บทที่13 :ฟังก์ชั่นความภักดี
"ฮ่าๆ ข้าภูมิใจในตัวพวกเ้าสองคนจริงๆ ครอบครัวของพวกเรามีผู้บ่มเพาะถึงสองคนแถมยังเป็อัจฉริยะทั้งสอง!"เฉินเซี่ยงถึงกับยิ้มออกมาปานปากจะฉีกให้จงได้
แต่ไม่รู้ เขาจะทำหน้ายังไงเวลาล่วงรู้ว่าทั้งสอง ไม่ได้เพียงแค่ทำได้แค่บ่มเพาะได้แต่ยังแข็งแกร่งสุดๆอีกต่างหาก แถมยังแข็งแกร่งกว่าจักพรรดิที่เป็นายเหนือของอาณาจักรนี้อีกต่างหาก
"พวกเ้าต่างก็สามารถบ่มเพาะได้ จงขยันเข้าไว้และรับใช้อาณาจักรของพวกเราทำให้มันยิ่งใหญ่"เฉินเซี่ยงพูดด้วยความตื่นเต้นปานสิ่งนั้นตนเองเป็คนทำ
หากคำพูดนี้ไปพูดใส่คนอื่นที่ไม่ใช่ทั้งสองคน เฉินเซี่ยงคงไม่เหลือแม้แต่ซากเลย เพราะตัวตนที่เขากล่าวถึงคือยอดฝีมือสร้างปราณขั้น9ขึ้นไปทั้งแม้เฉินเจียงจะยังไม่ได้ถึงขั้นนั้นแต่แข็งแกร่งกว่ามาก
มุมปากของเฉินเจียงและจี้เหมยหลินกระตุกพร้อมกัน มันดูแปลกมากแต่ไม่มีใครสังเกตเพราะในบ้านหลังนี้มีเพียงอารมณ์แห่งความสุขอบอวลไปทั่ว
ในบ้านตอนนี้มีเพียงเสียงหัวเราะ
แต่คำต่อไปที่เฉินเจียงต่างทำให้ใจของทุกคนต่างหล่นวูปหน้าซีดเผือดไปทั้งบ้านอารมณ์ยินดีพลันหาย
"ข้าจะไปสู้ในศึกป้องกันอาณาจักรในครั้งนี้"
ตอนนี้ทุกคนต่างเงียบกริบ ทันใดคนที่ไม่ค่อยพูดอย่างจี้เหมยหลินก็กล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน"ท่านพี่ท่านจะไปไม่ได้นะ มันอันตรายเกินไป!"
"ข้าปกป้องตัวเองได้ข้าเป็ถึงหลอมกายาขั้น3เลยนะถึงไม่ชนะแต่ อย่างน้อยข้าก็สามารถหลบหนีได้"เฉินเจียงพยายามให้ทุกคนไม่ต้องกังวลเื่ของเขาโดยการโกหกว่าอยู่หลอมกายาขั้น3
แต่ใครจะรู้นอกจากพระเ้ากับระบบและตัวเขาเองว่าเขาอยู่หลอมกายาขั้น9แถมโครตแข็งแกร่ง ถ้าไม่มีใครปากโป้งก็ไม่มีใครรู้ เอาจริงๆตอนนนี้ไม่ต้องพูดถึงการป้องกันนี้แล้ว ต่อให้เป็ศึกที่มีสเกลพลังมากกว่านี้อีก2-4เท่าเขาก็ยังคงไร้เทียมทาน
เฉินเซี่ยงถอนหายใจยิ้มบางๆแบบฝืนอย่างออกมาพร้อมกล่าว"เจียงเอ๋อถึงเ้าจะเติบโตขึ้น แต่ข้าว่านิสัยดื้อรั้นก็ยังคงเหมือนเดิม ฉะนั้นเ้าจงกลับมาอย่างปลอดภัยซะและข้าจะบอกบางอย่างกับเ้าด้วย!"
ทางฝั่งหลินปิงที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเหมือนใจจะแตกสลาย แต่ก็ต้องฝืนยิ้มให้เฉินเจียง"เจียงเอ๋อ เ้าต้องกลับมาอย่างปลอดภัยนะ"
เฉินเจียงที่ได้ยินแบบนั้นจากเฉินเซี่ยงเขาพอจะเดาออกอยู่ว่ามันคือเื่น้องสาวของเขา เพราะบิดาของเขาเหลือบไปมองน้องสาวของเขาก่อนจะกล่าว
"ข้าจะต้องกลับมาอย่างแน่นอนท่านพ่อ ท่านแม่"เฉินเจียงก้มหัวพร้อมยิ้มให้บิดาและมารดาก่อนก้าวเดินออกจากตัวบ้านด้วยน้ำตา'เฉินเจียงน้อ เฉินเจียง เ้าโชคดีจริงๆที่มีครอบครัวนี้ข้าสัญญาว่าจะปกป้องพวกเขาแทนเ้าเอง'
......
เมื่อเช็ดน้ำตาเรียบร้อย ในหน้าของผู้ยิ่งใหญ่ต้องกลับมาทำงานอีกครั้ง ก่อนเดินเข้าไปหาคนทั้งห้าคนที่รอต้องรับเขาด้วยท่าทำความเคารพ
"เอาละข้า ไม่มีธุระอีกแล้วพวกเราจะออกเดินทางตอนนี้เลย"เฉินเจียงกล่าวแบบเฉยๆ
คนทั้งสี่ที่ ถั่วเฟิง จิ๋วตี้และอีกสองคนรู้ว่าหัวหน้าของพวกเขาต่างก็เป็คนดีและ อัธยาศัยดี แต่ต้องทำตัวให้ยิ่งใหญ่ไว้ เพื่อสร้างบรรยากาศเพื่อให้คนตั้งใจฟัง ไม่สามารถขัดคำสั่งได้
"รับทราบ!!"
เมื่อเฉินเจียงและกลุ่มออกเดินทางไปนั้น
ณ บ้านหัวหน้าหมู่บ้านัดำ
จี้เหมยหลิน ที่กังวลเื่พี่ชายของตนทำได้เพียงกลั้นใจไว้ทำให้ใบหน้าสงบเข้าไว้ ใบหน้าของเธอดูเหมือนจะตัดสินใจบ้างอย่างได้แล้ว อย่างเด็ดขาดดูเด็ดเดียว
เฉินเซี่ยงและหลินปิง ที่ดูเหมือนจะปกติแต่ในใจต่างก็กังวลทั้งนั้นเพราะคนที่ออกไปรบนั้นคือบุตรชายของตน ไม่ว่าบิดามารดาก็ห่วงลูกตัวเองทั้งนั้นหากใครใครไม่รักลูกตัวเองก็ไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริงแล้วละ
เวลาไหลพัดผ่านไปอีก1ชั่วยามหลังออกจากหมู่บ้านมาทุกคนทำได้เพียงแค่วิ่ง ทุกคนยกเว้นหลัวซูดูปกติดีเพราะหากวิ่งเหยาะๆแบบคนปกติเป็เวลา1ชั่วยามสำหรับคนปกติมันก็ควรจะเหนือยแต่นี้คือผู้ฝึกตนสามารถใช้พละกำลังที่เหนืุ์ได้ มันเป็เื่ธรรมดาง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปาก
หลัวซูที่เห็นทุกคนยกเว้นเขาที่ไม่เหนือยเลย เขาเองก็รู้สึกอับอายไม่ใช่น้อย ขณะนั้นเขาเองก็ครุ่นคิดไป'พวกเขาจะไม่เหนือยเลยรึ พวกเขาเป็ผู้บ่มเพาะหรือไม่'
ขณะคิดเขาเองก็รู้สึกว่าตัวเองคิดเื่ไร้สาระ ควรเข้าไปถามเลยดีกว่า หลัวซูพยายามวิ่งเข้าไปใกล้จิ๋วตี้ที่ดูร่างกายค่อนข้างก่ำย่ำขึ้น ก่อนกล่าว"พี่จิ๋ว ทำไมพวกท่านถึงไม่เหนือยเลยเวลาวิ่ง"
เมื่อเห็นสายตาสงสัยของหลัวซู จิ๋วตี้ทำได้เพียงหันไปมองเฉินเจียง ทำสายตาเหมือนถาม'ควรบอกเขาไหม'
เฉินเจียงที่เหมือนเห็นสายตาสงสัยของหลัวซูจึงเกิดอาการสงสาร จึงพูดด้วยตัวเองว่า"มันเป็เพราะทุกคนในนี้ยกเว้นเ้าเป็ผู้บ่มเพาะ"
เสียงนี้มันดูปกติมาก หากใครมาฟังเฉยๆคงจะไม่แปลกใจอะไรก่อนจะปล่อยคำนี้ผ่านหูไป เพราะกลัวจะรกสมองเปล่า แต่สำหรับหลัวซูแล้วมันไม่ต่างจากการที่สหายที่รู้จักมาพูดข้างหูว่า"แม่ของเ้าเสร็จข้าแล้ว เรียกพ่อสิลูก!"
คำที่เฉินเจียงพูดมาไม่ได้ทำให้เพียงหลัวซูตะลึงเพราะคนทั้งสี่ต่างก็แปลกใจเช่นกันก่อนหันไปมองสหายพร้อมกล่าวพร้อมกัน"ข้าไม่ได้ยินผิดใช่ไหม"
มันแปลกเกินไปที่จะบอกเื่นี้ง่ายๆให้กับคนที่ไม่ได้รู้จักอะไรกันมาก
เฉินเจียงกล่าวต่อ"ที่ข้าเลือกที่จะบอกเขาเพราะข้าเชื่อใจในตัวเขา ว่าเขาจะเก็บเื่ไว้อย่างดี"ขณะกล่าวมุมปากของเฉินเจียงยกยิ้มเล็กน้อยด้วยความเ้าเล่ห์
เหตุผลของเื่นี้ง่ายมากเพราะเขาเองก็พึ่งรู้ว่าระบบมีฟังก์ชั่นนี้ด้วย ฟังก์ชั่นนี้คือความภักดี ในค่าความภักดีของหลัวซูอยู่ที่135 ซึ่งอยู่ในสถานะ เชื่อใจอย่างไว้ใจ
ในฟังก์ชั่นความภักดีมีดั่งนี้ 0-10คนผ่านทาง 11-50คนรู้จัก 51-100เพื่อน 101-150เชื่อใจอย่างไว้ใจ/เพื่อนสนิท 151-250คนรัก/เพื่อนรู้ใจ 251-299ผู้ศรัทธา ???
ในสถานะ'เชื่อใจอย่างไว้ใจ'คือการเป็คนรู้จักกันดีสามารถไว้ใจกันได้ แต่ก็สามารถ ทรยศได้เช่นกันหากทำอะไรไม่ถูกใจของเขา เพราะฉะนั้นควรรักษาความสัมพันธ์แบบนี้เอาไว้และพยายามเพิ่มอีก
"ได้ยังไง พวกเขาจะกลายเป็ผู้บ่มเพาะได้ยังไง ถึงเคล็ดวิชาที่อาณาจักรให้มาจะสามารถบ่มเพาะได้ แต่กว่าจะบ่มเพาะได้ก็อายุคง30ปี+ขึ้นไป ยกเว้นจะเป็อัจฉริยะ??"หลัวซูกล่าวสิ่งที่ตนสงสัยไป
ในครั้งนี้ไม่ต้องรอใครอนุญาต เพราะเฉินเจียงเป็คนพูดมาเอง"มันเป็เพราะพวกเขาไม่ได้บ่มเพาะเคล็ดวิชานั่น แต่บ่มเพาะวิชาที่ข้าให้" ในขณะกล่าวเฉินล้วงมือไปในเสื้อและหยิบเคล็ดพยัคฆ์สีชาตออกมาจากที่เก็บของ จึงยื่นส่งให้หลัวซู
เฉินเจียงเชื่อใจระบบว่าหลัวซูจะไม่ทรยศเขา เขามั่นใจเื่นี้มาก แต่คนอื่นจะมั่นใจเหมือนเขาหรือไม่ละเื่นี้จะโทษใครก็ไม่ได้เพราะพวกเขาไม่มีละนะ
เมื่อเห็นเฉินเจียงหยินเคล็ดวิชาออกมา ลูกน้องทั้งสี่พลั่นขมวดคิ้วในสายตาเต็มไปด้วยความสับสน จิ๋วตี้พูด"แต่หัวหน้า หลัวซูพึ่งจะเข้าร่วมกับพวกเราเองนะ มันจะไม่เร็วไปหน่อยหรอ?"
"ข้าตัดสินใจแล้ว มันถือเป็คำขาด!"เฉินเจียงเร่งเสียงตรงคำว่า 'มันถือเป็คำขาด' อย่างหนักแน่น้หมือนดั่งขุนเขา
ในสภาพแวดล้อมรอบตัวของกลุ่มเฉินเจียงเป็ที่ราบมีหญ้ายาวถึงข้อเท้าซึ่งถือว่าไม่สูงมากในบริเวณนั้นดูสงบ แต่มีกลุ่มคนอยู่ห้าคนซึ่งหนึ่งกำลังทำความเคารพชายคนนึง
ถัดไปจากกลุ่มคนตรงนี้มีกลุ่มคนอีกกลุ่มที่ซ่อนอยู่ ในกลุ่มนี้มีคนอยู่26คนกลุ่มนี้มองไปที่กลุ่มเฉินเจียงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภและดูถูก เสื้อผ้าที่คนกลุ่มนี้ใส่มีรอยขาดวิน แต่สิ่งที่ทุกคนในกลุ่มมีเหมือนกันนั้นคือรอยสักรูปเสือกำลังโชร์เขี้ยวบนไหล่
"พี่ใหญ่ คนพวกนี้ดูอ่อนแอมาก เราจะปล้นมันและจับพวกมันไปขายมันควรมีราคาดี " คนนึงในกลุ่มบอกคนที่มีชายคนที่มีรูปร่างใหญ่โต
ชายที่ดูรูปร่างใหญ่โตหัวเราะขึ้น"ฮ่าๆๆ! ใช่พวกนี้ก็คงเป็แค่ทหารปลายแถวของอาณาจักร แต่ราคาขายในอาณาจักรอื่นคงราคาดีใช้ได้"
"ฮ่าๆๆ! ใช่แล้วพี่ใหญ่"ทุกคนในกลุ่มต่างหัวเราะออกมา คนพวกนี้อยู่ห่างกลุ่มเฉินเจียงไปประมาณ150-200เมตร หากเป็คนปกติคงไม่ได้ยินอะไร แต่ในกลุ่มเฉินเจียงมีคนทั้งหกมีถึงห้าคนเป็ผู้บ่มเพาะยังเป็ถึงหลอมกายาขั้น2อีกด้วย
ส่วนเหตุผลที่คนกลุ่มนี้หัวเราะอย่างไม่กังวลเพราะกลุ่มของพวกเขานั้นก็มีผู้บ่มเพาะเหมือนกัน แต่แค่หลอมกายาขั้น1เท่านั้น โจรกลุ่มนี้ไม่คิดเฉินเจียงจะเป็ผู้บ่มเพาะ
ขณะที่หลัวซูกำลังซาบซึ้งในสายตาของเฉินเจียงที่น่าเคารพ กำลังหัวเราะและคนทั้งสี่ก็หัวเราะราวกับคนไม่ปกติ พลั่น!น้ำตาไหลออกมาด้วยความสงสัยและเสียใจ'นี้มันเกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมข้าไม่เข้าใจอะไรกลุ่มนี้เลย'
หลัวซูที่สงสัยถามขึ้น"พวกท่านหัวเราะอะไรกัน?"
ครั้งนี้เฉินเจียงไม่ได้ตอบแต่เป็ถั่วเฟิงตอบด้วยรอยยิ้ม"มันเป็มีกลุ่มโจรมันกำลังจะปล้นเรานะสิ!"
หลัวซูที่ได้ยินก็หน้าซีดทันทีแต่ใบหน้าก็กลับมาโล่งอกยิ้มบาง เกือบลืมว่าในกลุ่มมีผุ้บ่มเพาะห้าคน เขายิ้มออกมาอย่างมั่นใจ"กลุ่มโจรพวกนั้นต้องโชคร้ายมากที่มาเจอพวกเรา ฮ่าๆ"
_________________________________