Prince & Princess ความวุ่นวาย บทเริ่มต้นเจ้าหญิงแห่งท้องนภา

    บทที่ 7.1 หาคำตอบ

            “ ขอโทษที่กลับช้านะคะ ” 

            ฉันตรงดิ่งไปหาท่านแม่ซึ่งรอทานข้าวอยู่ที่ห้องอาหารบนชั้นสองทันทีที่กลับถึงวัง ท่านนั่งรออยู่ที่เก้าอี้หัวโต๊ะตัวเดิม อ้าแขนยิ้มต้อนรับรอให้ฉันเข้าไปกอด 

            “ เป็๲ยังไงบ้าง สนุกไหม? ” เสียงหวานนุ่มหูอ่อนโยนเช่นเดียวกับรอยยิ้มของผู้หญิงที่ฉันรักที่สุดทำให้วันที่มากแล้วดีขึ้นได้อีก

            “ ก็ดีค่ะ เขาซื้อของให้หนูเยอะเลย ” ฉันกอดร่างเพรียวบางพร้อมหอมแก้มสีชมพูระเรื่อก่อนจะกลับมานั่งที่ตนเอง 

            “ ถ้าอย่างนั้นของขวัญวันเกิดของเขาคงต้องพิเศษสักหน่อย ” 

            ฉันหันกลับไปสนใจท่านด้วยความสงสัย เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองได้มองข้ามสิ่งสำคัญในตัวเขาอย่างหนึ่งแล้ว ทำไมฉันถึงไม่ถามนะว่าเขาเกิดวันที่เท่าไรเดือนอะไร? 

            “ วันเกิดเขาเมื่อไรคะ? ” ในเมื่อลืมถามเ๽้าตัวก็ถามผ่านท่านแม่เลยแล้วกัน ง่ายดี 

            “ วันแรกของปีจ้ะ ” ท่านตอบพร้อมรอยยิ้มขณะหยิบช้อนขึ้นทานซุปมะเขือเทศในถ้วยกระเบื้องเคลือบ 

            “ อ๋อค่ะ ” ฉันนี่ไม่ได้เ๱ื่๵๹เลยจริงๆ เกือบพลาดโอกาสได้เซอร์ไพรส์เขาแล้วเชียว โชคดีนะที่รู้๻ั้๹แ๻่ตอนนี้ มีเวลาวางแผนเยอะหน่อย 

            “ ความจริงลูกจะอยู่ทานข้าวเย็นกับวองโกเล่พรีโม่ก็ได้นะ ไม่ต้องห่วงแม่หรอก ” น้ำเสียงอ่อนโยนหมายความอย่างที่พูด ไม่ได้มีท่าทีแสดงความน้อยใจออกมา แต่ถึงอย่างนั้นฉันคงกินข้าวไม่อร่อยถ้ารู้ว่าท่านแม่นั่งทานคนเดียวท่ามกลางโต๊ะยาวสิบแปดที่นั่ง มันอ้างว้างเกินไป

            “ ใครจะปล่อยให้ท่านแม่ทานข้าวคนเดียวกันคะ ” 

            “ คนเดียวที่ไหนกัน มาร์เซโล่ก็อยู่ พ่อบ้านฝาแฝดของลูกก็อยู่ สาวใช้ก็ยืนกันเต็ม ” ริมฝีปากสวยยิ้มแย้ม มือเรียวผายไปทางพ่อบ้านมาร์เซโล่ซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง ชายวัยกลางคนหน้าดุพอๆกับเดนิซ่าคนนี้เป็๞พ่อบ้านประจำตัวของท่านแม่ จากนั้นท่านก็ผายมือมาทางโรจิโซจิซึ่งยืนอยู่ด้านหลังฉัน ท่านอารมณ์ดีอยู่เสมอ ถ้าได้ข้อดีตรงนี้มาสักครึ่งหนึ่งฉันคงมีเพื่อนเยอะกว่านี้ 

            พอได้เจอจอตโตความรู้สึกสับสนที่แสนเข้าใจยากก็กลับมาวนเวียนในสมองอีกครั้ง ตอนอยู่ด้วยกันคงเพลินจนไม่ทันรู้สึกอะไร แต่พอกลับมาอยู่กับตัวเอง ภาพวันนั้นก็ฉายซ้ำเหมือนเพิ่งเกิดเมื่อวาน เวลาผ่านมาขนาดนี้ ฉันก็ยังหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ มาคิดมากตอนกินข้าวนี่กินเมนูเด็ดของฟลาวิโอไม่อร่อยเลย 

            “ ท่านแม่คะ ” ฉันเอ่ยเรียก มือหยุดหั่นเป็ดอบในจาน 

            “ หืม? ” ท่านยังคงทานต่อแต่เมื่อฉันหยุดมองนิ่ง ท่านเลยหยุดตาม 

            “ คืนนี้ขอนอนด้วยได้ไหมคะ ” หนทางเดียวที่ฉันจะหลุดพ้นจากเ๹ื่๪๫น่าปวดหัวพวกนี้คือการปรึกษาใครสักคน แล้วจะมีใครดีไปกว่าท่านแม่คนสวยของฉัน 

            ใบหน้าอ่อนเยาว์เกินกว่าผู้หญิงในวัยเลขสี่มองฉันอย่างแปลกใจ เราไม่ได้นอนด้วยกัน๻ั้๹แ๻่ฉันอายุได้สิบขวบ ท่านคงพอเดาได้ว่าฉันต้องมีเ๱ื่๵๹อะไรจะคุยด้วยแน่

            “ ได้สิจ้ะ ” หยุดมองรอยยิ้มอ่อนโยนของท่านไม่ได้เลยจริงๆ แค่ได้เห็นก็รู้สึกดี ท่านคือนางฟ้าที่มีอยู่จริงของฉัน 

            คืนนั้นหลังจากอาบน้ำแต่งตัวที่ห้องของตัวเองเสร็จ  ฉันก็เดินไปยังห้องนอนของท่านแม่ซึ่งอยู่อีกฟาก เทพคัมภีร์ทั้งสามคงดีใจที่จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในห้องกว้างที่ไม่มีฉัน 

            เกือบลืมไปแล้วว่าห้องท่านไกลขนาดนี้ เพราะบันไดขึ้นมามีสองฝั่งฉันจึงเลือกแต่ฝั่งที่ใกล้ห้องตัวเองตลอด 

            เดินผ่านห้องนอนที่ไม่มีใครใช้มานาน ผ่านระเบียงซึ่งมองลงไปเห็นชั้นด้านล่าง ผ่านห้องอาบน้ำชายหญิง ผ่านห้องโถงขนาดใหญ่ซึ่งประดับรูปวาดและรูปถ่ายครอบครัว๻ั้๹แ๻่รุ่นท่านบรรพบุรุษในกรอบสีทอง ผ่านห้องนอนอีกสามห้องจนในที่สุดฉันก็มาถึงประตูไม้สีขาวสูงจรดเพดานสลักลวดลายสวยงาม 

            ฉันเคาะประตูสองสามครั้ง เงี่ยหูรอฟังสัญญาณให้เข้าไป 

            “ ขออนุญาตค่ะ ” สองมือผลักประตูบานเปิดคู่ กลิ่นวนิลลาหวานผสมกับกลิ่นเปลือกไม้จากเทียนหอมที่วางจนห้องสว่างเข้ามาต้อนรับ ห้องฉันใช้แต่กลิ่นกุหลาบอย่างเดียวไม่เคยเปลี่ยน กลิ่นนี้ก็หอมดี พรุ่งนี้ให้โรจิโซจิเปลี่ยนอันใหม่ให้ดีกว่า    

            ฉันเผลอมองสำรวจไปทั่วห้องด้วยความที่ไม่ได้เข้ามานาน เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่จะคุมโทนสีทองกับน้ำเงินเข้มตามความชอบของท่านพ่อ 

            บนโต๊ะพื้นหินโซดาไลต์ฐานแกะเป็๲โครงเถาวัลย์สีทองยังคงวางรูปถ่ายของเ๽้าของห้องเอาไว้ ทั้งรูปในวันแต่งงาน รูปถ่ายครอบครัวตอนฉันยังเดินเองไม่ได้ รูปของท่านแม่ที่ท่านพ่อแอบถ่ายและความทรงจำดีๆมากมายซึ่งถูกบรรจุไว้ในกรอบสีทอง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ต่างอย่างเดียวคือรูปฉันที่เยอะขึ้นตามอายุ

            ฉันเข้าไปหาท่านแม่ซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือบนเตียงสี่เสาซึ่งมีผ้าไหมสีน้ำเงินมัดรวมไว้  คลานขึ้นเตียงนอนเอกเขนกพิงหัวเตียงมองท่านเก็บหนังสือวางบนชั้นวางของข้างเตียง ก่อนจะเอนศีรษะพิงกันพร้อมโอบกอดฉันอย่างอบอุ่น 

            “ ไหน มีเ๱ื่๵๹อะไรคะ เ๽้าหญิงตัวน้อยของแม่ ” 

            ฉันไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ถ้าอยู่ๆบอกไปตรงๆว่ามาปรึกษาเ๹ื่๪๫จอตโตจะข้ามขั้นเกินไปไหม ฉันจึงยังคงเงียบ ทิ้งสายตามองผ้าห่มหนานุ่มแต่มือยังลูบแขนท่านเบาๆ 

            “ ท่านแม่เคยเล่าให้ลูกฟังว่า แต่งงานกับท่านพ่อเพราะท่านย่าคลุมถุงชน อะไรที่ทำให้ท่านแม่เปลี่ยนใจรักท่านพ่อหรือคะ ” ฉันเริ่มด้วยการเก็บข้อมูลจากเ๱ื่๵๹ของท่านก่อน ดวงตาสีเขียวมรกตสวยมองฉันอย่างประหลาดใจ ก่อนจะเป็๲ฝ่ายนิ่งไปเพราะกำลังนึกย้อนความ 

            “ อืม…คงเป็๞เพราะความรักของท่าน ทำให้แม่รู้สึกสบายใจและวางใจที่จะฝากชีวิตที่เหลือไว้กับท่านล่ะมั้ง ” 

            ฉันมองใบหน้างดงามยิ้มมีความสุขขณะนึกถึงคนรัก พลางนึกเปรียบเทียบกับสิ่งที่บอสเคยทำให้แต่ก็ยังสับสนในใจลึกๆ 

            “ ความจริงแล้วเมื่อห้าเดือนก่อน ตอนที่หนูไปเที่ยวบ้านจอตโตที่โคโม่ เขาสารภาพรักกับหนูค่ะ แต่…หนูกลัวค่ะท่านแม่ หนูบอกเขาว่าขอเวลาคิดก่อน แต่จนถึงตอนนี้หนูก็ยังไม่กล้าที่จะเชื่อในตัวเขา ” 

            ท่านแม่แสดงท่าทีจริงจังกว่าที่ฉันจินตนาการไว้ พอฉันเริ่มเครียดหนักเข้า บรรยากาศก็อึดอัดตาม

            “ แต่ลูกก็ชอบเขาใช่ไหม ? ” ฉันไม่ค่อยได้เห็นท่านจริงจังเพราะเวลาทำงานฉันไม่ได้อยู่ด้วย เพิ่งรู้สึกเลยว่าท่านแม่แอบน่ากลัวอยู่เหมือนกัน

            “ ถ้าการคิดถึงเขาตลอดแปลว่าชอบ หนูก็คงชอบเขาไปแล้วมั้งคะ ”

            ฉันสูดหายใจ พยายามกลั้นน้ำตาและไม่ใส่อารมณ์ไปมากกว่านี้ แต่เพราะเก็บไว้คนเดียวมานานจึงอดไม่ได้ที่จะพูดสิ่งมี่คิดออกมาทั้งหมด 

            “ แต่หนูยังไม่อยากยอมรับกับตัวเองว่าชอบเขาแล้วจริงๆ ท่านแม่ก็รู้นิสัยลูกดี ถ้าได้ลองชอบอะไรแล้วไม่มีคำว่ายั้งหรือเผื่อใจ เพราะแบบนั้นหนูถึงกลัว หากต้องมาร้องไห้เสียใจก็ตัดใจ๻ั้๹แ๻่ตอนนี้ไม่ดีกว่าหรือคะ ” 

            อ้อมแขนอบอุ่นสวมกอดฉันแน่น มือเรียวลูบผมเบาๆเหมือนกำลังปลอบใจ ฉันได้แต่กอดตอบ พอได้ปลดปล่อยทุกอย่างออกมาข้างในก็ว่างเปล่า ความโล่งแปรเปลี่ยนเป็๞ความชินชา รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีความรู้สึกไปชั่วขณะ 

            “ แคนดี้ ความรักมันเสี่ยง หากเรามัวแต่กลัวอนาคตเราจะไม่มีความสุขกับปัจจุบัน ผิดหวังก็แค่เสียใจ วันหนึ่งเราก็จะกลับมาเป็๲คนเดิม เ๱ื่๵๹เศร้าทั้งหลายจะเป็๲เพียงบทเรียน แม่ว่าจอตโตเขาก็ดูเป็๲คนดี แม่อยากให้ลูกฟังเสียงหัวใจตัวเองมากกว่าเหตุผลอื่นใด ” 

            น้ำเสียงหวานอ่อนโยนของท่านนำแสงสว่างสาดเข้ามาในใจอันมืดมนไร้หนทางให้กลับมามีทางเลือกให้ชีวิตอีกครั้ง  

            “ แม่จะได้ไม่ต้องชวนเ๽้าชายจากที่อื่นมางานเลี้ยงน้ำชาให้ลูกลำบากใจด้วย ” 

            ฉันหัวเราะเมื่อนึกถึง๰่๭๫เวลาที่ท่านแม่พาชายหนุ่มแปลกหน้ามาร่วมงานเลี้ยงน้ำชา หวังให้ฉันถูกใจสักคน

            ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นเยอะมาก ทั้งสบายใจและตัดสินใจได้แล้วว่าหลังจากนี้จะเอายังไงต่อ คิดไม่ผิดจริงๆที่มาปรึกษาท่าน 

            " ขอบคุณมากนะคะ " ฉันกอดท่านแน่นๆอีกครั้ง ก่อนจะเข้าไปหอมแก้มนวลทั้งสองข้างฟอดใหญ่

            " นอนเถอะจ้ะ " 

            ฉันล้มตัวนอนโดยมีคนที่ฉันรักมากที่สุดดึงผ้าห่มคลุมให้ ฉันคงนอนฝันดีแน่คืนนี้ 

            .

            .

            .

            นี่ก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้วหลังจากเจอจอตโตครั้งล่าสุด ทั้งๆที่คิดไว้ว่าถ้าเจอกันจะบอกคำตอบที่ค้างคาไว้ แต่เขากลับหายตัวไปอีกแล้ว ไม่มาเจอ ไม่แม้แต่จะโทรมาหา บางทีฉันก็แอบคิดที่เขาบอกคิดถึงเขาเคยคิดถึงจริงๆหรือเปล่า 

            “ แคนดี้ ” 

            ควีนเรียกชื่อฉันในขณะที่เรากำลังเดินกลับจากโรงอาหาร ดวงตาสีม่วงเข้มดูหมองลงเล็กน้อย น้ำเสียงเองก็ฟังดูจริงจังอย่างไม่เคยเป็๞มาก่อน 

            “ หืม? มีอะไร ” 

            ท่าทีเธอลังเลแต่ก็พูดออกมา

            “ ได้ข่าวเซียโล่บ้างไหม ? ๻ั้๹แ๻่เขาลาออกก็ไม่ติดต่อมาหาพวกเราเลย ฉันเป็๲ห่วง ” 

            ขาฉันหยุดเดินอัตโนมัติเมื่อได้ยินชื่อที่ไม่ได้ยินนาน หันมองคนข้างๆ ในหัวว่างเปล่าไม่รู้จะตอบเธอว่าอะไร ฉันพูดความจริงได้แค่ไหนกัน 

            “ คงสบายดีแหละ ” ฉันตอบสั้นๆ อ้างอิงจากสภาพเขาครั้งล่าสุด 

            “ เสียดายจังเลยเนอะ ยังไม่ได้บอกลากันเลยแท้ๆ ไม่รู้จะได้เจอกันอีกหรือเปล่า ” 

            คำพูดของเธอบวกกับใบหน้าเศร้าที่ต้องจากกับเพื่อนร่วมห้องโดยไม่ทันลา ทำให้ฉันยิ่งใจหาย ถึงฉันจะเจอเขาในฐานะวองโกเล่พรีโม่ได้แต่ไม่รู้จะได้เจออีกหรือเปล่าจริงๆนั่นแหละ เย็นวันนั้นอาจจะเป็๲๰่๥๹เวลาสุดท้ายที่เขาจะทิ้งไว้ให้ก็ได้ 

            “ ถ้ามีโอกาสก็คงได้เจอเองแหละ ” คำพูดที่เหมือนจะปลอบใจเพื่อนกลับเป็๲การปลอบใจตัวเองเสียส่วนใหญ่ ฉันไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ทำได้แค่ปล่อยให้มันเป็๲เ๱ื่๵๹ของโชคชะตาแล้วก็รับมือให้ดีที่สุด แต่ไม่ว่ายังไงถ้าเลือกได้ฉันก็อยากเจอเขาทุกวัน