เจี้ยนเว่ยอยู่ในห้องที่มีแต่กลิ่นเหม็นกับเถ้าแก่และหญิงคณิกาถูกใช้ทรมานและรินเหล้าสุรา ตอนนั้นมันจึงโปรยยาพิษชนิดหนึ่งลงไปในแก้วสุรา แต่มันตอนนั้นรอบคอบรู้ว่าหากเทใส่ั้แ่แรกเริ่มต้องโดนจับได้ จึงรอให้เถ้าแก่ดื่มสุราไปจำนวนหนึ่งและตอนทำภารกิจกับหญิงคณิกา จึงค่อยโปรยยาพิษลงไปเพราะคนเมื่อเริ่มเมาสติก็เริ่มเลอะเลือนยิ่งดื่มเหล้าตอนทำภารกิจกับหญิงสาวก็ยิ่งไม่ระวังตัว
ยาพิษสามชนิดที่ขอจากหมอมาเป็ยาพิษชนิดผงออกฤทธิ์รวดเร็ว ยาพิษชนิดแรกคือยาที่ผสมจากรากต้นไม้พิษกับเห็ดพิษสองเส้น มีฤทธิ์ทำให้คนกินอ่อนแรงจนกึ่งเป็อัมพาตหากผสมกับสุราฤทธิ์ยิ่งออกแรงทำให้เป็อัมพาตสมบูรณ์ ยาพิษชนิดที่สองคือพิษกัดกร่อนกระดูกและลำไส้ ยาพิษชนิดที่สามคือยาพิษกลั้นใจมีฤทธิ์คล้ายไฟและน้ำเย็นทำให้คนกินคล้ายตกอยู่ในความร้อนและความเย็นพร้อมกัน
ทำให้มันไม่สลบเหมือดต้องทนรับความทรมานจากยาพิษทั้งสามที่ผสมกัน ยาพิษสามชนิดนี้ความจริงหายากและมีราคาแพงอย่างยิ่งแต่เพราะหมอผู้นั้นสงสารมันจึงทุ่มเงินจำนวนมาก เพื่อหาซื้อมาให้มันยาพิษสามชนิดนี้พอผสมกันในร่างของคนยิ่งออกฤทธิ์รุนแรงสองเท่า นี้คงจะเป็กรรมตามสนองของมารใจบาปแล้วมันพอทำภารกิจกับหญิงคณิกา เจี้ยนเว่ยก็ทำตัวเหมือนคนปัญญาอ่อนยื่นแก้วสุราให้มัน
เถ้าแก่นั้นย่อมไม่ระวังสงสัยกระดกสุราเข้าปากหัวเราะอย่างมีความสุข มันพอเมาแล้วรสชาติของสุราก็แทบไม่รับรู้จึงไม่รู้ตัวว่ากินยาพิษร้ายแรงเข้าไปสามชนิด พอยาพิษเข้าไปสามชนิดย่อมต้องออกฤทธิ์เร็วบวกกับมันที่เืลมสูบฉีดเพราะกำลังทำกิจ เพียงแค่สองนาทียาพิษออกก็ฤทธิ์ตอนแรกมันรู้สึกตัวยังคิดว่าตนเองถูกหญิงคณิกานี้ลอบทำร้ายโดยใช้เล็บจิกเคลือบพิษต่อมัน
จึงหยิบเอามีดแทงคอหญิงคาณิกานางนั้นตายไป เจี้ยนเว่ยมาตรแม้นสงสารแต่มิอาจทำอะไรได้เถ้าแก่พอสังหารหญิงสาวร่างก็แข็งค้างออกเสียงมิได้มันยกมือสั่นหงึกๆ ปากคล้ายจะกล่าวออกมาแต่ไร้พลังจะพูดได้แต่เบิกตาโพลงถลน รับความเ็ปที่กำลังโลดแล่นอยู่ในร่างตอนนั้นมันเห็นเจี้ยนเว่ยแตกต่างจากปกติสายตาที่กลมโตดำขลับยามนี้เคียดขึ้งอย่างน่ากลัว
มันค่อยเข้าใจว่าตัวมันเองพลาดท่าเสียทีให้กับเด็กน้อยผู้นี้ไปแล้ว แววตามันมาตรแม้นจะโกรธแค้นและตื่นตระหนกแต่พอผ่านไปราวสิบนาทีร่างมันก็เปียกชุ่มด้วยเหงื่อเย็นที่แตกพลั่ก ร่างมันสั่นระริกรู้สึกเหมือนมีน้ำกรดคล้ายงูเลื้อยตามข้อกระดูกในร่าง รู้สึกเหมือนมีผึ้งปีศาจนับหมื่นกำลังกัดต่อยใส่ลำไส้ของมันทีละเล็กทีละน้อย แววตามันตอนนี้แปรเป็หวาดหวั่นและวิงวอนขอชีวิตต่อเจี้ยนเว่ย
แต่มันหาได้สมหวังไม่นอกจากมันจะวิงวอนให้ช่วยเหลือมันยังมีสายตาวิงวอนขอร้องความตาย เจี้ยนเว่ยเดินไปข้างเตียงมันสีหน้าที่เ็าไร้อารมณ์ของมันราวกับยมราชมุ่งหน้ามาลงทัณฑ์แก่คนชั่ว ตลอดเวลามันเพียงยกยิ้มเพียงมุมปากเล็กน้อย เถ้าแก่นี้โดนยาพิษสามชนิดทำลายอวัยวะภายในและกร่อนกระดูกทีละนิดความเ็ปนั้นยังมากกว่าถูกกรีดเนื้อผ่าิัอีก
และมันจะต้องทนทุกข์ทรมานเยี่ยงนี้ไปอีกหลายวันเพราะตัวยาพิษนี้เพียงแค่ทรมานมันมิได้สังหารมันในทันที เถ้าแก่ใบหน้าซีดเผือดจนเขียวปัดดวงตาเบิกโพลงสภาพการณ์ออกจากเบ้าตามาหนึ่งข้าง โลหิตไหลทะลักออกมาเป็สีม่วงดำคล้ายพิษแล่นเข้าเส้นเืในร่างมันจนหมดสิ้น เจี้ยนเว่ยใช้มือจับผ้าหยิบด้ามมีดนั้นกรีดหนังหน้าอกใต้คอของมันลากยาวถึงหน้าท้องโลหิตไหลทะลักซึมออกคล้ายเส้นด้ายเส้นหนึ่ง มันขาวใต้ิัปริออกราวน้ำมัน
มันเติบโตภายใต้ความเ็ปและการถูกทรมานจิตใจของคนประเภทนี้สมควรเป็เช่นไรท่านคงรู้ดี มันต้องรับความทรมานมานับสองสามปีคนที่ทำร้ายมันเช่นนี้มันย่อมต้องส่งมอบของขวัญให้มันเพื่อเป็การตอบแทน ของขวัญเื.... สุดท้ายมันแม้นเ็ปมากมายขนาดไหนก็มิอาจร้องออกแม้อยากตายก็ตายไม่ได้ความสิ้นหวังนี้มันได้ลิ้มลองแล้ว
ผ่านไปสองชั่วโมงตัวยาจะแทรกซึมผ่านกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายของมัน จากนั้นจะกัดกร่อนลำไส้ใหญ่และตับไตเละเป็ก้อนบดกระดูกก็จะถูกพิษกร่อนจนละลายเป็พรุโพรงหมดร่าง เมื่อถึงตอนนั้นตัวมันก็จะกลายเป็หนอนไร้กระดูกตัวหนึ่ง แม้แต่จะหลับก็หลับมิได้ความทรมานจากการถูกกัดกร่อนจากยาพิษสามชนิดนี้ประหนึ่งถูกมีดแหลมล้านเล่มทิ่มตามตำแหน่งรูขุมขนทุกๆ สองวินาทียาวนานจนกว่ามันจะตาย
ความรู้สึกเช่นนี้แม้แต่ปีศาจยังหวาดหวั่นเถ้าแก่ตัวอ้วนที่รู้สึกแต่เสพสุขไหนเลยต้านทานได้ นี้คงเป็บาปกรรมที่ตามสนองมันในที่สุดบาปกรรมจากการทรมานเด็กมามากมายนับร้อยชีวิต จากเหตุการณ์นั้นทำให้เจี้ยนเว่ยเรียนรู้หลายอย่างที่เป็สิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตใช้อารมณ์ของคนอื่นให้เป็ประโยชน์แก่ตัวเอง
โลกนี้โหดร้ายอย่าไว้วางใจผู้ใดแต่มันยังรู้อยู่อย่างหนึ่งก็คือ มาตรแม้นจะโหดร้ายแต่ก็ยังพอมีคนที่จิตใจดีอยู่เช่นกัน มันจากวันนั้นก็มิได้พบเจอหมอคนนั้นอีกมันย้ายจากเขตนั้นไปอีกเขตหนึ่งห่างไกลกันอย่างยิ่ง แต่สุดท้ายแล้วมันก็ยังเป็ได้แค่ขอทานเช่นเคยแต่มันมีประสบการณ์ชีวิตแล้วจึงไม่อดอยากอีกต่อไปตอนนั้นมันเรียนรู้ความสามารถอีกหนึ่งอย่าง
ตอนนั้นมันมาตรแม้นรับทราบอย่างกระจ่างว่าไม่สมควรกระทำแต่จะอย่างไรมันไม่มีทางเลือกนั้นคือการขโมย... แต่มันมิได้มองโลกในแง่ลบมากเกินไปจนบ้าคลั่งนับว่าจิตใจมันยังมีความดีค้ำยันเอาไว้ มันเพียงขโมยของคนชั่วเท่านั้นทุกครั้งที่จะได้ทานอาหารต้องได้รับาแและเ็ปเสียก่อนทุกครั้ง
ดังนั้นมันจึงรู้จักการกินที่ดีมิอาจทิ้งขว้าง
มันเติบโตมาได้ในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายเช่นนั้นนับว่ายากเย็นสุดทานทน แต่สุดท้ายมันหามีความคิดฆ่าตัวตายไม่มันเติบโตแล้วความคิดเดียวของมันคือมีสภาพการณ์อยู่อาศัยที่ดีกว่านี้ มีชีวิตที่ดีกว่านี้มาตรแม้นถือกำเนิดมาภายใต้ความอำมหิตทุกข์ทรมานแต่ชีวิตมิอาจทิ้งขว้างง่ายดายเช่นก้อนหิน ดังนั้นมันจึงชื่นชอบสังเกตการณ์ใช้ชีวิตและความคิดนึกอ่านของผู้คน
มันรู้จักการเก็บงำความรู้สึกและสีหน้าอย่างยอดเยี่ยมดังนั้นแม้แต่ชายชราที่โชกโชนด้วยประสบการณ์เช่นฝ่ามือกระจกหยางอี้ยังมองไม่ออกเลยสักนิด มันที่แสดงออกเมื่อครู่คล้ายตั้งใจและคล้ายไม่ตั้งใจชายชราพอเห็นสีหน้ามันคล้ายเศร้าสลดอาภัพในชีวิตมันเองก็จินตนาการไม่ออกจริงๆ หากมันทราบอารมณ์ความคิดและประสบการณ์ของเจี้ยนเว่ยมิเพียงแตกตื่นแต่ยังโศกเศร้ายิ่ง
ชายชราหยางอี้พอฟังว่าเมืองแห่งหนึ่งถูกฆ่าล้างจนหมดสิ้นถึงกับแตกตื่นอุทานเสียงอาดังคำหนึ่ง คิ้วมันขมวดแน่นเป็ปมมันครุ่นคิดในใจว่าเื่ราวเช่นนี้ไม่สมควรเป็เื่เล็กแต่ไฉนตนถึงไม่เคยได้ยินเลยสักนิด? มันมองเข้าไปในั์ตาของเจี้ยนเว่ยประกายตาสาดส่องเรืองรองสะท้อนแสงวูบหนึ่งเจี้ยนเว่ยร้องเสียงใคำหนึ่งปิดตาอย่างรวดเร็ว
ชายชราหยางอี้ผงกศีรษะด้วยสีหน้าปลงใจและโศกเศร้าสงสารเด็กหนุ่มผู้นี้มิเพียงเติบโตมาอย่างผิดเพี้ยน แต่ยังประสบพบเจอแต่เื่ราวโศกนาฏกรรมหลายครั้งชาติที่แล้วมันกระทำบาปใหญ่อันใดมาถึงมีชีวิตเช่นนี้ สุดท้ายมันได้แต่ทอดถอนใจออกอย่างเห็นใจมันในตอนนี้ไม่มีความคิดเกลียดชังเคียดแค้นต่อขอทานบัดซบเจี้ยนเว่ยอีกแล้วที่เพิ่มมีแต่ความสงสารเอ็นดู...
ชายชราปลดกระบี่ที่พันผ้าแพรด้านหลังวางไว้ล้วงกระเป๋าหยิบเอายาที่ส่งกลิ่นหอมหวนสองเม็ดออกมา เจี้ยนเว่ยพอได้กลิ่นคล้ายน้ำลายไหลสูดลมหายใจยาวเหยียดไปหลายคำมันที่กินแต่อาหารไม่ดีพอได้กลิ่นหอมหวนเช่นนี้ยั่วยวนใจจนแทบวาย ชายชราหยางอี้ยิ้มอย่างอ่อนโยนยื่นยาเม็ดหนึ่งมาให้มันปากกล่าวว่า" ยานี้คือยาสองห้วงสามารถเพิ่มความแข็งแรงกระดูกและกล้ามเนื้อให้แก่เ้าทั้งยังสามารถฟื้นฟูสภาพในร่างกายส่วนที่ร่างกายไม่สามารถรักษาได้"
มันพอได้ยินเช่นนั้นดวงตาถึงกับลุกวาวยานี้มีค่ายิ่งกว่าไข่มุกมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม ตอนนี้มันกลับมีสิทธิ์ได้รีบคว้าหมับไปที่ยามาเพ่งมองดูเห็นยามีขนาดเท่าติ่งหู กลมคล้ายลูกแก้วมีสีเนื้ออ่อนบนเปลือกยามีจุดสีเหลืองจางๆ แต้มไว้สองจุดกลิ่นหอมหวนคล้ายกระจายออกจากสองจุดนี้ยามนั้นมันไม่รีรอรีบกลืนเข้าไปอย่างรวดเร็วโดยไม่เกรงว่าจะเป็ยาพิษ
เพราะมันไม่สำคัญหยางอี้ผู้นี้ไหนเลยให้มันกินยาพิษที่ล้ำค่าขนาดนี้ หยางอี้มีฝีมือสูงล้ำ มาตรแม้นตอนนี้จะอ่อนแรงแต่จะลงมือสังหารมันยังง่ายดายยิ่ง ฉะนั้นมันจึงไม่ต้องระหวาดระแวงหลังจากเจี้ยนเว่ยกินไปชายชราก็กลืนไปหนึ่งเม็ดผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงก็เริ่มฟื้นคืนพลังฝีมือมาบ้างมันมองเจี้ยนเว่ยอย่างอ่อนโยนคล้ายญาติผู้หนึ่งกล่าวว่า
" ชะตาเ้ากับเราสอดคล้องต้องกันการพบเจอกันครั้งนี้อาจเป็วาสนาของเ้าและของเราเ้าขยับเข้ามาใกล้เราอีกหลายก้าว"
มันกล่าวเสียงอ่อนโยนประกายดวงตามาตรแม้นพร่างพรายแต่ก็ไม่ขู่ขวัญของเขา เจี้ยนเว่ยหลังจากกลืนยาไปรู้สึกกระปรี้กระเปร่ายิ่งพอได้ยินก็ขยับเข้าไปอย่างสนิทสนมชายชราหยางอี้ยื่นมองสองข้างคว้าจับร่างกายของมันอย่างต่อเนื่อง ผ่านไปราวสิบนาทีดวงตาเต็มเปี่ยมด้วยประกายพร่างพรายของเขายิ่งเรืองรองดีใจ มันหัวเราะเสียงกล้าแกร่งอยู่ยาวนานค่อยหยุดลงกล่าวอย่างดีใจว่า
" สัดส่วนร่างกายยอดเยี่ยมยอดเยี่ยมขนาดหลายร้อยปียังยากจะพบพาน วันนี้เรากลับพบในร่างของขอทานเช่นมันนับว่าโชคชะตานำพายิ่ง" มันพอคว้าจับตามจุดร่างกายของเจี้ยนเว่ยก็ตะลึงลานวูบไปชั่วขณะหนึ่ง มันคาดไม่ถึงว่าขอทานบัดซบนี้จะมีสัดส่วนโครงสร้างร่างกายที่ยอดเยี่ยมต่อการฝึกฝนลมปราณและวิชาต่อสู้ ยอดเยี่ยมขนาดนี้ขนาดจุดชีพจรทั้งสิบสองบนร่างกายยังปรุโปร่งทั้งหมด
สัดส่วนร่างกายเช่นนี้หากมีข่าวเล็ดลอดออกไปคงบังเกิดการแย่งชิงตัวมันอย่างแน่นอน ไม่ว่าผู้ใดก็้าศิษย์ที่มีศักยภาพร่างกายที่ดีมีความสามารถสูงล้ำแม้แต่หยางอี้เองก็คิดใคร่หาศิษย์คนหนึ่ง แต่ไม่ประสบผลวันนี้กลับมาพบเจออยู่ที่นี่ถึงกับดีใจราวคนบ้าไปมันร้องคำเสียงดังว่า" ฟ้าส่งเสริมปณิธานคน์นำพาชักนำชะตาคนมาพบกันฮาๆ "
ชายชราหยางอี้หันขวับมองมันด้วยประกายตาที่เฉิดฉายทำเอาเจี้ยนเว่ยขนลุกเกรียวกราววูบหนึ่ง หยางอี้กล่าวกับมันอย่างตื่นเต้นว่า" เ้าอยากแข็งแกร่งทรงพลังหรือไม่? " มันพอเอ่ยถามก็ไม่อ้อมค้อมคล้ายจะดึงความสนใจในตัวขอทานบัดซบผู้นี้มันตัดสินใจมั่นแล้ว ว่าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องนำขอทานบัดซบนี้เป็ศิษย์ของตนให้ได้เื่นี้หากเป็ผู้คนในยุทธจักรต้องดีใจจนสายตาพร่าพราย
เพราะหยางอี้ฝ่ามือกระจกเป็ยอดฝีมือมีชื่อเสียงในยุทธจักรแม้ไม่มีค่ายสังกัดสำนักแต่สามารถทัดเทียมกับยอดฝีมือในหลายสิบสำนัก โดยเฉพาะ่เวลานี้ชื่อเสียงของเชายิ่งกระเดื่องลื่อลั่นเพราะคัมภีร์วิชาหายากนั้น แต่เจี้ยนเว่ยเป็เพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งไม่มีทางรู้จักเื่ราวในโลกภายนอกจึงไม่ได้เกิดปฏิกิริยายิ่งใหญ่อันใดมันเพียงทำหน้าครุ่นคิดชั่วครู่จึงผงกศีรษะรับคำ