ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 46 เสียงนกเสียงกา

            ชั้นสามของจิ่นชางเก๋อใหญ่มาก ผ้าที่วางอยู่ก็มีคุณภาพสูง คนทั่วไปไม่มีทางซื้อไหวดังนั้นจำนวนคนที่ชั้นสามจึงค่อนข้างน้อยเสี่ยวเอ้อร์ที่ดูแลชั้นสามจึงเป็นกันเองมากเป็นพิเศษ

            พอซูหมิงเยว่ขึ้นมาชั้นบน เสี่ยวเอ้อร์ก็เข้ามาต้อนรับ “เอ๋คุณหนูท่านนี้อยากดูอะไรหรือขอรับ?”

            สายตาของซูหมิงเยว่กวาดมองไปที่ชั้นวางรอบๆ“พาข้าไปดูผ้าที่ดีที่สุดของที่นี่”

            “ได้เลยขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์ของร้านได้ยินดังนั้นก็ยิ้มยิงฟันจนตายิบหยีเขาพาซูหมิงเยว่ไปที่ตู้ด้านใน “นี่คือผ้าที่ดีที่สุดของร้านเราขอรับ”

            “ได้” ซูหมิงเยว่พยักหน้า “เช่นนั้นพวกข้าขอดูเองก่อนละกัน”

             หลังจากเสี่ยวเอ้อร์เดินออกไปแล้วซูหมิงเยว่กับเสี่ยวอวี่ก็เริ่มเลือกผ้าไหมบนชั้นคุณภาพผ้าไหมพวกนี้ไม่เหมือนกับผ้าธรรมดาจริงๆ ลูบไปแล้วสัมผัสดีมากอีกทั้งยังมีประกายเล็กน้อย

            “คุณหนู ท่านว่าผืนนี้เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?” เสี่ยวอวี่หยิบผ้าไหมสีม่วงผืนหนึ่งลงมาจากชั้น

            ซูหมิงเยว่ดูครู่หนึ่งก็ดึงสายตากลับไปแล้วส่ายหน้า “ไม่ได้สีม่วงมันแก่เกินไป”

            “แต่ว่าไทเฮาก็อายุไม่น้อยแล้วนะเจ้าคะ” เสี่ยวอวี่พูดเสียงเบาลงนางรู้สึกว่าสีม่วงผืนนี้ดีมาก “สีอื่นๆ ก็เหมือนจะไม่ค่อยเหมาะสมกับอายุของไทเฮาเลย”

            ซูหมิงเยว่หัวเราะแล้วก็กดเสียงเบาตอบกลับไป“ไม่มีสตรีคนไหนอยากได้ยินคนอื่นบอกว่าตัวเองแก่หรอกนะ เข้าใจหรือไม่?”

            “อ๋อ อ๋อ” เสี่ยวอวี่พยักหน้าเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี นางวางผ้าไหมกลับไปบนชั้น

            ซูหมิงเยว่มองผ้าไหมบนชั้นหนึ่งรอบ สุดท้ายก็เลือกสีขาวอมฟ้าออกมาหนึ่งผืนไม่ได้ขาวมาก อีกทั้งยังเหลือบสีเขียวควัน ดูแล้วค่อนข้างสง่างาม

            “ผืนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”

            เสี่ยวอวี่มองแล้วขมวดคิ้ว “ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เจ้าค่ะ งานวันเกิดนะเจ้าคะสีขาวไม่ค่อยจะมงคลเท่าไหร่”

            ซูหมิงเยว่หัวเราะ “พวกเราไปงานเลี้ยงวันนี้ก็เพื่อมอบเสื้อผ้าเป็นของขวัญนะแต่ความจริงแล้วจะพูดว่าเป็นเสื้อผ้าก็ไม่ได้ เพราะเสื้อผ้ามันธรรมดามากประเด็นสำคัญคือพวกเราวางแผนจะปักของที่พิเศษแบบที่หาจากที่ไหนไม่ได้การเลือกผ้าก็ต้องเลือกที่สามารถปักดอกไม้ได้ เข้าใจหรือไม่?”

            “สีที่เจ้าเลือกพวกนั้นมันแก่ไป ไม่ต้องพูดถึงสีเข้มด้วย พวกนี้ปักดอกไม้อย่างไรก็ไม่ขึ้นหากทำแบบนี้ก็จะแสดงความจริงใจของพวกเราไม่ได้น่ะสิ”

            ซูหมิงเยว่พูดอย่างมีเหตุผลเสี่ยวอวี่ฟังแล้วก็รู้สึกว่าไม่มีตรงไหนที่ผิด

            ในตอนที่พวกนางกำลังเลือกผ้าอยู่ บันไดที่อยู่ด้านหลังก็มีคนหนึ่งขึ้นมา นางเป็นสตรีสวมชุดหรูหราดูแล้วอายุไม่มากนัก ด้านหลังมีสาวใช้ตามมาด้วยสองคน 

            นางเดินตรงขึ้นมาชั้นสามแล้วไปหยุดอยู่ที่ตู้ข้างๆ ไม่ไกลจากซูหมิงเยว่แต่ซูหมิงเยว่กำลังพิจารณาผ้าในมืออยู่ นางจึงไม่ทันสังเกตสถานการณ์ทางนั้น

            หนึ่งในสาวใช้ที่อยู่ข้างกายสตรีคนนั้นถาม “คุณหนู ครั้งนี้ท่านวางแผนจะทำเสื้อแบบไหนหรือเจ้าคะ?”

            สตรีคนนั้นได้ยินก็เชิดหน้าขึ้นอย่างได้ใจ“อีกไม่กี่วันก็จะวันเกิดไทเฮาแล้ว เปิ่นกงจะทำชุดที่ถึงตอนนั้นจะเป็นชุดที่เจิดจรัสในงานเลี้ยงพวกเจ้ารีบหาสีดีๆ ให้เปิ่นกงซะ”

            สาวใช้สองคนรับคำพร้อมกัน “องค์หญิงของพวกเรางดงามราวกับดอกไม้สวมชุดอะไรก็ดูดีเพคะ”

            ประโยคนี้ทำให้สตรีคนนั้นอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างชัดเจน นางหัวเราะเสียงใสสองทีก่อนจะยกมือขึ้นเรียกเสี่ยวเอ้อร์ “ผ้าที่ดีที่สุดของร้านอยู่ที่ไหนหรือ?”

            “ด้านข้างตรงที่แม่นางคนนั้นดูอยู่ขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์ของร้านชี้ทิศที่ซูหมิงเยว่ยืนอยู่

            แม่นางหมุนตัวมาดู จากนั้นแววตาก็ฉายแววริษยาขึ้นมา

            เวลาปกติที่ซูหมิงเยว่ออกจากเรือน แม้นางจะไม่ค่อยแต่งตัวเท่าไร อีกทั้งยังสวมชุดค่อนข้างธรรมดาแต่ถึงเป็นแบบนี้ก็ยังไม่ส่งผลอะไรต่อหน้าตาของนาง

            กลับกันยิ่งเพิ่มความงดงามโดดเด่นของนาง เมื่อเทียบกับสตรีที่สวมชุดดอกไม้สวมทองสวมเงินแล้ว ภายในชั่วพริบตาสตรีคนนั้นก็ดูไร้รสนิยมไปทันที

            “นางคือใคร?” สตรีคนนั้นกระทืบเท้าอย่างเกลียดชัง นางไม่รู้ว่ามีคนหน้าตาดีเกินหน้านางเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

            สาวใช้ที่อยู่ข้างกายขมวดคิ้วพูดเสียงเบา “คงจะเป็นซูหมิงเยว่ คุณหนูของสกุลซูก่อนหน้านี้เคยเข้าร่วมงานเลี้ยงชมดอกไม้ภายในวังมาก่อนเพคะ”

            “จริงหรือ?” สตรีคนนั้นกัดฟันแน่นความริษยาในแววตาแทบจะปิดเอาไว้ไม่มิด “ตอนนั้นข้าทำอะไรอยู่นะ”

            งานเลี้ยงชมดอกไม้วันนั้นนางไม่ได้สนใจซูหมิงเยว่เท่าไรคิดไม่ถึงว่าจะมาเจอกันในวันนี้

            สตรีคนนั้นพูดจบก็เดินตรงไปทางซูหมิงเยว่ ซึ่งซูหมิงเยว่เองก็รู้สึกได้ว่ามีคนมายืนอยู่ข้างๆนางจึงขยับตัวเพื่อเปิดทางไปด้านข้าง ต่อมาก็ได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของสตรีดังมาจากด้านข้าง

            “เจ้าก็คือซูหมิงเยว่สินะ เจอเปิ่นกงแล้วยังไม่ทำความเคารพอีกหรือ?”

            มือที่ถือผ้าของซูหมิงเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง นางหันไปมองด้านข้างแล้วก็ตะลึงไปเสี้ยววินาที

            องค์หญิงเจ็ด? สตรีที่สวมชุดใส่ทั้งทองและเงินเชิดหน้ามองอยู่นางไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นองค์หญิงสี องค์หญิงคนที่เจ็ดของวัง ด้านหลังมีสาวใช้ติดตามมาด้วยสองคน

            ทั้งๆ ที่องค์หญิงสีตัวก็ไม่ได้สูงกว่าซูหมิงเยว่แต่กลับเชิดหน้าผากขึ้นสูง นางทำท่าเหมือนไม่ยอมอยู่ในโลกเดียวกันพร้อมกับส่งสายตาเหยียดหยามซูหมิงเยว่ออกมา

            เมื่อชาติก่อนซูหมิงเยว่ไม่ค่อยได้พูดคุยกับองค์หญิงเจ็ดสักเท่าไร เพียงแต่เคยได้ยินเรื่องความยโสโอหังไม่มีเหตุผลขององค์หญิงท่านนี้เท่านั้นวันนี้ถือว่าได้เจอเข้าแล้ว

            นางยกยิ้มพลางคิดว่าการมีปัญหาน้อยลงสักเรื่องจะดีกว่าการมีปัญหาเพิ่มขึ้นจึงย่อตัวทำความเคารพ“ถวายบังคมเพคะองค์หญิง”

            แต่คิดไม่ถึงว่ารอยยิ้มนี้จะทำให้องค์หญิงสีไม่พอใจ “เจ้ายิ้มอะไร?”

            ซูหมิงเยว่ขี้เกียจอธิบาย “หม่อมฉันแค่ดีใจที่ได้เจอองค์หญิงเท่านั้นเพคะ”

            “เจ้าโกหก” องค์หญิงสีโมโหจนตาโต “เจ้าไม่ได้หมายความว่าเช่นนั้นชัดๆ”

            ในใจของซูหมิงเยว่เอือมระอา นางถอนหายใจออกมาน้อยๆ “เช่นนั้นหากองค์หญิงคิดว่าอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นแล้วกันเพคะ”

            นางพูดจบก็ไม่ได้สนใจองค์หญิงสีอีกแล้วหมุนตัวไปพิจารณาผ้าในมือต่อ

            องค์หญิงสีถูกท่าทีของซูหมิงเยว่ทำให้โกรธจนหน้าแดง นางชี้นิ้วสั่นๆไปทางซูหมิงเยว่ “เจ้า... เจ้า.....”

            สาวใช้ข้างกายนางสองคนก็เริ่มตำหนิซูหมิงเยว่ “สามัญชนต่ำต้อยคนหนึ่งเหตุใดถึงได้ทำตัวไร้มารยาทกับองค์หญิงของพวกเราเช่นนี้”

            “เจ้าทำให้องค์หญิงของพวกเราโกรธเช่นนี้ เจ้ารับผิดชอบไหวหรือ?”

            ซูหมิงเยว่ขมวดคิ้วรำคาญแล้วปล่อยให้คำพูดของสองคนนั้นเป็นเสียงนกเสียงกาไปนางไม่ได้สนใจ

            องค์หญิงสีกระทืบเท้าแล้วตวาดเสียงดังอย่างโมโห “ซูหมิงเยว่ ในสายตาของเจ้าไม่มีเปิ่นกงเลยหรือ?”

            ในที่สุดซูหมิงเยว่ก็หันตัวมามององค์หญิงสี น้ำเสียงแฝงความเยือกเย็นเอาไว้“องค์หญิงยังมีธุระอีกหรือไม่เพคะ หากไม่มีหม่อมฉันขอตัวก่อน”

            พูดจบก็ไม่รอให้องค์หญิงสีเอ่ยปาก นางรีบหยิบผ้าสีขาวอมฟ้าเดินตรงไปยังโต๊ะเก็บเงินของชั้นสามทันที“เสี่ยวเอ้อร์ ข้าเอาผืนนี้ ห่อให้ข้าเลย”

            องค์หญิงสียืนกำหมัดแน่นอยู่ที่เดิม ความโกรธในแววตาขยายออกมาเต็มไปหมด นางหมุนตัวสาวเท้าเดินไปทางโต๊ะจ่ายเงินในตอนที่เสี่ยวเอ้อร์กำลังจะห่อให้ซูหมิงเยว่ นางก็พูดเสียงดังออกมา “ผ้าผืนนี้เปิ่นกงจะเอา”

            ซูหมิงเยว่ขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้สนใจแล้วพูดต่อ “เสี่ยวเอ้อร์ห่อให้ข้าก็พอ”

     

    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247