หลังจากเหตุการณ์วันนั้นซูเชี่ยวก็เอาแต่หลบหน้าลี่หยางเ้าสำนักวารีหยกทุกครั้งเวลาพบเจอกัน หรือเรียกได้ว่าที่ใดมีเขาไม่มีนาง มีนางไม่มีเขา อย่างที่ซูเชี่ยวได้ให้คำมั่นไว้กับตัวเอง เวลาส่วนใหญ่ของซูเชี่ยวทุกวันเอาแต่ศึกษาเกี่ยวกับพลังภายใน และฝึกฝนพลังได้แค่ในห้องพักของนางเท่านั้น เพราะนางยังไม่อยาก้าให้ใครรู้ ่นี้เรียกได้ว่าหญิงสาวเป็หัวกะทิของห้องเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าอาจารย์ถามอะไรเธอก็ตอบได้ทั้งหมด
“วันนี้มีการทดสอบความรู้เื่ที่เรียนไป เ้าเตรียมตัวมาหรือไม่” เจียอี่ถามซูเชี่ยวขณะเดินไปห้องเรียน เพราะการสอบทุกครั้งที่ผ่านมา มักมีชื่อของซูเชี่ยวอยู่ระดับเดิมทุกการสอบคือระดับสุดท้าย
“เ้าไม่ต้องห่วง ข้าย่อมทำเต็มที่” ซูเชี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ วันนี้นางไม่้าเป็ที่หนึ่งเพื่อกลายเป็จุดเด่น้าเพียงไม่ต้องเป็ลำดับสุดท้ายเหมือนทุกครั้งก็พอ
“การฝึกเพื่อการคัดเลือกผู้นำสำนักเป็อย่างไรบ้าง” ซูเชี่ยวเอ่ยถามเจียอี่ เพราะทุกวันนี้ซูเชี่ยวแทบไม่ได้พบหน้านางเลย ยิ่งใกล้ถึงวันคัดเลือกก็ยิ่งทำให้เจียอี่ฝึกฝนหนักเข้าไปใหญ่ การประลองกับสำนักทั้ง 5 ในครั้งนี้สำคัญเป็อย่างมาก เพราะเป็ปีแรกที่สำนักวารีหยกตั้งเป้าหมายเพื่อเป็ผู้ชนะ ทำให้ศิษย์ทุกคนตั้งใจฝึกฝนหนักมากขึ้นกว่าทุกปีที่เเค่ให้สำนักติดอันดับแค่ 1 ใน 3 เท่านั้น
“รองเ้าสำนักจะคัดเลือกผู้ที่เหมาะสม ทั้ง 30คน เป็ครั้งสุดท้ายก่อนวันงาน” เจียอี่เล่าขณะที่เดินเข้าห้องเรียน
“ขอให้เ้าถูกคัดเลือก” ซูเชี่ยวพูดพลางยิ้มให้เจียอี่ เจียอี่เพียงพยักหน้าและทั้งคู่ก็แยกย้ายกัน
“เอาล่ะ หากทุกคนประจำที่เรียบร้อยแล้วก็เริ่มได้” อาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าห้องเรียนพูดขึ้น และมีบ่าวชาย 5 คนเข้ามาแจกกระดาษคำตอบให้ศิษย์ที่นั่งอยู่คนล่ะแผ่น หัวข้อหลักในการสอบครั้งนี้คือหลักความเข้าใจสูงสุดของพลังภายในให้ทุกคนเขียน พร้อมยกตัวอย่างประกอบ หลังจากที่ศิษย์ทุกคนได้รับหัวข้อก็ก้มหน้าพากันเขียนคำตอบของตัวเองลงไป ซูเชี่ยวเห็นหัวข้อก็ลงมือเขียนทันที หลักความเข้าใจสูงสุดของพลังภายในมีอยู่ในหนังสือที่เธออ่าน เธอจำได้ดีเพราะเธออ่านไม่รู้กี่รอบเพื่อทำความเข้าใจ การฝึกพลังภายในด้วยตัวเองไม่ใช่เื่ง่าย หากศึกษาไม่เข้าใจแล้วย่อมไม่สามารถปฏิบัติได้ หลักความเข้าใจมี 7 ประการ ศิษย์ในสำนักย่อมจำได้ทุกคน งั้นเธอจะต้องแกล้งยกตัวอย่างผิดเพื่อไม่ให้เธอเป็ที่ 1 ในการสอบครั้งนี้ ซูเชี่ยวคิดในใจ เธอจึงแกล้งยกตัวอย่างผิดไป 2 ข้อของหลักความเข้าใจสูงสุด การสอบครั้งนี้ดำเนินไปเป็ระยะเวลาถึง 1 ชั่วยาม ก็ได้ยินเสียงส่งสัญญาณว่าหมดเวลาในการทำข้อสอบ
“วันนี้เ้าต้องไปฝึกซ้อมอีกใช่หรือไม่” ซูเชี่ยวเอ่ยถามเจียอี่หลังจากที่ทั้งคู่เดินออกมาจากตำหนักเรียน
“ใช่ ข้าขอตัวก่อน” เจียอี่พูดพลางเดินออกไป ซูเชี่ยวเพียงยิ้มและมองตามหลังหญิงสาวไป ่นี้นางรู้สึกเบื่อและเหงาเป็อย่างมาก เพราะเจียอี่ต้องฝึกอย่างหนัก จนแทบไม่ได้พบหน้ากัน ซูเชี่ยวเดินคอตกไปตำหนักใฝ่คุณธรรมเช่นเคยเดี๋ยวนี้สองที่ที่นางจะอยู่หรือเรียกได้ว่าสิงสถิตมีแค่ห้องพักเธอ และตำหนักใฝ่คุณธรรมแห่งนี้ เธอเดินเข้าไปเลือกตำราที่สนใจและเดินไปอ่านเช่นเคย แต่ก้นยังไม่ถึงพื้นเธอก็ต้องเด้งตัวขึ้น เมื่อหันไปเห็นลี่หยางเ้าสำนักเดินเข้ามา เธอจึงรีบวิ่งไปหลบที่หลังชั้นหนังสือเพื่อรอให้ชายหนุ่มหาที่นั่งอ่านตำรา และเธอจะได้แอบหนีออกไป หลายวันมานี้เธอรู้สึกชีวิตของเธอเงียบสงบมากหลังจากที่ไม่เจอชายหนุ่ม นั้นก็แปลว่าเธอมาถูกทางแล้วที่เลือกอยู่ให้ไกลจากลี่หยาง ซูเชี่ยวหันไปมองทางที่ชายหนุ่มอยู่เมื่อสักครู่ขณะที่หาที่ทางในการหลบได้แล้ว แต่กลับไม่เห็นร่างสูงแล้ว
“อ่าว ไปแล้วหรือ” เธอพูดกับตัวเองออกมาเบาๆ
“ผู้ใดไปหรือ” เสียงทุ้มดังออกมาจากด้านหลังของซูเชี่ยวที่กำลังนั่งย่อเพื่อสังเกตการณ์
“ก็เ้าสำนักน่ะสิ ข้าห้ามอยู่ใกล้เขาเด็ดขาด” ซูเชี่ยวตอบโดยที่ไม่ได้หันมามองด้านหลัง เพราะกำลังจดจ่อมองหาลี่หยางเ้าสำนักว่าออกไปจริงๆ ใช่หรือไม่
“เ้าหนีเขาทำไมหรือ” เสียงทุ้มด้านหลังนางยังถามนางต่อ ซูเชี่ยวที่พึ่งรู้สึกตัวว่านางเผลอพูดกับใครสักคนไป โดยที่มัวแต่จดจ่อกับการมองหาลี่หยาง เธอก็ได้กลิ่นหอมจางๆ ที่เธอมั่นใจแล้วว่าคนที่เธอกำลังมองหาตอนนี้กำลังยืนอยู่ข้างหลังเธอ ด้านลี่หยางตอนที่เขาย่างกรายเข้ามาในตำหนักใฝ่คุณธรรมเเห่งนี้ก็มองเห็นหญิงสาวที่นั่งอ่านตำราด้วยสีหน้าจริงจังอยู่ก่อนแล้ว แต่เขาก็คุยธุระกับผู้คุมอยู่ที่ด้านหน้า แต่เห็นหญิงสาวเดินไปหลบหลังชั้นวางตำรา ตอนแรกวันนี้เขาแค่้าเข้ามาหาตำราเพียงเท่านั้น แต่หลายวันมานี้เขาเห็นหญิงสาวทำตัวแปลกๆ เวลาที่เจอเขา หากเจอหน้าก็วิ่งหนีหน้าตาตื่นเหมือนเห็นผีสาง จึงแค่จะเดินมาถามแต่หญิงสาวกลับทำท่าว่าจะหนีเขาอีกจึงได้เดินอ้อมมาอยู่ที่ด้านหลังนางแทน ซูเชี่ยวที่ค่อยๆ หันหน้ามาตามทิศทางของเสียงเมื่อสักครู่ ที่ตอนนี้ยืนอยู่ด้านหลังเธอ จากที่เธอสูงแค่ปลายคางของเขาตอนนี้ขณะที่เธอย่อกายหลบทำให้เธอสูงแค่หน้าอกของเขา ภาพตรงหน้านางตอนนี้ทำให้นางกลัวจนแข็งทื่อ ปกติก็ทำหน้านิ่งจนหน้ากลัวอยู่แล้ว หน้าเขาตอนนี้หากฉีกเธอเป็ชิ้นได้คงทำไปแล้วโทษฐานที่เธอมีเื่ปกปิดเขาอยู่
“คารวะเ้าสำนัก” ซูเชี่ยวพูดขณะที่ยกมือทำท่าคารวะ แต่เธอเดินถอยหลังไปจนชนชั้นวางหนังสือ ทำให้ตำราที่เป็ไม้ไผ่ตกลงมาบนหัวเธอ
“ระวัง” ลี่หยางเอ่ยออกมาเมื่อเห็นตำราที่ตกลงมาใส่หญิงสาว แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
“โอ๊ย” สิ้นเสียงซูเชี่ยวมีน้ำโลหิตสีแดง หยดลงมาจากหัวของนางและสลบไปทันที
.
ซูเชี่ยวฟื้นมาหลังจากนางสลบไป 2 เค่อกลับพบว่านางกลับมาอยู่ที่ห้องพักแล้ว นางจับไปที่หัวของนางพบว่าถูกพันด้วยผ้าใว้แล้ว และเห็นกระดาษสีขาวที่ถูกทับด้วยถ้วยยาว่า “ตื่นแล้วทานยาด้วย” คงเป็เจียอี่สินะที่พาเธอมาที่นี่ เพราะในสำนักมีกฎห้ามไม่ให้ศิษย์ชายเข้ามาที่ห้องพักหญิงเด็ดขาด
เช้าวันถัดมาหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จซูเชี่ยวและเจียอี่ก็ไปเรียนด้วยกันเหมือนอย่างปกติ เธอเดินมานั่งประจำที่เหมือนอย่างเคย วันนี้เป็การเรียนการสอนคาบสุดท้ายหลังจากที่สอบไป และจะหยุดเพื่อให้ศิษย์ได้ฝึกฝนพลังภายในอย่างเต็มที่เพื่อเตรียมการเข้าคัดเลือกผู้นำสำนักทั้ง 5 เพราะเหลือเวลาอีกแค่ 1 อาทิตย์เท่านั้น ผ่านไปไม่นานก็มีอาจารย์เดินเข้ามาในห้องเรียนเสียงที่เคยดังก็เงียบไปทันที
“วันนี้เป็วันสุดท้ายก่อนที่จะหยุดให้พวกเ้าฝึกฝนพลังภายใน” อาจารย์พูดขึ้นพร้อมกวาดตามองศิษย์ทุกคน และพูดต่อว่า
“ข้าจะประกาศผลลำดับคะแนนในการสอบของเมื่อวาน” สิ้นเสียงของอาจารย์มีเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นเริ่มประกาศชื่อและตามด้วยคะแนนของแต่ละคน
“เจียวซิ่น 9 แต้ม ลู่ฟ่าง 4 แต้ม เจียอี่ 6 แต้ม….” จากนั้นค่อยๆ ไล่รายชื่อของทุกคนจนครบ และเธอคือคนสุดท้าย
“ซูเชี่ยว 9 แต้ม” ทันทีที่เสียงอาจารย์จบลงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นมาทันที และทุกคนต่างมองมาที่นางเพียงคนเดียว ทุกรอบคนที่ได้ 1 หนึ่งจะมีแค่คนเดียวเท่านั้นและเป็คนๆ เดียวมาตลอด และซูเชี่ยวที่การสอบรอบที่แล้วยังอยู่อันดับสุดท้ายอยู่เลย แต่ครั้งนี้กลับได้ที่ 1 จึงทำให้ทุกคนใไปตามๆ กัน ซูเชี่ยวที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่นั่งเงียบไม่กล้าเอ่ยปากพูด เธออุตส่าห์แกล้งเขียนผิดแล้วแท้ๆ ดั้นได้คะแนนเยอะซะอย่างนั้น
“ยินดีกับทั้ง 2 คนด้วยครั้งนี้มีคนได้คะแนนลำดับหนึ่งเท่ากัน 2 คน” อาจารย์พูดขึ้นและทำท่าให้ศิษย์ทุกคนเงียบลง
“คนที่ได้อันดับหนึ่งจะได้เป็1ใน 30 คนในการถูกคัดเลือกให้ประลองการเลือกผู้นำสูงสุดในอีก 1 อาทิตย์ข้างหน้า” อาจารย์อธิบายเสียงยาว
“แต่นางไม่มีพลังภายในนะขอรับ” เสียงของศิษย์ชาย 1 คนะโออกมา
“จริงด้วยขอรับอาจารย์ นางไม่มีพลังภายในหากนางเข้าประลอง ย่อมเป็ที่ขายหน้าของสำนัก” เสียงของศิษย์ชายอีกคนะโขึ้นเพื่อคัดค้านพร้อมให้เหตุผล
“รองเ้าสำนักได้บอกไว้แต่ตอนก่อนสอบเเล้ว หากพวกเ้ามีข้อสงสัยก็ไปถามท่านเอง เลิกเรียนได้” อาจารย์อธิบายเสร็จก็เดินออกไปทันที
“ขอบคุณท่านอาจารย์” ทุกคนพูดออกมาพร้อมกันพร้องลุกขึ้นทำท่าคารวะ จากนั้นทยอยพากันออกจากห้อง รวมถึงซูเชี่ยวด้วย
“แม่นางซูเชี่ยวเดี่ยวก่อนขอรับ” มีเสียงของชายหนุ่มดังตามหลังนาง ซูเชี่ยวหยุดและหันหลังกลับไป
“ข้าชื่อเจียวซิ่นขอรับ” ชายตรงหน้าเอ่ยแนะนำตัวก่อน เขารูปร่างหน้าตานับว่าหล่อเหลา ไม่ออกแนวไปทางคมเข้มแต่ก็ดูดีใช้ได้ ซูเชี่ยวลอบสังเกตหน้าตาของชายหนุ่มตรงหน้า
“เ้ามีอันใดกับข้าอย่างนั้นหรือ” ซูเขี่ยวเอ่ยถามด้วยความงงงวย เธอไม่เคยมีเื่หรือเคยพูดกับชายตรงหน้า อยู่ๆ เขากลับมาทักทายเธอสะงั้น
“เ้าและข้าได้ คะแนนเท่ากัน” เจียวซิ่นหยุดพูดพลางมองหน้าซูเชี่ยวเล็กน้อย และพูดต่อ
“ข้าบอกตามตรง ยังไม่เคยมีใครชนะข้าได้เลย และเ้าคือคนแรกที่ได้คะแนนเท่าข้า” สิ้นคำของเจียวซิ่น ซูเชี่ยวเข้าใจทันทีว่าเขาคงเป็พวกชอบแข่งขันสินะ ชนะมาตลอดอยู่ๆก็กลับมีคู่เเข่ง
“ข้าขอเป็เพื่อนกับเ้าได้หรือไม่” จู่ๆเจียวซิ่นก็พูดด้วยท่าทีจริงจังกับเธอ ซูเชี่ยวที่ได้ยินก็ลังเลเล็กน้อย ั้แ่มาอยู่นี่เธอมีเพื่อนแค่คนเดี่ยว ตอนนี้เธอกลับกำลังมีเพิ่มมาอีกคน
“แต่ข้าคือนางร้ายในสายตาทุกคนนะ แถมพลังภายในก็ไม่มี” ซูเชี่ยวพูดเพื่อเตือนสติชายหนุ่มตรงหน้า ว่าเขาคิดดีแล้วหรือไม่
“ข้าไม่สน ขงจื้อกล่าวไว้ว่าผู้ที่มีคุณธรรมย่อมไม่ทอดทิ้งโดยโดดเดี่ยว และจะมีเพื่อนบ้านมาคบหา” เจียวซิ่นพูดพลางยกนิ้วชี้ขึ้นมาอย่างเป็ผู้แตกฉานด้านความรู้ ซูเชี่ยวได้แต่ส่ายหน้านี่เขากำลังยกยอตัวเองอยู่หรือ
“ได้ ตามใจเ้า” ซูเชี่ยวพูดเสียงดังและเดินตรงกลับห้องพักทันที
———-
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
——————————
ไรท์รู้สึกว่าเพื่อนไหม่ของยายน้อง ทำตัวแปลกๆนะ
ไรท์จะพยายามลงทุกวันน๊าาาทุกคน ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา????