ณ ห้องพักพนักงาน ชั้น 5 13.20 นาฬิกา
"คุณหลอกผมเหรอครับคุณโอซุมะ!!"
'หลอกอะไรก้น นายคิดเองเออเองทั้งนั้นแหละ'
"แต่คุณบอกกับผมว่าพวกเขาเป็ไอดอล!"
'ฉันไม่เคยพูดสักคำเลยว่าพวกเขาเป็ใคร แค่บอกให้ช่วยดูแลเด็กๆของฉันเท่านั้นเอง'
"คุณหลอกผมจริงๆด้วย (- -)"
'เอาหน่า...อาการฉันเริ่มดีขึ้นแล้ว อีกสักเดือนสองเดือนน่าจะกลับไปเดินได้ปกติ ถึงตอนนั้นนายก็สบายละ'
"เฮ้อ...ผมแค่โทรมาบ่นเฉยๆเพราะยังไงผมก็ต้องรับผิดชอบอยู่ดี"
'อืม เดี๋ยวรายละเอียดงานจะส่งให้พรุ่งนี้ วันนี้ปรับตัวให้ชินกับที่นั้นไปก่อน อ๋อ!คีย์การ์ดที่ให้ไปเข้าได้ทุกห้องของฝั่งชายเลยนะ ถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรมาถามได้'
"ได้ครับ ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ ผมขอไปจัดห้องก่อนยังไม่ได้เก็บของเลย"
'อืม ขอให้สนุกกับงานนะ'
ตู๊ด!
หลังจากวางสายคุณโอซุมะผมจึงเก็บโทรศัทพ์เข้ากระเป๋าพร้อมเดินกลับไปที่ห้องรับแขก ภายในห้องมีสัมภาระของผมวางแยกกันไว้เป็ส่วนๆโดยฝีมือซาโตชิที่อาสามาช่วยจัดห้อง ผมต้องขอบคุณเขาเลยเพราะไม่อย่างงั้นคืนนี้ไม่เสร็จแน่นอน
"คุยเสร็จแล้วเหรอครับ?"ซาโตชิเห็นผมมาพอดีจึงหยุดมือพร้อมเงยหน้าขึ้นมาคุยกับผม ทำให้เห็นบนหน้าผากของเขามีเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด นั้นทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าั้แ่เข้ามายังไม่ได้เปิดแอร์เลย ผมจึงเดินอ้อมไปเปิดแอร์ด้านหลังที่ซาโตชิยืนอยู่พร้อมหยิบกระดาษทิชชู่แผ่นหนึ่งส่งให้เขา
"โทษทีลืมเปิดแอร์ให้ เอาไปซับไปเหงื่อออกเต็มเลย"
"ไม่เป็ไรครับ ผมไม่ได้ร้อนขนาดนั้น"
"ไม่ได้ร้อนแล้วนี้มันอะไรละ (-*-)"ผมใช้กระดาษทิชชู่แปะบนหน้าผากเขาไปแผ่นสองแผ่นพร้อมดึงออกมาให้ดู กระดาษทิชชู่เปียกชุ่มขนาดนี้บอกไม่ร้อน เขาไม่รู้ตัวหรือไงกัน?
"แหะๆ ผมไม่อยากรบกวนคุณผู้ช่วยนี้ครับ เห็นคุยโทรศัพท์สีหน้าจริงจังขนาดนั้น (^^)"
"ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า เดินมาสะกิดพี่นิดหน่อยก็ได้ ไม่ว่าหรอก"
"พี่?"
"ก็ฉันอายุเยอะกว่าก็ต้องเรียกพี่สิ แปลกตรงไหน?"
"ป่าวครับ แค่พอมาอยู่ที่นี่แม้อายุน้อยแค่ไหนทุกคนก็เรียกแบบเพื่อนหมดเลย ผมเลยไม่ชินเวลาต้องเรียกอย่างอื่น"
"อ๋อ...งั้นเรียกที่อยากเรียกนั้นแหละ จะได้ไม่สับสน"อืม...มีวัฒนธรรมเฉพาะด้วยเหรอเนี่ย สงสัยต้องถามจากคุณโอซุมะเพิ่มเติมแล้วละ
"ไม่ครับ! คือ...ผมขอลองเรียกพี่ได้มั้ยครับ? (. . )"
"ได้สิ!"อะไรของเขา ทำไมต้องมาขออนุญาตด้วย?
"พะ...พี่ฮาจิมะ...(.///.)"
"แบบนั้นแหละ เรียกบ่อยๆเดี๋ยวก็ชินเอง"
"รู้สึก...แปลกๆ"
"ถ้าไม่อยากเรียกก็ไม่เป็ไรนะ"
"ไม่ครับ! ผมจะเรียก...พี่ฮาจิมะ(.///.)"อืม...จากที่สังเกตผมว่าซาโตชิเป็พวกขี้อายแน่เลย แต่ทำไมถึงมาเล่นหนังโป๊ละเนี่ย ไอเราก็ไม่กล้าถามแหะ...
"/ทำไมถึงมาเล่นหนังโป๊ได้นะ..../"
"ถามผมเหรอครับ?"
"!!"ขณะกำลังจัดของเพลินๆหัวสมองก็คิดนู้นคิดนี้จนเผลอพึมพำไป แต่ซาโตชิกลับได้ยินซะงั้น ให้ตายสิ!หูดีเกินไปแล้ว
"ทะ..โทษที! ไม่ได้ตั้งใจจะถามแต่มันเผลอไปเอง...( -0-)"ตาย...ขายขี้หน้าชะมัดเลย ผมจะโดนเกลียดมั้ยเนี่ย...ไม่นะ....!!
"เห็นเขาบอกที่นี้ได้เงินดีผมก็เลยมาสมัครกับผู้จัดการครับ พอดีทางบ้านยากจนเลยตัดสินใจกับน้องว่าจะหางานทำ ก็เลยมาอยู่ที่นี่ครับ"
"อ๋อ...แล้วทำมากี่ปีแล้วนะ?"
"ปีนี้เข้าปีที่ 3 ครับ แต่คนอื่นๆมีประสบการณ์มากกว่าผมเลยอยากพัฒนามากกว่านี้ จะได้มีชื่อเสียงกับเขาบ้าง....อ่า...ผมบ่นให้ฟังเฉยๆอย่าใส่ใจเลยนะครับ (.///.)"
"ยอดเลย...มีเป้าหมายด้วย แต่ดังในทางนี้จะดีเหรอ..."
"ผมมองว่ามันเป็การแสดงอย่างหนึ่ง อีกอย่างของแบบนี้มันขาดไม่ได้หรอกครับ ถ้าไม่มีใครทำสื่อพวกนี้เลยคดีข่มขืนก็จะมากขึ้นด้วย ถือเป็การช่วยสังคมอีกแบบหนึ่งครับ" พอผมได้ฟังที่ซาโตชิพูดทำให้รู้สึกเห็นด้วยอย่างยิ่ง และมีการพิสูจน์แล้วว่าคดีข่มขืนน้อยลงจริง! อีกอย่างสื่อพวกนี้ไม่ใช่แค่ผู้ชายที่ดูผู้หญิงก็ดูเหมือนกัน แต่สื่อพวกนี้ผลิตยากเพราะรสนิยมของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลยมีต้นทุนสูง แต่รายได้ก็สูงเช่นกันถ้ายอดวิวสูง คนที่ทำงานด้านนี้ต้องเก่งมากเลยนะเพราะไม่ใช่แค่เล่นหนังแต่ต้องดูแลตัวเองอยู่ตลอด ถือว่าเก่งมากจริงๆ
"อืม...อยากเห็นผลงานของนายแล้วสิ"
"เอ๋! มะ..ไม่ดีหรอกครับ น่าอายจะตาย (.///.)"
"มาอายอะไรตอนนี้ คนอื่นดูตั้งเยอะแยะ หรือ...พี่อาจจะเคยดูผลงานของนายแล้วก็ได้นะ~" ยิ่งผมแกล้งเขามากเท่าไหร่ใบหูและสีหน้าก็ยิ่งแดงก่ำมากขึ้นจนคิดว่าเขาจะะเิออกมา จากนั้นพวกเราได้พูดคุยกันมากขึ้นจนไปถึงเื่ส่วนตัว แม้จะพึ่งเจอกันแค่วันเดียวแต่เหมือนได้รู้จักเขามากกว่าเดิม ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนรู้ตัวอีกทีก็เย็นซะแล้ว
"ขอบคุณมากเลยที่มาช่วย ไม่งั้นคืนนี้คงไม่เสร็จ"ผมยืนเท้าเอวมองห้องตัวเองที่ถูกจัดเป็ระเบียบเรียบร้อย ดีที่ห้องนี้มีที่เก็บของเยอะเลยสามารถจัดของแยกออกได้ง่าย
"ไม่เป็ไรครับ ผมเต็มใจมาช่วย (^^)"
"อ๋อ! เอานี้"เมื่อเห็นข้างนอกเริ่มมืดผมจึงหยิบขนมปังนมสดที่ซื้อมาจากข้างนอกก่อนมาที่นี่ยื่นให้เขาเป็การตอบแทน
"อะไรเหรอครับ?"
"ขนมปังไง ถือเป็ของตอบแทนเอาไปเถอะ"
"ผม...กินไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวอ้วน"
"โอ้! ลืมเลย แล้วกินอะไรได้บ้าง?"
"เนื้อกับผักครับ แต่มื้อเย็นผมกินแค่เดือนละครั้ง"
"โห้! ไม่หิวตายก่อนเหรอ (0_0)"ถ้าเป็ผมขาดอาหารมื้อหนึ่งก็หิวใจจะขาดแล้ว
"ผมกินแบบนี้มาเป็ปีแล้วครับ ผมชินแล้ว"
"งั้นกลับห้องไปอาบน้ำได้แล้--"
แช๊ะ!
ขณะพวกเรากำลังยืนคุยกันตรงหน้าประตูก็ได้ยินเสียงแฟลชพร้อมแสงสีขาวแสบตาส่องมาทางนี้ ผมหันหน้าไปตามแสงก็พบชายหนุ่มร่างสูงกำลังหันกล้องมาทางนี้ พอเขาลดกล้องลงทำให้เห็นใบหน้าชัดเจน เขาคือบาจินั้นเอง
"แอบถ่ายพวกเราเหรอบาจิ..."ผมพูดด้วยน้ำเสียงเซ็งๆแต่เ้าตัวกลับไม่สนใจพร้อมหันไปถ่ายมุมอื่นแทน เฮ้อ...โดนเมินเฉยเลย แล้วรูปที่ถ่ายออกมาขี้เหร่มั้ยเนี่ย...
"เขาเป็แบบนั้นแหละครับ แต่บาจิถ่ายรูปสวยมากเลยนะครับ"
"จริงเหรอ...ไม่ใช่ถ่ายออกมาเหมือนิญญานะ (-0-)"
"ชู่ว์...อย่าพูดแบบนั้นสิครับเดี๋ยวบา--"
"มีปัญหาหรือไง..."จู่ๆบาจิก็โผล่ขึ้นมาจากไหนไม่รู้พร้อมมองมาทางผมด้วยสายตาน่ากลัวสุดๆ ผมจึงหลบไปอยู่หลังซาโตชิก่อนจะค่อยๆโผล่หน้าขึ้นมาสบตากับเขา
"ก็แค่อยากรู้เฉยๆว่ารูปเมื่อกี้เป็ยังไง ถ้าถ่ายออกมาเป็ิญญาก็แย่สิ..."
"..."บาจิไม่ได้พูดอะไรก่อนจะกดกล้องถ่ายรูปตัวเองอยู่สักพักพร้อมหันจอมาทางพวกเรา ในภาพมีซาโตริที่ยืนหันหลังและผมที่กำลังอ้าปากเหวออยู่ แถมมีแฟลชทำให้ผมเหมือนผีตัวขาวยังไงไม่รู้...
"เป็ไง..."บาจิทำหน้ามั่นใจมากว่ารูปมันต้องสวย ผมลังเลสักพักก่อนหันไปกระซิบกับซาโตชิว่าเขาคิดแบบเดียวกันไหม...
"/เหมือนผีจูออนเลยว่ามั้ย../"
"อุ้ก....ฮ่าๆๆๆๆๆ โอ้ย...จะตายแล้ว"เมื่อผมพูดจบซาโตชิก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างเอาเป็เอาตาย นั้นทำให้บาจิขมวดคิ้วแน่นพร้อมพูดเสียงเข้มกลับมา
"หัวเราะอะไรของนาย?"
"ผะ ผีจูออน....ฮ่าฮะ...ฮ่าๆๆๆ"พูดจบเขาก็ลงไปนั่งกุมท้องหัวเราะต่อ นั้นทำให้ผมรู้สึกอายอย่างมาก นี่เขาขำรูปผมขนาดนี้เลยเหรอ ให้ตายสิ!
"อืม...ผีจูออนจริงๆด้วย"เหมือนบาจิก็สงสัยเหมือนกันเลยดูรูปเมื้อกี้ เฮ้อ...ผมได้กลายเป็ผีจูออนไปเรียบร้อยแล้วครับทุกคน...
"เดี๋ยวถ่ายให้ใหม่ สงสัยเปิดแฟลชเยอะไปหน่อย"บาจิกดกล้องถ่ายรูปตัวเองอยู่สักพักพร้อมหันมาทางพวกเรา ผมที่ยังไม่ทันตั้งท่าอะไรจึงรีบคว้าคอซาโตชิขึ้นมาพร้อมชูสองนิ้วอย่างรวดเร็ว
แช๊ะ!
"เอ๋!! ถ่ายไม่บอกกันเลย!"
"นี้"แต่บาจิไม่ได้สนซาโตชิเลย เขาถ่ายเสร็จจึงหันจอภาพมาทางพวกเรา มันเป็ภาพที่ผมชูสองนิ้วพร้อมกอดคอซาโตชิที่กำลังทำหน้าเหวอ แต่รอบนี้แฟลชไม่ได้สว่างมากเลยออกมาดูดีกว่ารูปแรก
"เยี่ยมเลย...ขอรูปนี้ได้มั้ย?"
"ไลน์มา"บาจิยื่นโทรศัพท์ตัวเองให้อย่างว่าง่ายนั้นทำให้ผมแปลกใจเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าเขาจะให้ง่ายขนาดนี้
"เดี๋ยว! รูปผมมาทุเรศมากเลยนะ!"แต่ซาโตชิยังโวยวายไม่เลิก บาจิเลยเดินเข้าไปใกล้ๆพร้อมจ้องเขม็งอย่างน่ากลัว
"หะ! มีปัญหาอะไรอีก..."
"มะ ไม่มีหรอกแต่ผมยังไม่ได้ตั้งท่าเลย"
"นายชักช้าเองช่วยไม่ได้"
"เรียบร้อย...ขอของซาโตชิด้วยสิ"ผมยื่นโทรศัพท์ของบาจิคืนพร้อมหันไปหาซาโตชิที่กำลังยืนห่อไหล่อยู่ ผมเข้าใจเขานะ ถ้ารูปมันไม่สวยก็ไม่อยากให้ใครเห็นหรอก
"0xx.......ครับ T.T"
"โอเค...ขอบคุณมากเลยนะที่มาช่วยวันนี้ แล้วก็ขอบคุณสำหรับรูปด้วยนะบาจิ นายถ่ายรูปเก่งจริงๆ
"ของมันแน่อยู่แล้ว/ครับ..."
"เจอกันพรุ่งนี้นะ"ผมยืนส่งพวกเขาหน้าประตูจนไม่เห็นใครแล้วจึงปิดประตูเข้าห้องตัวเองอย่างสบายใจ วู้...วันนี้ได้ไลน์ของสองคนนั้นด้วย แบบนี้เริ่มรู้สึกมีไฟแล้วสิ!!
.
.
.