เมื่อกลุ่มชาวบ้านที่ทราบข่าวเรื่องการอพยพไปยังอาณาจักรลูเกียร์ พลันส่งเสียงโห่ร้องกันอย่างดีอกดีใจ เพราะส่วนมากชาวบ้านพวกนี้ก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้น แม้จะมีจิตใจรักในบ้านเกิดของพวกเขา แต่จะยังไงเสียชาวบ้านส่วนมากก็ล้วนแล้วแต่รักชีวิตของตัวเองด้วยกันทั้งสิ้น ไหนจะบางคนที่มีครอบครัวที่ต้องดูแลอีก
หากไม่ใช่เพราะผู้นำหมู่บ้านใช้อำนาจออกมาสั่งการ บังคับให้พวกเขาทุกคนอยู่ร่วมเป็นตายกับหมู่บ้านกราเนียล ป่านนี้พวกเขาก็คงหลบหนีกันไปไหนต่อไหนแล้ว ทุกคนล้วนแล้วแต่มีสิ่งที่รักและอยากปกป้องทั้งสิ้น ต่อให้หมู่บ้านกราเนียลจะต้องล่มสลายไป แต่ก็ยังสามารถฟื้นฟูขึ้นมาได้ใหม่ ผิดกับชีวิตที่มันไม่มีโอกาสย้อนกลับคืนมาได้
ทว่าก็ทำเอากลุ่มของโนอาร์ถึงกับปั่นป่วนไปทันที เพราะหากพวกเขาทราบถึงผลตอบรับของชาวบ้านเช่นนี้ ป่านนี้พวกเขาคงนำพาชาวบ้านไปส่งถึงอาณาจักรลูเกียร์เรียบร้อย และคงไม่ต้องมีการสูญเสียกำลังพลไปมากมายแบบนี้ แม้ว่าในตอนแรกๆ จะมีอาการต่อต้านการกระทำเกินเหตุของนักเรียนหลวงอยู่บ้าง
ทว่าเมื่อคิดตรึกตรองถึงผลได้ผลเสียแล้วมันทำให้พวกเขาต้องยอมรับว่า นักเรียนในชั้นเรียนพิเศษจากโรงเรียนหลวงนั้นสมควรแก่การยอมรับอย่างแท้จริง ทั้งการตัดสินใจที่เด็ดขาดการลงมืออย่างไม่มีความลังเล แม้กระทั่งความสามารถในการต่อสู้ที่เหนือชั้นกว่าพวกเขามากมายนัก
กลับมาทางด้านกลุ่มของดาร์เนล ทันทีที่ชาวบ้านอพยพออกไปแล้ว ฟ็อกซ์ก็เสนอความคิดขึ้นมาในทันที แม้พวกเขาจะงงๆ ว่ามันมีประโยชน์ตรงไหนกันแต่ก็ยังยอมทำตามแต่โดยดี ในเวลานี้พวกเขาได้เตรียมความพร้อมในการรบเสร็จสิ้นเรียบร้อย ก่อนจะกลุ่มมานั่งหลบอยู่ในมุมมืดทั้งสองฝั่ง เพื่อเฝ้ามองถึงการเคลื่อนไหวต่างๆ
ในขณะที่ตาแก่ทั้งเก้าที่ถูกจับมัดขึงตรึงไว้กลางหมู่บ้าน ต่างก็ส่งเสียงแหกปากตะโกนด่ากลุ่มของดาร์เนลไม่หยุด ทว่าก็ไม่มีใครสนใจในเสียงที่ด่าทอสาปแช่งสักคน จนกระทั่งฟ้าเริ่มมืดลงก็ยังไม่มีวี่แววในการบุกโจมตีจากทัพอสูร ขณะที่ทุกคนยังคงสังเกตการณ์ต่อเนื่อง เพราะความประมาทแม้เพียงน้อยนิดย่อมหมายถึงชีวิตของคนผู้นั้น
การซุ่มสังเกตการณ์แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกดาร์เนล วีน่า กับคุรุมิ ส่วนกลุ่มที่สองฟ็อกซ์ ราเซีย กับลูเคีย ด้วยเส้นทางในการติดตามชาวบ้านไปนั้น มีสามเส้นทางคือใจกลางหมู่บ้าน ฝั่งตะวันออกด้านของดาร์เนล และฝั่งตะวันตกด้านของฟ็อกซ์ จึงจำเป็นต้องแบ่งกลุ่มกันให้ลงตัว
เพราะวีน่ากับราเซียเป็นสายมนตราด้านการโจมตีระยะไกลที่รุนแรง ใช้การโจมตีเน้นไปทางใจกลางหมู่บ้านและสนับสนุนฝั่งของตัวเอง ดาร์เนลกับคุรุมิมีหน้าที่เผชิญหน้าโดยตรงกับทัพอสูรฝั่งตะวันออก ส่วนฟ็อกซ์กับลูเคียก็เผชิญหน้ากับทัพอสูรฝั่งตะวันตก เพราะทั้งสี่คนเป็นนักรบมนตราที่เน้นการต่อสู้ในระยะประชิดจึงลงตัวพอดี
ทว่าความเงียบของกองทัพอสูรกลับเป็นที่น่าผิดสังเกตอย่างมาก ในขณะที่ดาร์เนลพูดคุยกับฟ็อกซ์ผ่านซีล [กำไลที่โรงเรียนแจกฟรีคงพอจำกันได้นะ] โดยซีลนั้นถือเป็นของสารพัดประโยชน์ก็ว่าได้ นอกจากจะใช้ตรวจสอบสถานะของผู้สวมใส่ ยังมีแผนที่ของทุกๆ อาณาจักร ใช้ติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลาแค่เพียงมีรายชื่อของอีกฝ่าย
เมื่อดาร์เนลกับฟ็อกซ์พูดคุยกันได้สักพักก็ตัดขาดการติดต่อไป ขณะที่ฟ็อกซ์กับเรียกให้ราเซียกับลูเคียใช้เวลาในช่วงนี้เร่งดูดซับมานาจากแกนอสูรให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้เลื่อนระดับคลาสดีกว่าเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ สำหรับราเซียทำตามอย่างว่าง่ายทว่าลูเคียกลับมีสีหน้าหงอยนิดๆ คราวที่แล้วที่เธอลงดันเจี้ยนกับฟ็อกซ์ถึงจะสังหารอสูรไปมาก แต่ก็ไม่มีเวลาเก็บมาสักชิ้นเลย อีกอย่างแค่ลำพังตัวเองก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้ว
ฟ็อกซ์เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ก่อนจะโยนแกนอสูรของจิ้งจอกหิมะให้สามก้อน เป็นแกนอสูร Rank D ทั้งหมด ลูเคียรับมาอย่างดีอกดีใจ ในขณะที่ฟ็อกซ์ไม่สนใจเธออีก ก่อนจะเร่งดูดซับแกนอสูรนับสิบชิ้นอย่างรวดเร็ว โชคดีที่คนอย่างเขาชอบเก็บสะสมไว้ มันจึงมีมากพอให้ดูดซับฆ่าเวลาได้ทั้งคืน เพราะความเร็วในการดูดซับที่เร็วกว่าคนอื่น
เช้าวันต่อมา...
"ตึง!! ตึง!!"
"ครืนนนนน!!"
เสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามายังหมู่บ้านกราเนียล ทำให้ทุกคนต่างรู้สึกตื่นตัวอย่างถึงขีดสุด วีน่ากับราเซียรีบทำการใช้มนตราเพื่อตรวจสอบทัพอสูรในทันที ใบหน้าของทั้งสองฉาวแววตื่นตระหนกได้อย่างชัดเจน ทันทีที่รายงานให้หัวห้นากลุ่มรับรู้ ดาร์เนลกับฟ็อกซ์ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มย่อยเพื่อสั่งการ ของแต่ละฝั่งถึงกับแทบไร้เรี่ยวแรง แต่ถึงอย่างนั้นก็มิอาจแสดงอาการอ่อนแอออกมาได้ ดาร์เนลพูดกับฟ็อกซ์ผ่านซีลเป็นครั้งสุดท้ายอย่างนึกสนุก
"ฟ็อกซ์หากงานนี้รอดไปได้ มาแข่งกันไหมว่าฝั่งใครจะชนะ"
"ฮืม!! ไม่ค่อยจะเอาเปรียบกันเลยนะรุ่นพี่"
"ฮ่า ฮ่า ขำๆ น่ะ"
"เอาชีวิตรอดให้ได้นะ" ดาร์เนลกับฟ็อกซ์แทบจะพูดออกมาพร้อมกัน
ทันทีที่ทัพอสูรก้าวมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน ฟ็อกซ์ก็ส่งสัญญาณให้ราเซียทำตามแผนทันที ราเซียร่ายมนตราอย่างรวดเร็ว ส่งบอลเพลิงจำนวนหลายสิบลูกไปยังจุดที่ฟ็อกซ์ได้มาร์คเอาไว้ฉับพลันนั้นเอง
"ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้มมมมม!!!!"
เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่องสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว ทัพอสูรจำนวนมากตกตายไปในชั่วพริบตา พร้อมทั้งยังปิดตายเส้นทางตรงใจกลางหมู่บ้านเพื่อแยกกองกำลังทัพอสูร ให้แบ่งออกเป็นสองสายเพื่อลดทอนกำลังของพวกมัน เมื่อพวกมันก้าวเข้าสู่กับดักที่สองก็ยังคงโดนแบบเดิม ที่ต่างออกไปคือระเบิดครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งแรกหลายเท่าตัว
ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ฟ็อกซ์สัมผัสได้ถึงกลิ่นดินระเบิดออกมาจากตาแก่ทั้งเก้า จึงให้ทหารไปเสาะหาวัตถุดิบให้เขาและปรากฏว่ามันมีจำนวนที่มากมายพอที่จะระเบิดทั้งหมู่บ้านได้ในเสี้ยวพริบตา เพียงแต่ดินระเบิดพวกนี้ยังขาดส่วนผสมไปบางอย่างเท่านั้น จึงไม่เคยมีการระเบิดเกิดขึ้นมาก่อนนั่นเอง
แม่ทัพอสูรในชุดเกราะสีดำขี่อาชาสีเลือดดูน่าเกรงขาม มองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชน และแสยะยิ้มอย่างถูกอกถูกใจ ยิ่งเมื่อมันตรวจจับกลุ่มคนที่แข็งแกร่งที่สุดในได้ มันจึงได้เลือกเป้าหมายไปที่กลุ่มของดาร์เนลในทันที และส่งสามขุนพลคู่ใจของมันไปทางฟ็อกซ์
ส่วนทัพอสูรจำนวนมากมันใช้เป็นเพียงตัวตายตัวแทนเท่านั้น เพื่อทำลายกับดักที่พวกเผ่าเซเรนได้วางเอาไว้ ฟ็อกซ์ที่เห็นศัตรูผ่านกับดักที่สองมาได้ แม้ว่าจำนวนมันจะลดลงไปมากก็จริงแต่ก็ยังเหลืออีกไม่น้อยเช่นกัน ก่อนจะให้ราเซียร่ายมนตราระดับกลาง เพื่อโจมตีทัพอสูรเป็นวงกว้างเพื่อชะลอความเร็วของทัพอสูร
ทว่าด้วยจำนวนที่มากมายของทัพอสูร กับการร่ายมนตราอย่างต่อเนื่องของราเซีย ทำให้เธอถึงกับทรุดฮวบลงทันที เมื่อฟ็อกซ์เห็นว่าถึงขีดจำกัดของราเซียแล้วจึงให้นางได้พักผ่อนไป ก่อนที่ฟ็อกซ์กับลูเคียจะพุ่งเข้าหาทัพอสูรที่ยังเหลืออยู่ ความเร็วของฟ็อกซ์ในการสังหารนั้นเรียกได้ว่าเฉียบคมและแม่นยำอย่างมาก
ในขณะที่ฟ็อกซ์บุกประจัญซึ่งหน้า ใช้มีดคู่ในมือของเขากวัดแกว่งไปมาอย่างรวดเร็ว ส่งร่างของอสูรจำนวนมากตกตายไปไม่น้อย จากนั้นก็จะมีละอองแสงบางๆ ลอยเข้าสู่ร่างกายของฟ็อกซ์ ส่วนละอองแสงพวกนี้จะมีเพียงผู้ที่ทำการสังหารเท่านั้นถึงจะมองเห็น มันคือพลังที่ใช้ในการเลื่อนระดับ [หรือที่เรียกภายในเกมส์ว่า EXP นั่นเอง]
ส่วนลูเคียก็อาศัยรูปแบบการลอบสังหารที่ช่ำชอง ไล่ล่าและปลิดชีวิตอย่างเงียบเชียบ อีกทั้งคอยสังเกตทัพอสูรที่แตกแถวเพื่อเก็บกวาดอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ไม่นานทัพอสูรฝั่งของฟ็อกซ์ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว สถานการณ์เริ่มได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด
จนในเวลานี้เบื้องหน้าของฟ็อกซ์เหลือทัพอสูรเพียงแค่ไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้น พวกมันบางส่วนหยุดชะงักและเริ่มถอยออกห่างอย่างช้าๆ ทว่าความวิตกกังวลของฟ็อกซ์กลับพุ่งสูงขึ้น แค่เพียงไม่นานก็สัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่แผ่พุ่งมาทางเขาสามสาย และในพริบตานั้นเอง..........
"เคร้ง!! เคร้ง!!"
"ปัง!!"
"ตู้มมมมมมมม!!!!"
ดาบขนาดใหญ่สองเล่มก็ฟาดผ่านร่างของฟ็อกซ์ โชคดีที่ปฏิกริยาตอบสนองของเขาดีเยี่ยม จึงใช้มีดคู่ปัดป้องเอาไว้ได้ทันท่วงที ทว่าก็ยังพลาดท่าเสียทีในหมัดสุดที่ทะลวงมาถึงกลางอกของเขา ส่งร่างของฟ็อกซ์กระเด็นถอยกลับไปหลายร้อยเมตร จนไปชนเข้ากับกำแพงบ้านอย่างรุนแรงและกระอักเลือดออกมา
แม้ว่าฟ็อกซ์จะสามารถใช้มนตราปกป้องร่างกายได้ในเสี้ยววิ แต่ด้วยระดับพลังที่แตกต่างกันเกินไป ก็ทำให้เขาบาดเจ็บไม่น้อยเช่นเดียวกัน เขารีบเอายารักษาสองเม็ดโยนเข้าปากในทันที สายตาจับจ้องไปที่สามอสูรเบื้องหน้าที่กำลังแสยะยิ้มอย่างเย้ยหยัน พลันทำให้เขาต้องคิ้วกระตุกขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย
พลันร่างกายของฟ็อกซ์ก็เริ่มแผ่ออร่าจิตสังหารออกมาอย่างท่วมท้น แม้ว่าเจ้าอสูรสามตนนี้จะอยู่ใน Rank A ก็ตาม ทว่าเมื่อกล้าจับจ้องมองดูเขาราวกับเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ไร้ค่า เขาก็จะตอบแทนพวกมันอย่างสาสมเช่นเดียวกัน มีดคู่ในมือถูกกำชับอย่างแนบแน่น สายตาพลันเปลี่ยนไปอย่างเยือกเย็นราวกับไร้ความรู้สึก
แม้สามอสูรจะจับสัมผัสถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปจากเด็กน้อยตรงหน้า ทว่าสายตาของมันก็มิได้หวาดกลัวอะไรทั้งสิ้น ซ้ำยังเหยียดสายตามองไปอย่างดูถูกเหมือนเดิม
"กล้ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นรึ เจ้าพวกเดรัจฉานชั้นต่ำ!!"