คนที่วิ่งตามไอวี่เหมือนกันต่างชะงักงันเมื่อเห็นอีกฝ่ายรีบขึ้นโฮเวรอ์คาร์คันใกล้ตัวเขา ขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะคร่ำครวญถึงความโชคดีของคนที่นั่งอยู่ข้างใน
โฮเวอร์คาร์ที่บรรทุกคนทั้งสามไม่วิ่งะโขึ้นลงบนหลังคาอาคารอีก แต่วิ่งไปตามถนนใหญ่อย่างเป็ระเบียบแทน ทำให้เด็กใหม่รอเข้าเรียนที่ตามมาด้วยถอนหายใจโล่งอก
บางครั้งโชคดีก็เป็จุดแข็งอย่างหนึ่ง!
ขับเคลื่อนไปได้ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ในที่สุดโฮเวอร์คาร์ก็หยุดลง ประตูบานใหญ่อลังการน่าเกรงขามสะท้อนสู่ม่านตาของถังอวี่ บนนั้นเขียนด้วยอักษรโบราณว่า “โรงเรียนทหารอันดับหนึ่งแห่งสหพันธ์หฺวาซย่า” ทำให้คนรู้สึกถึงความลี้ลับจากยุคโบราณ
ทั้งถังอวี่และเฉิงเวยต่างช็อกจนพูดไม่ออก
“ขอบคุณครับรุ่นพี่อวี๋!” ไอวี่ะโบอกลุงวัยกลางคน
รุ่นพี่เหรอ!
พวกถังอวี่มองไปที่ลุงวัยกลางคนด้วยความใ รุ่น รุ่นพี่เหรอ
เห็นเพียงลุงวัยกลางคนยิ้มโชว์ฟันขาว “ไม่ต้องเกรงใจ! อย่าลืมโอนเหรียญดาวทหารเข้าบัญชีของฉันด้วยนะ!”
ถังอวี่ “...” เหรียญดาวทหารคืออะไร
ไอวี่กระโจนเข้าใส่ “รุ่นพี่อวี๋! คุณโกงผมไม่ได้นะ! นี่เป็การให้ติดรถมาฟรีไม่ใช่เหรอ!”
ลุงวัยกลางคนแยกเขี้ยว นิ้วหนาชี้ไปที่พวกถังอวี่ทั้งสอง “พวกเขาต่างหาก” จากนั้นชี้ไปที่ไอวี่ “ไม่ใช่นาย”
“แบบนี้ได้ที่ไหน!” ไอวี่เผยหน้าตาดุร้าย
ลุงวัยกลางคนไม่สนใจว่าเขาจะดุร้ายหรือไม่ “นายมีเงินแต่พวกเขาไม่มี นายวิ่งไปดีๆ ั้แ่แรกก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ยังไงฉันก็ตามไม่ทัน เอาแบบนี้แหละ! ไปละ!”
ไอวี่โมโหฟาดงวงฟาดงาอยู่กับที่
ถังอวี่กับเฉิงเวยมองตากัน สุดท้ายเป็ถังอวี่ที่เดินเข้าไปหา “รุ่นพี่ไอวี่ เหรียญดาวทหารนั่นพวกเราจะคืนให้คุณวันหลัง” รอจนกว่าพวกเขารู้แน่ชัดว่าเหรียญดาวทหารคืออะไรก่อน
ไอวี่โบกมืออย่างคอตกหดหู่ “ช่างมัน พวกนายเป็เด็กใหม่ เห็นอยู่ว่าฉันถูกหลอก โทษใครไม่ได้ก็ต้องโทษตัวเองแล้ว!” ใครใช้ให้เขาี้เีจนวิ่งขึ้นโฮเวอร์คาร์ของรุ่นพี่อวี๋จนลืมนิสัยขี้งกเอาแต่ได้ของเขากันล่ะ
ถังอวี่แอบจดจำเื่เหรียญดาวทหารไว้ในใจ รอวันหลังเขามีแล้วค่อยคืนให้ไอวี่
“ไปเถอะ! เหล่ารุ่นน้องที่รักของฉัน!” ไอวี่ตัดสินใจลืมเื่นี้แล้วพาคนที่ตามหลังพวกเขามาจนถึงประตูโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งได้สำเร็จเข้าไปด้วยกันทั้งหมด
ทันทีที่เข้าประตูมา พวกเขาพบว่ารุ่นพี่สวมหมวกทหารคนนั้นยืนอยู่ด้านในแล้ว
จากความสูงของถังอวี่มองเห็นเพียงคางของอีกฝ่ายกับปอยผมสีเงินที่ไม่ยาวและไม่สั้น
ทุกคนต่างบอกว่าดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ แต่ถังอวี่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น เขามักรู้สึกเย็นวูบวาบอยู่ศีรษะเนืองๆ ถ้ามองขึ้นไปจะไม่แข็งเป็ไอติมแท่งเลยเหรอ
นี่คือบุคคลที่ไม่ควรเข้าใกล้ตามใจชอบ!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ถังอวี่ก็ดึงปีกหมวกตามความเคยชิน
การกระทำนี้ดึงดูดเฉิงเวยได้สำเร็จ ตอนที่อยู่บนโฮเวอร์คาร์ ถังอวี่ก็ดึงปีกหมวกของเขามากกว่าหนึ่งครั้ง
“ถังอวี่นายเป็อะไร มาถึงโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งกันแล้วทำไมนายยังสวมหมวกอยู่อีก” เฉิงเวยถามอย่างแปลกใจ
ถังอวี่ขยับไปข้างๆ “เอ่อ ฉันหน้าตาไม่ค่อยดีเท่าไร...”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ของถังอวี่ ไอวี่ที่อยู่ค่อนข้างใกล้ก็หลุดยิ้มทันที เพราะเขาคือคนที่รู้ความจริง
เฉิงเวยขยับไปหาถังอวี่ราวกับไม่เห็นการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย “ถังอวี่ นายเป็แบบนี้ไม่ถูกนะ ผิวพรรณเป็สิ่งที่พ่อแม่ให้มา นายเปลี่ยนมันไม่ได้ เว้นแต่นายจะไปทำศัลยกรรม แต่จะไม่กล้าโชว์หน้าตาจริงๆ เพราะดูไม่ดีได้ยังไง! นี่เป็พฤติกรรมดูถูกตัวเอง! มันไม่ดีนะ!”
ถังอวี่กระตุกมุมปากอย่างกระอักกระอ่วน ดูถูกตัวเองบ้าอะไรล่ะ เขาไม่ได้ดูถูกตัวเองสักหน่อย!
เขาแค่อยากถ่อมตัว ถ่อมตัวน่ะเข้าใจไหม!
แต่เฉิงเวยไม่ได้ยินเสียงร่ำร้องในใจของเขา ยังเอื้อมมือไปดึงหมวกของถังอวี่ออก “ถังอวี่! มั่นใจหน่อย!”
ถังอวี่ทำได้แค่มองหมวกหลุดออกจากศีรษะตัวเอง แม้เขารู้ว่าเฉิงเวยกำลังจะดึงหมวกของเขา แต่ร่างกายเขาตามไม่ทัน!
ช่างเป็ร่างกายที่ไร้ค่าน่าชังนัก!
ผมสีน้ำตาลเข้มปรากฏต่อหน้าทุกคน แต่ว่า! นี่ไม่ใช่ประเด็น!
“พรืดฮ่าๆๆๆ!”
คนอื่นๆ ก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่เช่นกันราวกับเป็โรคติดต่อ
รอยคล้ำใต้ดวงตาสีเข้มบวกกับผมสีน้ำตาลเข้ม...
ให้ความรู้สึกแปลกจน...อธิบายไม่ถูก!
ถังอวี่ดึงหมวกของตัวเองคืนด้วยสีหน้าบึ้งตึง แต่ใบหน้ายังคงขึ้นสีแดงเล็กน้อย
เขาก็อยากกำจัดรอยคล้ำใต้ตาให้หายไปเร็วๆ! แต่รอยคล้ำใต้ตานี่คล้ายกับต่อต้านเขา ทั้งที่กำจัดออกได้ภายในสิบวันถึงครึ่งเดือน แต่ไม่รู้เพราะอะไรมันกลับไม่ยอมหายไป!
“ขอโทษนะ…” เฉิงเวยรู้ว่าตัวเองก่อปัญหาแล้ว ที่แท้ถังอวี่ก็ไม่ได้พูดเรื่อยเปื่อย แต่หน้าตาดูแย่จริงๆ แค่ไม่รู้ว่ารอยคล้ำใต้ตาวงใหญ่นั่นมีมาแต่กำเนิดหรือเปล่า
“ไม่เป็ไร” ถังอวี่พูดเสียงแข็ง
แต่เสียงหัวเราะก็ยังไม่หยุด จนกระทั่งน้ำเสียงเ็าดังก้องหน้าประตูโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง “หัวเราะจนพอแล้วก็ไปรายงานตัว ถ้าไม่อยากรายงานตัวก็ไสหัวกลับไป”
ทั้งที่เป็ประโยคบอกเล่าสุดแสนธรรมดา แต่กลับทำให้คนอยากจะปฏิบัติตามคำพูดของเขาในทันที ความเร็วของทุกคนรวดเร็วราวกับมีผีร้ายไล่ตามหลัง
ทุกคนแยกย้ายตัว ถังอวี่คิดจะตามไปด้วย แต่นึกไม่ถึงว่าน้ำเสียงเ็านั่นจะเรียกตัวเองไว้
“ถังอวี่”
ถังอวี่หยุดก้าวเดิน มองยังรุ่นพี่ที่สวมหมวกทหารคนนั้น
ดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งราวกับลำแสงเยือกแข็ง แทบจะแช่แข็งถังอวี่เอาไว้
“ตามมา”
เฉิงเวยมองถังอวี่อย่างเห็นอกเห็นใจ ก่อนจะทำปากพูดโดยไม่มีเสียงว่า ‘RIP’ เขาไม่กล้าตามไป ถังอวี่ไปคนเดียวแล้วกันนะ
RIP บ้าอะไร!
ถังอวี่ทำสีหน้าซังกะตายใส่