วันวิสาถึงกับมือไม้อ่อน ช่อดอกไม้คงจะร่วงลงพื้นแน่ๆหากไม่ได้แฟนปุบปับของเธอตวัดรับไว้ แล้วมายัดใส่มือเล็กๆ ของเธอเหมือนเดิม
“ก็อยากขอโทษที่เมื่อวานทำเธอเจ็บ หายโกรธยัง” คนถูกง้อแบบงงๆยิ่งงงหนักกว่าเดิม อดแปลกใจไม่ได้ว่าเธอไปมี ‘แฟน’ ั้แ่เมื่อไหร่กัน
ตอนเผลอ
..ละเมอ
..หรือเมา!
เอ้ยยย อยากกรี๊ด!!! นึกสินึก..ว่าเมื่อวานเธอไปไหนมาบ้างไม่นี่นา..แค่ขอลาบ่ายกลับบ้านเพราะเจ็บแผล ก็แค่นั้น
“แหม! มีหนุ่มน้อยหน้าตาดีขนาดนี้ แต่ไม่ยักจะค่อยพามานะคะคุณสา ทีแรก..ดา..คิดว่าคุณลำบากใจที่จะแนะนำคนของคุณให้ใครต่อใครรู้จักซะอีก”นั่นแหละ..สติสัมปชัญญะของคนถูกเหน็บจึงกลับคืนมาดังเดิม เรียกได้ว่าหายอึ้งเป็ปลิดทิ้งเชียว
“เขาไม่ค่อยว่างนี่คะ เลยไม่อยากเซ้าซี้ให้มา”ไม่รู้ว่าละครบทนี้ใครเป็ผู้อำนวยการสร้าง แต่วันวิสาก็ขอดำเนินเื่ต่อ..ในเมื่อสถานการณ์ดูเข้าท่าเข้าทางเหมาะเหม็ง
เธอไม่สนใจแล้วว่านี่จะเป็ ‘แฟนปุบปับ’ที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน แต่ในเมื่อเขาดูดีไม่หยอกเรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าใครเชียวแถมมีช่อดอกไม้สวยงามตามราคาที่ร้อยวันพันปีจะมีคนซื้อให้และที่สำคัญที่สุดก็คือ..อาจช่วยลบข้อครหากับเหล่าหัวหน้าและเ้านายชายหนุ่มที่ส่วนใหญ่ร้อยละ99.99 มีครอบครัวแล้ว
“งั้นวันนี้ที่มาได้ คงว่างสิคะ” ชาลิดาหันไปถามรามชายหนุ่มเลิกคิ้วก่อนโปรยยิ้มแล้วตอบสั้นๆ ว่า “ครับผม” เมื่อได้รับคำตอบเป็ที่น่าพอใจชาลิดาจึงเบือนหน้ามาทางเลขาสาวของคุณสามี“งั้นงานเลี้ยงเย็นนี้คุณคงไม่ต้องฉายเดียวเหมือนเคยแล้ว”
“อะ..เอ่อ..ค่ะ” วันวิสาตอบได้ไม่เต็มเสียงเท่าไหร่นักเพราะที่น่าใกว่านั้นก็คือเธอดันลืมเื่งานเลี้ยงขอบคุณลูกค้ารายใหญ่ขององค์กรที่จะจัดขึ้นที่โรงแรมระดับ 5 ดาวแถวย่านนั้นไปเสียสนิท
กรรมแท้ๆ
“แน่นอนอยู่แล้วครับ” รามตอบด้วยน้ำเสียงแจ่มชัด ราวกับรู้ว่าในใจของคนที่เขาออกปากว่าเป็แฟนกำลังคิดอะไรอยู่หญิงสาวตวัดค้อนใส่เขาอย่างหมั่นไส้
อีตานี่! ขนาดว่าไม่ได้เป็แฟนกันจริงๆยังเนียนซะ..กะล่อนชัดๆ
“งั้นตามสบายนะ เอ่อ! สา ผมฝากเอกสารไปวางที่โต๊ะด้วยเดี๋ยวจะพาคุณดาไปทานข้าว ่เช้ามีประชุมตอนเก้าโมงตรงใช่ไหม งั้นช่วยเตรียมแฟ้มไว้ที่ห้องประชุมเลยนะ”ภาสกรตัดบทเมื่อเห็นว่าเวลาล่วงผ่านไปพอสมควร
“ค่ะ ผอ.” วันวิสารับคำพลางน้อมหัวให้เ้านายเล็กน้อยรามยึดช่อดอกไม้มาถือไว้เองเพื่อให้หญิงสาวได้ทำหน้าที่เลขาที่ดีถือของให้เ้านาย เ้าหล่อนลอบเหล่คนข้างตัวอย่างคาดไม่ถึง
รู้งานนี่ ..เหอะ เดี๋ยวได้คุยกัน
“เดี๋ยวหมวยเอากระเป๋ากับเอกสารของ ผอ.ไปวางไว้ให้เองค่ะ”น้องหมวยอาสาด้วยสีหน้าระรื่น ก่อนจะจีบปากจีบคอเป็เชิงแซว “จะได้พาแฟนไปทานข้าวบ้างไงคะอีกเป็ชั่วโมงแน่ะกว่าจะเข้างาน รีบๆ ไปกันได้แล้วพี่ ไม่ต้องห่วงทางนี้นะ..จัดการให้”ชายหนุ่มถึงกับยกนิ้วโป้งแทนคำชม
“แหม..คุณหมวยนี่รู้ใจ มาคราวหน้าผมจะซื้อขนมมาฝากนะครับ”วันวิสาปรายตาขวางก่อนจะพุ่งศอกกระทุ้งเข้าสีข้างพ่อยอดกะล่อนด้วยความหมั่นไส้
มาแค่แปบเดียวก็เริ่มหว่านเสน่ห์คนไปทั่วแล้ว
“ขอบใจนะหมวย ฝากด้วย” แล้วเธอก็รีบคว้าแขนนายตัวดีลากออกไปให้พ้นเส้นทางที่มีผู้คนพลุกพล่านตรงระเบียงทางเดินเชื่อมต่อระหว่างตึกน่าจะเหมาะสุด
“กำลังทำอะไรอยู่ อธิบายมา” หญิงสาวเค้นเสียงคาดคั้น
“ฝืมือผมไง..ช่อนี้น่ะเป็พันเชียวนะ ผมแค่บอกคนขายว่าอยากได้แบบชนิดสวยสะใจเหมือนอย่างของคนที่เพิ่งเดินออกไปไม่ยักรู้ว่าเป็เ้านายเธอ โลกกลมชะมัด” คนฟังย่นหน้าก่อนว๊ากเสียงลั่น
“ไม่ใช่!!! ฉันหมายถึงตัวนายต่างหาก นายเป็ใคร มาจากไหน..ห๊า!!!” คนถูกเกรี้ยวกราดใส่ยกนิ้วอุดหูแทบไม่ทัน อดคิดไม่ได้ว่าหากเ้าหล่อนสบายดีไม่มีตรงไหนาเ็อย่างที่เป็ตอนนี้ เขาคงอาจถูกฟาดเนื้อเขียวไปแล้ว
“ยัง..ยังอีก” เมื่อไม่ทันใจคนรอฟังแขนข้างถนัดจึงเงื้อขึ้นกลางอากาศ
“อย่าๆ มีแผลนะนั่นน่ะ” รามปรามเสียงหลงก่อนจะคว้าแขนเ้าหล่อนไว้ได้ทันมือหนาััท่อนแขนอีกฝ่ายที่พันผ้าพันแผลไว้อย่างเบามือเพราะรู้ดีว่าเขาคือต้นเหตุที่ทำให้เธอได้รับาเ็ “ดีขึ้นหรือยัง”
วันวิสาอึ้งไปเมื่อเจอเข้ากับหน้านิ่งๆที่ดูจริงจังมากกว่าจะล้อเล่น ทำให้จากคนที่ดูเป็หนุ่มน้อยหน้าอ่อนกลายเป็ผู้ใหญ่ขึ้นทันตาเห็นและบางอย่างก็เพิ่งผุดขึ้นมาในสมองแต่เหมือนมันประมวลผลช้ากว่าปกติ นอกจากจะคิดอะไรช้าแล้วยังหลงลืมง่ายอีกต่างหาก
“ก็อยากขอโทษที่เมื่อวานทำเธอเจ็บหายโกรธยัง”
“นาย! นายคือไอ้เด็กซ่าเมื่อวานนี้หรอ”