คราวนี้ตะวันวาดหันขวับมองหน้าภูธเรศ น้ำเสียงนั้นปะปนไปด้วยความเกลียดชัง แต่ก็เต็มไปด้วยความสนิทสนม
คิ้วเรียวขมวดน้อย ๆ .. เธอมองหน้าอันธกานต์
ร่างสูงยังคงนิ่งไม่ตอบ ทว่านัยน์ตาสีน้ำตาลคมกริบช้อนมองอีกฝ่ายอย่างท้าทาย
“เพราะแกใช่ไหม!? บุหลันถึงเป็นแบบนี้” เสียงทุ้มของภูธเรศตะคอกดังขึ้น ตะวันวาดหลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเอง
ภูธเรศถลาเข้าไปกระชากคอเสื้อของอันธกานต์ ตะวันวาดยกมือขึ้นกีดกันทั้งคู่ตามสัญชาตญาณ
“พี่ภู ไม่ใช่นะคะ!” คนตัวเล็กร้องเสียงหลง
“หลบไปตะวัน”
ภูธเรศพยายามผลักคนตัวเล็กให้หลบออกไปด้านข้าง ตะวันวาดพยายามรั้งตัวเองเอาไว้ให้มากที่สุด อันธกานต์ยังคงจ้องอีกฝ่ายด้วยสีหน้านิ่ง
คนมาใหม่ส่งเสียงหัวเราะเยาะผ่านลำคอ ภูธเรศยั้งมือไว้ไม่อยู่ เขาผลักตะวันวาดออกไปสุดแรงเพื่อที่จะได้เอื้อมถึงตัวอันธกานต์
พลั่ก!
ร่างบางปลิวลงไปนั่งอยู่บนพื้น ขณะที่ภูธเรศคว้าคอเสื้อของอันธกานต์เข้ามาไว้ในมือ
“พี่ภู มันไม่ใช่อย่างที่พี่คิดนะคะ พี่ธันไม่ได้เป็นคนทำ พี่บุหลันรถคว่ำเองจริง ๆ ” ตะวันวาดตะโกนเผลอพลั้งเรียกอันธกานต์อย่างคุ้นเคยโดยไม่รู้ตัว
คนตัวเล็กพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้น
“แกไม่มีปัญญาดูแลเธอ แล้วมาแย่งบุหลันไปทำไม” ภูธเรศตะคอกใส่หน้าอันธกานต์โดยไม่สนใจสิ่งที่ตะวันวาดเพิ่งกล่าวออกไปเลยแม้แต่น้อย
อันธกานต์เชิดใบหน้าขึ้น เขามองภูธเรศด้วยสายตาเย้ยหยัน
“บอกฉัน.. หรือบอกตัวเอง? ” ประโยคสั้นกระชับ แต่กระแทกความรู้สึกของภูธเรศเข้าอย่างจัง!
“บุหลันคบกับฉันเป็น 10 ปี เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น!” ภูธเรศตอบอย่างรวดเร็ว ใบหน้าขาวแดงจัดด้วยความโมโห
“บุหลันคบกับแกมา 10 ปีแต่สุดท้ายเธอก็เลือกฉันที่มาก่อนแก” อันธกานต์ต่อประโยคโดยไม่ต้องหยุดคิด นิ้วชี้เรียวจิ้มลงตรงหน้าอกของภูธเรศ พร้อมกระตุกยิ้มอย่างผู้มีชัยชนะ
“ไอ้!” ภูธเรศกำหมัดเหวี่ยงขึ้น
“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม.. ทุกอย่างที่เป็นของฉัน.. ฉันจะเอามันคืน” เสียงทุ้มกระซิบด้วยรอยยิ้มแสยะ
นี่มันอะไรกัน.. ตะวันวาดพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวจากบทสนทนาที่ดุเดือดระหว่างชายหนุ่มสองคนตรงหน้าเธอ
ตะวันวาดอ้าปากค้างน้อย ๆ นัยน์ตากลมกะพริบปริบ ๆ ขณะที่สมองกำลังประมวลผล.. เธอรู้ว่าพี่สาวเคยมีแฟนคนหนึ่งก่อนที่จะคบกับพี่ภู..
หรือผู้ชายคนนั้นคืออันธกานต์!? ตะวันวาดใจเต้นรัวขึ้น.. นัยน์ตากลมตวัดมองผู้ชายในห้วงความคิด จังหวะเดียวกับที่หมัดของภูธเรศถูกเหวี่ยงห่างจากใบหน้าหล่อเหลาเพียงหนึ่งศอก
พลั่กกกก
“เธอต้องซวยทุกครั้งที่กลับไปอยู่กับแก!!!!” ภูธเรศจะตะโกนใส่หน้าอันธกานต์
หมัดหนักเหวี่ยงกระทบกับกรามบนใบหน้าของอันธกานต์ คนโดนต่อยเซเล็กน้อยใบหน้าเหวี่ยงไปตามแรงชก ทว่าร่างสูงก็ดึงตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็วก่อนจะ..
พลั่กกกก
เขาซัดข้อมือลงบนใบหน้าภูธเรศด้วยน้ำหนักไม่น้อยไปกว่ากัน
“แกมันดีกว่าฉันตรงไหน? พังงานแต่งงานของคนอื่น แถมยังทำเมียคนอื่นท้อง!!” อันธกานต์ย่างสามขุมไปดึงคอเสื้อภูธเรศ
ตะวันวาดมองอันธกานต์ด้วยความตกใจ.. เธอตั้งใจรีบวิ่งเข้าไปห้ามทั้งคู่ แค่คำพูดของเขาทำให้เธอหยุดชะงัก
“แกพูดบ้าอะไรของแก” ภูธเรศตะโกน.. ทว่าสีหน้าของเขาดูตกใจไม่น้อย
“หึ บุหลันท้อง.. และฉันไม่ได้เป็นพ่อของเด็ก.. คืนวันแต่งงานแกมีอะไรกับเธอใช่ไหม!? ” อันธกานต์ตะโกนกลับ สีหน้าของเขาเดือดดาลไปไม่น้อยกว่าภูธเรศ
ชายหนุ่มของบ้านอัศวะนัยตะลึงงัน เขาหันไปมองบุหลันรังสรรค์ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงก่อนจะหันกลับมามองอันธกานต์ ท่าทางเดือดดาลของอีกฝ่ายทำให้ภูธเรศรู้ว่าอันธกานต์ไม่ได้ปั่นหัวเขาเล่นแน่นอน..
และฉันแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เป็นพ่อของเด็ก... คำพูดของอันธกานต์ก้องอยู่ในห้วงความคิดของทั้งภูธเรศและ ตะวันวาด.. ทำไมกัน… คำถามวิ่งวนอยู่ในสมองตะวันวาด
พลั่กกกก
อันธกานต์เหวี่ยงหมัดใส่กรามภูธเรศอีกครั้ง เขายึดคอเสื้ออีกฝ่ายขึ้น
“ฉันถามว่าใช่ไหม!? ” คำถามนี้ติดค้างอยู่ในใจอันธกานต์ตลอดหนึ่งอาทิตย์กว่าที่ผ่านมา การได้เห็นหน้าภูธเรศในวันนี้ทำให้ความอัดอึดที่ถูกกักเก็บเอาไว้ปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ไอ้ @# (%@* ” ภูธเรศสบถ เขาสะบัดตัวเองให้หลุดจากเงื้อมมือของอันธกานต์ ชายหนุ่มตะเกียกตะกายเดินไปหาบุหลันรังสรรค์
ภูธเรศมือสั่น.. เขาจ้องมองช่วงท้องของหญิงสาวเอื้อมมือเพื่อไปสัมผัสมัน..
“สายไปแล้ว.. เด็กคนนั้นไม่อยู่แล้ว” เสียงทุ้มของอันธกานต์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเย็นเยียบ สีหน้าหล่อเหลาแสดงความสะใจเมื่อเห็นภูธเรศตกใจจนเก็บความรู้สึกเอาไว้ไม่อยู่..
“แก… ไอ้ธัน.. ทั้งหมดเป็นเพราะแก!!” ภูธเรศกัดฟันกรอด เขากระโจนเข้าไปต่อยอันธกานต์อีกครั้ง
พลั่กกกก
เสียงหมัดดังสลับกับตุบตับ
“หยุดนะคะ ไม่เกรงใจโรงพยาบาลก็เกรงใจพี่บุหลันบ้าง” เสียงเล็กตะโกนหนักหน่วงไม่แพ้แรงหมัดของทั้งคู่ เธอมองไปยังร่างของพี่สาวที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ข้างเตียง เธอโกรธจนตัวสั่น
ทันใดนั้นเสียงประตูก็เปิดดังขึ้นตามมาด้วยร่างของนางพยาบาลที่จ้องพวกเขาด้วยสายตาตำหนิ อันธกานต์และภูธเรศยังอยู่ในสภาพที่ฟัดกันอยู่บนพื้นห้อง
“เสียงดังออกไปถึงข้างนอกเลยค่ะ รบกวนให้เกียรติสถานที่ด้วยนะคะ” พยาบาลสาวยกมือขึ้นกอดอก พร้อมกับยืนจ้องพวกเขาต่ออีกเกือบสามวินาที
“ดิฉันรบกวนเชิญออกไปด้านนอกด้วยค่ะ” คุณพยาบาลพูดต่อน้ำเสียงเด็ดขาด หล่อนดูเหมือนจะตัดสินใจได้ว่าการไล่พวกเขาออกไปดูน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด..
“คุณภู.. ตะวัน.. คุณธัน” เสียงของหญิงสาวสูงวัยที่ดังขึ้น เรียกความสนใจของทุกคนในห้องไปได้ มารดาของตะวันวาดกวาดสายตามองก่อนจะหยุดที่คุณพยาบาล
ชายหนุ่มทั้งสองคนตัดสินใจลุกกลับขึ้นมายืนให้ดูเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น อันธกานต์ยกมือขึ้นกระชับเสื้อเชิ้ตของตัวเอง ขณะที่ภูธเรศยกมือปัดบ่าอย่างไม่สนใจ
“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ” หล่อนถาม คุณพยาบาลมองหนุ่มสาวภายในห้อง ก่อนจะหันกลับมาตอบหญิงสาวซึ่งเธอจำได้ว่าเป็นมารดาของผู้ป่วย เธอทำท่าจะตอบแต่ตะวันวาดรีบเอ่ยขึ้นมาก่อน
“ไม่มีอะไรค่ะแม่ แม่มาก็ดีแล้ว หนูจะได้ไปทำงาน”
ตะวันวาดลอบถอนหายใจและรีบเดินเข้าไปหามารดาทันที คุณพยาบาลเลิกคิ้วเล็กน้อย พลางสายตาปราดมองชายหนุ่มร่างสูงทั้งสองคนเป็นเชิงตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่พวกเขาจะเดินกลับออกไป
ภูธเรศส่ายศีรษะอย่างเสียไม่ได้ เขามองอันธกานต์อย่างอาฆาตก่อนจะเดินผ่านคุณพยาบาล ผลักประตูออกไปนอกห้อง
ตะวันวาดเดินตามภูธเรศออกมา ตามติดมาด้วยอันธกานต์
เมื่อเริ่มขยับเดินตะวันวาดรู้สึกได้เจ็บปวดเล็กน้อย มือบางยกจับสะโพกตามสัญชาตญาณ..
คงเป็นตอนที่ภูธเรศผลักเธอล้มลงไป... มือเล็กยกออกจากสะโพก ก่อนสายตาตะวันวาดจะปะทะเข้ากับภูธเรศที่ยืนมองเธอ..
“ตะวันเจ็บเหรอ พี่..พี่ขอโทษ” เสียงนุ่มทุ้มถามอย่างห่วงใย ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ตะวันวาดมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะโมโหเพียงใด ตะวันวาดก็ยังคงเป็นเหมือนน้องสาวของเขาวันยังค่ำ.. ตะวันวาดดึงความสนใจของเขาได้ไปชั่วครู่
ร่างเล็กส่ายศีรษะ
“ไม่เป็นไรค่ะพี่ภู” เธอตอบ มือเล็กยกจับมือทั้งสองข้างของภูธเรศ โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาของอันธกานต์จับจ้องอยู่ตั้งแต่เดินออกมา
ใบหน้าคมเรียบเฉย.. ผิดกับแววตาที่แข็งกร้าวขึ้นมองไปยังมือของทั้งคู่
“พี่ภู.. ตะวันขอโทษที่ไม่ได้บอกนะคะ พี่จินเองก็ไม่ได้อยากปิดพี่ภูเลย.. ส่วนเรื่อง..” คนตัวเล็กพูดต่อไม่ออก..
ภูธเรศถอนข้อมือออกจากตะวันวาด หันหน้ามองไปทางอื่นอย่างไม่สบอารมณ์ เขาทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ยั้งคำพูดเอาไว้เมื่อเห็นว่าอันธกานต์ซึ่งเป็น ‘คนนอก’ ยืนอยู่ด้วย ภูธเรศหันกลับไปสบตากับตะวันวาดอีกครั้ง
“เรื่องบุหลัน..”
มือยาวยกขึ้นจับบ่าคนตัวเล็ก ช้อนสายตาสบมองอันธกานต์ สลับลงมองตะวันวาด
“เราไปคุยกันที่อื่นเถอะ”
ภูธเรศจูงมือตะวันวาดเพื่อจะเดินออกไปจากชั้นตึก ทว่าเสียงเย็นของอันธกานต์รั้งทั้งคู่เอาไว้เสียก่อน
“งานการไม่มีทำหรือไง ได้ข่าวว่าโรงแรมภูธเรศอันแสนรุ่งเรืองกำไรลดฮวบฮาบติดต่อกันมา 5 ปีแล้ว.. จะไม่ขยันทำงานหน่อยเหรอ? ” เสียงทุ้มน้ำเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเย้ยหยัน แม้สีหน้าอันธกานต์นั้นยังคงนิ่งเรียบ
ภูธเรศกำหมัดแน่น ขบฟันกรามจนเส้นเลือดบริเวณลำคอตึงขึ้น ตะวันวาดมองผู้ที่เปรียบเสมือนพี่ชายด้วยความเป็นห่วง เธอสลับไปมองอันธกานต์ที่จ้องตอบด้วยสีหน้าท้าทาย
คนตัวเล็กรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในหน้าอกซ้าย นึกถึงสิ่งที่เธอเคยถามเพตรา
“โรงแรมภูธเรศในรายละเอียดข้อเสนอ คือโรงแรมภูธเรศเดียวกับที่สนามม้าเทพนิมิตหรือเปล่าคะ”
“ใช่จ้ะ ทำไมเหรอ”
“คุณอันธกานต์ ฉันขอ..” เธอยังพูดไม่ทันจบ อันธกานต์ก็สวนกลับขึ้นมาเสียก่อน
“เธอก็เหมือนกัน” เสียงทุ้มเย็นเยียบ.. ชายหนุ่มยกข้อมือมองหน้านาฬิกายี่ห้อหรูที่ราคาไม่ต่ำกว่าแสนบาท ก่อนจะตวัดสายตากลับไปมองตะวันวาดอีกครั้ง
“อีกไม่ถึง 15 นาทีถึงเวลาเข้างาน คิดว่าเป็นน้องสะใภ้ฉันแล้วจะเริ่มทำงานกี่โมงก็ได้หรือไง”
ตะวันวาดสบตามองเขา เม้มริมฝีปากนิ่ง..
เขาพูดถูกทุกอย่าง..
ภูธเรศหันสบตามองสาวน้อยข้างกาย
“ตะวันทำงานกับไอ้..” เสียงทุ้มชะงัก ภูธเรศไม่อยากแม้แต่จะเอ่ยชื่ออีกฝ่าย
“ทำไมพี่ไม่รู้” เขาเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเบาลง ตั้งใจไม่ให้อันธกานต์ได้ยิน ตะวันวาดมองขึ้นสบตากับภูธเรศ กระซิบน้ำเสียงที่เบาลงไม่แพ้กัน
“เรื่องมันยาวค่ะพี่ภู ไว้ตะวันจะเล่าให้ฟังนะ”
“ไม่.. ลาออก มาทำงานกับพี่กับจินก็ได้” คนหวงน้องสาวเอ่ยขึ้นพร้อมส่ายหน้าไปมาทันที
ตะวันวาดมีสีหน้าลำบากใจ.. ทุกอย่างยุ่งเหยิงเหลือเกิน