บทที่ 17 ตัวเองป่วยแล้วยังขอใบสั่งยาให้คนอื่น
ด้วยเหตุนี้เจียงหนานเลยไม่กล้าเรียนแพทย์กับเนี่ยอวิ๋นอีก
เธอถึงขั้นหลีกเลี่ยงเวลาพบเขาบนถนน
เจียงหนานไม่ได้กลัวเขา แค่ไม่อยากสร้างปัญหาให้ก็เท่านั้น
เธอจำได้เสมอว่าเนี่ยอวิ๋นเคยมองเธอพลางเอ่ยอย่างมีนัยลึกซึ้งว่า “เธอไม่ใช่คนของที่นี่”
ต่อมาเธอถึงรู้ว่านี่คือเจตนาดีของอาเนี่ย
เขาอาจเป็คนเดียวในหมู่บ้านที่รู้ภูมิหลังของเธอ
ดังนั้นเขาเลยอยากช่วยเธอ
เวลานี้ เจียงหนานเลยได้แต่มองเขาอย่างจริงใจ “อาเนี่ย หนูอยากเรียนวิชาแพทย์กับคุณจริง ๆ นะคะ”
“ถึงแม้ใน่หลายปีที่ผ่านมาจะไม่มีโอกาสได้เรียนรู้วิชาแพทย์จากคุณ แต่ก็ได้อ่านหนังสือแพทย์ที่คุณส่งมาให้ก่อนหน้านี้หมดแล้ว หนูรู้จักยาสมุนไพรจีนพื้นฐานทั้งหมด ถ้าไม่เชื่อ คุณจะลองทดสอบหนูดูก็ได้”
เจียงหนานแสดงความจริงใจ ทว่าเนี่ยอวิ๋นกลับปฏิเสธโดยไม่ลังเล “ฉันจะไม่รับเธอ”
ที่เนี่ยอวิ๋นปฏิเสธที่จะยอมรับเธอเป็ศิษย์ เจียงหนานคล้ายว่าจะเตรียมใจมาไว้บ้างแล้ว “อาเนี่ย หนูรู้ว่าคุณมีภาระทางใจ กลัวเจียงต้าิจะทำให้คุณลำบาก แต่หนูแต่งงานแล้ว เขาควบคุมหนูไม่ได้หรอกค่ะ”
เนี่ยอวิ๋นเงยหน้ามองเธอด้วยสีหน้าราบเรียบ “ในเมื่อเธอแต่งงานแล้วก็ไปใช้ชีวิตให้ดีเถอะ”
“เมื่อก่อนอาเนี่ยอยากสอนวิชาแพทย์ให้หนู เพราะหวังว่าหนูจะมีความรู้ติดตัว จะได้หลุดพ้นจากกรงเล็บของตระกูลเจียง เื่นี้หนูรู้นะคะ”
คลื่นแววตาของเขาสั่นไหวเมื่อได้ยินถ้อยคำของเธอ
“การแต่งงานไม่สามารถแก้ปัญหาได้ คุณอาน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับครอบครัวที่หนูแต่งเข้าไปบ้างแล้ว ตอนนี้หนู้าเรียนวิชาแพทย์จริง ๆ อย่างไรหนูก็รักในอาชีพนี้มากค่ะ”
ต้องมีเนี่ยอวิ๋นเป็อาจารย์ ถึงจะสามารถอธิบายที่มาของทักษะทางการแพทย์ของเธอได้
แน่นอน การที่ชาติก่อนไม่สามารถเรียนแพทย์กับเนี่ยอวิ๋นได้ ถือเป็ความเสียใจครั้งใหญ่ของเธอเช่นกัน
เนี่ยอวิ๋นสีหน้าอ่อนลงหลายส่วน เขาโบกบ่ายมือ “เมื่อก่อนฉันให้เธอเรียน เธอไม่ยอมเรียน ตอนนี้ไม่ได้อยู่หมู่บ้านเดียวกันแล้ว ถึงเธออยากเรียนก็คงไม่สะดวก ช่างมันซะเถอะ”
“อาเนี่ยรับหนูเป็ศิษย์เถอะค่ะ หนูชอบอาชีพแพทย์แผนจีนมากจริง ๆ ตอนนี้คุณเองก็ไม่มีลูกศิษย์อื่นแล้ว จะให้วิชาแพทย์ถูกฝังไปด้วยไม่ได้หรอกนะคะ”
“ทำไมเธอถึงอยากเรียนแพทย์เสียให้ได้?” เนี่ยอวิ๋นรู้สึกแปลกใจกับทัศนคติที่แปรเปลี่ยนกะทันหันของเจียงหนาน
เจียงหนานตอบว่า “เพราะหนูอยากไปจากที่นี่ค่ะ เื่ชาติกำเนิดของหนู คิดว่าคุณคงรู้อะไรมาบ้าง คุณอาเป็คนที่ดีกับหนูที่สุดในหมู่บ้านนี้ และหนูก็เชื่อใจคุณอามาก หนูรู้แล้วว่าหวังเซิ่งหลันไม่ได้เป็คนที่ให้กำเนิดหนู หนูอยากเปลี่ยนโชคชะตาของตัวเองค่ะ”
ตอนนี้เธอ้าอาจารย์คนนี้จริง ๆ
แน่นอน เธอไม่ได้มีเจตนาหลอกใช้เนี่ยอวิ๋น เธอเองก็อยากเปลี่ยนชะตาชีวิตของเขาด้วย
ครั้นได้ยินเจียงหนานพูดถึงภูมิหลังของตัวเอง เนี่ยอวิ๋นตะลึงลันชั่วขณะ เขาเอาแต่หลบเลี่ยงแววตาไม่มองเธอ “งั้นหรือ? ฉันไม่เห็นจะเข้าใจ”
“วันนี้ที่หนูมา เพราะมีเื่อยากบอกคุณอาค่ะ”
เมื่อเจียงหนานเห็นว่าเนี่ยอวิ๋นไม่ใคร่จะสนใจจึงหยิบยกข้อต่อรอง “เมื่อก่อนหนูเคยพบน้าคนสวยอยู่คนหนึ่ง หล่อนก็เป็แพทย์แผนจีนที่เก่งมากเช่นกันค่ะ เดิมทีหล่อนอยากรับหนูเป็ลูกศิษย์เพราะเห็นว่าหนูรู้จักยาสมุนไพรจีน แต่หนูเผลอเอ่ยถึงชื่อคุณอาโดยไม่ตั้งใจ เธอใมากหลังจากได้ยิน จากนั้นก็ปฏิเสธที่จะรับหนูเป็ลูกศิษย์ และจากไปโดยไม่บอกลาด้วยค่ะ”
เจียงหนานพูดถึงตรงนี้ก็มองดูปฏิกิริยาของเนี่ยอวิ๋นอย่างสงสัยใคร่รู้ “อาจารย์รู้ไหมคะว่าเธอเป็ใคร? คุณอากับน้าคนสวยคนนั้นมีเื่ราวอะไรมาก่อนหรือเปล่าคะ?”
แน่นอนว่าแววตาสงบนิ่งของเนี่ยอวิ๋นเกิดคลื่นโหมซัด เขามองเจียงหนานอย่างกระตือรือร้น “เธอว่าอะไรนะ? ใหลังจากได้ยินชื่อของฉันหรือ ผู้หญิงที่เป็แพทย์แผนจีนคนนั้น หล่อนหน้าตาเป็อย่างไร? ชื่อว่าอะไร?”
“หล่อนบอกว่าหล่อนแซ่หวง มีไฝบนหน้าผากด้วยค่ะ” เจียงหนานชี้ตรงหน้าผากของตัวเอง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เนี่ยอวิ๋นก็ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความใ “บนหน้าผากมีไฝด้วยหรือ? เป็หล่อน เป็หล่อนจริงๆ ด้วย”
“ตอนนี้หล่อนอยู่ที่ไหน?” เนี่ยอวิ๋นถามอย่างรีบร้อน
เจียงหนานส่ายหัว “หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ หนูพบเธอในเมืองตอนอยู่มัธยมปลาย”
ราวกับว่าเนี่ยอวิ๋นโดนกระตุ้นอารมณ์เข้า เขาเดินไปเดินมาอย่างอยู่ไม่สุข
“ถ้าเป็คนรู้จักของคุณอา หลังหนูตามคนรักเข้าเมืองวันหน้า หนูจะช่วยดูให้ค่ะ”
ผู้หญิงแซ่หวงที่มีไฝบนหน้าผากที่เจียงหนานกล่าวถึงคือมารดาอุปถัมภ์ที่สอนแพทย์แผนจีนให้เธอและรับเธอเป็ลูกบุญธรรมในชาติก่อน
จนเธอตาย เธอก็ยังไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างแม่บุญธรรมกับเนี่ยอวิ๋นเป็มาอย่างไรกันแน่
เธอรู้แค่ว่า แม่บุญธรรมมีความลับในใจที่ไม่อาจปล่อยวางได้ชั่วชีวิต
เนี่ยอวิ๋นเดินไปมาเป็เวลานานกว่าอารมณ์ของเขาจะสงบลง แววตาที่มองเจียงหนานยังคงไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ เขาโบกมือ พูดด้วยน้ำเสียงห่อเหี่ยว “ไม่ต้องหรอก อย่าสนใจเลย”
เขาจะกล้าเจอหน้าเธอได้อย่างไร?
เจียงหนานคิดไม่ถึงว่าเนี่ยอวิ๋นจะมีท่าทีเช่นนี้ เธอยิ่งทวีความสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยอวิ๋นกับแม่บุญธรรมมากขึ้น
เมื่อเห็นว่าเนี่ยอวิ๋นอารมณ์ไม่ใคร่จะปกติสักเท่าไร เธอจึงไม่กล้าพูด เอาแต่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ
ผ่านไปเนิ่นนาน เนี่ยอวิ๋นก็นั่งลงบนเก้าอี้ ถอนหายใจแล้วเอ่ยขึ้นว่า “เื่ภูมิหลังของเธอ ฉันพอรู้อยู่บ้าง”
เจียงหนานตาเป็ประกาย จ้องมองเขาพลางฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“ตอนที่หวังเซิ่งหลันแม่ของเธอตั้งท้อง ฉันตรวจชีพจรให้หล่อน ดูจากชีพจรแล้ว น่าจะเป็เด็กผู้ชาย”
เจียงหนานกวาดตามองปราดเดียวก็เข้าใจ “เด็กผู้ชาย?”
เนี่ยอวิ๋นพยักหน้า “ใช่แล้ว”
เจียงหนานถามต่อ “งั้นคุณอารู้ไหมว่าหนูเกิดที่ไหน?”
“ได้ยินมาว่าที่เมืองในอำเภอ ตอนนั้นหมู่บ้านให้คนงานที่มีร่างกายแข็งแกร่งกำยำไปซ่อมแซมเขื่อนในตัวเมือง เจียงต้าิเลยต้องไป หวังเซิ่งหลันแบกท้องใหญ่โตไปหาเขา ขากลับมาอุ้มเด็กทารกหญิงคนหนึ่งมาด้วย บอกว่าคลอดในเมืองอำเภอนั้น”
เนี่ยอวิ๋นคลางแคลงใจ แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจคนเ่าั้มากนัก
จนกระทั่งเด็กหญิงตัวเล็กเติบโตจนอายุเจ็ดแปดขวบ ผิวพรรณขาวนวล ไม่มีความคล้ายคลึงกับคนตระกูลเจียงเลยแม้แต่น้อย
ย้อนกลับไปในคืนนั้น หลังจากที่เด็กหญิงถูกลักพาตัวไป เจียงต้าิกลับเล่นไพ่อยู่ในหมู่บ้าน...
โชคดีที่์คุ้มครอง เด็กหญิงตัวน้อยหาทางกลับบ้านเองได้อีกครั้ง...
“อาเนี่ย ขอบคุณที่บอกเื่พวกนี้กับหนูนะคะ และขอบคุณที่เคยพยายามเปลี่ยนชะตาชีวิตของหนู ไม่ว่าคุณจะรับหนูเป็ศิษย์หรือไม่ คุณอาก็เป็ผู้าุโที่หนูนับถือมากอยู่ดีค่ะ”
เธอมองเนี่ยอวิ๋น พูดอย่างจริงจังว่า
“อาเนี่ยคะ วันนี้หนูยังมีอีกเื่ที่อยากขอร้อง กรณีที่ใบหน้าเป็แผลไฟไหม้สาหัส คุณอามีวิธีอะไรที่รักษาได้โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็ไหมคะ?”
“แล้วก็โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังด้วยค่ะ” เธอกล่าวเสริม
ขอเพียงเนี่ยอวิ๋นออกใบสั่งยาให้เธอนำกลับไป ผู้เฒ่าลู่ถึงจะเชื่อคำโน้มน้าวของเธอ
เขามองเธอด้วยความสงสัย เข้าใจว่าเธอขอใบสั่งยาจากเขา
เจียงหนานเอ่ย “คุณอาอาจเคยได้ยินแล้วว่า หนูแต่งงานกับผู้ชายเสียโฉม หนูเลยอยากขอให้คุณอารักษาแผลไฟไหม้ให้เขา พยายามไม่ให้ทิ้งรอยแผลเป็ในวันหน้าให้มากที่สุด”
“แล้วภาวะถุงลมโป่งพองในปอดอุดกั้นเรื้อรังล่ะ?” เนี่ยอวิ๋นถาม
“เป็คุณปู่ของคนรักหนูค่ะ”
เจียงหนานกล่าวว่า “จริงสิ ยังมีผู้ป่วยที่เป็โรคหัวกระดูกสะโพกขาดเือีกคน คุณอาก็ช่วยออกใบสั่งยาด้วยเถอะค่ะ”
เนี่ยอวิ๋น “...”
หลังััได้ถึงแววตาประหลาดใจของเนี่ยอวิ๋น เจียงหนานก็อธิบายอย่างกลัดกลุ้มว่า “ทำอย่างไรได้ บ้านรั่วแล้วถูกฝนกระหน่ำตกทั้งคืน*[1] อีกนี่นา”
เนี่ยอวิ๋นมองเธอแล้วเอ่ยเสียงอ่อน “รักษาตัวเธอเองก่อนเถอะ”
ตัวเองป่วยแล้วยังขอใบสั่งยาให้คนอื่นอีก
เจียงหนาน “...”
เธอยื่นมือออกไปให้เนี่ยอวิ๋นจับชีพจร
เนี่ยอวิ๋นตรวจชีพจรเสร็จก็สรุปได้ว่า ถ้าไม่ได้ป่วยก็คงร่างกายอ่อนแอ
ตามคำวิงวอนอันหน้าหนาหน้าทนของเจียงหนาน เนี่ยอวิ๋นเลยเขียนใบสั่งยาให้
เนี่ยอวิ๋นให้ใบสั่งยาแก่เธอพร้อมเตือนว่า “ฉันไม่ได้พบผู้ป่วย เลยไม่กล้ารับประกันว่าให้ยาตรงตามอาการหรือเปล่า”
เจียงหนานเก็บใบสั่งยาดุจของล้ำค่า หัวเราะแฮะ ๆ ออกมา “หนูเชื่อในทักษะทางการแพทย์ของคุณอาค่ะ ครั้งหน้าหนูจะพาผู้ป่วยมาด้วยนะคะ”
หลังจากพูดจบเธอก็ลุกขึ้น “วันนี้เป็วันกลับบ้านของหนู หนูต้องไปแล้วค่ะ”
*[1] บ้านรั่วแล้วถูกฝนกระหน่ำตกทั้งคืน เป็อุปมา หมายความว่า เกิดเื่โชคร้ายไม่ขาดสาย