“ซือหย่วน ซือหย่วน ลูกฟังแม่นะ…” หญิงวัยกลางคนหน้าตาโทรมดึงแขนลู่ซือหย่วน ปากก็ขอร้องอ้อนวอนไปด้วย ภายใต้แสงไฟริมทางยังพอจะเห็นผมหงอกสีเทาสลับขาวบริเวณข้างแก้มของเธอได้
“ขอโทษด้วย ผมยุ่งมาก” ลู่ซือหย่วนชักแขนกลับด้วยท่าทีเรียบเฉยไร้ความรู้สึก
“…พี่…อย่าทำแบบนี้เลย…” ลู่ิ่รั้งแขนลู่ซือหย่วนไว้ เอ่ยคำวิงวอนเช่นกัน “แม่เขา…”
ลู่ซือหย่วนหันมองน้องสาวข้างกาย “เสี่ยวิ่ ฉันจะบอกเธอเป็ครั้งสุดท้ายว่าแม่ของเราเสียไปนานแล้ว ผู้หญิงคนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรา” ลู่ซือหย่วนหรี่ตาลงด้วยใบหน้าเรียบเฉย
ม่านตาที่ขยายนิดๆ นั่นทำเอาลู่ิ่สะดุ้งเฮือก ได้แต่หุบริมฝีปากอันสั่นเทา…
“…ซือหย่วน ขอร้องละ แม่รู้ว่าเื่ในอดีตเป็ความผิดของแม่เอง แต่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ทำไมลูกถึงยกโทษให้แม่ไม่ได้ล่ะ ยกโทษให้แม่เถอะ ก็แค้นกันมานานขนาดนี้แล้ว ตอนนี้ชีวิตแม่ก็ไม่สบายเลย…” เมื่ออีกฝ่ายชักแขนกลับทำให้หญิงวัยกลางคนมายืนขวางหน้าลู่ซือหย่วนอย่างทุลักทุเล
“ขอโทษด้วย แม่ของผมเสียไปหลายปีแล้ว” ลู่ซือหย่วนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
ลู่ิ่อ้าปากพะงาบ สุดท้ายก็พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
“…ซือหย่วน…” หญิงวัยกลางคนริมฝีปากสั่นระริก วกไปวนมาก็มีเพียงชื่อที่ตนเป็คนตั้งเองนี้ออกจากปาก “ลูกอย่าทำแบบนี้…นี่แม่เอง…”
“แม่ของผมชื่อสีอัน”
“…” ร่างบอบบางของหญิงวัยกลางคนสั่นเทา ดูเปราะบางราวกับใบไม้ที่ปลิดปลิว
ลูกของเธอบอกว่าแม่ของเขาตายแล้ว แต่แม่ของเขาที่ออกจากปากกลับเป็ผู้หญิงอีกคน คิดว่าคงไม่มีคำพูดไหนที่ทำร้ายจิตใจไปมากกว่านี้แล้วละ…
ลู่ซือหย่วนถอยหลังสองก้าว พร้อมกับฉุดแขนลู่ิ่ที่มีสีหน้ากล้ำกลืนอยู่ข้างๆ ขึ้นรถ ก่อนจะสตาร์ตรถขับอ้อมผู้หญิงกลางถนนทะยานออกไปไกล
หญิงวัยกลางคนยืนอยู่ที่เดิมมองรถที่หายลับไปจากสายตา น้ำตาที่ไหลรินลงมาเช็ดเท่าไรก็เช็ดไม่หมด
หรือนี่จะเป็เวรกรรม อดีตเธอทำเื่นั้นลงไป ตอนนี้กรรมตามสนองเธอแล้วอย่างนั้นสินะ
……
ลู่ิ่นั่งบนเบาะข้างคนขับหดตัวนิดๆ ไม่กล้าปริปากออกมาแม้แต่คำเดียว ไม่กล้าแม้กระทั่งมองสีหน้าราบเรียบของลู่ซือหย่วน
ลู่ซือหย่วนขับรถเงียบๆ อย่างจดจ่อไม่ปริปากพูดอะไร ทำราวกับคนข้างกายไร้ตัวตน ตัวรถขับทะยานบนถนนไปเรื่อยๆ กระทั่งเข้าไปจอดในโรงเก็บรถของตระกูลลู่ ขณะที่อีกมิลลิเมตรเดียวก็จะพุ่งชนกำแพงอยู่แล้ว เขาถึงเหยียบเบรก ตามด้วยดับเครื่องเปิดประตูลงไปโดยไม่สนใจน้องสาวเลย
“พี่…” ลู่ิ่รีบลงจากรถตามอีกคนไปอย่างตื่นกลัวปนไม่สบายใจ
“พี่…พี่คะ…หนูผิดไปแล้ว พี่อย่าเป็แบบนี้เลย…”
ลู่ซือหย่วนขายาว ซ้ำยังก้าวยาวเดินฉับๆ หญิงสาวย่อมตามไม่ทันอยู่แล้ว เขาเดินนำอยู่ข้างหน้าโดยทิ้งให้ลู่ิ่วิ่งเหยาะๆ ตามมา
“…เขาโทรหาหนูแล้วร้องไห้ไม่หยุด แถมยังมาหาถึงโรงพยาบาล หนูรู้ว่าพี่ไม่พอใจ แต่ยังไงเขาก็เป็…”
“ลู่ิ่!” ลู่ิ่ยังไม่ทันพูดประโยคหลัง ลู่ซือหย่วนพลันหยุดฝีเท้าหันขวับกลับมาเรียกชื่อเต็มของเธอ
ลู่ิ่กำลังวิ่งตามไล่หลังมา เมื่อลู่ซือหย่วนหยุดเดินกะทันหันก็ทำให้เธอยั้งเท้าไม่อยู่เกือบจะชนเขาเข้า ทว่ายังไม่ทันชนก็เห็นสีหน้าคุกรุ่นของลู่ซือหย่วนจนต้องรีบชักเท้าถอยไปด้านหลัง ทำให้เซล้มก้นกระแทกพื้นหิน จากนั้นพลันต้องหดตัวด้วยความใเมื่อเงยหน้าเห็นพี่ชายที่ก้มมองลงมา…
“ฉันหวังว่านี่จะเป็ครั้งสุดท้ายที่ได้ยินเธอพูดถึงผู้หญิงคนนั้น” ลู่ซือหย่วนมองลู่ิ่ ั์ตาที่มักไม่ถ่ายทอดอารมณ์เป็ปกตินั้นคมปลาบดุจปลายมีดที่แฝงด้วยความอาฆาตอย่างเก็บไม่อยู่
นั่นคือความอาฆาต ไม่ใช่การเตือน ไม่ใช่ความแค้น ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็ความอาฆาตอย่างแท้จริง และแฝงด้วยความเกลียดชังอย่างเ็า สายตาท่าทางอย่างนั้นช่างไม่เข้ากับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเรียบร้อยของเขา ทำเอาลู่ิ่ใจนหน้าซีด
“…พี่…”
“ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แม่ แม่เสียไปหลายปีแล้ว” เห็นความตื่นกลัวของน้องสาว ลู่ซือหย่วนก็ดุไม่ลง โค้งตัวยื่นแขนอุ้มลู่ิ่จากพื้นก่อนหมุนตัวเดินเข้าบ้าน “เสี่ยวิ่ หลังจากนี้ถ้าเห็นเขาอีกก็โทรแจ้งตำรวจได้เลย”
“แต่ว่า…” ลู่ิ่ลังเล
“ถ้าเธอไม่เชื่อฟังคำสั่งฉัน ฉันจะส่งเธอย้ายไปอยู่ต่างประเทศทันที ไม่ให้เธอกลับมาอีกตลอดชีวิต”
“…”
ลู่ซือหย่วนยังไม่ทันอุ้มลู่ิ่เดินเข้าบ้าน ประตูก็เปิดออกก่อน หญิงสาวคนหนึ่งยืนรอพวกเขาอยู่ริมประตู เห็นลู่ซือหย่วนอุ้มลู่ิ่กลับมาก็แปลกใจ
“เกิดอะไรขึ้น”
ลู่ซือหย่วนเห็นหญิงสาวก็ยิ้มน้อยๆ ต่อให้เป็รอยยิ้มเรียบๆ แต่ก็ไม่เย็นชืดนัก เป็รอยยิ้มที่บางเบาทว่าอบอุ่นจนเ้าตัวดูอ่อนโยนขึ้นทันตา “ผมให้เลขาโทรมาถาม เห็นบอกว่าคืนนี้แม่มีเคสผ่าตัดใหญ่ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงกลับมาเร็วขนาดนี้ล่ะครับ”