ชางอวี่และอานตี๋ลงมาช่วยหว่านอิ่งเก็บหอย แต่ถึงน้ำจะใสก็ใช่ว่าจะเห็นเยอะมากพวกเขาหากันอยู่นานได้มาสามตัวก็ชวนกันแบกกระบุงกลับบ้าน
"ท่านพ่อท่านแม่ข้ากลับมาแล้วได้ปลามาเยอะมากเลยขอรับ" อานตี๋ร้องบอกบิดามารดาอย่างตื่นเต้น
จื่อหานและจิ้งหรงเดินมาหาบุตรและก็ต้องใกับปลาที่บุตรชายและบุตรสาวหามาได้
"ที่จับปลาอันใหม่ของน้องรองใช้ได้ดีมากเลยนักขอรับ" ชางอวี่เอ่ยปากชม
"ท่านพ่อเรานำปลาไปขายในเมืองกันเถิดเ้าค่ะ เหลือไว้ทำมื้อเย็นและมื้อเช้าสิบตัวก็น่าจะพอ" หว่านอิ่งเอ่ยบอกบิดาตอนนี้ที่บ้านก็จะสามารถกินปลาได้แล้วทำไมต้องนำไปขายหมดนางจะทำให้คนในครอบครัวมีเนื้อมีหนังให้มากกว่านี้ และใช่ตอนนี้นางพร้อมแล้วนางพร้อมที่จะเข้าเมืองแล้ว
"พวกเ้ารีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อนเถิดประเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้" จิ้งหรงบอกบุตรทั้งสามที่ตอนนี้เสื้อผ้ายังเปียกอยู่
"เ้าค่ะ" “ขอรับ”
หว่านอิ่งรีบเข้าครัวเอาชามใส่น้ำและเอาหอยที่ได้แช่เอาไว้แล้วเดินไปเปลี่ยนชุดที่จะเข้าเมืองไปสำรวจร้านเหลาอาหาร ร้านเมล็ดพืช ร้านเครื่องปรุง ร้านผ้าแพรและร้านเครื่องประดับ เมื่อเปลี่ยนชุดแล้วก็เดินออกไปหาท่านพ่อที่รออยู่
"ท่านพ่อข้าขอไปด้วยนะขอรับ" อานตี๋อ้อนบอกบิดาเขาเคยเข้าเมืองแค่ครั้งเดียวเองนะและตอนนี้เขาก็อยากไปเที่ยวในเมืองบ้าง
"เสี่ยวตี๋ไว้วันหลังค่อยไปดีหรือไม่วันนี้อยู่ใช้แม่ทำกับข้าวก่อน ท่านพ่อและพี่ๆ ของเ้ากลับมาจะได้กินข้าวฝีมือเ้าอย่างไรเล่า" จิ้งหรงนางไม่อยากให้ลูกชายคนเล็กไปเพราะตอนนี้ก็เย็นมากแล้วถ้าเสี่ยวตี๋ไปด้วยคงต้องกลับบ้านมืดค่ำกันพอดี
"ก็ได้ขอรับ ข้าจะอยู่ช่วยท่านแม่ทำปลาเผาไว้ให้พี่รองชิม"
"เ้าจะให้แต่พี่รองหรือแล้วพี่ใหญ่เล่า" ชางอวี่โยกหัวน้องชายไปมา
"พี่ใหญ่กับท่านพ่อด้วยขอรับ"
"ฮ่าๆ ไปกันเถิดเดี๋ยวจะกลับบ้านมืดค่ำ" หว่านอิ่งเดินตามบิดาและพี่ใหญ่เข้าเมืองเนื่องจากหมู่บ้านนางห่างจากตัวเมืองสองลี้จึงไม่ลำบากมากนัก
จื่อหานเดินนำบุตรทั้งสองตรงไปที่เหลาไป๋หลานเพราะเหลานี้ห่างจากกำแพงเมืองไม่มากเป็เหลาที่ไม่ใหญ่และเขาก็นำสัตว์ป่ามาขายที่นี่บ่อยๆ
"ท่านพ่อนำสัตว์ป่ามาขายที่นี่บ่อยหรือเ้าค่ะ"
"ใช่แล้วอิ่งเออร์"
"แล้วมีเหลาอื่นอีกหรือไม่เ้าค่ะ"
"มีสิพ่อมักนำมาขายที่เหลาไป๋หลานและเหลาหมู่ตานแต่เหลาหมู่ตานจะไกลจากนี้ไปมากหน่อยเ้าถามทำไมหรือ"
"เช่นนั้นแบ่งปลาไปขายเหลาละครึ่งดีไหมเ้าค่ะ ข้าว่าปลามากขนาดนี้คงขายที่เดียวไม่หมดเป็แน่"
"อืม ได้ๆ นี้ก็เริ่มจะเย็นแล้วนำไปขายหมดนี้คงไม่รับซื้อเป็แน่" หว่านอิ่ง และบิดาเดินตรงไปทางเหลาไป๋หลานส่วนพี่ใหญ่จะรออยู่ด้านนอกกับปลาอีกครึ่งหนึ่ง ได้เวลาเปรียบเทียบราคาแล้ว
"อ้าวพี่จื่อหานท่านมาขายอะไรหรือ" หลงจู๊ในร้านเดินออกมาต้อนรับ
"ข้ามาขายปลานะพึ่งจับมาได้ยังสดๆ อยู่เลย"
"เช่นนั้นท่านตามข้ามาด้านหลังร้านเถิดประเดี๋ยวข้าจะไปตามเถ้าแก่ให้" หลงจู๊นำนางสองพ่อลูกไปหลังร้านที่เป็พื้นที่ขายของจากชาวบ้านที่นำมาขาย
"เถ้าแก่ขอรับมีคนนำปลาสดๆ มาขายขอรับ"
"อืมๆ ข้าจะลงไปเดี๋ยวนี้ล่ะ" หลงจู๊เดินนำชายวัยกลางคนที่รูปร่างอ้วนมาด้านหลังร้าน เถ้าเเก่ท่านนี้คือ เถ้าแก่ไป๋เ้าของเหลาอาหาร
"ไปบอกพ่อครัวมาดูหน่อยเถิด" พ่อครัวนำปลาไปชั่ง
"ข้าจะรับซื้อทั้งหมดเลยนะเย็นนี้มีลูกค้าจองห้องอาหารจำนวนมากและนักเดินทางที่จะไปงานประลองยุทธ์ที่เมืองข้างหน้า ทำให้ข้าต้องใช้ของสดใหม่มาทำอาหาร"
"ได้ขอรับ"
"ทั้งหมดเป็เงินหกร้อยห้าสิบอีแปะ" เถ้าเเก่นำเงินออกมาให้บิดานาง
"พรุ่งนี้ยามเช้าถ้ามีก็นำมาขายที่เหลาข้าได้" บริการดี พูดจาดี ราคาดีนางให้สามผ่านสำหรับคู่ค้ารายนี้ พวกเขาเดินออกจาเหลาไป๋หลานไปหาพี่ใหญ่และเดินไปเหลาหมู่ตาน เหลาหมู่ตานเป็เหลาอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้มีคนเดินเข้าออกมากมาย
"พวกท่านนำของมาขายหรือเชิญด้านหลังร้านก่อนเถิดขอรับ เดี๋ยวข้าจะไปตามเถ้าแก่มาให้นะขอรับ" หลงจู๊เดินไปตามเถ้าเเก่เถาเป็ชายกลางคนรูปร่างผอมสูง
"เ้าไปตามพ่อครัวนำปลาไปชั่งเถิด"
"ทั้งหมดรวมเป็เงินหกร้อยห้าสิบห้าอีแปะ ถ้าพรุ่งนี้เ้ามีก็สามารถนำมาขายได้ที่ร้านยังขาดเนื้อสัตว์อยู่มาก"
"ได้ขอรับเถ้าแก่" ร้านนี้ก็ดีบริการดี พูดจาดี ราคาดีนางให้สามผ่านสำหรับคู่ค้ารายนี้ครอบครัวหวงเดินไปหาซื้อเมล็ดผักที่จะนำไปปลูก ร้านนี้เป็ร้านเล็กที่อยู่ห่างจากเหลาอาหารไม่มากนัก
"เถ้าแก่เ้าค่ะ ข้าเอา เมล็ดกะหล่ำปลี ผักกาดขาว หัวไชเท้า แครอทอย่างละสองชั่ง และถั่วเขียวห้าชั่งเ้าคะ" หว่านอิ่งร้องบอกเถ้าแก่ที่นั่งดีดลูกคิดอยู่หน้าร้าน
"ได้ๆ รอประเดี๋ยวข้าจะไปชั่งมาให้"
"กะหล่ำปลีสามสิบอีแปะ ผักกาดขาวสามสิบอีแปะ หัวไชเท้าสี่สิบอีแปะ แครอทยี่สิบหกอีแปะ ถั่วเขียวห้าสิบอีแปะ รวมเป็เงิน 176อีแปะ" บิดานางนำของใส่กระบุงแล้วจ่ายเงิน
นางเดินไปร้านเครื่องปรุงเพราะที่บ้านใกล้จะหมดแล้วหว่านอิ่งมองราคาแล้วกัดฟันพูด "เถ้าแก่เ้าค่ะ ข้าเอาเกลือ ซอสถั่ว ซอสเปรี้ยวอย่างละหนึ่งชั่ง และแป้งสาลี แป้งหยาบสามชั่งเ้าค่ะ" ทำไมเกลือแพงเช่นนี้แพงกว่าปลาที่นางขายได้วันนี้อีก
"ได้ ข้าจะไปตักให้" เถ้าแก่ตักเกลือ แป้งไปชั่งและนำกระบอกไม้ไผ่มาใส่ซอสให้นาง
"เกลือสามร้อยแปดสิบอีแปะ ซอสถั่วสามสิบอีแปะ ซอสเปรี้ยวยี่สิบอีแปะ แป้งสาลีสี่สิบห้าอีแปะ แป้งหยาบสามสิบอีแปะ รวมเป็เงินห้าร้อยห้าอีแปะ" หว่านอิ่งมองบิดานางจ่ายเงินอย่างปวดใจดีนะที่นางไม่ได้ซื้อน้ำตาลไปด้วยชั่งละต้องสองร้อยอีแปะ
หว่านอิ่งเดินออกจากร้านเครื่องปรุงอย่างหมดแรงไหล่ตกเสียจนไม่มีแรงจะเดิน
"หว่านอิ่งเ้าจะไปที่ใดอีกหรือไม่"
"ข้าอยากไปร้านเครื่องประดับเ้าค่ะท่านพ่อ"
"น้องรองเ้าอยากได้เครื่องประดับหรือ" ชางอวี่ถามน้องสาวเนื่องจากบ้านเขาจนทำให้ไม่มีเงินซื้อเครื่องประดับสวยๆ ให้น้องสาวใส่
"เปล่าเ้าค่ะ ข้าแค่อยากไปเดินดูเท่านั้น"
หว่านอิ่งเดินตามบิดาไปร้านเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้นางยังไม่ได้ก้าวเท้าเข้าร้านหลงจู๊ก็มองนางั้แ่หัวจรดปลายเท้าด้วยสายตาดูถูกและเดินหนีไป จะมองอะไรเล่าถึงนางจะใส่ชุดเก่าแต่นางก็มีเงินนะถึงจะน้อยก็เถิด แล้วทำหน้าทำตาใส่นางนี่คืออะไรเดี๋ยวแม่ก็ตามไปตบให้ปากเบี้ยวชะหรอก บริการแย่ๆ มากๆ
"ท่านพ่อไปร้านอื่นกันเถิดเ้าคะ" หว่านอิ่งเดินออกจากร้านและยุ่งหน้าไปหาร้านใหม่ ร้านนี้เป็ร้านไม่ใหญ่มากมีลูกค้าสี่ห้าคน
"คุณหนูท่านนี้้าเครื่องประดับชนิดใดบอกข้าได้เ้าคะ" หลงจู๊ในร้านเดินมาสอบถามนาง หว่านอิ่งเข้ามาให้ร้านคนเดียวส่วนบิดาและพี่ชายรออยู่ด้านนอก
"พี่สาวข้าสนใจเครื่องประดับที่เป็ไข่มุกที่ร้านมีหรือเ้าคะ"
"คุณหนูเชิญตามข้ามาด้านนี้"
"ว้าว งดงามมากเ้าค่ะ แต่ละชุดคงแพงน่าดู พี่สาวแล้วไข่มุกที่ยังไม่นำมาทำเครื่องประดับนี้แพงมากหรือไม่เ้าคะ"
"แล้วแต่ขนาดและสีเ้าค่ะ ถ้าเป็สีที่หายากราคาก็จะเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว" หว่านอิ่งถามนั้นถามนี้หลงจู๊มากมาย
"ขอบคุณพี่สาวมากๆ เลยเ้าค่ะและข้าขออภัยที่ทำให้ท่านต้องเสียเวลา" หว่านอิ่งพูดคุยกับหลงจู๊เดินดู สร้อย ปิ่น กำไลและต่างหูมากมายแต่นางไม่ซื้อแม้แต่ชิ้นเดียว จะให้นางซื้อได้อย่างไรเล่านางไม่มีเงินมากขนาดนั้น
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะถ้าท่านสนใจชิ้นไหนก็แวะมาที่ร้านได้เ้าค่ะ" หว่านอิ่งเดินไปหาบิดาและพี่ชาย
"อิ่งเออร์เ้าได้อะไรมาหรือไม่"
"ไม่ได้เ้าค่ะท่านพ่อข้าแค่ไปเดินดูไม่มีชิ้นไหนที่ข้าอยากได้ เรากลับกันเถิดเ้าคะ" หว่านอิ่งชวนบิดาและพี่ชายเดินกลับบ้านตลอดทางมีแต่เสียงพูดโน่นนี้ของนางและเสียงหัวเราะจากท่านพ่อและพี่ใหญ่
"ท่านแม่ข้ากลับมาแล้ว"
"ไยกลับมืดค่ำนักไปล้างมือก่อนเถิดจะได้กินข้าวกัน" หว่านอิ่งล้างมือแล้วเข้าครัวไปทำน้ำจิ้มกินกับปลาเผาเเละข้าวต้มปลา ผักดองที่มารดาและน้องนางทำไว้
"พี่ใหญ่ของฝากข้าละขอรับ"
"เอาไว้ครั้งหน้านะเสี่ยวตี๋พี่จะซื้อมาให้"
"ก็ได้ขอรับ" ครอบครัวหวงพูดคุยอาหารและแยกย้ายกันไปพักผ่อน วันรุ่งขึ้นหว่านอิ่งและครอบครัวช่วยกันพลิกดิน ทำแปลงปลูกผักนางปลูกได้ กะหล่ำปลีหกแปลง แครอทหกแปลง ผักกาดขาวหกแปลง หัวไชเท้าอีกหกแปลงและยังมีสมุนไพรป่าที่นางขุดมาก่อนหน้านี้อีกสามแปลง ผักต่างๆบนเขาอีกสองแปลง
เมื่อเสร็จครอบครัวก็แบกกระบุงขึ้นเขาไปดูกับดักสัตว์หว่านอิ่งถือตำราสมุนไพรเก็บผักและสมุนไพรที่ทำเงินให้นางมาเยอะมาก สมุนไพรตัวใดที่เจอให้ยุคปัจจุบันนางจะเก็บไว้ใช้เองเพราะสมุนไพรบ้างในตำรายังไม่จดบันทึก ถ้านางเก็บไปขายได้โดนไล่ออกจากร้านเป็แน่ ส่วนผักวันนี้นางได้ฟักทอง ลูกฟัก มาด้วย บิดานางก็ได้สัตว์ไก่ป่าสองตัวนางจะนำมาทำมื้อเย็น
มื้อเย็นวันนี้นางจะทำต้มไก่ ไก่ผัดขิง ปลาราดพริกไม่มีมะขามนางก็ใสซอสเปรี้ยวแทน ซอสเปรี้ยวคือน้ำส้มสายชูในยุคปัจจุบัน ไข่เจียว หว่านอิ่งอยากกินปลาทอดแต่ต้องผิดหวังเพราะบ้านนางไม่มีน้ำมันนางจึงนำปลามานึ่งใส่ผักเยอะๆ กินกับน้ำจิ้ม
ครอบครัวหวงนั่งกินข้าวอย่างมีความสุขหลังจากที่บุตรสาวขอตามขึ้นเขาและผักที่นางอ่านเจอในตำราครอบครัวเขาก็กินอิ่มนอนหลับมีรายได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนัก ถ้าไม่ได้ตำราเก่าที่ทิ้งไว้ใช้บ้านพวกเขาคงอดมื้อกินมื้อเหมือนเดิม