ้านเอาเปรียบน่ะสิคะ”
หวังเซิ่งหลันส่งเสียงอืม ทันใดนั้นก็ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ “หนานหน่าน แกหมายความว่าอย่างไร?”
เธออารมณ์เสียทันที
เจียงหนานยิ้มปลอม ๆ “หนูไม่กล้าพูดค่ะ”
“มีอะไรไม่กล้าพูดอีก? บอกฉันเร็วเข้า พ่อแกกำลังมั่วโลกีย์กับหญิงต่ำช้าข้างนอกใช่หรือเปล่า?” หวังเซิ่งหลันผุดลุกขึ้นนั่ง มองเจียงหนานด้วยอารมณ์ผันผวน
เจียงหนานก้มศีรษะลง ไม่เอ่ยคำใดออกไป
เจียงต้าิได้ยินเสียงอันดังของภรรยาจากในห้องก็วิ่งเข้ามาด้วยความใ “พูดเื่ไร้สาระอะไร? หญิงต่ำช้าที่ไหนกัน รีบนอนลงพักผ่อนเถอะ ทำไมแกถึงกลายเป็คนชั่วร้ายขนาดนี้?
พอถูกเจียงต้าิตวาดใส่ เจียงหนานก็กลัวจนไม่กล้าพูด
ทว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยในใจของหวังเซิ่งหลันถูกปลูกไว้เรียบร้อยแล้ว
เจียงต้าิหมายจะสั่งสอนเจียงหนาน เสียงของเจียงต้าไห่ก็ดังขึ้นจากลานบ้าน
เจียงต้าไห่พาลูกสาวมาด้วย เดินเข้าไปอย่างอุกอาจผ่านประตูไม้ผุพัง
“พี่ใหญ่ ผมบอกั้แ่แรกแล้วว่า คนเขาไม่ชอบแม่เด็กอ้วนบ้านพี่ ให้เจียงผิงแต่งไปก็สิ้นเื่ พี่เอาแต่ถือตัวเป็ใหญ่ ไม่ยอมปล่อยการแต่งงานครั้งนี้ไป”
เจียงต้าไห่มองเจียงหนานอย่างสนอกสนใจ “หนานหน่าน บอกมาเร็ว ตระกูลลู่หมายความว่าอย่างไร? หรือไม่พอใจในตัวแก แกเพิ่งแต่งงานได้สองวัน ยังไม่มีแม้แต่ทะเบียนสมรส ถ้าเขาไม่ชอบแก งั้นก็ยกเลิกการแต่งงานเสียจะดีกว่า”
บ้านเจียงต้าไห่กับบ้านเจียงต้าิห่างกันเพียงหนึ่งกำแพงดินกั้น เขาได้ยินถ้อยคำที่เจียงหนานพูดในบ้านเมื่อครู่หมดแล้ว ถึงได้ถ่อวิ่งมาหา
“ยกเลิก? แล้วหลังจากนั้นล่ะคะ?” เจียงหนานแค่นหัวร่อ
อารองคนนี้ประพฤติตัวน่ารังเกียจเช่นเดียวกับเจียงต้าิไม่มีผิด
เพื่อเงินแล้ว เจียงต้าไห่ไม่้าศักดิ์ศรีใด ๆ อีกต่อไป “เจียงผิงหน้าตาดีกว่าแก ให้เจียงผิงแต่งไปแล้วกัน”
เจียงผิงที่อยู่ข้างหลังเจียงต้าไห่ได้แต่ทำตัวลีบเล็ก
ช่างเป็สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างยิ่ง
“อารอง ถ้าจะอัตคัดจนบ้าไปแล้ว ทำไมไม่ขายเืตัวเองเสียล่ะ?” เจียงหนานโกรธจัด โกรธจนอยากจะทุบตีชายร่างใหญ่คนนี้เสียด้วยซ้ำ
*[1] เรือพลิกคว่ำในรางน้ำ เป็อุปมาของจีน หมายถึง แผนการล่ม หรือเื่ที่ทำได้ดีมาตลอดดันเกิดปัญหาผิดพลาด