“ไอ้ฝันเฟื่อง ไปแดกข้าวกันได้แล้ว!”
เด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาะโก้องลานคณะสังคมศาสตร์ เรียกความสนใจจากคนรอบข้างเป็ตาเดียว
อีกฝ่ายถึงกับสะดุ้งโหยงท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของบรรดาเพื่อนสาวทั้งหลาย
ร่างบอบบางในชุดนักศึกษาชายผู้มีใบหน้าหวานราวกับตุ๊กตาก็ไม่ปานไว้ทรงผมประบ่าสีน้ำตาลประกายแดงแสนน่ารักหันขวับมองเพื่อนที่เรียกตนอย่างไม่สบอารมณ์
“เลิกเรียกกู’ฝันเฟื่อง’ซะที กูชื่อดรีม เมื่อไรมึงจะเรียกกูถูกซะทีวะ!”เด็กหนุ่มโวยวาย
“ไม่รู้โว้ย ก็ชื่อมึงแม่งยังกะผู้หญิง แถมตัวเล็กบอบบางขาวจั๊วะซะขนาดนี้เรียกชื่อดรีมเดี๋ยวคนอื่นก็นึกว่ากูเรียกเพื่อนผู้หญิงกันพอดี” เพื่อนตัวแสบกล่าว
“ฟังนะ กูชื่อดรีม แล้วกูก็เป็ผู้ชายด้วย!!!” เด็กหนุ่มแผดเสียง “หัดเรียกให้ถูกๆ บ้างสิ!”
“กูจะเรียกงี้ มีปัญหารึไง??” ตัวปัญหาเลิกคิ้วยียวน
ดรีมย่นคิ้วหงุดหงิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
...หนอยแน่ะ ทำไมต้องมาตั้งฉายาบ้าบออะไรแบบนี้ให้ด้วยฟระ... คนหน้าหวานก่นด่า
“คนอะไรชื่อฝันเฟื่องนะตลกจัง คิกคิก”เสียงหญิงสาวในชุดนักศึกษาที่ไม่รู้จักกันดังขึ้น เ้าของฉายาตัวน้อยรู้สึกอายยิ่งนัก
“กูหิวข้าวจะตายห่า เลิกเจ๊าะแจ๊ะกับสาวไปโรงอาหารกันได้แล้ว!” เพื่อนเ้าปัญหาคนเดิมกล่าว
“เออ กูเองก็หิวเหมือนกันจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ ...ทุกคนงั้นเราไปก่อนนะไว้ค่อยคุยกันใหม่” คนน่ารักดูดน้ำหวานในแก้วเป็ครั้งสุดท้ายก่อนโบกมือร่ำลาเพื่อนสาวรอบโต๊ะ
“เอาเถอะจ้ะดรีม ผัวมาตามแล้วรีบไปเถอะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”เพื่อนผู้หญิงหัวเราะชอบใจกันใหญ่
“เดี๋ยวๆ เรียกใครผัว ไอ้เต้มันเพื่อนเรานะไม่ใช่...”
เด็กหนุ่มพูดยังไม่ทันจบดี ก็โดนท่อนแขนแกร่งของเพื่อนดึงไปรวบกอดเสียอย่างนั้น
“เออน่ะกูตัวใหญ่กว่า ให้กูเป็ผัวอ่ะถูกแล้วอย่ามาลีลาเดี๋ยวพ่อจับปล้ำกลางลานคณะซะหรอก!”
หนุ่มร่างสูงใหญ่ไม่พูดเปล่า กอดคนตัวเล็กโชว์เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากสาวๆรอบข้าง
“กรี๊ด!!!ตกลงพวกเธอคบกันจริงๆ ใช่ป่ะ!” สาววายกรีดร้อง
“แหม สวีทกลางลานคณะฯ ไม่แคร์สื่อเลยนะ” เพื่อนอีกคนแซว
ดรีมอายหน้าแดง
“พ...พอได้แล้ว พวกเธอน่ะ! ไอ้เต้มึงก็ด้วยไอ้ห่าจะโอบกูไปถึงไหน อากาศมันร้อนนะเฟร้ย!” ดรีมะโลั่นแต่ก็ดิ้นไม่หลุด ด้วยอีกฝ่ายตัวใหญ่แรงเยอะซะเหลือเกิน
“มึงเลิกดิ้นเมื่อไรกูก็ปล่อยเมื่อนั้นแหละไอ้ฝันเฟื่องไปแดกข้าวได้แล้ว หิวฉิบ” เ้าเพื่อนตัวแสบบอก
“เออป่ะ เดี๋ยวกลับมาเรียนคาบบ่ายไม่ทันกันพอดี”
สุดท้ายดรีมผู้น่ารักก็ยอมให้ไอ้เต้วางแขนโอบไหล่ตลอดทางเดินไปโรงอาหารแต่โดยดี
ก็จะทำยังไงได้ล่ะ ไอ้เต้เนี่ยมันเป็คนประเภทเอาแต่ใจเป็ที่สุดคิดจะทำอะไรก็ต้องได้ไปซะทุกอย่าง ต่อให้คนตัวน้อยดิ้นรนขัดขืนไม่ยอมเพื่อนซี้นิสัยห่ามคนนี้ก็ดึงดันจะวางแขนบนตัวเขาอยู่ดี ดรีมละไม่เข้าใจจริงๆคนประเภทไหนกันหนอเพิ่งสอบเข้ามหาลัยรู้จักกันได้ไม่ถึงอาทิตย์ก็มาเท้าแขนโอบไหล่ดรีมซะทุกวันประหนึ่งใกล้ชิดสนิทสนมรู้จักกันมาเป็สิบปีอย่างนี้เรียกว่าชีวิตนี้ดรีมไม่เคยประสบพบเจอใครนิสัยแปลกประหลาดเกินมนุษย์มนาเช่นนี้นอกจากไอ้เต้อีกแล้ว
ทั้งสองพากันเดินไปตามทางเชื่อมสู่โรงอาหารส่วนกลางของมหาลัยระหว่างทางมีต้นไม้ใหญ่ปลูกให้ความร่มรื่นตลอดสองข้างทาง อากาศรอบข้างเย็นสบายไม่ร้อนนัก
ดรีมเล่นมือถือตลอดทางโดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตนนั้นตกเป็จุดสนใจของคนรอบข้างเพียงใด
เพื่อนนักศึกษาต่างคณะรวมถึงคนในมหาลัยล้วนกระซิบกระซาบจับจ้องมายังเด็กหนุ่มทั้งสองไม่วางตาด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นสะดุดตาเป็อย่างยิ่ง
“ดรีม” นั้นเป็เด็กหนุ่มร่างบอบบางส่วนสูงประมาณ 169 ซม. มีท่าทีเรียบร้อยนุ่มนวลน่ารักใบหน้าเรียวสวยและดวงตากลมโตราวกับตุ๊กตานั้นสะกดคนรอบข้างได้ชะงักงันผิวกายขาวเนียนประดุจปุยนุ่นละเอียดราวกับว่าแสงแดดจะสามารถทะลุผ่านได้ก็ไม่ปานตลอดจนริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อตามธรรมชาติไร้ซึ่งการปรุงแต่งใดๆ
เรือนผมสีน้ำตาลประกายแดงที่ยาวประบ่าช่วยเสริมให้ความอ่อนเยาว์งดงามนั้นเปล่งประกายยิ่งขึ้นประกอบกับรอยยิ้มแสนสดใสประหนึ่งทุ่งดอกทานตะวันกำลังโน้มตัวหาพระอาทิตย์เจิดจ้าก็ทำเอาผู้พบเห็นต่างใจเต้นระรัว โดนความน่ารักนั้นตกกันทั่วหน้า
ทว่าเรือนร่างเพรียวบางนั้นไม่ได้อ้อนแอ้นอรชรเหมือนผู้หญิงแต่อย่างใดเป็เพศชายที่รูปร่างผอมบางกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันแป้งเด็กบางเบาที่เ้าตัวชอบทาเป็ประจำส่งกลิ่นหอมสะอาดเจือจางทักทายคนรอบข้างอยู่เสมอหนุ่มคนไหนเดินผ่านเป็ต้องเอี้ยวตัวหันกลับมามองเสียร่ำไป กลิ่นอายเด็กหนุ่มวัยแรกแย้มผู้อ่อนต่อโลกประดุจผ้าขาวไร้ซึ่งมลทินใดๆประหนึ่งแองเจิ้ลตัวน้อยผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ที่สร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้คนรอบข้างก็ไม่ปาน
คนจิ้มลิ้มในชุดนักศึกษาชายแต่งกายตรงตามระเบียบทุกกระเบียดนิ้วสวมเน็คไทติดกระดุมคอมิดชิด สวมรองเท้าหนัง ถือกระเป๋าผ้าสะพายข้างสีครีมละมุนละไมก็ดูไปก็เหมาะเจาะกับภาพลักษณ์อ่อนหวานนุ่มนิ่มของเ้าตัวเสียเหลือเกิน
เคียงข้างมาพร้อมกันกับเพื่อตัวแสบ เขาคือเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้มีผิวกายสีน้ำผึ้งทะมัดทะแมงกว่ามากหนุ่มคนที่สองมีนามว่า “เต้” สอบติดด้วยดีกรีโควตานักกีฬาบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัยและเป็แชมป์กีฬาบาสเกตบอลเยาวชนระดับมัธยมปลายอีกด้วย
เต้มีขนาดร่างกายสูงใหญ่กำยำตามแบบฉบับคนเล่นกีฬา ส่วนสูง 187 ซม. ่ไหล่หนาแผงอกกว้างขวาง แขนขาภายใต้ร่มผ้าซึ่งอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อได้รูปสวยงามน่าดึงดูด
ใบหน้าคมสันพร้อมั์ตาสีดำสนิทส่อแววแข็งกร้าวอยู่ภายใน เต้เป็คนกวนๆเงียบขรึม รักสันโดษ มีนิสัยห่ามพูดจาห้วนเหมือนมะนาวไม่มีน้ำ มึงมาพาโวยเป็ประจำน้อยครั้งนักที่ริมฝีปากหนานั้นจะเผยรอยยิ้มมุมปากออกมาบ้างซึ่งจะแสดงออกเฉพาะกับคนสนิทเท่านั้น แต่เมื่อยิ้มทีก็ทำเอาสาวๆ ละลายเหลวเป๋วเลยทีเดียว
บรรยากาศรอบตัวเต้แฝงไปด้วยเสน่ห์ความเท่ตามสไตล์แบ๊ดบอยดิบๆพูดน้อยต่อยหนักแต่เป็ที่รักของเพื่อนฝูง ร่างกำยำนั้นตัดทรงผมสกินเฮดมีรอยบากแผลเป็ขนาดเล็กบนคิ้วขวาจากการชกต่อยสมัยเด็กดูแล้วก็เป็เด็กซ่าที่ใช้ชีวิตได้คุ้มค่ามากคนหนึ่งทีเดียว
เต้แต่งกายในชุดนักศึกษาปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกง ปลดกระดุมคอเสื้อเม็ดบนอยู่เสมอไม่เคยสวมเน็คไทมหาลัยเลยสักครั้ง สวมรองเท้าผ้าใบคู่โปรดที่สภาพราวกับผ่านสมรภูมิมาอย่างยาวนานสะพายกระเป๋าเป้สีดำสนิทไว้บนบ่าข้างหนึ่ง รูปลักษณ์ภายนอกรวมถึงผิวกายสีน้ำผึ้งบ่งบอกถึงนิสัยแข็งกร้าวดุดันไม่ยอมใครได้อย่างชัดเจน
เมื่อเด็กหนุ่มมหาลัยทั้งสองเดินเคียงคู่กันด้วยท่าทีแสนสบายดูไปก็คล้ายเด็กเกเรตัวแสบที่พยายามตีซี้เด็กเนิร์ดหน้าห้อง ด้วยขนาดตัวและนิสัยใจคอของดรีมกับเต้นั้นแตกต่างกันสุดขั้วราวกับฟ้ากับเหวดูคล้ายไม่น่าจะคบหาสนิทสนมเป็เพื่อนกันได้เลยแต่กระนั้นเมื่ออยู่ด้วยกันกลับบังเกิดเป็มวลบรรยากาศสุดแสนพิเศษ กัดกันบ้างซัพพอร์ตกันบ้าง ง๊องแง๊งกันบ้าง ดูเท่าไรก็ไม่เบื่อเลย ให้ความรู้สึกชวนจิ้นจากคนรอบข้างโดยเฉพาะสาวๆอยู่เสมอ
รู้ตัวอีกที สองเพื่อนซี้ก็ได้ฉายา “คู่จิ้นประจำคณะสังคมฯ”ไปโดยปริยาย โดนสาวน้อยสาวใหญ่จับคู่ให้ประจำ พวกเขาโดนแซวประจำจนมองเป็เื่ตลกไปเสียแล้ว
ดรีมเหลือบมองไอ้เต้ผู้เป็เ้าของแผ่นหลังกว้างขวางกล้ามเนื้อแขนขาก็ดูแข็งแรงสมกับเป็นักกีฬามหาลัย
ถึงคนตัวเล็กจะหมั่นไส้ความหล่อเหลาของเพื่อนซี้เพียงใดแต่ก็ยอมรับว่ามันทั้งเก่งทั้งเท่มากจริงๆ ถ้าถามว่าดรีมอยากมีหุ่นรูปร่างในอุดมคติเป็แบบไหนแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยว่าอยากได้หุ่นแบบไอ้เต้นี่แหละ ดูเข้มแข็งสมกับเป็ชายชาตรีดีแต่เื่นี้จะไม่มีวันหลุดออกจากริมฝีปากบางเป็อันขาด เก็บไว้เป็ความลับสุดยอดขืนบอกไปละเพื่อนจอมกวนก็เหลิงกันพอดี ไม่บอกหรอกเฟร้ย ฮ่าฮ่าฮ่า
เห็นว่า่นี้ชมรมบาสเกตบอลอยู่ระหว่างเก็บตัวซ้อมหนัก ไอ้เต้เองก็มีความฝันอยากจะติดตัวจริงทีมชาติด้วย่นี้เพื่อนตัวแสบจึงยุ่งกับการเก็บตัวพอสมควร
หลายครั้งที่มันโดดเรียนเพื่อไปซ้อมบาสฯ เตรียมสำหรับคัดตัวนักกีฬาดรีมในฐานะเพื่อนผู้แสนดีจะซีรอกซ์ชีทเลคเชอร์ไว้ให้หากอีกฝ่ายไม่เข้าใจเนื้อหาเรียนตรงไหนก็มาถามได้ตลอด
อย่างเซคเรียนเมื่อเช้าไอ้เต้ก็โดดอีกแล้ว โผล่หัวมาอีกทีก็เกือบเที่ยงโน่นมาคณะฯ เพื่อตามเพื่อนตัวน้อยไปกินข้าวกลางวันด้วยกันเช่นเคย
ดรีมละงุนงงกับนิสัยแปลกประหลาดของเต้อยู่พักใหญ่ ก่อนจะเรียนรู้ปรับตัวหาอีกฝ่ายได้ในที่สุดสำหรับหนุ่มสกินเฮดผิวแทนที่ในหัวมีแต่เื่บาสฯ แล้วการเรียนไม่สนแต่กลางวันต้องมีเพื่อนนั่งกินข้าวด้วยตลอดทุกวัน
แม้นไอ้เต้จะนิสัยกวนตีนห่ามๆ เหมือนไม่แคร์ความรู้สึกผู้อื่นแต่มันก็เป็คนที่รักเพื่อนมาก ดรีมเคยโดนเด็กคณะอื่นหาเื่วันปฐมนิเทศก็ได้เ้าเพื่อนตัวโตนี่แหละก็เข้าไปช่วยห้ามและไกล่เกลี่ยให้จนปัญหาจบลงแต่โดยดีเรียกว่านอกจากเป็สปอร์ตแมนสุดเท่แล้วยังเป็คนนิสัยดีมากคนหนึ่งเลยเชียวละ
เด็กหนุ่มทั้งสองเดินเคียงข้างกันด้วยท่าแสนสบายท่อนแขนใหญ่ของเต้วางโอบบนไหล่บางของอีกฝ่ายจนสองร่างแนบชิดประหนึ่งแสดงสัญลักษณ์ความเป็เ้าข้าวเ้าของก็ไม่ปานท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของบรรดานักศึกษาสาว
รู้ตัวอีกทีพวกเขาก็เดินทางมาถึงโรงอาหารกลางของมหาลัยแล้ว
“มึงนั่งจองโต๊ะไป เดี๋ยวกูซื้อข้าวให้”หนุ่มนักบาสฯ บอก “ตามสั่งร้านเดิมใช่มั้ย? เอาเมนูอะไร?”
ไอ้เต้ถามเพื่อนตัวเล็ก
“ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวไม่สุก แล้วก็น้ำใบเตยหวานเจี๊ยบ” ดรีมบอก
“เออได้ รอกูแป๊บ”
“โอเค” ดรีมยื่นเงินค่าอาหารให้ไอ้เต้
วันนี้ทั้งสองมาถึงโรงอาหาร่เวลาเที่ยงพอดี คนแน่นขนัดจนแทบจะไม่มีโต๊ะว่างเหลือเลยร้านอาหารก็มีคิวยาวเหยียดหนุ่มสกินเฮดให้เพื่อนตัวเล็กนั่งจองโต๊ะไว้ส่วนตนเองจะรับหน้าที่ไปสั่งอาหารเอง
ดรีมนั่งรอไม่นานนัก กลิ่นกะเพราราดข้าวหอมหวนชวนน้ำลายสอก็ลอยโชยมาแต่ไกลกระตุ้นน้ำย่อยในท้องของหนุ่มน้อยร้องไม่หยุด
จานข้าวถูกวางบนโต๊ะตรงหน้าพร้อมน้ำใบเตย
ดรีมไม่รอช้า โซ้ยแหลกราวกับตายอดตายอยากมานาน
“แดกช้าๆ ก็ได้ ไม่มีใครแย่งกินหรอก” ไอ้เต้ปราม
“กูวัยกำลังโต โคตรหิวเลย ง่ำง่ำง่ำ” หนุ่มน้อยเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ
“ตามใจมึง” เพื่อนนักกีฬากล่าว
ดรีมกินข้าวหมดในเวลาอันรวดเร็ว เวลาท้องว่างเขาพานจะอารมณ์เสียได้ง่ายๆไม่มีอะไรหรอก แค่โมโหหิวเท่านั้นแหละ เมื่อได้กินอาหารจนอิ่มหนำก็จะกลับมายิ้มแย้มสดใสได้ตามเดิม
เด็กหนุ่มแสนเรียบร้อยรวบช้อนส้อมเข้าหากันบนจานในที่สุดตบท้ายด้วยเครื่องดื่มสีเขียวใสของโปรด พลันสังเกตเห็นข้าวกะเพราในจานไอ้เต้ยังพร่องไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ
มือใหญ่ของไอ้เต้ข้างหนึ่งตักข้าวเข้าปาก อีกมือหนึ่งก็เล่นสมาร์ตโฟนตลอดเวลาเด็กหนุ่มร่างกำยำดูมีสมาธิจดจ่อกับหน้าจอยิ่งกว่าตอนเข้าเรียนเสียอีก
“ไอ้เต้ มึงไม่รีบกิน เดี๋ยวข้าวก็เย็นชืดหมดหรอก”
“เออแป๊บนึง กูกำลังวุ่นๆ อยู่ นี่เื่สำคัญ” คนตัวสูงหน้าเคร่งขรึม
“เื่สำคัญ? เื่อะไรของมึงวะ?”
ดรีมเหลียวมองหน้าจอสมาร์ตโฟนของเพื่อน พลันทำหน้าเอือมระอา
“ปัดโถ่ กูก็นึกว่าเื่อะไรหน้าดำคร่ำเครียด...ที่แท้ปัดแอ๊พนัดยิ้มสาว...”
“มันคือน้ำหล่อเลี้ยงให้กูยังมีชีวิตอยู่จนทุกวันนี้” ไอ้เต้พูด
“ไหนมึงว่าบาสเกตบอลคือทุกสิ่งทุกอย่างของมึงไง?”
“ตอนนี้บาสฯ คือที่สอง ปี้สาวคือเบอร์หนึ่ง”
“ความหงี่เอาชนะทุกสิ่งจริงๆ...”
คนตัวน้อยส่ายหัวกับพฤติกรรมของเพื่อนจอมหมกมุ่น ด้วยรู้ดีว่าไอ้เต้มันนัดสาวไปที่ห้องไม่เว้นแต่ละวันแถมบางวันก็หลายคนเสียด้วย แต่ก็อย่างว่าหนุ่มนักกีฬามาดเข้มมีซิกแพค ผู้หญิงต่างก็อยากจะเข้าหาทั้งนั้น
“ใครจะไปเหมือนมึงวะไอ้ฝันเฟื่อง อนามัยนอนตั้งกะสี่ทุ่ม....กูถามจริงเถอะ วันๆ มึงเอาเวลาที่ไหนไปว่าววะนอนเร็วซะขนาดนั้น??”
เพื่อนตัวแสบถามหน้าตาย พูดเื่ใต้สะดือกลางโรงอาหารไม่ได้แคร์รอบข้างเอาเสียเลย
นักศึกษาสาวโต๊ะข้างเคียงหันมามองด้วยสายตาแปลกๆแต่ไอ้เต้ก็หาได้สะทกสะท้านแต่อย่างใด
“ก...กูจะอะไรยังไงก็เื่ของกู ไม่เกี่ยวกับมึงซะหน่อย!” ใบหน้าหวานแดงซ่านเป็ลูกตำลึง เมื่อถูกถามถึงเื่ช่วยตัวเอง
“เพราะงี้มึงถึงยังซิงไง กูหาสาวให้เอาป่ะ?? กูปัดแอ็พเก่งนา” เพื่อนตัวโตยักคิ้วหลิ่วตายียวน
“เสือก กูโฟกัสเื่เรียนไม่ใช่เื่อย่างว่าโว้ย...”
คนตัวเล็กหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเฟสแก้เขิน พวกเขาคุยกันอีท่าไหนถึงมาจบเื่ใต้สะดือได้ละเนี่ย
ไอ้เต้มองตามด้วยสายตากระหยิ่มยิ้มย่อง ก่อนจะฉวยแย่งสมาร์ตโฟนในมือเรียวระหงไปภายในเสี้ยววิดรีมคว้ากลับแต่ก็ไม่ทันความคล่องแคล่วของเพื่อนนักบาสเกตบอล
“เชี่ยเต้! เอามือถือกูคืนมา!”
“ทำได้ก็ลองสิวะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
ไอ้เพื่อนชั่วขึ้นไปยืนบนเก้าอี้โต๊ะกินข้าวร่างกายอันสูงใหญ่อยู่แล้วดันขึ้นไปอยู่บนที่สูงอีกแม้นดรีมตัวน้อยจะเอื้อมสุดแขนก็ไม่อาจคว้ามือถือคืนจากอีกฝ่ายได้
คนตัวเล็กะโหย๋องแหย๋งไปมาบนพื้น พยายามยื้อแย่งสิ่งของของตนคืนอย่างน่าสงสารภาพนั้นเรียกเสียงหัวเราะขำขันจากผู้คนในโรงอาหารเป็อันมาก
ระหว่างนั้นเพื่อนนักกีฬาก็หาได้สนใจเสียงโหวกเหวกก่นด่าของดรีมแต่อย่างใดถือวิสาสะเล่นสมาร์ตโฟนที่ฉวยมาต่อไป มันพิมพ์บางอย่างอยู่นานสองนาน จนยิ้มพึงพอใจยอมส่งมือถือคืนเ้าของในที่สุด
“ไอ้ห่าเต้ มึงโรคจิตปะวะ แกล้งกูอยู่เรื่อย!” มือเล็กคว้าสมาร์ตโฟนคืนเป็ผลสำเร็จ
“ขอบคุณกูซะ รับรองคืนนี้มึงได้สบายตัวแน่ หึหึหึ”เพื่อนผิวแทนหัวเราะในลำคออย่างมีเลศนัย
“สบายตัวอะไรของมึง... แล้วนี่มึงทำอะไรกับมือถือกู....”
ดรีมตาโตยิ่งกว่าไข่ห่าน เมื่อเห็นสิ่งที่เพื่อนตัวแสบทิ้งไว้ให้
บนหน้าจอปรากฏแอ็พหาคู่ซึ่งถูกโหลดลงเครื่องดรีมั้แ่เมื่อไรก็ไม่รู้แถมยังปัดดีลคู่นอนให้เสร็จสรรพ
“...สวัสดีครับ ผมชื่อดรีมนะครับ อายุ 19 เหงามากเลยครับคืนนี้มาเจอผมหน่อยได้มั้ย...” เ้าของเครื่องไล่อ่านแชทที่ไอ้เต้สวมรอยนัดคู่ให้เมื่อครู่“ผมยังเวอร์จิ้นอ่อนประสบการณ์ รอพี่คนดีมาสอนตัวต่อตัวอยู่นะครับจุ๊บๆๆๆ....สาดดดด!! ไอ้เชี่ยเต้!!!!!”
“ก๊ากกก ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!”
นักกีฬาตัวแสบเอี้ยวตัวหลบแก้วน้ำพลาสติกที่ดรีมปาใส่ได้อย่างหวุดหวิดเสียงหัวเราะชั่วร้ายยังคงดังต่อเนื่อง ไอ้เต้กุมท้องแน่นหัวเราะงอหายอย่างสาแก่ใจ
คนถูกแกล้งวิ่งไล่เตะเพื่อนนักบาสฯ ไปทั่วโรงอาหารราวกับเด็กน้อยวิ่งไล่จับก็ไม่ปานแต่ด้วยกำลังขาที่ต่างกับหลายปีแสงแถมยังไม่ค่อยออกกำลังกาย ดรีมจะไปวิ่งตามนักกีฬาโควตามหาลัยทันได้อย่างไรไอ้เต้เพียงเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อยก็สะบัดหลุดได้อย่างง่ายดาย
สุดท้ายคนจิ้มลิ้มกลับมานั่งโต๊ะกินข้าวดังเดิมเนื้อตัวดรีมเปียกเหงื่อโทรมกาย ไหล่บางสั่นกระเพื่อมหอบเหนื่อยยิ่งกว่าหมาหอบแดด
“แฮ่ก แฮ่ก... แน่จริง...แฮ่ก...มึง...อย่าหนีสิ...วะ...แฮ่ก” ดรีมหอบไปบ่นไป
“สะใจโว้ยยย ฮ่าฮ่าฮ่า” ไอ้เต้หัวเราะเย้ยหยัน
“แฮ่ก แฮ่ก...สะใจพ่อง...แฮ่ก...”
“เอาเป็ว่ากูนัดคู่ให้มึงเรียบร้อย คืนนี้มึงก็ไปเจอเขาซะนะหน้าม. 6โมงเย็น ห้ามหนีด้วย” ไอ้เต้ออกคำสั่ง
“กูยังไม่อยากมีแฟนนี่หว่า แถม one night standยิ่งไม่ใช่ทางกูเลย...” ดรีมทักท้วง
“เออน่ะไปเจอก่อนก็ไม่เสียหายหรอกมึง สาวเ้าหน้าตาดีมากนะเว้ย หุ่นอย่างเซี๊ยะกูสแกนโปรไฟล์ให้แล้วเขาน่าจะเข้าได้ดีกับมึงด้วย” หนุ่มนักกีฬาโอบไหล่เพื่อนตัวน้อย
เมื่อถูกโน้มน้าวดรีมพลันหัวเย็นลง คิดว่าเพื่อนซี้คงเจตนาดีตั้งใจนัดสาวให้จริงจังซะละมั้ง
“ว่าแต่มึงนัดผู้หญิงแบบไหนให้กูวะ น่ารัก? สวย? หรือสาวเซ็กซี่?? แล้วนี่มึงรู้สเปกกูได้ไงวะ??”ดรีมถามน้ำเสียงตื่นเต้น จนไอ้เต้ยิ้มแก้มแทบปริ
“น่ารักมากเว้ยมึงงงง ลองดูรูปในแชทดิรับรองมึงจะต้องขอบคุณกู!” ไอ้เต้คะยั้นคะยอ
มือเรียวหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาอีกครั้ง
ดวงตากลมโตกลับเบิกโพลงยิ่งกว่าเดิม เมื่อเห็นรูปโปรไฟล์ของคู่เดตในค่ำคืนนี้ก็อยากจะถีบยอดหน้าเพื่อนตัวแสบให้มันรู้แล้วรู้รอดไปทว่าไอ้เต้อาศัยความคล่องตัววิ่งหลบได้เฉียดฉิวเลยรอดพ้นไปได้
เสียงหัวเราะชั่วช้าสามานย์ของมันก้องกังวานทั่วโรงอาหารสุดแสนจะสะใจที่แกล้งเพื่อนตัวเล็กได้เป็ผลสำเร็จอีกครั้ง
ส่วนใบหน้าหวานนั้นหงิกงอ นึกอยากจะบีบคอไอ้ห่าเต้ยิ่งนัก ด้วยคู่เดตที่มันนัดให้นั้นห่างไกลจากสาวสวยน่ารักเซ็กซี่อย่างที่จินตนาการไว้ลิบลับ
แต่กลับเป็ชายหนุ่มลูกครึ่งอิตาลีวัยประมาณ30 ปี ใบหน้าหล่อเหลา ที่ดูดีประหนึ่งนายแบบหลุดมาจากนิตยสารเลยทีเดียว