บทที่ 122 น้องสาว!
เพราะชายชุดดำเสียชีวิตบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปเลยกลับมาเป็นดั่งเดิม ความรู้สึกอึดอัดหายไป สายฝนเริ่มหายใจสะดวกขึ้น เขาคงไม่จำเป็นต้องออกจากที่นี่อีกต่อไปแล้ว เด็กสาวหันไปมองสายฝนและโยนดาบสีเงินของชายชุดดำทิ้งอย่างไม่ใส่ใจนัก อาวุธระดับนี้ในสายตาเธอมันก็ไม่ต่างจากขยะ
“ฉันไม่คิดว่าเธอจะแข็งแกร่งขนาดนี้?” หลังจากกลับมาหายใจได้อีกครั้ง สายฝนก็กล่าวขึ้นพลางมองไปยังเด็กสาว เขารู้ว่าฝ่ายตรงข้ามต้องมีระดับไม่ตํ่ากว่าระดับสองแน่นอน ระดับสองสามารถสังหารเขาในตอนนี้ได้แบบง่ายๆ ปกติหากเขาเจอกับระดับสองเขาจะต้องกังวลมากแต่เวลานี้เขาไม่มีความกังวลแม้เพียงนิด ทำไมเขาไม่กังวล? นั่นก็เพราะฝ่ายตรงข้ามเป็นเธอยังไงล่ะ! เธอไม่มีทางฆ่าเขาแน่ สายฝนเชื่ออย่างนั้น
“ฉันเองก็ไม่คิดว่านายจะตายยากขนาดนี้?” เด็กสาวมองสายฝนด้วยสายตาเย็นชาเล็กน้อย สิ่งที่เธอเอ่ยนั้นมาจากใจจริง เธอไม่คิดว่าสายฝนจะรอดจากการโจมตีของชายชุดดำได้หลายครั้งหลายครา เด็กสาวยืนดูการต่อสู้ระหว่างสายฝนกับชายชุดดำมาตั้งแต่ต้น สำหรับเธอกล้วการปกปิดตัวตนไม่ให้ระดับหนึ่งหรือตํ่ากว่ารู้ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ขณะกำลังดูการต่อสู้ระหว่างสายฝนกับชายชุดดำ เด็กสาวพลันพบว่าทั้งๆที่สายฝนช้ากว่าศัตรูมากแต่เขาก็สามารถหลบการโจมตีศัตรูได้ทุกครั้ง ถ้าเป็นระดับศูนย์ธรรมดาทั่วไปคงไม่มีทางทำแบบนั้นได้ สายฝนทำได้อย่างไรกัน? เกิดคำถามขึ้นภายในหัวเธอ เด็กสาวต่างจากพีเค เธอไม่ได้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้เพราะงั้นเธอจึงไม่รู้ว่าสายฝนกำลังใช้ศิลปะการต่อสู้อยู่ เธอรู้แค่ว่าท่าทางการเคลื่อนไหวของเขาไม่ธรรมดาอย่างที่เห็น!
สิ่งที่เธอประหลาดใจมากที่สุดคือเขาไม่ลนลานแม้แต่นิดเมื่อเจอเข้ากับพลังเหนือธรรมชาติ เขาสงบนิ่งมาก มากจนเข้าสภาวะสงบนิ่งสูงสุด เด็กสาวไม่รู้ว่าสายฝนตระหนักรู้ความสงบได้ยังไง การตระหนักรู้ความสงบนิ่งมันยากสุดๆ กระทั่งเธอที่มีพรสวรรค์สูงก็ยังต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์ในการตระหนักรู้ ไม่คาดคิดว่าคนที่มีพรสวรรค์ตํ่าอย่างสายฝนจะสามารถตระหนักรู้ความสงบได้
ไม่ใช่แค่ตระหนักรู้ถึงความสงบอย่างเดียว สายฝนยังสามารถเข้าสภาวะสงบนิ่งสูงสุดซึ่งเด็กสาวใช้เวลาเกือบหนึ่งปีกว่าจะใช้ได้ ‘บางทีเขาอาจจะเจอเข้ากับมหาโชคลาภ’ เด็กสาวคิดเช่นนั้น น่าจะเป็นเพราะแบบนี้เขาถึงสามารถตระหนักรู้ความสงบนิ่งและเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งสูงสุดได้ ไม่งั้นด้วยพรสวรรค์ของเขาต่อให้จะใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่มีทางตระหนักรู้ความสงบได้
กลับมาปัจจุบัน กับสายตาเย็นชาของเด็กสาวสายฝนไม่ได้รู้สึกโกรธเลยสักนิด หากเป็นคนอื่นส่งสายตาเย็นชามาหาเขาแบบนี้ มันคงถูกบันทึกลงในรายชื่อศัตรูของเขาไปเรียบร้อยแล้ว สายฝนยิ้มเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า “ตายยาก? ถ้าเธอเข้ามาช่วยฉันไม่ทันป่านนี้ฉันตายไปแล้ว ช่างเรื่องนี้ไปก่อน ฉันอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หวังว่าเธอจะไม่บอกว่าไม่รู้”
เด็กสาวส่งเสียงไม่พอใจ เธอเอ่ยขึ้นว่า “เรื่องเกิดเพราะนาย! เพราะนายไปทำให้ไอ้เจ้าพีเคนั่นบาดเจ็บไง พ่อของมันเลยส่งลูกน้องมาลอบสังหารนาย มันช่างกล้าจริงๆที่มายั่วยุตระกูลศึกสงคราม เรื่องนี้พ่อยังไม่รู้ ถ้ารู้ตระกูลของเจ้าบ้านั่นต้องถูกทำลายอย่างแน่นอน”
“ที่แท้ก็เป็นเพราะเรื่องนี้เอง” สายฝนพึมพำกับตนเองพลางครุ่นคิดบางอย่างภายในใจ เขาจำได้ว่าเขามาห้างสรรพสินค้าหลังจากเหตุการณ์นั้นสองเดือน ระยะเวลาไม่ได้ห่างกันมาก สิ่งที่สายฝนสงสัยมากสุดตอนนี้คือทำไมเขาไม่มีเหตุการณ์ห้างสรรพสินค้าอยู่ในความทรงจำ เป็นไปได้มั้ยว่ามีคนเปลี่ยนความทรงจำของเขา? คนคนนั้นทำไปทำไม? ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“รู้มั้ยนายก่อเรื่องเยอะจนทำให้ฉันรู้สึกรำคาญมาก?” เด็กสาวกล่าวด้วยความรู้สึกไม่พอใจสุดๆ ในปีนี้อีกฝ่ายก่อเรื่องใหญ่มาหลายเรื่องแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงขยันก่อเรื่องแบบนี้? พรสวรรค์ด้านการก่อเรื่องของเขาเรียกได้ว่าสูงเกินกว่าคนธรรมดาจะจินตนาการได้ เมื่อครึ่งปีที่แล้วเขาก็เพิ่งทำลายงานเลี้ยงพังไปเนื่องจากไม่ต้องการหมั้นกับพี่สาวรุ้ง เด็กสาวไม่เข้าใจเลยว่าพี่ชายของเธอกำลังคิดอะไรอยู่ในเวลานั้น ไม่ใช่ว่าทั้งสองก็เป็นแฟนกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือ? เห็นรักกันดี
“ฉันก็ไม่อยากจะก่อเรื่องหรอกนะ ถ้าไม่มีใครมายุ่งกับฉัน ฉันก็จะอยู่เฉยๆ” สายฝนกล่าวพลางทำท่าทางช่วยไม่ได้ เดิมเขาก็เป็นคนที่ไม่ค่อยยุ่งกับคนอื่นอยู่แล้ว ส่วนใหญ่แล้วคนอื่นจะชอบเข้ามาหาเรื่องเขาซะมากกว่า แน่นอนสายฝนย่อมไม่ปล่อยให้ตัวเองโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียว ต้องการหาเรื่องเขางั้นเขาก็จะหาเรื่องมัน
“แล้วจากนี้จะทำยังไงต่อ?” สายฝนกล่าวถามเด็กสาวเพื่อเปลี่ยนเรื่อง เด็กสาวคนนี้เป็นน้องสาวของเขา เธอมีอายุสิบหกปี มีพรสวรรค์สูงกว่าเขาในทุกด้าน หากให้เทียบพรสวรรค์สายฝนกับพรสวรรค์น้องสาวเขา พรสวรรค์สายฝนก็เหมือนกับเหว ส่วนพรสวรรค์น้องสาวเหมือนกับท้องฟ้า
“ชายชุดดำตายไปแล้ว ฉันจะกลับบ้าน” เด็กสาวตอบก่อนพูดต่อว่า “แต่ก่อนที่ฉันจะกลับคงต้องลบความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ของนายซะก่อน นายน่ะอ่อนแอเกินไป รู้เยอะมันก็ไม่ได้ช่วยทำให้นายแข็งแกร่งขึ้น บางครั้งการไม่รู้อะไรเลยก็ดีกว่า” กล่าวจบเด็กสาวพลันใช้พลังของเธอ ทั่วห้างสรรพสินค้าถูกครอบคลุมด้วยพลังงานอันศักดิ์สิทธิ์ บรรยากาศเปลี่ยนไป ฉับพลันทั่วทั้งห้างสรรพสินค้าคล้ายกับว่ากลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ความไม่บริสุทธิ์ทั้งหมดถูกชำระล้าง จิตสังหารของชายชุดดำที่ยังคงหลงเหลือภายในอากาศสลายหายไปทันที
“เดี๋ยวก่อน!” สายฝนกล่าวหยุดน้องสาวของเขา
“ฉันรู้ นายไม่อยากสูญเสียความทรงจำไป ไม่จำเป็นต้องห่วง ฉันจะใส่ความทรงจำใหม่เข้าไปแทนที่ความทรงจำเดิมก็แล้วกัน” เด็กสาวเอ่ยขึ้น โดยไม่ฟังคำสายฝน ความสามารถพลังเด็กสาวทำงานต่อไป เมื่อเวลาผ่านไปห้างสรรพสินค้าก็ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าเดิม สายฝนสบถคำหยาบคายในใจ ทำไมน้องสาวคนนี้ถึงไม่เชื่อฟังกันบ้างเลย?
“ฉันมีคำถาม” ไม่ว่าสายฝนจะพูดกี่ครั้ง เด็กสาวก็ยังไม่สนใจคำพูดเขาเหมือนเดิม สุดท้ายสายฝนก็หมดความอดทน ได้! ต่อให้เธอจะไม่อยากฟังเขาก็จะทำให้เธอฟังเอง สายฝนเข้าสู่สภาวะนิ่งสงบจากนั้นก็ใช้สัมผัสรับรู้ครอบคลุมร่างเด็กสาว สัมผัสรับรู้สายฝนอ่อนแอกว่าของเธอมากทว่าถึงจะอ่อนแอมันก็สามารถก่อกวนสัมผัสรับรู้เด็กสาวได้
เพราะถูกสัมผัสรับรู้สายฝนก่อกวน เด็กสาวจึงต้องหยุดใช้พลังอย่างไม่มีทางเลือก พลังนี้จำเป็นต้องใช้สมาธิสูงสุดๆ การถูกสัมผัสรับรู้สายฝนก่อกวนทำให้เธอไม่มีสมาธิมากนัก
“นายจะก่อกวนฉันทำไมเนี่ย?” จากหน้าตาเด็กสาวแล้วรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้เธอกำลังโกรธสุดๆ เพราะหยุดใช้งานพลังกะทันหัน เรี่ยวแรงที่ใช้ไปก่อนหน้านี้เพื่อให้พลังทำงานก็สูญหายไปโดยไม่เกิดประโยชน์ คนที่ผิดเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่ชายของเธอ
“ฉันอยากรู้ว่ามีใครบ้างที่แข็งแกร่งเท่าเธอหรือมากกว่าเธ…” กล่าวไม่ทันจบ สติสายฝนพลันดับลงกะทันหัน สติดันมาดับเวลาที่ไม่ควรดับมากที่สุด!
---