============ รักนี้ดีต่อใจ ============
บทที่ 3 : ความสัมพันธ์
ร่างเพรียวบางก้าวตรงไปยังบาร์บริการเครื่องดื่มอย่างคุ้นเคยขาวเรียวขาวผ่องที่โผล่พ้นชายกระโปรงหนังสีดำสั้นเหนือเข่าเรียกสายตาหลายคู่ให้จับจ้องมายังผู้มาใหม่หากแต่คนถูกจ้องก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด
หญิงสาวทรุดกายลงบนเก้าอี้บาร์ทรงสูงส่งผลให้กระโปรงที่สั้นเหนือเข่าเลิกขึ้นสูงอีกดวงหน้าสวยหวานไร้ซึ่งสีสันจากเครื่องสำอางมีเพียงแป้งรองพื้นบางเบาอย่างที่เ้าตัวชอบกับอายไลน์เนอร์เส้นเล็กคมกริบบนเปลือกตา ริมฝีปากบางเฉียบถูกแต้มด้วยสีแดงสดขับดวงหน้าหวานๆนั่นให้ยิ่งชวนมอง ร่างบอบบางเผยผิวสวยด้วยเสื้อคอกว้างสีน้ำเงินเข้มเปลือยไหล่สองข้างและเนินอกอิ่มเต็มเรียกให้สายตาหลายคู่พากันจดจ้องมาที่คนงามไม่วางตา
“วันนี้รับเหมือนเดิมไหมครับ”บาร์เทนเดอร์หนุ่มเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเมื่อเห็นลูกค้าที่คุ้นตา
หากแต่คนถูกถามส่ายหน้าเบาริมฝีปากบางได้รูปเอื้อนเอ่ยเสียงเบา “มาคนเดียวน่ะ เอาไม่มีแอลกอฮอล์ดีกว่า”
บาร์เทนเดอร์หนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะขยับมือไปหยิบน้ำหวานสีสวยลงมือผสมเป็ม็อกเทลในแก้วสวยก่อนจะเสิร์ฟให้กับคนตรงหน้าแล้วชี้ไปยังหน้าเวทีแล้วเอ่ยต่อ“พี่คีย์อยู่นั่นครับ”
หญิงสาวมองตามมือที่ชี้ไปก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นชายหนุ่มอยู่ในวงล้อมสาวสวยไม่น้อยกว่าสามคน!
คนหน้าหวานยู่หน้าอย่างที่ทำประจำแล้วหันกลับมาที่เดิม“ขยันคั่วสาวนะเ้านายเราน่ะ”
“ก็สาวแถวนี้ไม่ยอมตกลงปลงใจกับเ้านายสักทีนี่ครับขานั้นก็เลยไปเรื่อยเลย” บาร์เทนเดอร์หนุ่มย้อนกลับด้วยรอยยิ้ม
คำที่คนฟังโคลงหัวน้อยๆขณะที่รอยยิ้มประดับอยู่บนริมฝีปากบางดวงตาคู่สวยเบนกลับไปยังร่างสูงโปร่งที่อยู่ท่ามกลางวงสาวสวยแล้วนึกย้ำในใจ
ปีกว่าแล้วหลังจากเธอเจอกับเขาในวันนั้นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขานั้นก้าวข้ามจากคนรู้จักกลายเป็คนสนิทชนิดที่ว่าเด็กในร้านเกือบทุกคนจำหน้าจำเครื่องดื่มประจำตัวเธอได้ หากแต่เมื่อถูกใครต่อใครถามว่าเธอและเขาเป็อะไรกันทั้งคู่ได้แต่มองหน้ากันเงียบๆ ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา มีเพียงแค่การกระทำที่ทำให้กันตามความรู้สึกของคนทั้งคู่การกระทำต่างๆที่สร้างความสงสัย ใคร่รู้จากคนรอบข้างได้เป็อย่างดี
ในเมื่อคนทั้งคู่คงไม่ใช่แค่พี่น้องแน่ๆเพราะมีพี่น้องที่ไหนทั้งกอดทั้งจูบ โดยไม่แคร์สายตาใคร และมาค้างคืนด้วยกันบ่อยๆแบบนี้
หากแต่คิดว่าเป็คนรักกันก็น่าแปลกใจไม่ใช่น้อยเพราะยามเมื่อชายหนุ่มอยู่ท่ามกลางวงล้อมของหญิงสาว หรือการ ‘หิ้ว’หญิงสาวคนอื่นไปค้างคืนด้วยในบางคืนต่อหน้าต่อตาสาวเ้าก็ไร้ซึ่งอาการหึงหวงอย่างที่ควรจะเป็ใบหน้าหวานหยดย้อยยังประดับด้วยรอยยิ้มพร้อมอาการส่ายหัวเบาๆอย่างอ่อนใจไม่ใช่อาการโกรธเคืองแต่อย่างใด เฉกเช่นเดียวกันกับที่เวลามีใครเข้ามาส่งขนมจีบให้สาวเ้าชายหนุ่มก็ไม่ได้แสดงทีท่าว่าเป็เ้าร่างบอบบางคนนี้หรือแสดงอาการหึงหวงให้เห็นแต่อย่างใดมีเพียงใบหน้าคมคายที่ยังประดับด้วยรอยยิ้มเฉกเช่นเคย
ความสัมพันธ์ที่คลุมเครือไร้ซึ่งความชัดเจนนี้อาจสร้างความฉงนให้กับผู้พบเห็น แต่กับคนทั้งคู่แล้วกลายเป็ความสบายใจในการคบหา
คำนิยามสถานะคงไม่จำเป็เท่าไรหากทั้งเขาและเธอ ‘พอใจ’ ที่จะปล่อยให้เป็แบบนี้ด้วยตัวเอง
มือบางยกม็อกเทลสีสวยกรอกลงปากแล้วเลิกสนใจคนตรงหน้าร่างบอบบางเบนสายตาไปยังดนตรีสดหน้าเวทีแทน
ถ้าถามว่าทำไมวันเธอออกมาแค่คนเดียวเพื่อนสนิทของเธออย่างรินลดาไปไหน
คำตอบคงมีอยู่แค่
อยู่กับแฟน
พี่ซีนหรือศิรวัฒน์ผู้ชายที่ตามจีบเพื่อนเธอมาถึงสองปีเต็มตัดสินใจขอสาวเ้าคบกันอย่างจริงจังเมื่อปีก่อน
แล้วมีหรือรินลดาจะตอบปฏิเสธในเมื่อใจของเพื่อนเธอมอบให้ชายหนุ่มไปเรียบร้อยแล้ว
ความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามจากพี่ชายและน้องสาวเปลี่ยนเป็คนรักทำให้ชีวิตของรินลดามีคนเพิ่มขึ้น
และแน่นอนว่าเมื่อมีคนเข้ามาเพิ่มแต่เวลายังมีเท่าเดิม คนที่เคยตัวติดกันตลอดอย่างเธอก็ถูกลดหลั่นเวลาที่อยู่ติดกับเพื่อนสนิทลงไปเป็ธรรมดาเพื่อให้เหลือพื้นที่ให้กับคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในวงจรชีวิตของเพื่อนเธอ
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้เธอเห็นแววตาแห่งความกังวลในดวงตาเพื่อนอยู่เสมอ
ทำไมรินลดาจะไม่กลัวว่าเธอจะน้อยใจที่ความสำคัญของเธอลดลง
หากแต่เธอเข้าใจและพยายามเปิดใจให้กว้างขึ้นด้วยการบอกให้เพื่อนใช้เวลากับแฟนบ้าง อย่าทำตัวติดกับเธอนักเลยทุกคนต้องมีชีวิตของตัวเองทั้งนั้นรินลดาถึงกับน้ำตาซึมนอนกอดเธอร้องไห้อยู่หลายวันกว่าจะยอมออกไปกับศิรวัฒน์โดยไม่มีเธอติดสอยห้อยตาม
ศิรวัฒน์ไม่เคยแสดงออกว่ารำคาญความสัมพันธ์ที่เขามักจะตกเป็รองอยู่เสมอเพราะเขาเข้าใจดี แต่ในความเข้าใจก็ยังมีความน้อยใจปะปนอยู่ด้วยซึ่งเธอเองนั่นแหละที่สังเกตเห็น ถึงได้พยายามถอยออกมา
เอาเถอะเธอเชื่อว่ารินลดาจะหาตรงกลางที่พอดีกับความสัมพันธ์ของเพื่อนสนิทอย่างเธอ และแฟนหนุ่มได้ในเร็ววันนี้
แต่........
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เหงา
ความเข้าใจกับกับความรู้สึกแตกต่างกัน
ความเข้าใจคือการรับรู้แต่ความรู้สึกเป็สิ่งที่เกิดขึ้นเอง ห้ามกันได้ที่ไหนล่ะ
ดังนั้นเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่านไปกว่าเก่าร้านนี้จึงเป็ที่พึ่งพาของเธอในยามที่เหงา รวมถึงคนตัวสูงๆนั่นด้วย
‘ถ้าพริ้งเหงา มาหาพี่ได้ตลอดนะพริ้งจะมีพี่อยู่กับพริ้งตรงนี้เสมอค่ะ’
ประโยคนั้นถูกย้ำกับเธอทุกครั้งยามที่เธอแบกหัวใจอันห่อเหี่ยวมาหาเขา
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สักครึ่งปี
จุดเริ่มต้นของความเหงา
หลังจากรินลดาตกลงคบกับแฟนเป็เื่เป็ราวความเปลี่ยนแปลงก็เริ่มก้าวเข้ามาหา อาทิเช่น
ข้าวเช้าที่เคยกินกันที่ห้องสองคนกลายเป็สามเมื่อศิรวัฒน์แวะเวียนมากินด้วยบ่อยครั้งก่อนจะพากันออกไปเรียน
เธอติดรถมาด้วยกับเพื่อนนั่นแหละแต่จากเดิมที่เคยนั่งคู่กันได้คุยกันตลอดทาง รินลดาต้องขยับไปนั่งคู่กับใครอีกคนพร้อมทั้งแบ่งปันการสนทนาที่มีแค่สองเป็สามเช่นเดียวกัน
ยังยังไม่หมด
ไหนจะวันหยุดที่เธอกับรินลดามักจะหากิจกรรมทำร่วมกันเสมอๆก็จะมีศิรวัฒน์เพิ่มเติมเข้ามาเสมอไป
แม้แต่่เวลาที่อยู่กันในห้องสองคนบางครั้งก็ยังถูกแบ่งให้กับการรับสายจากศิรวัฒน์
ท้ายที่สุดเธอก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้จริงๆว่าเธอเหงา
พริ้งพรายไม่มีคนอื่นนอกเหนือจากรินลดา
มีบ้านก็เหมือนไม่มี เพราะกลับไปก็เจอแต่คนดูแลพ่อกับแม่ไม่เคยที่จะว่างอยู่กับเธอแม้กระทั่งวันเกิดของเธอเอง ปีๆนึงเธอพบหน้าบุพการีไม่ถึงสิบครั้งดีมีเพียงแต่ข้าวของและเงินทองที่ส่งให้เธอใช้ไม่ขาดมือจนเติบใหญ่เท่านั้น
วงศาคณาญาติก็มีแต่การใส่หน้ากากเข้าหากันเน้นที่ผลประโยชน์ที่เอื้อต่อกัน เธอก็เลยไม่สามารถสนิทใจกับใครได้นัก
เธอไม่มีเพื่อนคนอื่นเพราะไม่มีใครคบเธอด้วยใจจริงเธอเหนื่อยที่จะต้องคอยระแวดระวังความสัมพันธ์กับคนรอบข้างที่เข้ามาตีสนิทจนเธอไม่อยากรับใครเป็เพื่อนอีก นอกจากรินลดาหญิงสาวที่มีชีวิตเหมือนเธออย่างกับแกะ
หากถามถึงแฟนหรือคนรักเธอกลับมองเป็เื่สุดท้ายที่เธอจะมี ก็ด้วยนิสัยแปลกประหลาดไหนจะปากเสียๆของเธอ และความเป็มิตรที่แทบจะติดลบนั่นอีก ทำให้ใครต่อใครยากที่จะเข้าถึงหัวใจเธอให้พูดตรงๆก็ไม่เคยมีนั่นแหละ
ทั้งหมดทั้งมวลนั่นทำให้เธอก้าวเข้าไปหาที่พึ่งสุดท้ายอย่างเขา
คีตาเมธารักษ์สกุล หรือ พี่คีย์ ของเธอนั่นแหละ
วันแรกที่เธอโทรถามว่าเข้าไปหาได้ไหมเขาตอบรับทันทีที่เธอพูดจบ ไร้ซึ่งความลังเลและเมื่อเห็นเธอเต็มตาเขาก็เพียงแค่อ้าแขนกว้างรอ เธอก็วิ่งเข้าไปกอดง่ายๆโดยไม่ต้องมีคำพูดปลอบใดด้วยซ้ำ
เธอกอดเขาอยู่นานจนหัวใจที่เงียบเหงารู้สึกอุ่นขึ้นบ้างก่อนที่เขาจะพาเธอมานั่งดูท้องนภาอันเงียบสงบยามค่ำคืนที่ระเบียงชั้นสองของบาร์แห่งนี้เงียบๆมีเพียงวงแขนแข็งแรงโอบเธอไว้แล้วลูบแขนเธอเบาๆแทนการปลอบประโลม ไร้ซึ่งคำพูดคำปลอบโยนอื่นใดๆ
รอบกายมีแต่ความเงียบสงบเธอเอนกายซบลงกับไหล่กว้างก่อนจะปล่อยให้หยาดน้ำใสไหลรินออกจากดวงตาเงียบๆเขากอดกระชับเธอแน่นขึ้นเหมือนกับรู้ทั้งที่ไม่ได้หันมามอง ปลายนิ้วเรียวยาวผละจากไหล่ขึ้นลูบหัวเธอเบาๆแทนและน่าแปลกที่หัวใจเธอกลับอุ่นจัดเพียงแค่มีคนๆนี้อยู่เคียงข้าง
เธอปล่อยน้ำตาให้ไหลรินจนเผลอหลับไปในอ้อมกอดอุ่นที่กอดเธอแบบนั้นตลอดค่ำคืนที่เงียบสงัด
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
แพขนตาคู่สวยขยับยามเมื่อดวงตาคู่สวยขยับคิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันเมื่อพบกับสภาพห้องที่ไม่คุ้นชินพริ้งพราวยันกายขึ้นก่อนจะชะงักเมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นตานอนอยู่ข้างกายหญิงสาวก้มสำรวจสภาพตัวเองก่อนจะโล่งใจ
อย่างน้อยก็ไม่ได้ปล่อยให้ความรู้สึกครอบงำจนทำอะไรไปโดยไม่รู้ตัว
ความคิดที่มาพร้อมกับความโล่งใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความอุ่นในหัวใจดวงน้อยดวงหน้าสวยหวานหันมองคนที่นอนอยู่ข้างๆริมฝีปากบางขยับรอยยิ้มยามเมื่อเห็นว่าหมอนที่เธอหนุนเมื่อคืนคือวงแขนแข็งแรงของคนข้างตัว มือบางขยับไปไล้แก้มคนที่หลับอยู่เบาๆดวงตาคู่สวยที่มักจะดุอ่อนแสงลงจนไม่เหลือเค้าของความดุ ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าหล่อร้ายของคนที่หลับอยู่นิ่ง
ถ้าเป็คนอื่นมีเธออยู่ในอ้อมกอดแบบนี้สิ่งที่เกิดกับเธอคงไม่ใช่แค่นอนกอดกันจนเช้าแบบนี้ เธอแน่ใจอย่างที่สุด
แต่ก็น่าแปลกที่คนระวังตัวอย่างเธอปล่อยให้คนตรงหน้าเข้าใกล้ได้ถึงขนาดนี้
ขนาดที่ว่าเขาพาหล่อนออกจากร้านเหล้าที่เขาเป็เ้าของแล้วพาขึ้นมาบนห้องของชายหนุ่มได้โดยที่เธอไม่ตื่นแม้แต่นิด
ั้แ่เล็กจนโตประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้เธอเป็คนระวังตัวระวังจนกลายเป็ระแวงเธอจึงเป็คนตื่นง่ายมากชนิดที่ว่าถ้าไม่ใช่มือเพื่อนสนิทอย่างรินลดาเธอจะตื่นทันทีที่ถูกแตะต้องตัว
ความคิดที่ทำให้ดวงหน้าหวานขยับเข้าไปใกล้อย่าง้าเห็นใบหน้าของคนที่นอนอยู่ชัดๆริมฝีปากบางประดับด้วยรอยยิ้มยามเมื่อเห็นไรหนวดจางๆของคนตรงหน้าปลายนิ้วเรียวที่ไล้อยู่ข้างแก้มขยับไปเกลี่ยที่ริมฝีปากอิ่ม
และก่อนที่เ้าของมือจะรู้ตัวริมฝีปากบางของคนหน้าหวานจัดก็ประทับลงกับริมฝีปากอิ่มของคนที่หลับอยู่อย่างแ่เบาก่อนจะผละออก
รอยยิ้มหวานแต่งแต้มบนดวงหน้าสวยก่อนที่เสียงหวานใสจะเอ่ยเบา“ขอบคุณนะคะ”
เธอััแก้มของคนที่หลับอยู่อีกครั้งอย่างขอบคุณก่อนจะค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากอ้อมกอดอุ่นๆของคนข้างกาย
หมับ!
“อ้ะ”เสียงของคนถูกดึงดังขึ้นเมื่อร่างทั้งร่างเซถลาลงมาปะทะกับอกอุ่นก่อนจะถูกพลิกหลังลงกับเตียงนุ่มแล้วทาบทับด้วยคนตัวโต
ดวงตาคู่คมไร้วี่แววของคนพึ่งตื่นจ้องมองคนหน้าสวยนิ่งก่อนจะเผยรอยยิ้ม
“ตื่นั้แ่เมื่อไรคะ”เสียงของคนที่ถูกดึงลงมากอดเอ่ยถาม มั่นใจแน่แล้วว่าคนตรงหน้าไม่ได้พึ่งตื่น
“ั้แ่พริ้งจับแก้มพี่รอบแรกค่ะ”คนถูกถามตอบเต็มปากเต็มคำ ดวงตายิ้มได้พราวระยับอย่างชอบใจเมื่อทันทีที่จบประโยค ดวงหน้าขาวของคนด้านใต้เริ่มแดงระเรื่อความร้อนของแก้มใสที่มาพร้อมการหลุบตาต่ำ
“แกล้งพริ้งอีกแล้วนะคะ”เสียงหวานเอ่ยเบาราวเสียงกระซิบ
“ก็อยากรู้นี่คะว่าถ้าพริ้งตื่นมาแล้วเห็นตัวเองนอนซบอยู่บนอกพี่แบบนี้พริ้งจะทำยังไง” คนตัวโตกว่าตอบพร้อมยิ้มใส่ตาคนที่ตวัดสายตากลับมาสบตาด้วยอีกครั้ง
“ก็ได้รู้สมใจแล้วนี่คะงั้นพี่คีย์ก็ควรจะปล่อยพริ้งได้แล้วค่ะ” เธอว่าเสียงดุ มือบางยันอกของคนที่กอดเธออยู่เบาๆเป็สัญญาณ
“ยังไม่อยากปล่อยค่ะอยากกอดพริ้งไว้แน่นๆแบบนี้”ปากไม่ว่าเปล่าวงแขนแข็งแรงโอบกระชับร่างเพรียวระหงเข้ามาให้ชิดอีก“แล้วก็อยาก..........”
ชายหนุ่มลากเสียงพร้อมกับปลายนิ้วที่ลากไล้มาตามแก้มนิ่มก่อนจะหยุดที่ริมฝีปากบางแล้วออกแรงคลึงเบาๆ
“.....จูบ......”
เสียงทุ้มต่ำมาพร้อมกับแววตาที่ฉายชัดถึงความ้าแรงกล้าปลายนิ้วเรียวกดคลึงย้ำบนริมฝีปากบางของคนถูกกอด ดวงหน้าคมโน้มเข้าใกล้พร้อมกับเอ่ยถามคนตรงหน้า
“ให้พี่ได้หรือเปล่าคะ”
คนถูกถามนิ่งไปนิดดวงตากลมโตมองสบกับคนที่อยู่ห่างเพียงแค่ลมหายใจกั้นแล้วเอ่ยตอบ
“กักตัวพริ้งไว้ขนาดนี้ยังจะขออีกหรือคะทำอย่างกับว่าถ้าพริ้งไม่ให้ พี่คีย์จะปล่อยพริ้งอย่างงั้นแหละ”
“ก็ถูกอย่างที่พริ้งบอกแหละค่ะพี่คงไม่ปล่อยง่ายๆหรอก” ประโยคยาวๆที่ตอบออกมาราวกับรู้ใจทำให้ชายหนุ่มหัวเราะเบาก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย“แต่พูดเหมือนพี่บังคับพริ้งก็ไม่ถูกนะคะ เพราะพี่ไม่บังคับหรอกค่ะ.......”
ชายหนุ่มลากเสียงโน้มหน้าลงไปจนปลายจมูกแตะกันก่อนจะต่อประโยคด้วยคำที่ทำให้ใบหน้าหวานแดงระเรื่อขึ้นอีกสองเท่า “แต่จะทำให้พริ้ง ‘สมยอม’ พี่แทนต่างหาก”
จบประโยคริมฝีปากอุ่นร้อนก็ทาบทับลงไปบนกลีบปากบางทันทีไม่ให้คนตัวเล็กกว่าได้มีโอกาสคัดค้านอีก ัับางเบาอ้อยอิ่งและหยอกเย้าผ่านริมฝีปากทำให้มือเล็กที่ผลักรั้งอกคนตัวโตไว้ค่อยๆคลายออกกลายเป็แตะบ่าไว้เบาๆ ความผ่อนคลายที่ทำให้ดวงหน้าคมขยับองศาให้ได้มุมก่อนจะกดนาบริมฝีปากลงไปอย่างแแ่และค่อยๆเพิ่มควมร้อนแรงด้วยปลายลิ้นอุ่น
“อะ....อื้อ....”เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมายาวเมื่อปลายลิ้นอุ่นสอดเข้าไปหายความหวานล้ำจากภายในลุกเร้าไล่ต้อนจนหนำใจปลายลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดเก็บต้อนความหวานล้ำจากร่างบอบบางตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำอีกเนิ่นนานจนริมฝีปากบางเริ่มบวมช้ำ
“อื้อ.....แฮก.....แฮก.....พะ.....พอแล้วค่ะ”คนหน้าหวานที่บัดนี้แก้มแดงจัดเอ่ยห้ามเสียงสั่นเครือหัวใจเต้นระส่ำรัวกับจะหลุดออกมานอกอก ร่างบอบบางหอบน้อยๆว่าพลางหลบสายตาอย่างเขินสุดขีด“พริ้งรู้สึกมะ....เหมือน...แฮก....จะขาดใจตาย......”
ประโยคที่เรียกรอยยิ้มกว้างให้ประดับบนใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มดวงตายิ้มได้พราวระริกอย่างชอบใจคีตาพลิกร่างเล็กในอ้อมกอดให้ขึ้นมาอยู่บนอกเขาอีกครั้งมือใหญ่โอบรัดเอวบางจนคนที่เกร็งตัวอยู่ซุกหน้าลงกับอกอุ่น
“ได้ยินเสียงหัวใจพี่ไหมคะคนดี.....”ชายหนุ่มเอ่ยถาม คนถูกถามพยักหน้าเบาหากแต่ไม่ตอบอะไรไม่แม้กระทั่งเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนถาม ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างขัดเขินมือใหญ่ของคนที่กอดรัดเอวบางไว้ลูบแผ่นหลังบางอย่างชินมือโดยไม่พูดอะไรออกมาอีกได้แต่ปล่อยให้ไออุ่นโอบล้อมคนทั้งคู่จนพอใจ
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
คนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จแต่ยังไม่ได้ใส่เสื้อขยับยิ้มเมื่อก้าวออกจากห้องน้ำแล้วพบว่าร่างบอบบางของคนหน้าหวานนั่งตาลอยอยู่หน้ากระจกมือบางขยับแปรงหวีผมในมือแปรงผมอย่างเลื่อนลอย
วันนี้คนปากเก่งเงียบเชียว
ความคิดที่ทำให้ชายหนุ่มหัวเราะหึๆในคอดวงตาคู่คมพราวระยับ ก่อนจะสาวเท้าตรงเข้าไปยืนซ้อนหลังคนที่นั่งเหม่ออยู่แล้วตวัดรั้งร่างบางให้เข้าสู่อ้อมอก
“พี่คีย์!” คนถูกกอดร้องเสียงหลงเงยหน้าขึ้นมองคนที่กอดตัวเองทันทีแผ่นหลังบางที่ถูกรั้งให้แนบสนิทกับแผ่นอกกว้างเปลือยเปล่าแม้จะมีเสื้อของตัวเองกั้นกลางแต่พริ้งพราวก็ยังััได้ถึงไอ่ร้อนจากน้ำอุ่นจากอ้อมกอกของคนตัวโตพวงแก้มขาวซับสีระเรื่อ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นก่อนจะถามเสียงเบา “ทำอะไรคะเนี่ย”
“วันหลังเอาเสื้อผ้ามาทิ้งไว้นี่บ้างก็ได้ค่ะจะได้มีชุดเปลี่ยน” ชายหนุ่มไม่ตอบคำหากแย้งบอกไปอีกเื่
คำพูดที่คนฟังส่ายหน้าแล้วแย้งกลับอย่างไม่เห็นด้วยแต่กายบางไม่ได้ขยับกายหนีอ้อมอกอุ่นที่ประชิดตัวอยู่ “ไม่ต้องหรอกค่ะพริ้งคงไม่รบกวนพี่คีย์บ่อยๆ”
คำตอบที่ทำให้คนตัวโตกว่าเลิกคิ้วก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ “เชื่อพี่สิว่าได้มาค้างบ่อยๆแน่ ดีไม่ดีอาจได้ค้างแบบถาวรเสียด้วย”
“ไม่ต้องหยอดค่ะพริ้งไม่ใช่บรรดาสาวๆของพี่นะคะ ไม่เอาแล้วพริ้งไม่คุยด้วยแล้วค่อยปล่อยเถอะนะคะ”คนหน้าหวานย้อนคนพูดทันทีแต่ใบหน้าก็ยังขึ้นสีระเรื่ออย่างต่อเนื่อง
“หึๆ”ไม่มีคำตอบจากร่างสูง มีเพียงเสียงหัวเราะชอบใจใกล้ๆหู ก่อนที่วงแขนแข็งแรงจะคลายออกดวงหน้าคมโน้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของคนช่างย้อนแล้วเอ่ยเตือน“หลังจากนี้เตรียมปากไว้ดีๆนะคะ”
เสียงกระซิบที่ทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันดวงตากลมโตมองสบตาคนที่โน้มหน้าเข้ามาใกล้ผ่านกระจกอย่างไม่เข้าใจและก่อนที่จะได้เอ่ยถามออกไปอย่างใจนึก คนตัวโตกว่าก็เปิดปากอีกครั้ง
“พี่จะจูบให้หายอายเชียวค่ะฟอด” ว่าจบก็สูดความหอมจากแก้มนิ่มไปอีกทีก่อนจะเดินไปแต่งตัวอย่างสบายอกสบายใจ
คนถูกหอมลูบแก้มตัวเองเบาๆอย่างน่ารักดวงหน้าหวานล้ำขึ้นสีแดงก่ำลามไปถึงใบหูจนดูน่ามอง ริมฝีปากบางเอ่ยเบา “พี่คีย์บ้าใครจะยอมกันล่ะ ฮึ่ยยยย”
และแม้ว่าปากจะว่าแบบนั้นแต่ในครั้งต่อๆมา คนที่ประกาศปาวๆว่าจะไม่ยอมก็ยอมให้ใครอีกคนได้ตักตวงความหอมหวานจากริมฝีปากตัวเองจนพอใจทุกครั้งไป
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”เสียงทุ้มของชายหนุ่มผู้มีดวงตายิ้มได้เอ่ยบอกกับบรรดาสาวๆรอบตัว
“คีย์จะไปไหนคะ ไหนว่าคืนนี้จะอยู่กับพวกเราไง”ร่างบอบบางของหญิงสาวนั่งที่ติดกับเขาเอ่ยออกมาอย่างออดอ้อนกายบางที่มีเสื้อผ้าน้อยชิ้น เบียดกระแซะร่างสูงข้างตัว มือเล็กกอดเข้าที่เอวสอบจงใจเบียดอกอวบเข้ากับอกกว้างๆอย่างยั่วยวน
“ใช่ค่ะมีนไม่ให้คีย์ไปไหนนะคะ”ร่างบอบบางสมส่วนที่ดูจะยั่วยวนน้อยกว่าคนที่กอดเอวเขาเอ่ยปากเสริมกายบางขยับเข้ามาชิด แขนเรียวเกาะเกี่ยวเข้ากับแขนอีกข้างของชายหนุ่มแล้วเงยหน้าสบตาอย่างเชิญชวน
ท่าทางที่ทำให้คีตายกยิ้มร้ายที่มุมปากมือใหญ่ยกโอบไหล่ของคนที่กอดรัดเอวเขา ลูบไล้เนื้อเนียนอย่างเอาใจ ดวงหน้าหล่อร้ายก้มลงไปหาคนที่กอดรัดตัวเองอยู่เสียงทุ้มพราวเสน่ห์กระซิบพร่าข้างหูให้คนฟังหน้าแดงจัด“เดี๋ยวผมจัดเต็มให้วันหลังนะครับคนสวย แต่วันนี้ปล่อยผมก่อนนะ”
“สัญญากับวีร่านะคะ”คนที่กอดเอวอยู่ช้อนสายตาหวานหยดขึ้นมาประสานสายตากับดวงตาคู่คมริมฝีปากอิ่มเอ่ยขอสัญญาอย่างออดอ้อน
“ครับ”ชายหนุ่มรับคำสั้นพร้อมกับส่งยิ้มบาดใจตบท้าย แขนบางจึงละจากเอวชายหนุ่มแล้วขยับไปนั่งข้างเพื่อนสาวอีกคนของเธอ
“มีนครับ”คีตาเบนหน้ากลับมายังคนที่กอดแขนเขาแน่น “ปล่อยผมก่อนนะครับ”
“ถ้าปล่อยแล้วมีนจะได้อะไรล่ะคะ”เสียงใสของหล่อนตอบโต้ ดวงตาเรียวรีจ้องมองชายหนุ่มอย่างสื่อความหมาย
คำที่ชายหนุ่มยกยิ้มมากกว่าเดิมก่อนจะก้มลงไปจูบริมฝีปากบางที่เชิญชวนอยู่ตรงหน้าแล้วผละออกริมฝีปากอิ่มขบเม้มเบาๆที่หูของคนข้างตัวก่อนจะเอ่ย “มะรืนนี้เที่ยงไปหาผมข้างบนนะครับ”
ถ้อยคำกระซิบที่ทำให้คนฟังยกยิ้มอย่างพอใจร่างบอบบางปล่อยแขนของชายหนุ่มให้เป็อิสระพร้อมกับพยักหน้ารับเบาๆ
“แล้วเจอกันวันมะรืนค่ะคีย์”
ร่างสูงของคีย์ตาส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ปิดท้ายก่อนจะผละออกมาจากวงสาวสวยและสาวเท้าไปยังเคาน์เตอร์บาร์ตัวยาว
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
ร่างเพรียวบางเพลิดเพลินกับเสียงเพลงตรงหน้าถึงขนาดขยับริมฝีปากสีสดคลอตามเบามือบางแกว่งเก้วในมือไปมาอย่างรื่นรมณ์ใบหน้าหวานใสประดับด้วยรอยยิ้มหวานบาดใจใครหลายคนเมื่อเ้าหล่อนคลี่รอยยิ้มเต็มหน้า
ท่าทางที่เรียกสายตาชายหนุ่มนับสิบให้หยุดมองแบบไม่วางตาและก่อนที่ใครจะถือโอกาสเข้ามาทักทาย ร่างสูงของเ้าของร้านก็ก้าวยาวๆมาหยุดอยู่เก้าอี้บาร์ตัวสูงอีกตัวที่ตั้งอยู่หลังร่างบางที่แจกรอยยิ้มอยู่อย่างเงียบเชียบ
บาร์เทนเดอร์หนุ่มพยักหน้าทักทายพลางส่งBlack Russian ให้เ้านายหนุ่มพร้อมรอยยิ้มล้อเลียน
ริมฝีปากอิ่มกระตุกยิ้มมุมปากอย่างที่ชอบทำตอนโปรยเสน่ห์ให้สาวๆกับรุ่นน้องที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ มือใหญ่รับเครื่องดื่มที่ถูกส่งมาไว้ในมือแกว่งแก้วเบาๆก่อนยกขึ้นจะกรอกลงคอรวดเดียวแล้วส่งแก้วคืน ดวงตาคู่คมตวัดไปยังคนตรงหน้าที่ยังไม่รับรู้ถึงการมาเยือนของเขากวาดตามองร่างบอบบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้บาร์ตัวสูงนิ่งดวงตายิ้มได้พราวระยับอย่างชอบใจกับภาพที่เห็น
สวยและยั่วยวนโดยไม่ต้องออกจริตใดๆ
ความคิดที่ชายหนุ่มเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆอย่างชอบใจก่อนวงแขนแข็งแรงจะตวัดร่างของคนที่นั่งอยู่ขึ้นแนบอกทันที
“เฮ้ย!!!!” คนถูกอุ้มร้องลั่นมือเล็กกำแก้วม็อคเทลในมือแน่นด้วยกลัวตกแตกดวงตากลมโตเบิกกว้างก่อนตวัดมองคนที่บังอาจแตะต้องตัวเธอทันทีริมฝีปากบางร้องเรียกเสียงหลงเมื่อเห็นคนที่คว้าตัวเธอเต็มตา
“พี่คีย์!!!!”
============ รักนี้ดีต่อใจ ============