จากสติที่มืดมิดสู่การรับรู้แรก การได้ยิน นี้ไม่ใช่ครั้งแรกของราพณาสูรเสียงเอะอะโวยวายจากห้องคลอดของโรงพยาบาลมันเป็เื่ปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือความรู้จากชาติก่อนยังอยู่ ซึ่งมันก็ค่อนข้างปกติเวลาผ่านไปมันก็จะลืมเลือนไปเอง
"ออกมาแล้วเพคะ!!..."
"ย...ย ั์!!!"
"ว้าย!!!"
จู่ๆก็เหมือนกับว่าร่างของข้านั้นถูกโยนอย่างรุนแรงเสียงดัง ตุบ!! ตามด้วยเสียงร้องของข้า ข้าััได้ทันทีว่าใบหน้าของข้ามีเืไหลออกมาแถมกระดูกบางส่วนของข้ายังหักอีก พยาบาลบ้าอะไร!! ไม่ดูแลเด็กเลยรึไง
*แงๆ
ข้าร้องไห้ออกมาอย่างต่อเนื่อง ให้รับรู้เลยว่าตัวข้านั้นกำลังมีอันตรายและข้าก็ยังไม่อยากสิ้นใจตายั้แ่ตอนแรกเกิดด้วย นับั้แ่ข้าเกิดใหม่มานับร้อยๆรอบยังไม่เคยมีครั้งใดโยนเด็กทารกอย่างรุงแรงระดับนี้เลย
"ลูก... ลูกข้า ข้าอยากเห็นลูกข้า"
เสียงของผู้หญิงซึ่งดูเหมือนกำลังจะหมดแรง นางคงเป็แม่ของข้าอย่างแน่นอนว่าแต่ข้าคงไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลแน่ คงจะอยู่ในโรงลิเกหรือโรงละครบางอย่าง ดูจากลักษณะคำพูดของคนรอบๆแล้วอย่างกะหลุดออกมาจากละครโบราณ
"พ...เพคะ"
เสียงของหญิงชราตอบกลับ ก่อนที่จะมีมือขนาดใหญ่โอบกอดร่างของข้าเอาไว้แม้จะมีอากาศสั่นๆก็ตาม ใน่เวลานี้ข้าได้พยายามใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีลืมตาของตนเองเพื่อได้ยินบุพการีในชีวิตใหม่ของข้าและเมื่อดวงตาของข้าได้ลืมตาอย่างช้าๆ ข้าก็พบกับหญิงสาวอายุไม่เกิน 30 แน่นอนใบหน้าสีใส ปากสีชมพูอ่อน ดวงตากลมโตเหมือนดั่งปกติ โดยรวมแล้วถือว่าหน้าตาดี สวย คงจะเป็นางแบบหรือดาราไม่ยากนัก
"ั์!! กรื้ด!! ไม่จริง!! เอามันออกไปจากหน้าของข้า!!"
จากใบหน้าที่เหมือนคนหมดแรงก็พลันเป็นางมารร้ายทันที ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความกลัว ซึ่งข้าเองก็ใไม่แพ้กันภาพสะท้อนจากดวงตาของนางคือลูกทารกเขี้ยวสีขาวขนาดใหญ่เด่นชัด คิ้วเข้มหนา สีผิวน้ำผึ้ง สายรกที่ไม่มีและข้าก็มั่นใจกว่า่เวลาเพียงแค่นั้นไม่มีทางที่จะตัดออกแน่ๆ
พอจบคำพูดของแม่ของข้า ร่างของข้าก็ถูกอุ้มไปวางลงบนพื้นล่าง ไม่มีผ้าอะไรมาห่อหุ้มร่างของข้าด้วยซ้ำแถมแผลบนยังไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ข้ารีบสำรวจรอบๆทันทีแม้ร่างกายจะขยับไม่ได้มากแต่ก็ทำให้ข้ารับรู้ได้ว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ ในห้องนี้มิใช่ห้องที่เหมาะกับการคลอดเด็กอย่างแน่นอน มันเหมาะเป็สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเสียมากกว่า
ในห้องมีเตียงขนาดใหญ่เดียว มีตู้เก็บของขนาดเล็ก มีตะเกียงไฟข้างๆหัวเตียง สิ่งของส่วนใหญ่ถูกเคลือบด้วยทองและอัญมณีผสมกับไม้และหิน ไม่มีปูนสักนิดเดียว ห้องทั้งหมดถูกตกแต่งด้วยผืนผ้าและแจกันดอกไม้ ไม่มีรูปถ่าย โคมไฟ พัดลมหรือแม้แต่ปลั๊กไฟด้วยซ้ำ ราวกับอยู่คนละมิติ
เสียงร้องไห้ดังขี้นอย่างต่อเนื่องมาจากผู้เป็แม่ของข้า ข้าพยายามหันไปมองนอกจากพวกผู้หญิงที่แต่งชุดเหมือนกับนางกำนัลสมัยยุคกรุงศรีอยุธยาตอนกลางพวกนางมองข้าด้วยความหวาดกลัว ยกเว้นเพียงหญิงชรานางออกจะสงสารมากกว่าแต่ไม่ได้สงสารข้านางสงสารคนที่นอนร้องไห้บนเตียง ผู้เป็แม่ของข้านางไม่แม้แต่จะมองมาหาข้าด้วยซ้ำ
ตัวข้าหยุดร้องแล้วหลับตาลงอย่างช้าๆ ถึงแม้ตัวข้าจะเกิดใหม่แต่ความทรงจำเื่การใช้พลังก็ยังคงอยู่คนธรรมดาจะมีพลังได้นั้นอาจจะไม่ใช่เื่ง่ายแต่มันก็ไม่ได้ยากขนาดเป็ไปไม่ได้ ข้าใช้พลังเร่งให้รอยแผลที่เปิดอยู่คอยๆสมานกันอย่างช้าๆ ตอนนี้ร่างกายของข้ายังเด็กอยู่เลยไม่สามารถทำให้ร่องรอยหายไปถาวรได้ มันเหลือเป็รอยแผลเป็ที่ตรงบริเวณหน้าผากด้านขวาของข้า
"ฮือๆ ทำไม ทำไมชีวิตข้าถึง... โอ โอ้ย!!"
จากเสียงคร่ำครวญกลายเป็เสียงร้องด้วยความเ็ปอีกครั้ง ทุกคนในห้องเริ่มสนใจไปที่ร่างแม่ของข้าก่อนที่จะมีใครไปแตะตัวนางก็มีหัวของเด็กอีกคนค่อยๆโพล่ออกมาจากช่องคล่อง หญิงแก่รับสถานการณ์เลยรีบเข้าไปรับเด็กคนนั้นอย่างรวดเร็ว ในห้องเกิดความเงียบงันมีเพียงเสียงร้องโหยหวยของแม่ของข้ากับเสียงของหญิงแก่ที่ทำคลอดความสนใจของทุกคนจับจ้องไปยังหญิงแก่ ไม่นานนักหญิงแก่ก็อุ้มเด็กอีกคนออกมา
"เป็มนุษย์เพคะ!!! เป็พระธิดาเพคะ"
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของแม่ของข้า เป็รอยยิ้มที่สวยงามนักหากข้าไม่เคยเห็นใบหน้าของนางตอนเห็นหน้าข้า ข้าคงจะหลงใหลนางไปแล้ว
"งั้นหรอ... โอะ โอ้ย!!"
ยังไม่ทันที่จะได้เห็นหน้าลูกคนที่สอง แม่ของข้าก็ร้องออกมาอีกครั้งหญิงแก่คนนั้นก็หันไปหน้าหญิงสาวนางกำนัลรับร่างของน้องข้าไป ทำให้ข้ารับรู้ว่าน้องคนแรกของข้าเป็ผู้หญิง เมื่อนางกำนัลนั้นรับตัวเด็กสาวก็เอามาอุ้มตัวเด็กอย่างนุ่มนวลแถมใบหน้ายังแสดงออกมาเป็มิตร ต่างจากข้าที่แสดงออกมาอย่างกะข้าเป็สัตว์ประหลาด. . . ซึ่งก็ใช่
เวลาผ่านไปจนน้องคนที่สองของข้าคลอดออกมาเป็ผู้ชาย ไม่นานนักแม่ของข้าก็ร้องออกมาอีกครั้งซึ่งก็เป็น้องอีกคนของข้าเป็ผู้ชาย สรุปก็คือแม่ของข้านั้นมีลูกทั้งหมด 4 คน เป็ชาย 3 หญิง 1 ค่อนข้างจะแปลกนิดนึงที่ไม่มีสายรกออกมาให้เห็นเด็กทุกคนที่คลอดออกมาไม่มีสายรก รออีกสักเดือน สองเดือนข้าค่อยแอบมาสำรวจโลกนี้ แต่สำหรับตอนนี้ ข้ากะว่าพักซะหน่อย...
ไม่กี่นาทีต่อมา ร่างของข้าก็ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูและถูกยกไปที่ไหนสักแห่ง คงจะพาข้าไปหาพ่อละมั้งมันเป็ปกตินิที่ผู้เป็พ่อจะเห็นหน้าข้าก่อนและค่อยไล่ข้าและแม่ออกจากเมือง และก็ต้องผจญภัยในป่า บลาๆ นี้ละสิ่งที่ควรจะเป็
*ตูม~~
จู่ๆร่างของข้าก็เสมือนถูกโยนลงพื้นแต่จุดที่ข้าลงมันเป็น้ำคลอง ที่ข้ารู้เพราะด้วยกลิ่นและััทำให้รับรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ใช่น้ำสะอาดแน่ๆ ร่างของข้าจมดิ่งลงสู่ใต้น้ำ ข้ารีบตั้งสติพะยุตัวให้หัวลอยเหนือน้ำก่อนที่จะลืมตามองโดยรอบ มันเป็ลำธารผ่านเมืองตรงหน้าของข้าคือสะพานไม้และบนสะพานนั้นคือทหารสวมใส่เครื่องแต่งกายที่หรูหราถือดาบมีหนวด เครา ดูสมเป็ทหารดี ข้าพยายามจดจำใบหน้าของมันก่อนที่ร่างของข้าจะจมลงสู้ใต้พื้นน้ำอีกครั้ง
ด้วยที่มันเป็ลำธารร่างของข้าเลยไหลตามกระแสน้ำไป ถึงแม้ร่างกายของข้าจะเป็เด็กทารกแต่ด้วยประสบการณ์ของข้าก็มีทักษะการเอาชีวิตรอดเพียงพอที่จะทำให้ร่างของข้าดำน้ำได้นานและไม่พาตัวเองไปกระแทกหินโสโครกหรือเศษไม้ใต้น้ำ ถึงจะมีทักษะเพียงใดแต่ด้วยความที่ร่างกายข้ายังเป็เด็กทารกก็ต้องมีการขึ้นจากน้ำเป็ระยะๆ ข้าไม่รู้ว่าทำไมพวกมันถึงทิ้งข้าลงน้ำแบบนี้คงจะพลาดไปหรือไม่ก็โดนพวกอิจฉาแม่ข้า ฆ่าข้า เื่มันจะเป็อย่างไรก็ช่างมันเถอะเพราะข้าต้องใช้สมาธิไม่ให้ร่างกายขาดอากาศหายใจตายซะก่อน
เวลาผ่านไปนานไม่ไหร่ไม่รู้แต่พอรู้ตัวอีกทีร่างของข้าก็ถูกซัดมาติดกิ่งไม้แห้งข้างทาง ข้าใช้โอกาศนี้พาร่างตัวเองขึ้นจากน้ำสู่การััพื้นดินครั้งแรกของชีวิตนี้เพียงเท่านี้ก็ทำตัวให้เหมือนเด็กที่รอดจากการตกน้ำ สิ่งที่ข้าต้องทำก็คือการนอนเฉยๆรอให้เหล่าทหารนำตัวข้ากลับเข้าวังไปหาแม่ของข้า ใน่ที่รอทหารตามหาตัวข้า สายตาของข้าก็มองดูรอบๆตัวั้แ่พื้นไปจนถึงบริเวณรอบๆ พื้นดินที่นี้แห้งแล้งมาก มีรอยแตกออกเป็เสื่ยงของพื้นดิน ทั่วรอบมีแต่ต้นไม้ที่แห้งตายด้วยความร้อนระอุและก็เนินหินเนินทราย ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตเลยด้วยซ้ำแห้งแล้งมาก
*ซู~~~~
เสียงบางอย่างเลื้อยเข้ามาหาข้า แน่นอนว่าไม่ใช่มนุษย์แน่นอนและเดาได้ไม่ยากมันคือ "งู" นั้นเอง มันคงหวังจะมากินข้าอย่างแน่นอนเป็งูตัวสีดำยาว มีลายแปลกๆ ที่ข้าไม่เคยเห็นงูพันธ์นี้มาก่อน น่าแปลกมากที่ข้าไม่รู้จักแต่ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นี้มันคงไม่ใช่โลกที่ข้าจะรู้จักแล้วละ แต่สำหรับเ้างูดำที่คิดจะมากินข้าคงต้องมีชะตากรรมที่มากลายเป็อาหารมือแรกของข้าซะแล้วละ
-------------------------
งูสีดำเลื้อยเข้ามาพยายามจะพันร่างของราพณาสูร มันมีขนาดลำตัวประมาณ 1 เมตรเพียงพอที่จะกลืนร่างของราพณาสูรให้หมดภายในทีเดียว มันค่อยๆเลื้อยไปที่ปลายเท้าของราพณาสูรและพันร่างของเด็กทารกอย่างช้าๆ จากปลายเท้า ขึ้นไปเรื่อยๆ ต้นขาแล้วข้ามไปพันคอของเด็กทารกนั้นแล้วอ้าปากแยกเขี้ยวข่มขู่ด้วยความดุร้าย ก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่หัวของเด็กทารกนั้น
*หมับ!!
ชั่ววินาที ร่างของงูที่กำลังจะฉกเด็กทารกนั้นก็ถูกหยุดด้วยมือขนาดเล็กของเด็กทาก ด้วยสัญชาตญาณมันรัดตัวของราพณาสูรแน่นขึ้นไปอีก
*ฟุบ ฟริ้ว!!
หัวของงูสีดำนั้นกระเด็นออกจากร่างของมันเหมือนการเปิดฝาขวดเหล้า สติของมันหายวับไปในทันทีมันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันตายตอนไหน ตายได้อย่างไร รู้แต่อย่างว่ามันตายแล้ว เืของมันสาดกระเด็นดั่งน้ำพังเขือนเืชุดใหญ่ไหลออกมาจากร่างของงูสีดำไหลเข้าปากเด็กทารกนั้น มันอ้าปากรอรับด้วยความยินดี เืของงูที่ไหลออกจากร่างเปรียบดั่งน้ำที่ไหลออกจากกระบอกไม้ไผ่
และเมื่อเืเริ่มหมดจากร่างของงูสีดำก็ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เนื้อของงูภายใต้หนังของมันคืออาหารชั้นเลิศของเด็กทารกนั้น ราพณาสูรหยิกเนื้อชิ้นเล็กๆและขยี้ให้มันละเอียดแล้วยัดเข้าปากที่ละชิ้น ละชิ้น จนร่างของงูสีดำเหลือเพียงเครื่องในกับิัของมันเท่านั้น
"(เค็มไปนิด แต่ไม่ได้เลวร้าย)"
หลังจากกินงูหมดไปแล้ว ราพณาสูรก็ค่อยๆหลับตาลงแล้วหลบไปอย่างไม่กังวลสิ่งใด