หลายวันผ่านไปหลังจากความสำเร็จในการทะลวงเข้าสู่ระดับหลอมกายา หลินเฟิงก็กลับมาใช้ชีวิตในฐานะศิษย์ชั้นนอกที่แสนจะธรรมดาอีกครั้ง...อย่างน้อยก็ในสายตาของคนอื่น
ทุกๆ เช้า เขาจะตื่นก่อนฟ้าสาง ออกไปทำงานรับใช้ที่ได้รับมอบหมายเหมือนศิษย์คนอื่นๆ จากนั้นใน่บ่ายซึ่งเป็เวลาฝึกฝนรวมของศิษย์ชั้นนอก เขาก็จะไปยังมุมหนึ่งของลานฝึก แล้วเริ่มต้นฝึกฝนเคล็ดวิชาที่เขาจงใจเลือกมา...เพลงหมัดศิลาแกร่ง
"ฮึบ! ย่าห์!"
หลินเฟิงออกหมัดและตั้งท่าตามตำราที่เขาจดจำมาจากหอตำราอย่างแข็งขัน กระบวนท่าของเพลงหมัดศิลาแกร่งนั้นตรงไปตรงมาและเรียบง่ายอย่างที่สุด ไม่มีลูกเล่นแพรวพราวใดๆ มีเพียงการออกหมัดตรงๆ การตั้งการ์ดป้องกัน และการย่ำเท้าที่หนักแน่นมั่นคง ดั่งชื่อของมัน...ศิลาแกร่ง
เหล่าศิษย์คนอื่นๆ ที่เคยตกตะลึงในฝีมือของเขาในวันทดสอบ เมื่อเห็นเขาฝึกฝนเพลงหมัดที่แสนจะธรรมดานี้ ต่างก็เริ่มมีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไป
"ดูสิ นั่นหลินเฟิง กำลังฝึกเพลงหมัดศิลาแกร่งอยู่" ศิษย์คนหนึ่งกระซิบกับเพื่อน "ข้าก็นึกว่าเขาจะมีเคล็ดลับอะไรพิเศษเสียอีก ที่แท้ก็ฝึกวิชาพื้นๆ นี่เอง" "บางที...วันที่เขาชนะจ้าวหู่ได้ อาจจะเป็แค่เื่ฟลุ๊คจริงๆ ก็ได้นะ"
คำพูดเหล่านี้ลอยเข้าหูของหลินเฟิงอยู่ตลอดเวลา แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีใส่ใจอะไรเลย ในทางกลับกัน...นี่คือสิ่งที่เขา้า! ยิ่งคนอื่นดูแคลนเพลงหมัดศิลาแกร่งและคิดว่าเขาไม่มีอะไรพิเศษมากเท่าไหร่ ฉากบังหน้าของเขาก็ยิ่งสมบูรณ์แบบมากขึ้นเท่านั้น
ไม่มีใครรู้เลยว่า ขณะที่ร่างกายภายนอกของเขากำลังเคลื่อนไหวตามกระบวนท่าที่เรียบง่ายนั้น ภายในร่างกายของเขา พลังปราณบริสุทธิ์กำลังโคจรตามเคล็ดวิชาเทวะที่แท้จริงอย่างต่อเนื่อง...เพลงหมัดเสริมสร้างกายาบทที่สอง ซึ่งเป็เคล็ดวิชาสำหรับระดับหลอมกายาโดยเฉพาะ มันกำลังหลอมสร้างและเสริมความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระดูกของเขาอยู่ทุกวินาที!
ทว่า การทำตัวไม่โดดเด่นก็ไม่ได้หมายความว่าปัญหาจะไม่มาเยือน
บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่หลินเฟิงกำลังฝึกฝนอยู่ตามลำพังที่มุมสงบของเขา ร่างสูงใหญ่หลายร่างก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา บดบังแสงแดดยามบ่ายจนเกิดเป็เงาทะมึน...กลุ่มของจ้าวหู่นั่นเอง
จ้าวหู่ในตอนนี้มีผ้าพันแผลพันอยู่รอบหน้าอก ใบหน้าของเขายังคงมีรอยฟกช้ำจางๆ หลงเหลืออยู่ แต่สายตาที่มองมายังหลินเฟิงนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังและอาฆาตแค้นยิ่งกว่าเดิม
"ข้าก็นึกว่าใคร...ที่แท้ก็คือผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่ง ที่กำลังฝึกเพลงหมัดสำหรับพวกขยะอยู่นี่เอง" จ้าวหู่แค่นเสียงเยาะเย้ย
หลินเฟิงหยุดการฝึกซ้อม หันไปมองกลุ่มของจ้าวหู่อย่างใจเย็น "ศิษย์พี่จ้าว อาการาเ็หายดีแล้วรึ?"
คำถามที่ดูเหมือนจะเป็ห่วง แต่ในน้ำเสียงกลับแฝงแววไม่ยี่หระนั้น ทำให้เส้นเืบนหน้าผากของจ้าวหู่ปูดโปนขึ้นมา "ไม่ต้องมายุ่ง! ที่ข้าแพ้ในวันนั้นก็เพราะข้าประมาทเ้าเกินไป! อย่าคิดว่าเ้าจะโชคดีได้ตลอดไป!"
"ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ข้าขอตัวฝึกซ้อมต่อ" หลินเฟิงไม่้าเสียเวลาไปกับเื่ไร้สาระ เขาหันหลังกลับและเตรียมจะฝึกต่อ
"เดี๋ยวก่อน!" จ้าวหู่ก้าวมาขวางหน้าเขาไว้ "ข้ามี 'ธุระ' แน่! ข้าอยากจะรู้จริงๆ ว่าเพลงหมัดศิลาแกร่งของเ้า มันจะปกป้องเ้าได้สักกี่น้ำ!"
สิ้นเสียง ลูกไล่ของจ้าวหู่สองคนก็แยกกันเดินอ้อมไปด้านหลังของหลินเฟิง เป็การปิดทางหนีอย่างชัดเจน เหตุการณ์นี้ดึงดูดสายตาของศิษย์คนอื่นๆ และครูฝึกคนหนึ่งที่ยืนคุมอยู่ไม่ไกล ให้หันมาจับจ้องทันที
หลินเฟิงถอนหายใจเบาๆ ดูเหมือนว่าวันนี้เขาคงจะหลีกเลี่ยงปัญหาไปไม่ได้เสียแล้ว
"เอาล่ะ" จ้าวหู่แสยะยิ้ม "วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เ้ารู้ว่าพลังที่แท้จริงมันเป็ยังไง! รับมือ!"
เขาคำรามลั่นแล้วพุ่งเข้าใส่หลินเฟิงทันที! แต่คราวนี้เขาไม่ได้ใช้หมัด แต่กลับเปลี่ยนเป็ใช้ขาเตะกราดเข้ามาที่่ล่างของหลินเฟิง เป็การโจมตีที่หวังจะให้เสียหลักล้มลงไปก่อน
หลินเฟิงยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขารอจนกระทั่งลูกเตะของจ้าวหู่ใกล้จะถึงตัว...
เพลงหมัดศิลาแกร่ง กระบวนท่าที่หนึ่ง...ศิลาตั้งมั่น!
เขาไม่ได้หลบ แต่กลับย่อตัวลงเล็กน้อย ย่ำเท้าขวาลงบนพื้นอย่างหนักแน่น ปึ้ก! ราวกับตอกเสาเข็มลงไปในดิน จากนั้นก็ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาป้องกันการโจมตีนั้นตรงๆ
ปั้ก!
เสียงแขนและขาปะทะกันดังสนั่น! สิ่งที่ทุกคนคาดว่าจะได้เห็นคือร่างของหลินเฟิงที่กระเด็นออกไป...แต่ภาพที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้าม!
ร่างของหลินเฟิงยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับแม้แต่ครึ่งนิ้ว! ในทางกลับกัน จ้าวหู่กลับเป็ฝ่ายที่ต้องะโถอยหลังกลับไปสองก้าวด้วยสีหน้าตกตะลึง ความเ็ปแล่นปราดขึ้นมาจากหน้าแข้งของเขาราวกับไปเตะเอาเสาหินเข้าให้!
"เป็...เป็ไปได้อย่างไร!" จ้าวหู่ร้องออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
จ้าวหู่และพรรคพวกอีกสองคนพุ่งเข้ามาพร้อมกันจากสามทิศทาง คราวนี้เป็การรุมโจมตีเต็มรูปแบบ!
หลินเฟิงยังคงเยือกเย็น เขาก้าวเท้าถอยหลังหลบหมัดของคนแรก เอียงตัวหลบการเตะของคนที่สอง จากนั้นก็หมุนตัวพร้อมกับปล่อยหมัดตรงๆ สวนกลับไปยังจ้าวหู่ที่พุ่งเข้ามาเป็คนสุดท้าย
เพลงหมัดศิลาแกร่ง กระบวนท่าที่สี่...ศิลาทลายภูผา!
มันเป็เพียงหมัดตรงๆ ที่ดูธรรมดา แต่กลับแฝงไว้ด้วยพละกำลังมหาศาล!
ผัวะ!
หมัดของหลินเฟิงปะทะเข้ากับท่อนแขนของจ้าวหู่ที่ยกขึ้นมาป้องกันอย่างจัง!
กร๊อบ!
เสียงที่น่าหวาดเสียวดังขึ้นพร้อมกับร่างของจ้าวหู่ที่กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว แขนข้างที่รับหมัดของเขาทรุดลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง...กระดูกแขนของเขาร้าวเสียแล้ว!
ลูกไล่อีกสองคนเห็นหัวหน้าของตนเองาเ็ก็ถึงกับชะงักงันด้วยความใและหวาดกลัว
"พอได้รึยัง? หรืออยากจะเจ็บตัวมากกว่านี้?" หลินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
แววตาที่คมกริบของเขาทำให้เด็กทั้งสามคนตัวสั่นด้วยความกลัว พวกเขารีบเข้าไปพยุงจ้าวหู่แล้วพากันวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต
เหตุการณ์จบลงอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความตกตะลึงของเหล่าศิษย์ที่มุงดูอยู่
หลินเฟิงไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาก้มศีรษะให้ครูฝึกที่ยืนมองอยู่เล็กน้อยเป็การให้ความเคารพ แล้วจึงเดินออกจากลานฝึกไปอย่างเงียบๆ
เมื่อร่างของเขาจากไป เสียงฮือฮาก็ะเิขึ้นมาทันที
"์! พลังหมัดนั่นมันอะไรกัน! เพลงหมัดศิลาแกร่งมันรุนแรงขนาดนั้นเลยรึ!" "ข้าไม่เชื่อ! มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ!"
"เงียบ!" เสียงของครูฝึกหนุ่มที่ยืนคุมอยู่ดังขึ้น เขามีนามว่า ครูฝึกหวง เขากวาดสายตามองเหล่าศิษย์ด้วยแววตาจริงจัง "พวกเ้าเห็นหรือไม่? นั่นคือความแตกต่างที่แท้จริงระหว่างระดับพลัง!"
เหล่าศิษย์หันไปมองครูฝึกหวงเป็ตาเดียว
ครูฝึกหวงถอนหายใจเบาๆ "พวกเ้าส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่ ระดับก่อร่าง ซึ่งเป็เพียงการรวบรวมลมปราณขั้นแรกเท่านั้น แต่หลินเฟิง...ร่างกายของเขาแข็งแกร่งและทรงพลังกว่าพวกเ้ามากนัก นั่นก็เพราะเขาได้ก้าวข้ามประตูบานแรกไปสู่ ระดับหลอมกายา ได้แล้ว!"
"ระดับหลอมกายา!" ศิษย์หลายคนอุทานออกมาด้วยความใ
"ถูกต้อง" ครูฝึกหวงกล่าวต่อ "พวกเ้าจงจำไว้ให้ดี เส้นทางแห่งยุทธภพนั้นกว้างใหญ่ไพศาล มันถูกแบ่งออกเป็สิบระดับใหญ่ๆ เปรียบดั่งชั้น์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง"
จากนั้น เขาก็เริ่มอธิบายให้เหล่าศิษย์ที่กำลังตาโตด้วยความอยากรู้ได้ฟัง
"หนึ่งคือระดับก่อร่าง ที่พวกเ้าเป็อยู่ตอนนี้ สองคือระดับหลอมกายา ที่ใช้ปราณเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งดุจศาตราวุธแบบที่หลินเฟิงทำได้ สามคือระดับรวมปราณ ซึ่งจะสามารถปล่อยพลังโจมตีออกจากร่างได้"
"เมื่อแข็งแกร่งขึ้นไปอีก ก็จะเข้าสู่ สี่ระดับแก่นแท้ สร้างแก่นพลังในตันเถียน, ห้าระดับปฐี ที่ดึงพลังจากแผ่นดินมาใช้ได้, และ หกระดับนภา ซึ่งสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้!"
"และเหนือขึ้นไปอีก คือระดับของยอดฝีมือที่แท้จริง...เจ็ดระดับราชันย์, แปดระดับจักรพรรดิ, เก้าระดับเซียน...และในตำนานที่ไกลโพ้นที่สุด...คือ สิบระดับเทวะ ตัวตนที่เปรียบดั่งเทพเ้า!"
คำอธิบายของครูฝึกหวงทำให้เหล่าศิษย์รู้สึกราวกับโลกทัศน์ของตนเองถูกเปิดออก พวกเขาทั้งตกตะลึงและรู้สึกฮึกเหิมไปพร้อมๆ กัน
"ดังนั้น พวกเ้าจงเลิกคิดเื่ไร้สาระเสีย แล้วจงนำความขยันหมั่นเพียรของหลินเฟิงมาเป็แบบอย่าง! แม้เขาจะใช้เพียงเพลงหมัดพื้นฐาน แต่เมื่อร่างกายของเขาอยู่ในระดับที่สูงกว่า พลังทำลายล้างมันก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง! นี่คือรากฐานที่สำคัญที่สุด! เข้าใจแล้วก็แยกย้ายกันไปฝึกซ้อมได้!"
เหล่าศิษย์โค้งรับคำสั่งแล้วแยกย้ายกันไปฝึกซ้อมต่อ แต่ในใจของทุกคนต่างก็เต็มไปด้วยความคิดใหม่ๆ ภาพของหลินเฟิงและคำอธิบายของครูฝึกหวงได้จุดประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นขึ้นในใจของพวกเขาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ส่วนหลินเฟิงที่เดินออกมาไกลแล้วนั้น...มุมปากของเขากลับยกขึ้นเป็รอยยิ้มจางๆ
แผนการของเขา...สำเร็จไปอีกขั้นแล้ว