บทที่ 1: ตอนที่ 4 พันหลง ปะทะ เหินหง
ทั้งสองยืนประจัญบานไม่นานก็เป็ฝ่ายพันหลงที่เริ่มก่อน พันหลงไม่รอช้าเค้าใช้ลมหายใจน้ำแข็งแช่ที่เท้าของเหินหงหมายจะแช่แข็งเท้าของเค้าซะแต่เหินหงก็ไม่ยอมเค้าใช้ความเร็วของเสือดาวพุ่งไปประชิดตัวของพันหลง เค้าใช้ขาตวัดไปที่หลังของพันหลงพร้อมใช้ปราณสีดำห่อหุ้มขาเพื่อเพิ่มความแรงแต่ก่อนที่จะโดนพันหลงพันหลงเองก็ใช้ทักษะเท้าัพุ่งตัวหลบเบี่ยงได้ทัน
เหินหงทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆแต่พันหลงก็ใช้วิธีการะโไปข้างหลังจนเขาสามารถหลบการโจมตีได้หมดเมื่อเหินหงเห็นดังนั้นเลยหยุดโจมตีด้วยเท้าแต่เปลี่ยนไปโจมตีด้วยกระบี่กระดูกแทน พันหลงเองก็หยิบกระบี่ัฟาดฟันปะทะกับเหินหงทั้งสองไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายโจมตีตัวเองได้เลย ท้ังสองเริ่มเร่งความเร็วเห็นเป็ภาพลางๆเท่านั้น พันหลงเปิดใช้ทักษะเนตรัจนสามารถมองเห็นตัวเหินหงทัน
เหล่าผู้เยาว์ที่กำลังดูการต่อสู้นี้บางคนก็โดนแรงกดดันปราณของทั้งสองจนสลบแต่มู่เจียวซือที่กำลังดูอยู่นั้นทำได้แต่นิ่งค้างไม่ไหวติงงงกับการต่อสู้ของทั้งสอง เปาคุนที่เห็นพันหลงชายที่ช่วยตัวเองในครั้งก่อนต่อสู้กับครึ่งอสูรเหินหงได้อย่างสูสีก็เกิดความรู้สึกเลื่อมใสเป็อย่างมาก
"เ้าสามารถตามความเร็วของข้าได้ทันขอชมเชย เ้ายังมีค่าพอให้สู้อย่างเอาจริงด้วย"
'บัดซบ เ้าสัตว์ประหลาดนี่ยังไม่ได้เอาจริงเลยงั้นหรอ' พันหลงตอนนี้รู้สึกวิตกกังวลมากด้วยพลังปราณตอนนี้ที่กำลังหมดไปถ้าเหินหงเอาจริงเข้าคงจะเป็ตัวเค้าที่ตายอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าเป็เมื่อก่อนที่พันหลงเป็พระเ้าสูงสุดเหินหงที่กำลังสู้อยู่ตอนนี้คงเป็ได้แค่ละอองฝุ่นของเค้าแต่ตอนนี้พันหลงไม่ได้มีพลังมากอย่างนั้นถ้าโทษก็ต้องโทษตัวเองที่มีพลังไม่พอ
เหินหงบอกจะเอาจริงเค้าก็เอาจริงขึ้นมาพลังปราณที่ปลดปล่อยออกมานั้นดูมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณแต่ระดับพลังปราณที่เพิ่มขึ้นมานั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่กับเป็ปราณที่เข้มข้น พันหลงเห็นดังนั้นก็เริ่มที่จะจับจุดได้ว่าตอนนี้เหินหงยังไม่สามารถรับพลังได้ไหวมีแต่ทำให้ปราณเข้มข้นแต่ก่อนที่เค้าจะได้คิดอย่างนั้นเหินหงก็เข้ามาปะทะก่อนเสียแล้ว
เหินหงที่ตอนนี้มีปราณที่เข้มข้นขึ้นเค้าก็เข้าโจมตีพันหลงอย่างไม่หยุดหย่อน แต่ครั้งนี้เหินหงไม่ได้ใช้ทักษะแบบเดิมเค้านำกระบี่กระดูกปักเข้าไปที่พึ้นดินสร้างเป็อาณาเขตในอาณาเขตที่เค้าสร้างขึ้นมานั้นรอบๆเต็มไปด้วยโครงกระดูกปักอยู่มากมาย อาณาเขตนี้มีพื้นที่เป็รูปวงกลมล้อมรอบตัวของเหินหงและพันหลง โครงกระดูกเ่าั้พลันรวมตัวเป็รูปสัตว์อสูรพุ่งเข้าโจมตีพันหลง
ในเวลานี้ความกังวลของพันหลงเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนอกจากเค้าจะต้องรับมือกับเหล่าโครงกระดูกสัตว์อสูรเค้าก็ต้องรับมือกับเหินหงด้วย แต่พันหลงนึกขึ้นมาได้ว่านี่เป็โครงกระดูกของสัตว์อสูรเพราะฉะนั้นพวกนี้ก็ต้องมีสัญชาตญานของสัตว์อสูรแต่เดิมอยู่ด้วย เค้าไม่รอช้าหยิบขลุ่ยสยบอสูรเป่าบทเพลงแต่ละท่วงทำนอง
จนมังถึงบทที่ 4 สยบอสูรทั้งปวง เหล่าโครงกระดูกพลันะเิเป็เศษซากพันหลงคิดว่าถ้าขลุ่ยนี่สามารถควบคุมอะไรก็ได้ของสัตว์อสูรเค้าจึงบรรเลงบทเพลงใหม่อีกรอบจนถึงบทที่ 3 เค้าสั่งให้เหล่าโครงกระดูกทั้งหมดเข้าไปรวมร่างกันจนเกิดเป็ักระดูกขนาดั์เข้าโจมตีเหินหงแต่สาเหตุที่เค้าไม่เป่าขลุ่ยใส่เหินหงเพราะครึ่งนึงของเค้ายังเป็มนุษย์ยังมีสติปัญญาบทเพลงนี้จึงไม่สามารถทำอะไรเหินหงได้
แต่โครงกระดูกัก็ไม่สามารถทำอะไรเหินหงได้ทำได้เพียงแค่ถ่วงเวลาให้พันหลงพักฟื้นพลังเท่านั้นแต่ข้อเดียวที่พันหลงยังได้เปรียบคือเค้ามีขลุ่ยสยบอสูรขอให้เค้ามีเวลาเป่าบทเพลงจนถึงบทที่ 3 เค้าก็สามารถทำให้โครงกระดูกกลับคืนมาได้ใหม่อีกแต่เหินหงก็ไม่ปล่อยให้พันหลงทำอย่างนั้นได้ เค้าละจากการสู้กับโครงกระดูกัพุ่งเข้าโจมตีเหล่าผู้เยาว์ที่เหลือจนเกือบทั้งหมดยกเว้นเปาคุนและมู่เจียวซือที่รู้สึกตัวได้ทันหลบหนีจากการโจมตีของเหินหง
เหินหงดูดความสิ้นหวังจากผู้เยาว์ที่เค้าฆ่าไปพลังที่ลดลงของเหินหงเพิ่มขึ้นจนเต็ม เหินหงปลดปล่อยสำแสงสีม่วงเป็รูปแบบรวมกันอัดแน่นที่ฝ่ามือโจมตีไปที่โครงกระดูกเค้าโจมตีจนไม่เหลือซากที่จะทำให้พันหลงฟื้นมันกลับมาได้ ตอนนี้เป้าหมายเดียวของเหินหงคือจัดการพันหลงเพื่อที่จะดูดความสิ้นหวังถ้าเค้าสามารถดูดความสิ้นหวังของพันหลงได้เค้าก็จะมีระดับที่เพิ่มขึ้นมากอย่างไม่ต้องสงสัย
เค้าเปิดฉากพุ่งโจมตีพันหลงฟาดฟันทุกกระบวนท่าที่ตนเองมีอย่างไม่หยุดยั้ง พันหลงที่ตอนนี้ยังฟื้นพลังไม่หมดเขาเลยโดนเหินหงเข้าโจมตีหลายแห่งจนเค้าเริ่มที่จะไม่ไหวตอนนี้กระดานเปลี่ยนแล้วจากที่พันหลงได้เปรียบกับสลับไปเป็ของเหินหง ความได้เปรียบของเหินหงคือเค้าดูดกลืนความสิ้นหวังของผู้เยาว์ที่เค้าฆ่าไปจน ตอนนี้เค้าต้องรีบจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุดเนื่องจากไม่มีใครที่ทำให้เค้าฟื้นพลังขึ้นมาอย่างจริงๆเลย
ไม่นานพันหลงก็พลาดท่าโดนเหินหงหยิบกระบี่ัเยือกแข็งของพันหลงแทงไปที่พันหลงเอง ในเวลานี้สติของพันหลงพร่ามัวขาของเค้าสั่นเทาจนทรุดไปที่พื้นในเวลานี้เหินหงยังไม่สามารถรับพลังของพันหลงได้เค้าจึงค่อยๆเดินไปหาเจียวซือและเปาคุนหมายที่จะดูดความสิ้นหวังเพื่อเพิ่มพลังที่แก่ตัวเอง พันหลงที่สติกำลังดับวูบพลันนึกถึงหน้าของคนที่เค้ารักและหน้าของคนรักเก่าของพันหลง เค้าใช้แรงเฮือกสุดท้ายรวบรวมพลังปราณไปที่กระบี่ความหนาวเย็วเริ่มปกคลุมผืนฟ้าพื้นดินพลันเปลี่ยนไปเป็สีฟ้าของน้ำแข็ง
ในตอนนี้พลังปราณอันมากมายพวยพุ่งมาจากพันหลงที่เป็จุดศูนย์กลางในเวลานี้พันหลงเปลี่ยนร่างกายของตัวเองเป็ัน้ำแข็งขนาดั์ที่ตัวของพันหลงในร่างัปกคลุมไปด้วยเกราะน้ำแข็งก่อนที่พันหลงจะคำรามเป็เสียงัอย่างดังที่ตัวของเค้าพลันเปลี่ยนร่างเป็ลดขนาดตัวกลายเป็ครึ่งัครึ่งมนุษย์ตามตัวของพันหลงมีเกราะน้ำแข็งเป็ชั้นๆมากมายส่วนหัวของตัวเค้าเปลี่ยนกลายเป็หัวของั กระบี่ที่ปักอยู่ของเค้ามีเกร็ดน้ำแข็งปกคลุมปลายกระบี่มีขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมความแหลมคมที่เพิ่มขึ้น
พันหลงกระชับกระบี่ไว้แน่นพุ่งทะยานเข้าไปปะทะกับเหินหงทุกครั้งที่เค้าตวัดกระบี่ต้องมีลำแสงสีฟ้าพวยพุ่งไปหาเหินหง เหินหงไหวตัวได้ทันรับลำแสงที่พันหลงปลดปล่อยออกมา ครั้งนี้พลังในตัวของเหินหงเกือบที่จะหมดเค้ารวบรวมปราณสีดำทั้งหมดเข้าสู่กระบี่กระดูกเสียบแทงไปที่หัวใจของพันหลงพลังอันมากมายไหลเข้าสู่ตัวของเหินหงแต่พลังที่ไหลเข้าสู่ตัวของเหินหงไม่ใช่ความสิ้นหวังแต่เป็ความหวังอันแรงกล้า จนในที่สุดความสิ้นหวังของเหินหงถูกชำระล้างด้วยความหวังอันบริสุทธิ์ของพันหลง
พลังทั้งหมดที่ถูกชำระล้างของเหินหงกลับออกไปไหลผ่านเข้าสู่ร่างกายของพันหลง ณ เวลานี้ระดับของพันหลงเพิ่มขึ้นจนเปลี่ยนเป็เป็ระดับกำเนิดจิตธรณีครึ่งก้าวสู่กำเนิดจิตนภา ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงตอนนี้เหินหงได้สิ้นชีพไปแล้วร่างกายที่เปลี่ยนไปเป็ครึ่งักลับเข้าสู่สภาพเดิมแต่เส้นผมของพันหลงที่มีสีดำเปลี่ยนกายเป็สีฟ้าออกขาว ตอนนี้พลังของพันหลงเต็มเปี่ยมก่อนที่พื้นที่โดยรอบกลับกลายเป็เหมือนเดิมผมที่เป็สีฟ้าขาวก็กลับไปเป็สีดำเช่นเคย
พันหลงค่อยๆลุกขึ้นเดินไปหาเปาคุนและเจียวซือเข้าพูดถามพวกเค้าทั้งสองคน "พวกเ้าอยากไปกับข้าด้วยหรือไม่" เปาคุนรีบลุกขึ้นก้มกราบพันหลงส่วนมู่เจียวซือที่ได้เห็นพลังของพันหลงก็เข้ามาร่วมก้มกราบกับเปาคุนทั้งสองพูดพร้อมกันว่า "โปรดให้เราเดินทางร่วมกับท่านด้วย" พันหลงพยักหน้าเค้าหยิบจี้ที่มู่หาวให้ไว้ขึ้นมา เค้าถ่ายเทพลังปราณเข้าไปในจี้ปรากฏแหวนมิติสีฟ้ากับภาพของหนีฟาน
"ลูกพ่อ ลูกคงผ่านเหตุการณ์ที่คนจาก 'พรรคอสูรมืด' มาบุกโจมตีแล้วสินะ พลังในตอนนี้ของลูกยังไม่เพียงพอที่จะสู้กับพรรคอสูรมืดได้เวลานี้ลูกคงได้ปลด 'พันธนาการัเยือกแข็ง' มาแล้ว ในเวลานี้ลูกไม่ต้องออกตามหาพ่อและแม่เด็ดขาดจนกว่าลูกจะปลดพันธนาการทั้ง 7 ออก และรวบรวมพลังของพันธนาการเข้าด้วยกันเมื่อถึงบัดนั้นแล้วลูกจะมีพลังพอที่จะต่อสู้กับพรรค ข้อมูลที่ลูกอยากรู้อยู่ในแหวนมิตินี้แล้ว" เมื่อภาพของหนีฟานพูดจบจี้ห้อยคอนั้นพลันแตกละเอียด
ตอนนี้ถึงเวลาที่พวกพันหลงจะออกเดินทางแล้ว