สามวันผ่านไป แต่ไพลิน คุณหนูแห่งบ้านหลังใหญ่ยังคงขังตัวเองอยู่ในห้องนอนและไม่ยอมไปเรียนแม้แต่ศินีก็ไม่ยอมให้มาเจอโทรศัพท์ก็ไม่รับสายทำให้บรรดาเพื่อนๆต่างเป็ห่วงว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่คำตอบของไพลินก็ยังเหมือนเดิม
“ฉันไม่เป็อะไรแค่เบื่อๆเอาไว้ถึงเวลาจะเล่าให้ฟังแต่ถ้าเซ้าซี้มากฉันจะทวงเงินที่พวกเธอยืมไปให้หมด”แค่เื่เงินก็ทำให้บรรดาเพื่อนๆไม่กล้าต่อกรกับเพื่อนสาวที่ทั้งสวยและรวยกว่าคนอื่นๆในกลุ่มเพื่อนๆ
“ไอ้บ้าแกกล้าดียังไงมาทำแบบนี้กับฉัน” ไพลินกรีดร้องคนเดียวในห้องเพราะทั้งรู้สึกโกรธอับอายและไม่อยากยอมรับความจริงก่อนจะตัดสินใจให้พี่ชายไปขึ้นเงินแทนเพราะหญิงสาวไม่อยากออกไปไหนเลยตอนนี้
“เงินอะไร”
“พอดีมีคนเขาซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมต่อจากลินค่ะพี่อลันไปขึ้นเงินให้หน่อยนะ ลินไม่ค่อยสบาย”ไพลินวางเช็คใส่มือพี่ชายที่อายุห่างกันสิบปีแล้วก็เดินเข้าห้องนอนส่วนอลันก็ไม่ได้คิดอะไรเก็บเช็คใส่กระเป๋าไว้เพราะเขากำลังไปทำธุระที่ธนาคารอยู่พอดีส่วนเช็คเขาจะให้เลขาไปขึ้นเงินแทนเพราะธุระเขาค่อนข้างใช้เวลาพอสมควรผ่านไปสองชั่วโมงกว่าๆอลันก็กลับมาพร้อมซองใส่เงินแล้วก็เดินไปหาน้องสาวพร้อมกับวางเงินไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง
“พี่เอามาให้ล่ะแล้วจะเอาไปทำอะไร”
“ซื้ออาหารหมาค่ะ”
“หมดนี่เลยเหรอ”
“ค่ะซื้อแล้วก็ไปฝากสถานที่รับเลี้ยงหมาจรไว้ค่ะลินคงเอาไปให้หมดด้วยตัวเองไม่ไหว”
“พี่ไปด้วยไหม”
“พี่อลันไปกับคุณพ่อคุณแม่เถอะงานเลี้ยงงานแต่งงานลูกคุณอาไม่ใช่เหรอคะ”
“เออคุณพ่อคุณแม่ถามหานะเมื่อเช้า”
“ลินบอกแล้วว่าอยากอยู่คนเดียวค่ะ”
“ไล่พี่ซะงั้นพี่ไม่รู้น้องสาวพี่เป็อะไรเอาไว้พี่กลับจากงานเลี้ยงจะพาไปเที่ยวทะเลนะ”
“ค่ะ”ไพลินตอบแล้วมองซองที่ใส่เงิน วันนี้ครอบครัวต้องไปงานเลี้ยงงานแต่งงานซึ่งจัดอยู่ที่หัวหินทำให้อลันต้องขับรถพาพ่อกับแม่ไปก่อนเวลางานเพราะอยากให้พ่อแม่ไม่ต้องรีบมากจนเกินไป
ภาพสุนัขจรจัดจำนวนมากบนกองขยะที่ใหญ่มหึมาทำให้หัวใจของหญิงสาวห่อเหี่ยวทันที
“คุณไพลินใจดีมากครับสวยด้วย” ชายอายุราวๆห้าสิบปีชมด้วยรอยยิ้ม
“พอดีเงินไม่สะอาดค่ะเลยทำบุญดีกว่า”
“เงินสกปรกเหรอครับ”เขายิ้มเล็กน้อย
“ค่ะเงินจากคนเลวค่ะหรือพี่ไม่รับคะ” ไพลินย้อนถามทันที
“รับครับคุณไพลินก็เห็นว่าหมาพวกนี้มันอดอยากแค่ไหนแต่ละตัวผอมเห็นแต่ซี่โครงให้เท่าไรก็ไม่พอผมหาเงินได้ไม่มากพอกับจำนวนหมาพวกนี้หรอกครับ”
“ค่ะฉันซื้อข้าวสารไว้แล้วเขาจะส่งมาให้จนครบจำนวนที่ซื้อส่วนอาหารเม็ดก็สั่งไว้แล้วเช่นกันเขาจะมาส่งพรุ่งนี้ค่ะส่วนนี่เงินที่เหลือเก็บไว้เป็ค่ารักษาเผื่อมีตัวไหนป่วย”
“ใจดีมากครับและขอบคุณที่ไว้ใจผมเงินจำนวนนี้ผมจะใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด”
“ค่ะ”ไพลินยิ้มมองจำนวนสุนัขพวกนั้นอีกครั้งหัวใจที่แห้งเหี่ยวพองโตขึ้นมาทันทีภาพตรงหน้านั้นสอนอะไรบางอย่างให้แก่หญิงสาว
‘บางชีวิตก็ดิ้นรนแค่ให้อิ่มท้อง’’
ตึกสูงใจกลางเมืองหลวงณ ห้องประชุมแห่งหนึ่งที่แอร์ค่อนข้างเย็นฉ่ำแต่ทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนั้นกลับรู้สึกอึดอัดและเครียดเมื่อลูกชายประธานบริษัทกำลังสอบถามเื่บัญชีที่ยอดเงินหายไปสิบล้านบาท
“ผมรู้ว่าทุกคนทำงานหนักและเหนื่อยเพื่อผลกำไรบริษัทและโบนัสปลายปีแต่กรุณาไปหาคำตอบเื่เงินสิบล้านและยอดในนนท์สารที่มันย้อนแย้งกันมาให้ผมดูใหม่”
“ค่ะคุณอัคร”เกศราหัวหน้าแผนกบัญชีพูดด้วยน้ำเสียงตึงเครียด
“เตือนไว้ก่อนนะว่าเื่นี้ถ้าไม่มีใครรับผิดชอบหรือหาคำตอบมาไม่ได้ผมไล่ออกหมด”
“ตะแต่ว่าคุณอัครคะ”เกศราทำสีหน้าไม่สู้ดีนักเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้นส่วนคนอื่นๆก็หันไปมองหน้ากันเล็กน้อย
“วันนี้พอแค่นี้เอาไปคิดและหาคำตอบพร้อมนนท์สารที่ถูกต้องมาให้ผมวันนี้แค่นี้ล่ะ” อัครวิชช์วางนนท์สารที่เขาคิดว่ามันเป็ข้อมูลเท็จและรีบออกไปจากห้องประชุมด้วยความหงุดหงิดแต่เมื่อมีนัดลูกค้าคนสำคัญเขาเลยต้องรีบควบคุมอารมณ์และขับรถไปตามนัดแม้ว่าจะโมโหในห้องประชุมมากแค่ไหนก็ตาม
“คุณไพศาลบอกที่นัดใหม่ได้ไหมครับว่าอยู่ตรงไหนของพัทยา”เขากรอกน้ำเสียงราบเรียบถามแล้วก็ก้มมองชื่อสถานที่นัดหมายก่อนจะรีบขับรถออกไป
รถยนต์คันหรูสีขาวแล่นไปตามถนนก่อนจะแวะจอดที่ร้านกาแฟชื่อดังแถวพัทยาร่างเพรียวในชุดเสื้อยืดพอดีตัวสีขาวกางเกงยีนขายาวทรงหลวมสีเข้มช่างตัดกับรองเท้าแตะสีขาวที่เผยให้เห็นนิ้วเท้าสะอาดสะอ้านเนียนสวยร่างเพรียวเดินถือแก้วกาแฟไปนั่งที่เก้าอี้ว่างริมหน้าต่างที่มองเห็นวิวทะเลได้ชัดเจนทำให้สมองที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงบ้าง
“อุ๊ย”ไพลินใเมื่อย่อตัวลงนั่งแต่ชนเข้ากับไหล่บางคนซึ่งเขาก็หันมาขอโทษเช่นกัน
“ขอโทษครับผมไม่ระวัง”
“ไม่เป็ไรค่ะคุณ….ใช่จริงๆด้วย…ไอ้เลว!”ไพลินจำใบหน้าหล่อเหลานั่นได้แม่น หญิงสาวถือแก้วกาแฟเย็นยืนขึ้นแล้วสาดใส่หน้าเขาจนเลอะไปถึงปกเสื้อเชิ้ตตัวแพง
“คุณใจเย็นๆ”อัครวิชช์จำผู้หญิงคืนนั้นได้แม่นเช่นกัน เขามองรอบๆก่อนจะหันมาแล้วคว้าข้อมือของไพลินเดินออกไป
“ปล่อยนะ”
“ตามมานี่ผมอยากคุยกับคุณอีกครั้ง”
“ไม่ต้องฉันไม่อยากเจอแกอีก”
“ต้องเจอนะผมเป็คนแรกของคุณไม่คิดจะจำผมไว้บ้างเหรอ” เขายังคงจำแม่นว่าผู้หญิงคืนนั้นยังไม่เคยผ่านมือผู้ชายมาก่อนเลย
“เลว”ไพลินกำมือแน่นแล้วมองแก้วกาแฟก่อนจะปาใส่หน้าเขา
“พอแล้วเลอะหมดแล้วถ้าไม่ติดว่าเอ่อ…ผมไม่ยอมนะ”
“ไอ้…”
“ถึงแล้วรถผม”เขาหันมาบอกแล้วเปิดประตูรถดันไหล่ของไพลินเข้าไปด้านในส่วนเขาก็เข้ามานั่งประจำที่คนขับแล้วหยิบเสื้อที่มีสำรองไว้มาเปลี่ยนแทนเชิ้ตที่เลอะ
“ไม่ไปปล่อยนะฉันจะกลับ” ไพลินหันไปบอกเขาพร้อมกับมองรอยเลอะบนหน้าเขาที่เกิดจากน้ำมือตน
“ไปหาที่คุยเดี๋ยวค่อยมาเอารถ”
“ไม่!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของหญิงสาวไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเลยแม้แต่นิดเดียวเขาดีใจด้วยซ้ำที่ได้เจอกันอีกครั้ง
“ผมขอโทษไปหาที่คุยกันก่อนได้ไหมแล้วผมจะไม่ตอแยคุณอีกเผื่อเื่ที่ผมพูดคุณอาจอยากฟังก็ได้นะไม่ต้องกลัวหรอกดูทะเบียนรถผมไว้จำหน้าไว้อีกอย่างกลางวันแสกๆคุณแค่แหกปากร้องคนก็ได้ยินแล้วล่ะ”น้ำเสียงเขาผ่อนลงเล็กน้อยทำให้ไพลินนิ่งก่อนจะมองรอบๆแล้วหันมาตอบเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“สัญญานะว่าจะไม่วุ่นวายกับฉันอีกแล้วจะคุยที่ไหน”ไพลินก็เริ่มอยากรู้คนแบบเขาจะคุยเื่อะไร
“มีอีกที่เป็ร้านอาหารริมทะเลไม่ไกลจากร้านนี้หรอกแต่ว่าวิวน่านั่งคุยกัน”
“อือแล้วก็เช็ดหน้าด้วยฉันอายคนเดี๋ยวหาว่ามากับคนบ้า”หญิงสาวพยักหน้าแล้วก็ข่มใจให้นิ่งเพราะคิดว่ากลางวันแบบนี้เขาไม่มีทางทำอะไรตนได้อย่างแน่นอน
ร้านอาหารไทยที่ตั้งติดริมทะเลคือเป้าหมายที่อัครวิชช์้าพาไพลินไปนั่งคุยกันเขากุลีกุจอเลือกอาหารรวมถึงการโทรจองที่นั่งวิวหน้าต่างเอาไว้ก่อนถึงร้าน
“โชคดีนะได้คิวเร็วปกติผมมาที่นี่แทบไม่ได้นั่งโต๊ะนี้เลย”
“ใครถาม”ไพลินย้อนเขาเสียงแข็งอย่างเห็นได้ชัด
“ระหว่างรออาหารผมเริ่มถามคุณละกัน คุณชื่ออะไร ผมชื่ออัครวิชช์”
“จะรู้ไปทำไมอย่าบอกว่าแค่นี้นะที่จะคุย”
“ชื่ออะไรแค่ชื่อทำให้บ้านล้มละลายหรือไงถึงไม่กล้าบอก”
“ไพลินบ้านฉันไม่ล้มละลายง่ายๆหรอกนะ ชีวิตฉันขับเคลื่อนด้วยแบ๊งค์สีเทาตลอดเวลา”
“ชีวิตผมก็ขับเคลื่อนด้วยแบ๊งค์สีเทาทุกนาทีเช่น”
“อวดรวยว่างั้นเถอะเหอะ”
“เปล่าผมก็แค่เลียนแบบคุณ”
“คืนนั้นแกบอกว่าฉันทำงานเป็เด็กเอ็นแกนี่ดูถูกคนสุดๆเลยนะ”
“ตกลงไม่ใช่เด็กเอ็นแล้วทำงานอะไร”
“ไม่ต้องยุ่งได้ไหมอาหารมาแล้วกินๆซะฉันจะได้ไปเอารถ”
“โอเคกินก่อนเผื่ออารมณ์ดีขึ้น”
“ไม่มีทางฉันได้เกลียดคือเกลียด”
“ไม่ใช่เด็กเอ็นแล้วเป็เด็กผมได้ไหมล่ะ ดูท่าทางก็ยังเด็กๆน่าจะเรียนยังไม่จบ”
“สมองคิดได้แค่นั้นจริงๆฉันไม่กินล่ะ” ไพลินลุกยืนแต่เขาก็พูดให้ใจเย็นเพราะสั่งอาหารมาหลายอย่าง
“ผมขอโทษจริงๆเื่คืนนั้นอยากให้รับผิดชอบก็ได้นะแต่ถ้าให้ถึงขั้นแต่งงานคงไม่ได้เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย”
“ปัญญาอ่อนนะคนอย่างฉันคงไม่หน้ามืดคว้าผู้ชายเฮงซวยมาเป็สามีหรอกนะ”
“ผมมีงานมีการทำมีการศึกษาการเงินก็ดีคุณไม่คิดเสียดายหรอกเหรอ”
“ฉันก็มีเงินไม่เห็นต้องเสียดายเลย”
“ถ้าไม่ใช่เด็กเอ็นคืนนั้นไปทำอะไรถึงเมารั่วขนาดนั้น”
“หนีคุณแม่เที่ยว”คราวนี้คนฟังหัวเราะร่วนพร้อมกับจิบน้ำเล็กน้อย
“พาไปเจอคุณแม่คุณได้ไหมผมอยากเจอมากว่าปล่อยลูกสาวสุดสวยไปเที่ยวจนเมาได้ยังไง”
“ฉันเริ่มเหม็นขี้หน้าคุณแล้วอิ่มหรือยัง”
“ยังครับ”อัครวิชช์พยายามถ่วงเวลาไพลินไว้เพราะเกรงว่าจะไม่มีโอกาสได้คุยหรือเจอะเจอกับหญิงสาวอีกเพราะเขายังข้องใจเื่คืนนั้นที่ยังค้างคาใจ
“มาทำทานให้หมาจรจัดดันมาเจอพวกปาก…อีก”
“อะไรนะคุณมาทำทานให้หมาเหรอ”
“เช็คใบนั้นล่ะให้หมาหมด”
“อืมดีนะได้บุญ”
“ใช่เงินสกปรก”
“ผมทำธุรกิจสะอาดจะสกปรกได้ไงคุณ”
“รีบๆเถอะฉันไม่อยากอยู่ใกล้คุณนานเกินไป”
“ผมแค่อยากขอโทษ”เขาพูดด้วยความรู้สึกผิดจริงๆเพราะเขาไม่คิดว่าจะเจอผู้หญิงที่ยังไม่เคยผ่านมือผู้ชายมาก่อนเลยในสถานที่แบบนั้น
ร่างสูงโปร่งเดินนำหน้าคนร่างเพรียวไปที่รถเมื่อรถแล่นออกมาจากร้านอาหารเขาก็หันมาถามอีกครั้งด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“แนะนำตัวเองให้ผมรู้จักได้ไหม”
“ไม่จำเป็ที่ฉันต้องทำความรู้จัก”
“ผมดูน่ากลัวมากเหรอใช่ผมเสือผู้หญิงแต่คนพวกนั้นยอมเสนอตัวเพื่อแลกเงินเองผมแค่สนองกลับ”
“พอๆน่ารังเกียจ มีหน้ามาเล่าให้ฟังอีก” ไพลินหันหน้าหนีมองไปด้านข้างเพื่อมองวิวด้านนอก
“คุณทำงานหรือยังเรียน”
“เื่ของฉันเลิกถามได้แล้วแค่ฉันยอมนั่งรถมาด้วยก็ดีแค่ไหนแล้วถ้าไม่ติดว่าจะเป็ข่าวคุณโดนแน่”
“ตามใจคุณอยากแจ้งความก็แจ้งผมพร้อมสู้คดี”
“คิดว่าจะชนะเหรอ”
“ก็แค่ผมบอกทนายว่าแอบชอบคุณเลยถือโอกาสตอนเมาพาคุณไปห้องส่วนคุณก็ไม่ได้ขัดขืนก็ขึ้นไปกับผมเองเราต่างก็เมามันก็เลยเถิดตามประสาคนเมาคนเที่ยวกลางคืนใครๆก็ทำแบบนี้ล่ะไปเที่ยวก็ได้คู่นอนกลับไม่แปลกไม่ผิดเพราะต่างเต็มใจสองฝ่าย”
“ทุเรศ”ไพลินส่ายหน้าเริ่มไม่อยากอยู่ใกล้เขาอีก
“คุณต้องมีอะไรแน่ๆถึงไม่กล้าไปแจ้งตำรวจกลัวพ่อแม่รู้หรือเพื่อนหรือแฟนรู้”
“ไม่ต้องยุ่งและไม่ต้องถามอะไรอีกรำคาญ” ไพลินนั่งไม่ยอมตอบเวลาเขาถามอะไรจนถึงรถที่จอดทิ้งไว้
“ไปเลยหรือไงคุณ”
“ใช่ฉันจะกลับบ้านส่วนแกจะไปตายที่ไหนก็ไป” หญิงสาวพูดจบก็ขับรถออกไปด้วยความหงุดหงิด
“ไม่ได้เื่เลยอุตส่าห์ได้เจอหรือว่าเป็ลูกคนรวยเลยไม่อยากเสียชื่อเสียงแต่ทำไมไม่คุ้นเลยนะเราก็ออกงานบ่อยๆ”อัครวิชช์พึมพำเบาๆ วันนี้ถือว่ายังโชคดีได้มาเจอหากเขาไม่ได้มาเจอกับลูกค้าที่นี่คงไม่ได้เจอกับหญิงสาวแม้จะอยากแสดงความรับผิดชอบกับเื่ที่เกิดขึ้นแต่ดูท่าทางแล้วคงยากเพราะดูท่าทางแล้วหญิงสาวคงไม่ยอมใครง่ายๆเขาคิดพลางยิ้มแล้วก็ขับรถออกไปด้วยความสบายไปผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงสายเรียกเข้าก็ดังขึ้นเขาก้มมองโทรศัพท์มือถือที่กำลังดังแต่มือดันพลาดไปโดนจนหล่นที่พื้นเลยก้มเก็บเพราะสายที่เรียกเข้าเป็ของนางแบบชื่อดังที่เขากำลังติดพันอยู่นั่นเอง
“เฮ้ย!” จู่ๆรถก็เสียหลักเขาเงยหน้าอย่างรวดเร็วแต่ก็สายไปเมื่อรถบรรทุกด้านหน้าเกิดเสียหลักเช่นกันแล้วพุ่งตรงมาหาเขา
“หนี!” คนขับรถบรรทุกบอกเพื่อนอีกคนที่นั่งมาด้วยกันแม้จะมีเืเลอะตามแขนแต่ชายสองคนหนีไปได้ก่อนที่จะมีคนมาเจอ
“ชะช่วยด้วย” อัครวิชช์ะโสุดเสียงเืค่อยๆไหลอาบหน้าเขาแล้วทุกอย่างก็เริ่มดับมืดสนิทไป