พริมกลับขึ้นมาบนห้องนอนอีกครั้งด้วยความรู้สึกโหวงเหวงในอก เธอยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า พลางคิดว่าจะเปลี่ยนชุดอะไรดีที่ดูเหมาะสมสำหรับการลงไปต้อนรับแขก แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสบายตัวสำหรับการนอนต่อหลังจากนี้
มือเรียวไล่ไปตามราวแขวนเสื้อ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ เสื้อยืดสีขาวคอกว้างตัวโคร่ง ผ้าฝ้ายเนื้อบางเบาที่ผ่านการซักจนนิ่มย้วย มันเป็เสื้อตัวโปรดที่เธอชอบใส่นอนเพราะระบายอากาศได้ดี และที่สำคัญ คอเสื้อที่กว้างจนแทบจะตกไหล่นั้นทำให้เธอรู้สึกไม่อึดอัด
‘ก็แค่ลงไปจัดแจงกับแกล้มแปปเดียว ใส่แบบนี้แหละ สบายดี’
พริมบอกตัวเองในใจ ก่อนจะสลัดเสื้อคลุมชุดนอนทิ้ง เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าที่งดงามราวกับงานศิลปะ เธอหยิบเสื้อยืดตัวนั้นมาสวมทับโดยปราศจากบราเซียร์ พวงเนื้ออวบอัดคู่โตที่เป็ความภาคภูมิใจถูกปล่อยให้เป็อิสระภายใต้เนื้อผ้าบางๆ หัวนมสีชมพูระเรื่อดุนดันเนื้อผ้าออกมาเป็จุดเล็กๆ อย่างปิดไม่มิด ยิ่งเวลาขยับตัว ก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นหนักอึ้งทั้งสองข้างก็จะแกว่งไกวไปมาอย่างอิสระ กระแทกกระทั้นกันเองอยู่ภายในเสื้อตัวโคร่ง
เมื่อมั่นใจว่าดูไม่โป๊จนเกินงาม (ในความคิดของเธอ) พริมก็จัดแจงยกถาดเครื่องดื่มและกับแกล้มชุดใหญ่เดินลงบันไดมา
บรรยากาศในห้องรับแขกเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง กลิ่นอายของบุรุษเพศอบอวลไปทั่วห้อง ทีวีจอใหญ่กำลังฉายภาพการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เสียงเชียร์และเสียงคุยโวของชายหนุ่มดังกระหึ่ม
"เฮ้ย! ลูกนี้ต้องเข้าแล้วไหมวะ!" เสียงกานต์โวยวายด้วยความอินจัด เขาหันหลังให้บันได สายตาจดจ้องอยู่แต่หน้าจอ
แต่สำหรับแขกอีกสามคน ...สายตาของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่ลูกฟุตบอล
ทันทีที่พริมก้าวเข้ามาสายตาคมกริบสามคู่ก็หันมาจับจ้องที่เธอเป็ตาเดียว ราวกับสัญชาตญาณนักล่าที่ได้กลิ่นเหยื่ออันหอมหวาน
"ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ" พริมเอ่ยเสียงหวาน พยายามทำตัวเป็ปกติ ทั้งที่รู้สึกร้อนวูบวาบจากการถูกจ้องมอง เธอเดินตรงไปยังโต๊ะกระจกตัวเตี้ยที่ตั้งอยู่กลางวงล้อมของชายหนุ่มทั้งสี่
ด้วยความที่โต๊ะมันเตี้ยระดับเข่า พริมจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้มตัวลงเพื่อวางถาดเครื่องดื่ม
และนั่นคือวินาทีที่เวลาดูเหมือนจะหยุดเดินสำหรับหนุ่มๆ ทั้งสาม
ทันทีที่พริมโน้มตัวลง คอเสื้อยืดที่กว้างและย้วยก็ทิ้งตัวห้อยตกลงตามแรงโน้มถ่วงโลก และด้วยน้ำหนักของหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่โตมโหฬาร มันจึงพากันเทกระจาดลงมาทำให้คอเสื้อยืดเปิดอ้าออกกว้างกว่าเดิม
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาของเฮียธามที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม และเจตน์ที่นั่งขนาบข้าง คือภาพ์รำไร เนินเนื้อขาวผ่องอัดแน่นเบียดเสียดกันจนแทบไม่มีช่องว่าง ร่องอกลึกที่ดูดสายตา และยอดถันสีหวานที่ชูชันลอยเด่นห่างจากสายตาพวกเขาเพียงแค่คืบ สองเต้าตูมที่ไร้บราห่อหุ้มแกว่งไกวหยุ่นไหวเบาๆ ตามจังหวะการวางแก้ว ราวกับลูกโป่งใส่น้ำขนาดใหญ่ที่จะแตกโพละออกมาได้ทุกเมื่อ
เฮียธามกัดกรามแน่น สายตาคมดุจับจ้องเข้าไปในร่มผ้านั้นอย่างไม่เกรงใจ เขามองไล่ั้แ่เนินอก ลงไปถึงจุดสีชมพูที่วูบไหว ลิ้นร้อนดันกระพุ้งแก้มตัวเองขณะจินตนาการถึงรสชาติของมัน
ส่วนสิงห์ที่นั่งเงียบๆ อยู่อีกฝั่ง ถึงกับต้องขยับตัวเปลี่ยนท่านั่ง อ้าขาออกกว้างขึ้นเพื่อระบายความคับแน่นที่เป้ากางเกงยีนส์
พริมเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เธอรู้สึกเย็นวาบที่หน้าอกเหมือนมีลมพัดผ่าน หรือไม่ก็เป็เพราะสายตาร้อนแรงที่กำลังลวนลามเธอ เธอเหลือบตาขึ้นมองและสบตากับเฮียธามเข้าอย่างจัง แววตาที่เขาใช้มองหน้าอกของเธอ มันเปิดเผย หยาบโลน และเต็มไปด้วยความ้าจนพริมหน้าแดงซ่าน
แต่แทนที่เธอจะรีบยืดตัวขึ้น เธอกลับมือไม้สั่น วางแก้วช้าลงกว่าเดิม ลึกๆ ในใจที่โหยหาความสนใจ มันกำลังกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น
"หนักแย่เลยนะครับ..." เสียงยียวนของเจตน์ดังขึ้นทำลายความเงียบ
พริมสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองเจตน์ที่กำลังส่งยิ้มแพรวพราวมาให้ สายตาของเขาไม่ได้มองที่ถาดในมือเธอ แต่มองจ้องมาทีู่เาลูกใหญ่ภายใต้เสื้อยืด
"คะ? อ๋อ... ไม่หนักหรอกค่ะ แค่น้ำแข็งกับเบียร์เอง" พริมตอบเลี่ยงๆ พยายามทำไม่รู้ไม่ชี้
"ผมหมายถึง..."
เจตน์ลากเสียงยาว ลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองช้าๆ สายตายังคงโลมเลียหน้าอกเธออย่างโจ่งแจ้ง
"ภาระที่ต้องแบกไว้น่ะครับ ดูท่าทางจะใหญ่และหนักเอาเื่ น่าสงสารหลังสวยๆ ของคุณพริมแย่เลย"
คำพูดสองแง่สองง่ามของเขาทำให้พริมหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เธอรู้ทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร
"ไอ้เจตน์ มึงก็พูดไป!"
กานต์ผู้เป็สามีของพริม ที่เพิ่งละสายตาจากทีวีหันมาหัวเราะร่า โดยไม่รู้เลยว่าเพื่อนกำลังแทะโลมเมียตัวเองอยู่
"พริมเขาแข็งแรงจะตาย เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้ งานบ้านงานเรือนคล่องแคล่ว แต่ก็นะ ของดีมันก็ต้องดูแลรักษาหน่อย จริงไหมวะ?"
กานต์พูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจเหมือนกำลังอวดถ้วยรางวัล แต่หารู้ไม่ว่าถ้วยรางวัลชิ้นนี้กำลังจะถูกคนอื่นจ้องขโมยไปเชยชม
"นั่นสิวะ..."
เฮียธามเอ่ยขึ้นบ้าง เสียงทุ้มต่ำของเขามีอำนาจสะกดให้ทุกคนเงียบกริบ เขาจ้องหน้าพริมเขม็งก่อนจะเลื่อนสายตาลงมาที่หน้าอกเธออีกครั้ง
"ของดีขนาดนี้... ถ้าเ้าของไม่ค่อยได้ใช้งาน ระวังมันจะเฉานะเว้ย"
"มึงก็พูดน่ากลัวไปเฮีย เมียกู กูดูแลดีอยู่แล้วเว้ย"
กานต์โบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันมาสั่งพริม
"พริม เตรียมเสร็จแล้วก็ขึ้นไปนอนเถอะ เดี๋ยวพวกพี่จะเสียงดังกัน"
"คะ... ค่ะพี่กานต์"
พริมรับคำเสียงสั่น เธอรีบยืดตัวขึ้นเต็มความสูง หน้าอกคู่โตเด้งกระเพื่อมรุนแรงตามแรงส่งจนเห็นเป็ระลอกคลื่นผ่านเนื้อผ้าบางๆ ทำเอาหนุ่มๆ ทั้งสามกลืนน้ำลายดังเอื้อกพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
เธอรีบหันหลังเดินกลับขึ้นบันได ขาสั่นเทาไม่แพ้มือ... ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความวูบวาบประหลาดที่ก่อตัวขึ้นตรงหว่างขา
พวกเขามอง... เหมือนพวกเขาอยากได้...
ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัวพริม หัวใจเธอเต้นแรงระรัว ผิดกับตอนที่อยู่กับสามีเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง...