หลังจากให้เหมยฮัวและชื่อหวันเฉิงทำความรู้จักกันแล้ว ตลอดทั้งวันหลิวอี้ได้ใช้เวลาไปกับการตะเวนซื้อวัตถุดิบประจำแคว้น ถึงแคว้นฮั่วจะเป็แคว้นที่มีความแห้งแล้งมากที่สุด แต่กลับอุดมไปด้วยโลหะต่าง ๆ ตลอดจนแร่ธาตุสำคัญ ่บ่ายของวันลานบ้านตระกูลหลิวก็เต็มไปด้วยข้าวของมากมาย หากเป็ปกติ การที่จะขนของเหล่านี้เดินทางไปแคว้นจินจำต้องใช้รถมากหลายสิบคัน ยิ่งเกี่ยวกับพวกโลหะด้วยแล้วนั้นจำต้องใช้จำนวนมากในการขนย้าย แต่ทุกสิ่งที่อยู่ในลานบ้านนั้น กลับหายไปหลังที่พระอาทิตย์ตกดิน สร้างความประหลาดใจต่อเหล่าบ่าวไพร่อย่างมาก หากแต่หลิวอี้เขาไม่จำเป็ที่ต้องเปิดเผยวิธีการในส่วนนี้ แน่นอนว่าทุกอย่างนั้นได้หายไปอยู่บนนิ้วเขาแล้ว
เหลิวอี้และชื่อวันเฉิงขี่ม้าออกจากเมืองั้แ่เช้าตรู่ ด้วยทั้งสองไม่ได้แบกหามสัมภาระ ทำให้ใครหลายคนเข้าใจว่าพวกเขาแค่ออกไปไม่ไกล แต่หารู้ไม่ว่าพวกเขากำลังไปจากเมืองแห่งนี้ เมื่อทั้งสองพ้นระยะสายตาจากผู้คนและทหารยามแล้ว ม้าที่พวกเขาขี่เดินก็เร่งความเร็วควบสุดฝีเท้าไปตามทาง ลัดเลาะป่าเขามุ่งสู่ชายแดนแคว้นจิน ถึงจะใช้ม้าเร็วแต่ก็ต้องเดินทางเป็เดือน ๆ ไหนเลยหลิวอี้จะปล่อยเวลาไป ใน่ที่เขารอคอยวัตถุดิบมาส่งก่อนหน้านั้น ในมิติจิตใจหลิวอี้ได้ทำความเข้าใจระบบของแหวนกับความรู้ความสามารถของตน สิ่งที่หลิวอี้้านั้นคือการให้กำเนิดสมุนไพรชนิดใหม่ การจะสร้างสิ่งที่ไม่มีอยู่ให้เกิดขึ้นมาในโลกใบนี้ มันเป็อะไรที่ยากเกินกว่าคนทั่วไปจะทำได้ หากแต่หลิวอี้กับมีพวกมันพร้อม เพื่อจะได้เริ่มแผนการของเขาในระหว่างเดินทาง
“เ้าพร้อมไหมฮัวเอ๋อ” หลิวอี้ถามเด็กสาวที่เวลานี้ ไม่ได้อยู่ภายนอก แต่นางอยู่ในพื้นที่จำเพาะของแหวน
“หนูตรวจดูทุกอย่างแล้ว จากการวิเคราะห์ หากปะป๊าใช้เพียงศาสตร์ที่ร่ำเรียนมานั้น ยังไม่เพียงพอ เพราะมีอัตราล้มเหลวอยู่ถึงร้อยละ 70 แต่โชคดีที่ท่านมีทักษะพิเศษ ออร่าเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้แล้ว อัตราล้มเหลวจึงลดลง เหลืออยู่ที่ร้อยละ 10"
“ข้ามีโอกาสทำสำเร็จ 9 ใน 10 แล้วสินะ เช่นนั้นพวกเราทำมันเลย”
“เ้าค่ะ”
ไวกว่าที่หลิวอี้คาดคิด เมล็ดพันธุ์พืชสมุนไพรสายพันธุ์ใหม่ก็สำเร็จ มันถูกแสดงบนหน้าต่างข้อความ พร้อมกับให้ตั้งชื่อสายพันธุ์นี้
“หญ้าแปดเซียน” หลิวอี้ตั้งชื่อให้เมล็ดหญ้าที่เขาเพิ่งให้กำเนิดขึ้นมา
“ปะป๊าจะทำการเพาะเมล็ดหญ้าแปดเซียนเลยไหมเ้าค่ะ ท่านสามารถใช้ทักษะต่าง ๆ ของท่านกับความสามารถของแหวนเพาะหญ้าชนิดนี้ให้ออกมาจำนวนมากได้” เหมยฮัวแนะนำหลิวอี้อย่างรู้ใจ
“ดีเลย เ้าช่วยเพาะพวกมันออกมาให้มากพอ ที่ข้าจะใช้พวกมันกระจายไปตามทางและป่าเขาที่พวกเราต้องผ่าน”
“เ้าค่ะ หนูจะทำซ้ำไปจนกว่าจะพอ” เสี่ยวอึดใจเมล็ดหญ้าแปดเซียนที่มีเพียง 1 ก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทั้งจากจากสร้างขึ้นมาใหม่และเพาะปลูกมันอีกส่วน
“ทีนี้พวกเราจะปลูกมันเช่นใด” ชื่อหวันเฉิงที่พอทราบแผนการของพี่ชาย ได้ถามขึ้นมา
“พวกเราก็เดินไปปลูกนั่นละ” หลิวอี้ตอบไปด้วยความสัจ ทำเอาชื่อหวันเฉิงถึงกับหน้าถอดสี
“หนูมีวิธีแนะนำปะป๊า ท่านอยากฟังไหมเ้าคะ” เหมยฮัวได้เสนอตัวขึ้นมา
“ฮัวเอ๋อมีสิ่งใดบอกกล่าว เ้าสามารถบอกพ่อได้ทันที” หลิวอี้นึกพอใจในความฉะฉานของเหมยฮัว
“เราเพียงเลือกทำเลที่ต้องกระจายเมล็ด เช่นยอดเขาหรือหน้าผา จากนั้นให้ท่านใช้อักขระเขียนยันต์เรียกลมขึ้นมา เพื่อกระจายเมล็ดเหล่านี้ออกไปทุกทิศทาง เมื่อพวกมันลงสู่พื้นดิน ท่านก็ใช้พลังออร่าเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์เร่งการเจริญเติบโตของพวกมัน เ้าค่ะ”
เมื่อเหมยฮัวกล่าวออกมาหลิวอี้ก็เข้าใจได้ทันที ไม่นานหลิวอี้ก็หายอดเขาที่เหมาะสมพบเจอ มันไม่ไกลจากทางสายหลักมากนัก อีกตั้งยังเหมาะแก่การพักแรม ััปราณของหลิวอี้ตรวจสอบรอบทิศ เพื่อหาสัตว์ร้ายและผู้คนในป่า พร้อมกับทำการจำลองแผนที่ขึ้นมา เวลานี้ระยะตรวจสอบของหลิวอี้นั้นมีเพียงครึ่งลี้โดยประมาณ แต่ทันทีที่หลิวอี้กระจายเมล็ดไปกับสายลมแล้วใช้พลังออร่าเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์เพื่อนเร่งการเจริญตอบโตอยู่นั้น แผนที่ีตรวจสอบของเขาได้ขยายอาณาเขตออกไปมากถึง 20 ลี้ เมื่อเขาสอบถามบุตรี จึงทราบว่ามันขยายตามความสามารถของหลิวอี้ ด้วยแต่เดิมรัศมีพลังออร่าเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์นั้นมีขอบเขตรัศมีไกลถึง 20 ลี้ แต่มันถูกหลิวอี้ปิดการใช้งาน ั้แ่ที่เขาสามารถควบคุมมันได้ จนเมื่อเขาต้องใช้มันอีกครั้ง ขอบเขตแต่เดิมจึงขยับขยายไปตามความจริง มันจึงทำให้หลิวอี้ทราบถึงภูมิประเทศโดยรอบตัวเขาจากการใช้แผนที่ของระบบนั่นเอง หากแต่โชคร้ายนักที่หลิวอี้ไม่สามารถนำััปราณของเขาไปใช้ร่วมกับพลังเทพนี้ได้ ไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมี 20 ลี้ไปแล้ว แต่อย่างน้อยในระบบแผ่นที่ของเขา ก็สามารถระบุตำแหน่งของสิ่งที่เขา้าได้ ถึงจะไม่ละเอียดเท่าััปราณก็ตาม
“พี่อี้ หากฮัวเอ๋อไม่เสนอวิธีการเช่นนี้ ข้าคงโดนท่านใช้ให้ไปหวานเมล็ดเหล่านี้ใช่หรือไม่” ชื่อหวันเฉิงพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าหลิวอี้จัดการทุกอย่างหมดแล้ว
“ฮ่า ๆ ก็คงใช่ ข้าไม่คิดเลยว่านางจะรู้ดีกว่าข้าที่เป็เ้าของความสามารถเหล่านี้ ข้านั้นนึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าข้าสามารถใช้ลมมาช่วยกระจายเหล่าเมล็ดพันธุ์ได้ นางช่างมีความคิดนอกกรอบยิ่งนัก”
“แล้วแผนการของท่านนั้นมันจะช่วยตระกูลท่านได้แน่หรือ” ชื่อหวันเฉินถามอย่างอยากรู้
“ข้าก็หวังว่าเมื่อวันนั้นมาถึง พ่อข้าจะทำส่วนที่เหลือได้ ตอนนี้ข้าและคนอื่นในตระกูลมีแต่ต้องไปแคว้นจินเพื่อความปลอดภัยก่อนเป็อันดับแรกและเพื่อความสบายใจของคนในตระกูล” หลิวอี้กล่าวอย่างผ่อนคลาย เพราะเวลานี้สิ่งที่เป็ปัญญาบางส่วนได้แก้ไขแล้ว
“ท่านบอกข้าได้ไหม เมล็ดหญ้าแปดเซียนนั้นมีสรรพคุณทางยาเช่นใด”
“เ้ากินเม็ดลูกน้ำตาลข้าเล่นเกือบทุกวัน เ้ายังเดาข้าไม่ได้อยู่อีกหรือว่าข้าใช้อะไรเป็ส่วนประกอบในการสร้างสมุนไพรชนิดนี้ ทั้งที่เ้าเห็น หญ้าแปดเซียนที่โตพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว”
“อย่าบอกนะว่าท่านใช้เม็ดน้ำตาลเ่าั้เป็ส่วนประกอบ ข้าไม่คิดเลยว่าพลังของแหวนจะสามารถทำอะไรเช่นนี้ได้”
“ข้าก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายเช่นใดดี แหวนวงนี้มันก็คือเครื่องมือที่ทำให้ข้าง่ายในการสร้างพวกมัน หากไม่แล้วกว่าข้าจะสร้างเมล็ดหญ้าแปดเซียนขึ้นมาสำเร็จด้วยตัวเอง อย่างน้อยข้าอาจจะต้องใช้เวลากว่า 10 ปี”
“แล้วท่านจะทำอะไรต่อจากนี้กัน”
“แน่นอนในเมื่อข้ามีสมุนไพรที่เก็บเกี่ยวมามากมายอยู่ในแหวน ข้าจะสร้างสมุนไพรชนิดใหม่ ขึ้นมาอีกเพื่อให้ง่ายต่อการปรุงพวกมัน”
จากนั้นหลิวอี้ก็จัดการสร้างพืชสมุนไพรหลายชนิดตามความรู้ในสูตรปรุงยา อย่างเช่น การจะหลอมโอสถเสริมปราณพิภพขั้นต้น จำต้องใช้สมุนไพร 3 ชนิด อันได้แก่ หญ้าเขียวพิรุณ โสมเหลือง ดอกนภาแดง หากแต่หลิวอี้คาดไว้ว่าทั้งสามชนิดนี้ จะกลายเป็ต้นเดียวกัน ที่เป็โสมเหลืองที่มีใบเขียวพิรุณและดอกนภาแดง หากแต่เมื่อสำเร็จนั้น รูปร่างของมันไม่เหมือนกับที่หลิวอี้คาดไว้เท่าไหร่ หากแต่เป็โสมที่มี 3 สีสลับไปมา หลิวอี้จึงตั้งชื่อให้มันว่าโสมตรีลักษณ์ เมื่อทดลองนำมันไปปรุงโอสถเพื่อสร้าง โอสถเสริมปราณพิภพขั้นต้นออกมานั้น กับพบว่ามันมีคุณสมบัติที่ดีกว่าสูตรยาเดิม ซ้ำยังประสิทธิภาพใช้แทนโอสถเสริมปราณพิภพขั้นกลางและขั้นสูงได้อีกด้วย ทำให้หลิวอี้ตั้งชื่อโอสถชนิดนี้ว่าโอสถราชันปราณพิภพ
ในการเดินทางไปแคว้นจินนั้นระหว่างทางหลิวอี้ได้กระจายเมล็ดพันธุ์สมุนไพรของเขาตลอดเส้นทาง สายพันสมุนไพรเหล่านี้มีมากกว่า 300 สายพันธุ์ ถึงมันจะกระทบต่อระบบนิเวศอยู่บ้าง แต่เขาจำเป็ต้องทำ นอกจากที่พืชเหล่านี้จะออกสู่ธรรมชาติแล้ว พวกมันยังมีความทนทานต่อโรคพืชและสภาพแวดล้อมอย่างมาก ดังนั้นแล้วหลิวอี้จึงไม่กลัวว่าพวกมันจะสูญพันธุ์ในเร็ววัน และต่อให้ชาวบ้านหรือนักปรุงยาไปพบเจอเวลานี้ พวกเขาก็ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะสามารถทดลองพวกมันจนรู้แน่ชัดว่าเป็ตัวยาชนิดใด เมื่อถึงตอนนั้นแผนการของเขาคงบรรลุไปนานแล้ว
หากไม่ติดเื่การกระจายพันสมุนไพร หลิวอี้คงถึงเมืองจินหลงในเวลา 1 เดือน หรือ 30 วัน หากแต่เพราะแผนการของเขาทำให้หลิวอี้มาถึงเมืองหลวงแคว้นจินโดยใช้เวลานาน 45 วัน ล่าช้ากว่ากำหนดการเดิม ตามที่หลิวอี้เคยส่งจดหมายให้หลี่เทียนชื่อถึงสิบกว่าวัน สร้างความร้อนใจต่อพี่ชายที่เป็อ๋องอย่างมาก จนหลี่เทียนชื่อร้องขอฮองเต้หมายหยิบยืมกำลังทหารเข้าตรวจสอบเส้นทางสัญจร แต่โชคดีที่หลิวอี้ถึงวังพฤกษาหยกเสียก่อน
“ข้าเป็ห่วงเ้าแทบแย่ เ้าเดินทางมาเป็เช่นใดบ้าง เหตุใดจึงล่าช้านัก” หลี่เทียนชื่อทักทายอีกฝ่ายอย่างกันเอง
“พี่ใหญ่ เพราะข้านั้นมัวกระทำบางอย่างเพื่ออนาคตของตระกูล จึงเป็เหตุให้การเดินทางล่าช้า ข้าต้องขอโทษที่ทำให้ท่านกังวล หากแต่การเดินทางมาเมืองจินหลงนั้นสะดวกสบายกว่าการเดินทางไปแคว้นมู่หลายเท่า อีกทั้งข้ายังมีเพื่อนร่วมทางค่อยแบ่งเบาภาระ การเดินทางจึงไม่ยากลำบาก ข้าขอแนะนำเขาให้ท่านได้รู้จัก เขาคือน้องเล็กของข้าชื่อหวันเฉิง” หลิวอี้ไม่รอช้าแนะนำน้องชายอีกคนให้พี่ใหญ่ของเขารู้จักทันที
“ผู้น้อยชื่อหวันเฉิงถวายบังคมท่านอ๋อง” ชื่อหวันเฉิงคล้ายกำลังจะขุกเข่า หากแต่หลี่เทียนชื่อคว้าตัวจับไว้ก่อน แล้วบอกกับอีกฝ่ายว่า
“เ้าเองก็นับว่าเป็น้องชายข้าเช่นกัน อย่าได้มากพิธีเช่นนี้ นับจากนี้ไปข้าจะนับเ้าเป็น้องเล็กสุด ดีหรือไม่”
“ข้าถูกใจท่านยิ่งนัก แท้จริงแล้วข้าก็ไม่ค่อยชอบเื่พิธีการาาศัพท์เช่นนี้ ท่านเองเป็พี่ใหญ่ของพี่อี้ ข้าก็นับถือท่านเช่นกัน เมื่อท่านเห็นข้าเป็น้องเล็กแล้ว ข้าจะเป็น้องสามให้พวกท่านเป็ไง พี่อี้เป็พี่รอง ส่วนท่านเป็พี่ใหญ่” พออีกฝ่ายไม่มากเื่ ชื่อหวันเฉิงก็ทิ่งความสุภาพก่อนหน้าทันที
“ฮ่า ๆ เ้านี่นะ ดูท่าจะแสบใช่เล่น” หลี่เทียนชื่อแซวอีกฝ่าย
“พี่ใหญ่ท่านผิดแล้ว คนที่แสบสุดคงเป็พี่รองของพวกเรา เห็นเขาทำตัวเช่นนี้ แต่อย่าได้ไปบอกใครเชียว ข้าจะเล่าให้ท่านฟัง” ชื่อหวันเฉิงได้ทีหาแนวร่วม
“ฮ่า ๆ น้องสามเ้าพูดถูกใจข้ายิ่ง ข้ามีวีรกรรมของน้องรองให้เ้ารับฟังเหมือนกัน เ้าสนใจรับฟังหรือไม่” หลี่เทียนชื่อมีหรือจะยอมน้อยหน้า
“แล้วกันพวกท่านเห็นข้าเป็อะไร แทนที่จะพูดคุยกับข้า แต่กับเลือกที่จะเล่าเื่ไร้สาระพวกนั้น” หลิวอี้ที่อยู่ ๆ ก็เหมือนจะกลายเป็ประเด็นพูดคุยเื่น่าอายของเขา มีหรือจะยอม ถึงจะเป็พี่น้องกันแล้ว แต่เขาก็ยังนึกเขินอายอยู่บ้าง
“น้องสาม ไว้เราค่อยมาพูดคุย เวลานี้พวกเราต้องเอาใจพี่รองเ้าก่อน ไม่เช่นนั้นแล้ว ข้าคงโดนเขางอนใส่เป็แน่” หลี่เทียนชื่อ มีความรู้สึกปลอดโปร่งอย่างบอกไม่ถูก ในวันนี้น้องชายสุดที่รักของเขาได้ย้ายมาอยู่แคว้นจิน แถมยังพ่วงคุณชายชื่อหวันเฉิงบุตรชายของแพทย์เทวะและองค์หญิงมู่หยินศิษย์อีกคนของปรมาจารย์ปราชญ์บรูพามาด้วย หากได้เป็พี่เป็น้องกันเช่นนี้แล้ว มันจะไม่มีอะไรดีไปกว่านี้
หลังจากทักทายกันพอสมควรแล้ว หลิวอี้ก็เริ่มเล่าแผนการของเขาให้พี่น้องทั้งสองคนฟังทันที ทั้งหลี่เทียนชื่อและชื่อหวันเฉิงนั้น คาดไม่ถึงว่าแผนการของหลิวอี้นี้ มันจะเป็เื่ที่น่าสนใจและน่าสนุกอย่างมาก หากพวกเขาทำสำเร็จตระกูลหลิวและแคว้นจินจะเปลี่ยนไปตลอดกาล นอกจากนี้หลิวอี้ยังเปิดเผยถึงแหวนหยกผู้ช่วย ซึ่งเมื่อหลี่เทียนชื่อพบเห็นเขาก็คล้ายนึกอะไรบางอย่างออก ก่อนจะกลับออกไปที่ห้องส่วนตัวของเขา เมื่อกลับมานั้น หลี่เทียนจึงแสดงแหวนหยกชนิดเดียวกันกับ หลิวอี้และชื่อหวันเฉิงทันที
“ท่านก็มีแหวนหยกผู้ช่วยเช่นกันหรือ” หลิวอี้มีความยินดียิ่งนักที่พวกเขา 3 พี่น้องมีของวิเศษเช่นนี้
“แหวนวงนี้ข้าได้รับพระราชทานมาจากฮ่องเต้เมื่อหลายปีก่อน หากแต่ใน่นั้นนิ้วข้าเล็กเกินกว่าจะสวมใส่มันได้ จึงได้แต่เก็บมันรวมกับของส่วนตัวอื่น ๆ ของข้า จนข้าหลงลืมมันไปแล้วว่าข้าเคยมีมัน จนข้านึกออกเมื่อครู่” หลี่เทียนชื่อบอกถึงความเป็มาของแหวน
“แล้วราชวงศ์ท่านได้รับมันมาได้เช่นใด” ชื่อหวันเฉิงเป็คนที่ถาม
“พวกเ้ารู้เื่ที่ตระกูลหลี่ล้มล้างตระกูลจินหรือไม่ มันเป็เื่ที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์เหล่านี้เล็กน้อย ในความจริงของเื่นี้แตกต่างจากที่พวกเ้าได้เล่าเรียนมา เอาไว้ข้าจะเล่าให้ฟัง ข้าจะพูดความเป็มาของแหวนก่อน อดีตฮองเต้จินฉวนในเวลานั้นดำรงตำแหน่งองค์ชายรอง ส่วนบรรพชนข้านั้นนามว่าหลี่เหยาไบ๋ ซึ่งถือว่าเป็สหายคนสนิทขององค์ชาย พวกเขาและผู้ติดตามรวมแล้ว 10 คน ได้เดินทางไปแคว้นต่าง ๆ ตลอดจน 10 หมู่เกาะเพื่อแสวงหาบางอย่าง จนในที่สุดพวกเขาทั้ง 10 ก็ทำสำเร็จ บนเกาะวารี์แคว้นจุ่ยนั้น พวกเขาพบประตูสู่ดินแดนอื่น เมื่อกลับออกมาพวกเขาล้วนพัฒนาฝีมืออย่างมาก หากหมั่นบ่มเพาะฝึกฝนคงบรรลุข้ามเข้าสู่แดน์ สิ่งหนึ่งที่ทั้ง 10 คนมีเหมือนกัน คือแหวนหยกเช่นของพวกเรา หากแต่เมื่อเวลาผ่านไป แหวนทั้ง 10 นั้นเหลือเพียง 2 วง คือที่อยู่กับข้า และที่พระหัตถ์ฮ่องเต้ลุงของข้า” หลี่เทียนชื่อเมื่อเล่าถึงตรงนี้ ก็มองแหวนหยกในกล่อง ก่อนจะหยิบมันมาสวมใส่
“ว่าแต่ข้าต้องทำเช่นใดหากจะใช่มัน”
“พี่ใหญ่ท่านแค่หยดเืลงบนตัวแหวน แล้วถ่ายพลังปราณที่เทียบเท่าระดับเมฆาของท่านเข้าไป มันก็จะใช้งานได้เอง เวลานั้นท่านก็แค่รับฟัง จริงสิ ก่อนหน้านี้ท่านไม่อาจมองเห็นฮัวเอ๋อของข้า หลังจากท่านหยดเืทำสัญญาแล้วท่านจะเห็นนางได้” หลิวอี้พูดมาอย่างมีความสุข ไหนเลยเขาจะไม่อยากอวดบุตรีแสนน่ารักแก่พี่ชาย
“พี่ใหญ่ท่านพึงระวังไว้ พี่รองนั้นเป็พวกหวงลูกสาวเกิดเหตุ หาไม่แล้วท่านจะถูกทุบตีเช่นที่ข้าโดน” ชื่อหวันเฉิงพูดขึ้นมา ยิ่งทำให้หลี่เทียนชื่อนึกสงสัยนักว่า เหมยฮัวนั้น นางจะน่ารักเพียงใด หลี่เทียนชื่อไม่รอช้าเขาหยดเืของตัวเองลงบนแหวนทันที หากแต่ยามเมื่อถ่ายพลังลงไป กลับไม่เกิดสิ่งใดขึ้น
“ข้าทำอะไรผิดหรือไม่ ข้านั้นถ่ายพลังไปแล้วแต่ก็ไม่รู้สึกถึงิญญาในแหวนเลย” หลี่เทียนชื่อกล่าวอย่างอับจน
“ฮัวเอ๋อ เหตุใดลุงใหญ่เ้าถึงไม่สามารถใช้แหวนวงนี้ได้” เมื่อหลิวอี้พูดจบเหมยฮัวก็ปรากฏร่างออกมาต่อหน้าทั้ง 3 คน แน่นอนว่าหลี่เทียนชื่อเองในเวลานี้ก็สามารถมองเห็นตัวตนของเด็กสาวได้แล้ว
“นี่คือนางหรือ ช่างน่ารักน่าเอ็นดูยิ่ง จะว่าไปนางแอบคล้ายว่าที่น้องสะใภ้อยู่นะ และก็คล้ายเ้าด้วย ข้านึกอยากรู้ความเป็มาในการกำเนิดของนางเสียแล้ว” หลี่เทียนชื่อพูดตามอย่างที่เห็น เขานั้นสามารถบอกได้ทันทีว่าเหมยฮัวมีความคล้ายผู้ใด
“คาราวะท่านลุงใหญ่ ข้าขอตรวจแหวนหยกของท่านได้หรือไม่เ้าค่ะ” หลี่เทียนชื่อเขาถอดแหวนจากนิ้วส่งให้เด็กสาว หากแต่ว่าหลิวอี้นั้นเป็ผู้รับแทน
“นางไม่อาจจับต้องได้พี่ใหญ่ ตัวตนของนางในโลกนี้เป็เพียงพลังปราณที่บางเบา”
“ปะป๊ะใช้ระบบตรวจสอบกับแหวนวงนี้ให้หนูที” เมื่อเหมยฮัวพูดเสร็จหลิวอี้ก็ทำการตรวจสอบ ไม่นานเหมยฮัวก็ถอนหายใจออกมา
“แหวนวงนี้เป็แหวนผู้ช่วยไม่ผิดแน่นอนเ้าค่ะ เป็แหวนรหัส A0010078 เงื่อนไขนั้นจำต้องยืนยันกับระบบหลักโดยตรง ท่านลุงจำต้องเดินทางไปดินแดนวงกตมหาเทพฯ ระบบแหวนถึงจะเปิดให้ใช้งาน”
“ดินแดนวงกตมหาเทพฯ ไม่คิดว่าจะได้ยินชื่อนี้” หลี่เทียนชื่อกล่าวออกมา
“พี่ใหญ่ท่านก็รู้จักดินแดนแห่งนั้นหรือ” หลิวอี้ถาม
“แท้จริงแล้วประตูที่เหล่าบรรชน เมื่อ 2 พันกว่าปีก่อนเดินทางผ่านไปนั้น ก็คือดินแดนวงกตมหาเทพฯ หากแต่ว่าพวกเขากับสั่งห้ามผู้ใด เปิดเผยข้อมูลนี้มีเพียงตระกูลหลี่และตระกูลใหญ่อีก 3 ตระกูลในสมัยนั้นที่รับรู้เป็การภายใน จนเมื่อพันปีก่อน ตระกูลต่าง ๆ และตระกูลหลี่ได้ยกเลิกการออกตามหาทางเข้าไปสู่ดินแดนแห่งนั้น นานเข้าเื่พวกนี้ก็กลายเป็เื่เล่าก่อนนอนของพวกข้า”
“เอาไว้ข้าจัดการเื่ของตระกูลเสร็จเสียก่อน เวลานั้นข้าจะพาท่านไปยังดินแดนวงกตมหาเทพฯ นั่น” หลิวอี้ถึงจะพูดไปอย่างนั้น แต่เวลานี้เขายังไขปริศนาปฏิทินของอาจารย์ปู่ไม่ได้เลย อีกทั้งยังมีเื่ที่ต้องแก้ไขก่อนอีกหลายเื่ ดังนั้นแล้วการเดินทางไปดินแดนวงกตมหาเทพฯ จึงยังไม่ใช่เป้าหมายของเขา
“เอาเถอะ เื่เปิดใช้งานแหวนอะไรนี่ไว้ค่อยว่ากัน เวลานี้เ้าควรไปหาญาติพี่น้องของเ้าได้แล้ว พวกเขาอยู่ที่ตำนักรับรอง อีกอย่างพรุ่งนี้พวกเ้าไปกับข้าด้วย ข้าจะพาไปดูบ้านตระกูลหลิวแห่งแคว้นจิน” หลี่เทียนชื่อจงใจเน้นคำว่าแคว้นจินเป็พิเศษอย่างมีความหมาย
โปรดติดตามตอนต่อไป…