หลังจากนั้นสักครู่ภายในป่าทึบแห่งนี้ก็มีกลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อย่างสดๆ ฟุ้งไปทั่วกลิ่นยั่วยวนชวนให้ผู้ได้กลิ่นน้ำลายสอ
ด้านหน้าของตู้เซ่าฝู่มีกองไฟสุมฟืนตั้งอยู่ บนเปลวไฟมีขาหมูสองข้างที่ตัดมาจากปีศาจหมูทลายผากำลังถูกปิ้งอยู่บนเนื้อโรยด้วยเครื่องปรุงและสมุนไพรป่าที่หาจากในป่าลึกมีเสียงน้ำมันที่ถูกความร้อน “ซ่าๆ” ดังออกมาไม่หยุดกลิ่นเนื้อย่างช่างหอมหวนชวนให้น้ำลายไหลมากเหลือเกิน
กลิ่นหอมของเนื้อย่างที่โชยมาเตะจมูกแม้กระทั่งสตรีงามชุดเรียบๆ คนนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะหันมามองตามกลิ่น
การทำเนื้อย่างไม่ใช่เื่แปลกใหม่สำหรับตู้เซ่าฝู่หลายปีมานี้ที่เขาหลังเขากับฝูอี้ไป๋เคยแอบทำปิ้งย่างด้วยกันเกินกว่าครั้งสองครั้งแล้ว
เคล็ดลับการทำปิ้งย่างนี้ตู้เซ่าฝู่เรียนรู้มาจากฝูอี้ไป๋ ทุกครั้งที่ย่างเนื้อตู้เซ่าฝู่ััลิ้มลองฝีมือการย่างของฝูอี้ไป๋มาก็ต้องยอมรับว่าทักษะเหนือชั้นจริงๆรสเลิศกว่าพ่อครัวทั้งหลายในบ้านสกุลตู้ไม่รู้ตั้งกี่เท่า
ท้องของตู้เซ่าฝู่ร้องจ๊อกๆนานแล้ว จึงไม่สนภาพลักษณ์อะไรอีกแล้ว เมื่อเนื้อย่างหอมสุกกำลังดีกลิ่นหอมกรุ่นพร้อมทานเขาก็เริ่มบรรเลงกัดเนื้อรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย
“ฝูอี้ไป๋สอนเ้าปิ้งมาใช่หรือไม่?”สตรีงามที่สวมชุดเรียบๆ จ้องมองตู้เซ่าฝู่ที่ฉุดกระชากเนื้อราวกับหมาป่าอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ความเ็าผ่อนลงมานิดหน่อย ฟังดูแล้วทำให้รู้สึกถึงความอ่อนโยนที่แฝงไว้เล็กน้อย
ตู้เซ่าฝู่เงยศีรษะมองไปที่สตรีคนสวยที่สวมชุดเรียบๆ นางนั้น ในเมื่อขณะนี้จะหนีก็หนีไม่พ้นวิ่งหนีไปไม่ไหว จึงเอ่ยถามอย่างไม่คิดอะไรพร้อมกับส่งสายตาสดใสบอกนางไปว่า“ยังมีอีกข้าง ท่านชิมได้นะ ท่านให้ข้าทานยาพิษแต่เนื้อย่างของข้าไม่ได้วางยาพิษไว้ เนื้อของปีศาจหมูทลายผารสััใช้ได้เลยแค่เนื้อของมันแก่ไปนิดหน่อย”
สตรีคนงามลังเลสักครู่ตู้เซ่าฝู่คิดไม่ถึงว่านางจะใช้มือเรียวสวยของนางยื่นมือมาคว้าขาหมูอีกข้างที่พาดอยู่ด้วยมือเปล่าเลยนางใช้แค่ผ้าเช็ดหน้าสะอาดผืนหนึ่งห่อไว้ ริมฝีปากสีชมพู ค่อยๆ ขยับและเริ่มกัดลิ้มรสชาติอาหารท่าทางยังคงอ่อนช้อยดูสง่า ดูแล้วน่าชมกว่าตู้เซ่าฝู่ที่กินมูมมามราวกับหมาป่าเยอะเลย
ตู้เซ่าฝู่ตะลึงมองสักครู่เขาคิดว่ายอดฝีมือขั้นสูงไม่จำเป็ต้องทานอะไรแม่นางคนงามคนนี้กลับมีความอยากอาหารเพราะเนื้อย่าง
“โฮกๆ...”
ท่ามกลางภูผาในพงไพรลึกมีเสียงอสูรคำรามอย่างต่อเนื่อง ดังกังวานไปทั้งขุนเขา
“ข้าพาเ้าไปดูเื่สนุกๆ ดูกันว่าข้างหน้าเกิดอะไรขึ้น”
สตรีงามคนนี้ลุกขึ้นยืนมองไปในทิศทางป่าลึกในเขา เมื่อพูดจบ ตู้เซ่าฝู่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวร่างของเขาก็ลอยทะยานขึ้นฟ้า ห่างไปจากผืนดินตรงนั้นทันที...
ตู้เซ่าฝู่กับสตรีงามชุดเรียบสองคนนั้นเพิ่งออกจากที่เมื่อสักครู่ได้ไม่นานในป่ากลางขุนเขาก็มีเงาของคนประมาณสิบคนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในนั้นมีวัยรุ่นหนุ่มสาวที่ดูเก่งฉกาจจำนวนหนึ่งโดยมีกลุ่มคนที่ดูแข็งแกร่งล้อมรอบเด็กหนุ่มเด็กสาวไว้เป็จุดศูนย์กลาง
“เมื่อครู่มีคนมาเคยมาตรงนี้่นี้อสูรในเทือกเขาอสุรกายอาละวาดและก่อความวุ่นวายกันปกตินักล่าอสูรจะไม่กล้าย่างกรายเข้ามากันแต่ดูท่าทางแล้ว่นี้มีคนรวมตัวกันไม่น้อยบรรดาผู้มีอำนาจและแข็งแกร่งก็น่าจะมากันเยอะเลย”
ผู้นำของกลุ่มเป็ผู้เฒ่าที่มีผมตั้งทรงเหมือนนกกระเรียนเขามองดูกองเพลิงที่ยังไม่มอดดับสนิท ขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า“พวกเราก็รีบเร่งฝีเท้าตามไป จะให้คนอื่นชิงลงมือก่อนไม่ได้”
“โฮก...”
แล้วก็มาถึงยามราตรีอีกครั้งเสียงของอสูรดังมาเป็ระยะและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ต้นเสียงดังมาจากเขตในป่าลึกของเขาอสุรกายมีเสียงเขย่าซ่าๆ ไปทั่วพงไพรของขุนเขาแห่งนี้กระแสเสียงคำรามของอสูรเป็เสียงราวกับน้ำป่าไหลหลากสาดท่วมผืนแผ่นดินที่ราบทำให้ผู้ที่ได้ยินหวาดกลัวใจสั่นขนลุกซู่
“เหตุใด่นี้อสูรและปีศาจทั้งหลายจึงท่าทางดูไม่ค่อยปกติตรงนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ในเขตแดนของแนวเขาอสุรกายนักเล่าอสูรที่กำลังนั่งขัดสมาธิฝึกสมาธิกำหนดลมหายใจเข้าออกอยู่ในความมืดจำนวนมากตื่นตัวขึ้นมาเสียงคำรามของบรรดาอสูรดังมากจนน่าหวาดกลัว
สำหรับนักล่าอสูรที่พเนจรในเขาอสุรกายอยู่เป็นิจก็ยังไม่คุ้นชินกับสภาพการณ์ที่เกิดใน่นี้ แถมสถานการณ์ในตอนนี้ยังตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ
“ตึงโครม!”
ทันใดนั้นผืนพิภพก็เกิดไหวอย่างรุนแรง ทั้งภูผาพนาวันเขย่าอย่างสนั่นหวั่นไหวแนวพฤกษาไหวเป็คลื่นตามสายลม จากนั้นรัศมีแห่งกลิ่นโชกเืแผ่ซ่านปราณอสูรคุกรุ่นพุ่งทะยานสู่เวหา
“อสูรมาแล้วอสูรตัวฉกาจกำลังใกล้เข้ามา”
นักล่าอสูรเหล่านี้สามารถรับรู้ถึงความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างคว้าอาวุธมาจับมั่นไว้ในมือตั้งท่ารอรับการจู่โจมที่อาจเกิดได้ทุกเมื่อ
“โฮก!”
อสูรหมาป่าเป้าสือพุ่งออกมาทั้งตัวของมันเรืองแสง รอบตัวมียันต์อันน่าพิศวงลอยพุ่งอยู่รอบตัวการเคลื่อนไหวของมันรวดเร็วดั่งฟ้าแลบ มันแยกเขี้ยวคำรามเผยให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคม เมื่อมันขยับกรงเล็บเท้าเหล่านักล่าอสูรยังไม่ทันตั้งท่าป้องกันก็โดนตะปบโจมตีจนกระเด็นแตกกระเจิง
“นั่นมันอสูรหมาป่าเป้าสือ!”
บุรุษวัยกลางคนที่ดูความสามารถแกร่งกล้าคนหนึ่งเมื่อเห็นก็สะดุ้งใ อสูรหมาป่าเป้าสือที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้วถือเป็อสูรที่อยู่ในขั้นชีพจรพลิ้วไหวเลยทีเดียวดาบั์ที่อยู่ในมือมีอักษรยันต์เปล่งแสงอยู่โดยรอบดูแค่ผิวเผินก็มองออกแล้วว่าเป็ดาบชั้นเลิศ ทันใดนั้น ยันต์ก็เรียงล้อมใบมีดเป็สายและเปลี่ยนเป็ลำแสงจ้าเขาใช้ดาบฟาดฟันไปทางอสูรหมาป่าเป้าสือ พลังทำลายล้างดูรุนแรงมาก
“โฮก!”
อสูรคำรามเสียงดังจนรู้สึกดั่งฟ้าสั่นะเืขณะที่บุรุษวัยกลางคนผู้นี้ใช้ดาบฟาดฟัน มีอสูรพยัคฆ์ที่แววตาโเี้กระโจนออกมาขนาดตัวใหญ่ราวๆ กับช้างั์ พลังปราณอสูรของมันพลุ่งพล่านเมื่อมันแยกเขี้ยวอ้าปากกว้าง ก็เกิดเป็ยันต์ประกายแสงวิ่งลอยออกมามันอ้าปากกลืนวิชาพลังของบุรุษคนเมื่อสักครู่ กลืนลงคอได้โดยไม่าเ็แต่อย่างใด
“นั่นมันอสูรพยัคฆ์ดูดเืแข็งแกร่งกว่าอสูรหมาป่าเป้าสือเสียอีก”
“ขบวนอสูรขบวนอสูรมาแล้ว”
ขณะนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมีเสียงร้องด้วยความแตกตื่นใ ใน่รัตติกาล บริเวณรอบๆเขาได้ยินเสียงคำรามเป็ระยะ เกิดเป็เสียงโหยหวนดั่งสะท้อนก้องไปทั่ว
“ตึงโครมๆ!”
ในแนวเขามีกลุ่มอสูรร้ายกระโจนออกมา เหมือนเป็กลุ่มก้อนดำๆ ดูทะมึนน่าหวาดกลัว ณกลางท้องฟ้า มีอสูรสายพันธุ์ที่บินได้สยายปีกบินโผมาจำนวนนับไม่ถ้วนยอดต้นไม้ใหญ่หลายต้นถูกพวกมันชนจนพับหักไป
ทั้งขุนเขาพงไพรสั่นไหวก้อนหินั์ตกลงมานับไม่ถ้วน จนพื้นดินสั่นราวกับเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงอสูรร้ายที่บินได้กระพือปีกเหินเวหา ที่บินไม่ได้วิ่งพุ่งออกมาอย่างฉุกละหุก
เมื่อเกิดเหตุการณ์เคลื่อนไหวเช่นนี้นักล่าอสูรของในหุบเขาก็รีบเผ่นหนีกันกระเจิง ไม่มีใครกล้าเผชิญหน้าตรงๆ
ฝูงของอสูรขั้นสูงอย่างอสูรหมาป่าเป้าสืออสูรพยัคฆ์ดูดเื พวกเขาต้านทานไม่ไหว มีหลายคนที่ถูกขบวนอสูรกระโจมสังหารตายคาที่ฉากบริเวณนั้นโหดร้ายและน่ากลัวเป็ที่สุด
“ซู่ๆ!”
เมื่อขบวนอสูรเคลื่อนผ่านไปแล้วในถ้ำหินแห่งหนึ่ง มีเงาของคนราวสิบคนพุ่งออกมาเป็เงาของเหล่าจอมยุทธที่ฝีมือไร้เทียมทานในกลุ่มนั้นมีวัยรุ่นที่ดูฝีมือร้ายกาจรวมอยู่ด้วยคนกลุ่มนี้ไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ ราวกับว่าขบวนอสูรที่น่ากลัวเมื่อสักครู่ไม่สามารถทำให้พวกเขาใกลัวได้สักเท่าไรเพียงแต่ไม่อยากปะทะกับขบวนอสูรให้ต้องเปลืองแรงเท่านั้น
ในบรรดาคนกลุ่มนี้บุรุษศีรษะล้านคนหนึ่งที่เป็ผู้นำดูพิเศษมากบนศีรษะเกลี้ยงไร้เส้นผมของเขามีลายเส้นสีเขียวแกมน้ำเงิน ดูเหมือนเป็อักษรยันต์ทำให้ยิ่งดูน่ากลัวและร้ายกาจ
“คิดไม่ถึงว่าในเทือกเขาอสุรกายจะมีอสูรขั้นสูงมากมายเช่นนี้ต่อไปหากมีเวลาสามารถจับพวกมันกลับไปฝึกให้เชื่องเอามาเป็พาหนะได้”
บริเวณที่ขบวนอสูรผ่านทั้งแถบเละเทะวุ่นวาย ั์ตาของชายหัวโล้นสั่นไหวเล็กน้อยจากนั้นก็มองไปที่บริเวณที่ขบวนอสูรเพิ่งผ่านไป แล้วกล่าวว่า“หากเป็อย่างที่พวกเราสำรวจ ในเขาอสุรกายกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เป็ไปได้อย่างมากว่าพวกที่ตั้งตนเป็ใหญ่เป็หัวหน้าทำให้เกิดเหตุการณ์นี้นี่คือโอกาสอันดีมากครั้งหนึ่งของพวกเราพวกคนอื่นที่ได้กำลังอำนาจที่สูญหายไปแล้วน่าจะมาถึงแล้ว พวกเราต้องเร็วหน่อย”
เมื่อพูดจบคนกลุ่มนี้ก็หายเข้าไปในป่าทันที
ในยามราตรีป่าเขาเกิดแรงเขย่า เกิดแผ่นดินไหว อสูรปีศาจบินว่อนวิ่งอาละวาดและต่างร้องคำรามแผดเสียงดัง ราวกับถูกบางอย่างขับไล่ หรือว่าหลบหนีจากบางสิ่งทำให้ผู้ที่พบเห็นต้องหวาดกลัว
“ดูท่าพวกที่มาตั้งตนเป็ใหญ่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้มิเช่นนั้นคงไม่เป็เช่นนี้ นี่คือโอกาสที่ฟ้าประทานมา ์ประทานโอกาสให้จริงๆ”
ที่หน้าผาแห่งหนึ่งมีผู้เฒ่าชุดดำคนหนึ่ง มือหนึ่งถือไม้เท้าหัวงูที่ดูเก่าโบราณมองไปยังขบวนอสูรที่อาละวาดจนทำใหู้เาทั้งลูกเขย่าสนั่นหวั่นไหวจากที่ไกลๆ เขาขมวดคิ้วราวกับว่ากำลังกังวลใจอะไรบางอย่างพวกวางตนเป็ใหญ่ช่างน่ากลัว หากไม่เกิดเหตุการณ์นี้ คงไม่มีผู้ใดกล้าคิดอะไรแผลงๆ
ท่านอาจารย์ผู้มีอิทธิพลพวกนั้นก็น่าจะมาแล้ว คิดว่าพวกเราคงคว้าโอกาสใหญ่นี้มาได้ยากมากอยู่”บุรุษร่างผอมคนหนึ่งคุยกับผู้เฒ่าชุดดำ
ผู้เฒ่าชุดดำพยักหน้าเล็กน้อยมองไปยังบริเวณหุบเขาลึกที่ขบวนอสูรผ่านไป กล่าวว่า “ไม่ว่าอย่างไรก็ตามพวกเราต้องคว้าโอกาสเช่นนี้ไว้ให้ได้ หากให้ผู้มีอิทธิพลคนอื่นคว้าไปต่อจากนี้ไปคงน่ากังวล”