ตอนที่50 ซื้อ
“หยุดก่อนเจ้านั่นแหละ”หลังจากที่เอ่ยวาจาฉับพลันนั้นบุรุษสามคนก็เดินเข้ามาหาเฟิงอี้และเสี่ยวฉุนด้วยท่าทางดั่งขุนนางก็มิปาน
บุรุษสามคนนี้สองคนสวมใส่อาภรณ์สีเทาที่ดูเรียบง่ายทว่าสะอาดสะอ้านมีพลังฝึกบ่มเพาะในระดับกำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่6เห็นจักได้
ส่วนบุรุษอีกคนหนึ่งนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างรูปร่างดูดีและหน้าตาเองก็ดูคมคายมิน้อยอาภรณ์สีเขียวที่สวมใส่ดูหรูหราและแทบจักเทียบกับอาภรณ์ที่เฟิงอี้ได้มาจากตำหนักใหญ่ทั้งห้าเลยทีเดียวต่างกันก็ตรงที่เนื้อผ้าของเฟิงอี้นั้นเป็นของชั้นสูงกว่าก็เท่านั้น
"มีอันใด?!"เฟิงอี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวเพราะเสียงของอีกฝ่ายมาขัดจังหวะเพลิดเพลินกับน้ำตาลก้อนและการชมสิ่งของรอบด้านที่แปลกใหม่
"เจ้า! กล้าขึ้นเสียงกับนายน้อยเช่นนั้นรึ!"บุรุษอาภรณ์เทาที่มองดูแล้วเป็นผู้ติดตามบุรุษอาภรณ์สีเขียวหรูหราเอ่ยขึ้นอย่างเดือดดาลแทนนายของตนอย่างประจบประแจง
“…”
“หึม! หยุดก่อน”
“ใครใช้ให้เจ้าตัดสิ้นใจแทนข้า?”บุรุษหนุ่มอาภรณ์หรูหราเอ่ยขึ้นมาห้ามปรามผู้ติดตามของตน
"เอ่อ...ขออภัยนายน้อยข้าผิดไปแล้ว"บุรุษอาภรณ์สีเทาธรรมดาเอ่ยขึ้นด้วยความหวาดกลัวและเคารพนอบน้อมพร้อมคารวะบุรุษอาภรณ์สีเขียวหรูหรา
บุรุษอาภรณ์สีเขียวหรูหรามิได้สนใจนักพลันมองไปยังเฟิงอี้ที่อยู่ด้านบนหลังของเสี่ยวฉุนพร้อมเอ่ยปากขึ้น
“ข้ามีนามว่าสวินฉือ…ข้าถูกใจสัตว์อสูรของเจ้ายิ่งนักเจ้ายินดีที่จักขายให้ข้าได้หรือไม่ข้าจักซื้อด้วยราคาห้าพันเหรียญทอง”บุรุษอาภรณ์หรูหราหรือนามของเขาคือสวินฉือหยิบตั๋วเงินออกมาห้าใบ
แน่นอนว่านี่คือตั๋วแห่งอาณาจักรต้าเหว่ยซึ่งใช้กันทั่วอาณาเขตหรือสามารถแลกเปลี่ยนกับอาณาจักรอื่นได้ด้วยเช่นกัน
"เจ้าจักซื้อสัตว์อสูรของข้าหรือลืมมันไปเถิด"เฟิงอี้มิสนใจแม้แต่น้อยในจำนวนเงินเพียงห้าพันเหรียญทองมันจักเอามาตีราคาของเสี่ยวฉุนได้เช่นนั้นหรือ?
คิดจักล้อกันเล่นหรือไร?
"หมื่นเหรียญทองเจ้าคิดว่าไง?"สวินฉือมิยอมแพ้เสนอราคาเพิ่มเป็นหมื่นเหรียญพร้อมใบหน้าที่เริ่มเคร่งขรึม
"ข้ามิขาย..."ว่าแล้วเฟิงอี้ก็มิได้ให้ความสนใจต่อบุรุษอาภรณ์หรูหราทำการสั่งเสี่ยวฉุนเดินต่อไปอย่างราบเรียบ…
"...กล้าปฏิเสธข้าเช่นนั้นรึ? แล้วเจ้าจักได้เห็นดีกัน!"สวินฉือแท้จริงแล้วก็คือหลานชายของสวินเซียนซึ่งเป็นรองหัวหน้าทหารของเมืองหู่ลู่
สวินเซียนนั้นคือผู้ฝึกตนระดับกำเนิดปฐพีขั้นที่หนึ่งซึ่งค่อนข้างทรงอิทธิพลมิน้อยในเมืองหู่ลู่
ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองหู่ลู่คือเจ้าเมืองหูลู่นามของเขาคือเซียงเฉียงเป็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดปฐพีขั้นที่สามซึ่งพลังรบลึกล้ำมิต่างอันใดกับหัวหน้าสาขาหางมังกรของกลุ่มโจรมังกรโลหิตเลยทั้งสองเคยประมือกันมาแล้วครั้งสองครั้งแต่ทว่าก็มิได้มีฝ่ายใดตกตาย
"จับตาดูมันเอาไว้ให้ดีหากว่ามันออกจากเมืองเมื่อไหร่ก็จงลงมือเสีย"สวินฉือสั่งการผู้ติดตามของตนก่อนจักเดินหายออกไปอย่างรวดเร็ว
"มดปลวกรนหาที่ตายหึ!...."เฟิงอี้แม้จักมิจำเป็นต้องใช้สัมผัสพิเศษเพื่อรับรู้สิ่งที่บุรุษอาภรณ์สีเขียวหรูหราจักทำก็สามารถคาดเดาสิ่งที่จักเกิดขึ้นกับตนได้เพราะคนประเภทนี้เฟิงอี้พบพานมามากมายยิ่งนักในช่วงชีวิตก่อน
หากซื้อมิได้มันก็จักปล้นแย่งชิงไป!
…
หลังจากที่สั่งให้เสี่ยวฉุนเดินอย่างช้าๆชมสิ่งต่างๆอีกหลายอย่างเฟิงอี้ก็มาพบเข้ากับบางสิ่งที่น่าสนใจมิน้อย
“หากว่าผู้ใดสามารถสร้างพลังโจมตีได้ถึงสิบขีดจักได้รับปลอกกระบี่ลึกลับอันนี้ซึ่งคนของเราได้รับมันมาจากสถานที่พิเศษแห่งหนึ่ง”
“ความแข็งแรงทนทางของมันจัดได้ว่ายอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่งมันทำมาจากวัสดุอันใดก็มิทราบแน่ชัดหากผู้ใดสนใจของลึกลับโปรดจ่ายหนึ่งพันเหรียญทองเพื่อวัดกำลังของท่าน!”เป็นพ่อค่าเร่คนหนึ่งที่ขนของมามากมายเต็มเกวียนที่มีสัตว์อสูรหัวเหมือนม้าแต่ลำตัวเป็นแรดสามตัวเพื่อลากเกวียนตะโกนขายอย่างกระฉับกระเฉง
“เห้! หนึ่งพันเหรียญเลยรึล้อกันเล่นหรือไง? ใครจ่ายก็โง่เต็มทนแล้ว”
“เฮอะๆ พ่อค่าสมัยนี้ช่างไร้คุณธรรมจริงๆแค่ปลอกกระบี่เก่าๆอันหนึ่งก็เอามาทำการค้าการขายทั้งยังเป็นการขายฝันอีกเสียด้วย”
“พวกเราไปกันเถิดอย่าไปเสียโง่ให้พ่อค้าไร้คุณธรรมเช่นนี้เลย”
“ข้าเห็นด้วยไปกันเถิด”
เหล่าคนที่สัญจรไปมาต่างวิพากย์วิจารย์เสียๆหายๆต่อพ่อค้าเร่และพากันจากไปในมิช้า
แม้ว่าปลอกกระบี่อันนั้นจักดูแข็งแรงทนทานก็จริงแต่ทว่าสีของมันกลับดูหม่นหมองยิ่งนักลวดลายต่างๆก็มิมีให้เห็นอีกต่อไปแล้วอีกด้วยมันเหมือนกับว่าเป็นปลอกกระบี่สีดำหม่นหมองอันหนึ่งเท่านั้น
“นี่มัน!”แต่ทว่าเมื่อปลอกกระบี่นั้นตกอยู่ในครรลองสายตาของเฟิงอี้นั้นมันก็ทำให้เฟิงอี้ตื่นเต้นอย่างยิ่งเพราะนี่คือปลอกกระบี่ของตนอย่างแน่นอนมิมีผิดพลาด
“มิคาดคิดเลยว่าข้าจักได้พบปลอกกระบี่ของข้าในเมืองนี้และยังมีความเป็นไปได้ถึงเจ็ดส่วนที่กระบี่ของข้าก็อยู่ที่นี่และเป็นของรางวัลผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในงานประลองบวงสรวงสวรรค์”โชคชะตามิสามารถที่จักคาดเดาใดๆได้เลยจริงๆ
ข้อนี้มิว่าเฟิงอี้จักกลายเป็นผู้ที่ทรงพลังเพียงเท่าใดก็มิอาจขัดขืนโชคชะตาได้เลยแม้แต่น้อย…
จบ…โปรดติดตามตอนต่อไป…