"กลับบ้านกันเถอะ แดดร้อนเดี๋ยวหงอ้ายจะไม่สบาย ส่วน คนอื่น ที่เขาอยากเดือดร้อนแทนก็ปล่อยไปเถอะ ของในบ้านเราจะให้หรือไม่ให้ใครไม่ต้องให้คนอื่นเข้ามาสอดปากหรอก" นางหวังซื่อส่งยิ้มเยาะเย้ยให้นางจางอีกคน เห็นลูกสะใภ้นางดูเหมือนไม่ค่อยมีปากมีเสียง เลยคิดว่าจะปลุกปั่นได้อย่างนั้นเหรอ ฝันไปเถอะ
หงอ้ายที่ได้เปิดโลกถึงกับห่อปากด้วยความตื่นตะลึงกับฝีปากของอาสะใภ้สาม ซึ่งถ้าแปลแล้วก็ไม่ต่างจากที่ย่าฟางเอ่ยต่อว่านางจางเลย จากนั้นย่าฟางก็ปั่นจักรยานพาเธอกลับบ้าน ส่วนอาสะใภ้สามก็เดินตามหลังมา และหงอ้ายยังเห็นอาสะใภ้สามมองนางจางแบบไม่วางตาจนอีกฝ่ายต้องเป็ฝ่ายหันหน้าหนีไปเอง
เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เจอกับคนอื่นๆ ที่กลับมาจากทำงานกันหมดแล้ว ซึ่งหงอ้ายได้ยินทุกคนบอกว่าวันนี้ไม่มีงานเลยเลิกเร็ว ส่วนพวกพี่ชายก็ไม่ต้องออกไปหาผักป่าเพราะพวกผู้ใหญ่ให้กลับบ้านมาพักผ่อนเช่นกัน
"เป็ยังไงบ้างวันนี้ขายดีไหม แล้วทำไมทำหน้ากันแบบนั้นล่ะ" ฟางไห่เห็นภรรยากับหลานสาวกลับมาถึงบ้านก็เอ่ยถาม แต่พอเห็นสีหน้าของภรรยาเหมือนกำลังข่มกลั้นความไม่พอใจเอาไว้จึงอดเอ่ยถามออกไปไม่ได้
"ก็นางจางนะสิ มาสอดปากอย่างรู้อยากเห็นเื่ของบ้านคนอื่นอยู่ได้" นางหวังซื่อเอ่ยตอบกลับสามี พร้อมกับรับน้ำดื่มมาจากลูกสะใภ้คนโต
"จะสนใจคนขี้อิจฉาแบบนั้นไปทำไม วันๆ ไม่เห็นทำอะไร มีแต่สอดปากสอดตายุ่งเื่คนอื่นไปทั่ว แต่ไม่รู้จักหันกลับไปมองดูตัวเองกับลูกชายบ้างว่าวันๆ ได้ทำอะไรให้ชีวิตมันดีขึ้นบ้างไหม" ฟางไห่เอ่ยปลอบภรรยา นางจางกับภรรยาของเขาเคยมีเื่ถกเถียงกันมาั้แ่ตอนที่พวกเขาเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ จนป่านนี้ถ้าเจอหน้ากันก็ยังมีเื่ปะทะกันอยู่ตลอด
"ใครอยากจะไปสนใจคนอย่างนั้นกัน แต่ถ้ายังสอดปากสอดหน้ามามากๆ จนฉันทนไม่ไหว เผลอฟาดปากกลับไปก็อย่ามาว่าก็แล้วกัน และครั้งนี้ถึงกับพูดจายุยงให้สะใภ้สามไม่พอใจครอบครัวเราเลยนะ" นางหวังซื่อเอ่ยตอบกลับสามี
"คุณแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ ฉันไม่ฟังที่ป้าจางแกพูดหรอกค่ะ คนที่เทียวแต่อิจฉาคนอื่นเพราะได้ดีกว่าตนเองแบบนั้น ฉันไม่ให้ค่าหรอก อีกอย่างความจริงเป็ยังไงคนนอกบ้านไม่รู้ แต่เราเป็คนในครอบครัวจะไม่รู้ได้หรือคะ" จี้ซื่อเอ่ยตอบแม่สามีให้อีกฝ่ายสบายใจ
"ขอบใจนะสะใภ้สาม เื่ที่สามีเธอเสียสละเพื่อครอบครัว พวกเราทุกคนก็ไม่ลืมเช่นกัน ถ้าครอบครัวของเราดีขึ้นกว่านี้เมื่อไร ฉันจะให้เ้าสามลาออกแล้วกลับมาอยู่บ้าน ครอบครัวจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา" นางหวังซื่อเอ่ยตอบกลับลูกสะใภ้ด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น และไม่ลืมเอ่ยบอกสิ่งที่คิดเอาไว้ให้อีกฝ่ายได้ฟังด้วย
"ขอบคุณค่ะคุณแม่ แต่ยังไงเื่นี้ก็ให้พี่ไช่เขาตัดสินใจเองเถอะค่ะ ฉันอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร คุณแม่ดีกับพวกเราที่เป็ลูกสะใภ้มากขนาดไหน มองหาในสามตำบลสิบแปดหมู่บ้านก็ยากจะเจอค่ะ" จี้ซื่อเอ่ยตอบแม่สามี ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องเป็กังวลกับครอบครัวเธอ เื่พวกนี้ควรให้สามีตัดสินใจด้วยตนเอง และทุกวันนี้เธอก็พอใจในการอยู่ร่วมกับครอบครัวฟางมาก แม่สามีใจดีดูแลลูกสะใภ้ทุกคนไม่ต่างจากลูกสาว พ่อสามีก็ยุติธรรม เหล่าลูกสะใภ้ด้วยกันก็ไม่มีใครเห็นแก่ตัว ต่างช่วยเหลือกันเป็อย่างดี
"เอาล่ะ เื่นี้รอให้เ้าสามกลับมาบ้านตอนปีใหม่ค่อยคุยกัน หงอ้ายเราไปทำเื่ของเรากันดีกว่า" นางหวังซื่อได้ยินที่ลูกสะใภ้พูดก็เห็นด้วย เื่นี้คงต้องให้ลูกชายของนางเป็คนตัดสินใจเองว่าอยากจะกลับมาอยู่บ้านหรือกลับไปทำงานต่อน่าจะดีกว่า แล้วก็เอ่ยเรียกหลานสาวให้เข้าห้องไปนับเงินกัน
"วันนี้เราได้เงินมาเยอะเลยค่ะ ทั้งหมด 1,086 หยวน มากกว่าเมื่อวานตั้งเกือบสามเท่า" หงอ้ายที่นับเงินเสร็จก็เอ่ยบอกย่าฟางด้วยความดีใจ
"อืม วันนี้เราขายของดีจริงๆ แต่ย่าคิดว่าพรุ่งนี้เราควรจะหยุดไปก่อนดีไหม วันนี้ขายของได้มากแล้ว ถ้ายังไปขายอีกคนจะสงสัยเอาได้" นางหวังซื่อเองก็รู้สึกพอใจกับจำนวนเงินที่ขายของได้เช่นกัน เพียงแต่วันนี้พวกนางขายของดีมาก จึงเป็กังวลว่าจะไปขัดตาขัดขาใครบ้างหรือเปล่า
"แต่หนูว่าเราไปขายอีกเถอะค่ะ พอวันหยุดเราก็ไม่ต้องเข้าไป เพราะวันหยุดคนซื้อคนขายคงน่าจะเยอะแน่ๆ หรือถ้าย่ากังวล เราก็เลิกขายให้เร็วขึ้นแทนดีไหมคะ ไม่ต้องรอถึงเที่ยงอีก" หงอ้ายพอเข้าใจความกังวลของผู้เป็ย่า แต่ตอนนี้ยังเป็่กอบโกยได้ก็ควรจะทำต่อไป และถ้ามีใครมาหาเื่คนพวกนั้นก็จะไม่มีทางได้อะไรจากเธอกลับไปอย่างแน่นอน
"นั่นสินะ เราออกไปกันอาทิตย์ละห้าวัน แล้วก็หยุดสองวัน และถ้าวันไหนลูกค้าเยอะเราก็ไม่ต้องขายจนถึงเที่ยง แต่ถ้าลูกค้ามาเรื่อยๆ เราก็ค่อยขายถึงเที่ยง เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ว่าแต่อะไรขายดีสุดล่ะ ย่าไม่ได้จำเลยว่าใครเอาอะไรบ้าง" นางหวังซื่อเองก็เสียดายถ้าจะต้องหยุดไปขายของในตอนนี้ เพราะเป็่ที่เหมาะกับการหาลูกค้าประจำ อีกหน่อยนางก็ไม่ต้องคอยออกไปเดินถามลูกค้าอีก
"ขายดีที่สุดจะเป็ เนื้อหมู น้ำมันพืช แล้วก็สบู่ สามอย่างนี้จะขายได้มากที่สุด และก็เป็น้ำตาลทรายแดง ยาสระผมก็พอขายได้ค่ะ" หงอ้ายเอ่ยตอบย่าฟางกลับไป ของที่เธอเอาออกมาขายไม่ได้มากมายหลากหลาย แต่เน้นของที่เอาออกมาใช้ในชีวิตประจำวันเสียมากกว่า
"ดีนะที่เราไม่ได้เอาของออกมาขายหลายอย่าง แค่ของกินของใช้ประจำวันก็ขายได้มากขนาดนี้แล้ว" นางหวังซื่อพอได้ฟังว่ามีอะไรขายดีบ้างก็พยักหน้าเข้าใจ ของพวกนี้เป็ของที่ผู้คนต่าง้ากันมาก เพราะในสหกรณ์ยังมีขายอย่างจำกัดอยู่
"อาจจะเพราะราคาของเราแพงกว่าในสหกรณ์ไม่มากด้วยละมั้งคะ" หงอ้ายเอ่ยตอบผู้เป็ย่า เพราะเธอไม่ได้บวกราคาของสูงมาก เพิ่มขึ้นเพียงแค่อย่างละ 1-2 หยวนเท่านั้น
"ไม่หรอกย่าได้ยินแม่ค้าคนอื่นก็ขายราคาเท่ากับเรานั่นแหละ บางคนยังถูกว่าเหมาสองเหมาก็มี เพียงแต่ว่าของเขาคุณภาพไม่ดีเท่ากับของเรา คนเลยมาซื้อที่เราเยอะกว่า" นางหวังซื่อเอ่ยตอบหลานสาว เพราะเวลารอลูกค้านางก็จะฟังแม่ค้าคนอื่นๆ ว่าขายอะไรราคาเท่าไรกันบ้าง ซึ่งก็มีคนมาขายของเหมือนพวกนางเช่นกัน ในส่วนของราคาก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เพียงแต่นางเห็นว่าสินค้าของอีกฝ่ายมีคุณภาพไม่ดีเหมือนของที่หลานสาวเอาออกมาเท่านั้นเอง
"งั้นส่วนแบ่งของย่าวันนี้เพิ่มขึ้นอีกหน่อยดีไหมคะ" หงอ้ายเอ่ยขึ้นในตอนที่ย่าฟางกำลังนับเงินที่เป็ส่วนแบ่งของตนเองออกไป
"ไม่ต้องหรอกเอาแค่เศษที่เกินมานี้ก็พอแล้ว เราตกลงกันแล้วนะ อย่ามาหลอกล่อย่าเสียให้ยาก ถ้าขายของได้แบบนี้เรื่อยๆ ยังไงบ้านใหม่ของหลานก็ต้องได้แน่ๆ" นางหวังซื่อยิ้มขำให้กับหลานสาวที่พยายามให้นางรับเงินส่วนแบ่งเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสำหรับนางแล้วเงินจำนวน 86 หยวนนี้ก็ถือว่ามากมายเกินไปด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะตกลงว่าจะเอาแค่เศษส่วนเกินนางอาจจะขอเท่าเมื่อวานด้วยซ้ำไป
"เื่สร้างบ้าน เอาของที่มีในระบบเกมของหนูออกมาใช้ด้วยได้ไหมคะ หนูว่าคุณภาพมันต้องดีกว่าของที่มีอยู่ในตลาดแน่ๆ เลย" หงอ้ายพอได้ฟังเื่สร้างบ้านใหม่ก็ตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น และคิดไปถึงพวกวัสดุก่อสร้างที่มีอยู่ในระบบ ทุกอย่างดูดีกว่าของที่เธอเคยเห็นวางอยู่ในร้านที่อำเภอมาก และยังไม่ต้องเสียเงินซื้ออีกด้วย เพราะเหรียญทองกับเพชรที่มีอยู่ในระบบเกมตอนนี้เรียกได้ว่ามหาศาลแล้ว
"เื่นี้คงต้องรอให้เราพร้อมก่อนนะ ความจริงย่าอยากให้อาเล็กของหลานกลับมาอยู่บ้าน จะได้ช่วยเราได้ อาเล็กของหลานเป็คนที่ฉลาดและมีไหวพริบดีมากที่สุด เขาน่าจะมีหนทางช่วยพวกเราได้ แค่ย่ากับหลานสองคนเราคงหลอกได้แค่คนในบ้านเท่านั้นแหละ" นางหวังซื่อได้ฟังที่หลานสาวพูดก็คิดว่าดีเหมือนกัน ของในระบบเกมที่หลานสาวเอาออกมาทุกอย่างล้วนมีคุณภาพดีกว่าที่วางขายอยู่ด้านนอก แต่เื่นี้นางกับหลานสาวสองคนคงไม่อาจจะปกปิดคนอื่นๆ ได้ จึงคิดถึงบุตรชายคนเล็กที่ฉลาดกว่าใครในหมู่พี่น้อง
"หนูตามใจย่าค่ะ แต่หนูว่าย่าต่างหากที่ฉลาดกว่าใครเลย" หงอ้ายไม่มีความเห็นในเื่นี้เพราะยังไม่เคยเจออาเล็ก แต่ถ้าย่าบอกมาแบบนี้ก็ไม่น่าจะผิดไปจากนั้น
"เข้าใจพูดนะเรา เอาละเก็บเงินไปได้แล้ว ย่าจะเอาส่วนแบ่งไปให้คนอื่นๆ เหมือนกัน" นางหวังซื่อลูบหัวหลานสาวด้วยความรักใคร่ พร้อมกับให้เด็กหญิงเก็บเงินไปให้เรียบร้อย แล้วก็พากันออกไปที่ด้านนอกที่ทุกคนกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ก่อนแล้ว
"เอาล่ะวันนี้ขายของได้ดีมาก ส่วนแบ่งก็จะเยอะขึ้น วันนี้จะได้บ้านละสองหยวนนะ" นางหวังซื่อเอ่ยบอกทุกคนขณะที่มานั่งลงที่โต๊ะอาหารของบ้าน วันนี้ได้ส่วนแบ่งเยอะขึ้นนางก็แบ่งให้แต่ละครอบครัวเยอะขึ้นตามไปด้วย
"แค่หนึ่งหยวนก็พอแล้วครับแม่" ฟางไป่ที่เห็นเงินสองหยวนวางอยู่ตรงหน้าภรรยาก็รีบเอ่ยขัดมารดา เพราะเห็นว่ามารดากับบุตรสาวดูท่าทางน่าจะเหนื่อยกันมาก จึงไม่อยากเอาเปรียบ
"แกนี่ยังไงนะเ้ารอง ฉันให้เท่าไรก็แค่รับไปไม่ได้หรือยังไง รู้ไหมฉันกับลูกสาวแกต้องเหนื่อยมากขนาดไหนกับการแบกของเข้าไปในอำเภอ และแกก็ไม่ต้องเป็ห่วงเื่เงินหรอกปีหน้าพวกเราได้สร้างบ้านใหม่แน่" นางหวังซื่อเอ่ยตอบกลับลูกชายคนรองด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ซึ่งครั้งนี้นางไม่พอใจจริงๆ เพราะี้เีต้องมาอธิบายเื่ที่พูดไปแล้วอีกครั้ง
"ใช่ เ้ารองแกนี่มันยังไง แม่ของแกว่ายังไงแกก็แค่รับไปก็พอจะมาทำให้แม่แกโมโหทำไม ไปๆ สะใภ้รองเก็บเงินไปได้แล้ว" ฟางไห่รีบเอ่ยต่อว่าบุตรชายคนรองต่อจากภรรยาทันที แต่ไม่ลืมขยิบตาส่งสัญญาณให้หลานๆ เห็นว่าเขาแค่ทำเพื่อเอาใจภรรยาตนเองให้อารมณ์ดีขึ้นแค่นั้น
"คิกๆ" หงอ้ายเห็นท่าทางของย่าฟางและปู่ฟางก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ พร้อมกับคิดว่าตนเองจะโชคดีอย่างที่ท่านยมทูตอวยพรไว้ให้ได้เจอคนดีเหมือนอย่างที่ย่าฟางเจอปู่ฟางหรือเปล่า
จากนั้นหงอ้ายก็ถูกพี่สี่ลากไปเรียนหนังสือ เพราะความจริงปีนี้เธอต้องเรียนประถมชั้นปีที่ 3 ด้วยกัน แต่เพราะร่างนี้สลบไปจึงต้องอาศัยเรียนที่บ้านโดยให้พี่ๆ คอยสอนให้แทน
"ถ้าน้องสาวไม่อยากเรียนชั้นปีที่สามคนเดียว ก็รอสอบขึ้นชั้นปีที่สี่พร้อมน้องสี่เลยก็ได้นะ พี่ใหญ่ถามคุณครูมาให้แล้ว เพราะฉะนั้นน้องสาวต้องตั้งใจอ่านหนังสือกับฝึกเขียนให้คล่องๆ ด้วย" ฟางตงจิ้งเอ่ยบอกน้องสาวที่กำลังทำหน้าบูดเมื่อพวกเขาเอาการบ้านให้น้องสาวลองทำดู
"ขอบคุณค่ะพี่ใหญ่" หงอ้ายเอ่ยขอบคุณพี่ชาย พร้อมรอยยิ้มแหย เธอเบื่อเื่เรียนหนังสือมากจริงๆ ชาติก่อนทั้งทำงานทั้งเรียนกว่าจะจบปริญญาตรีได้ก็แทบหืดขึ้นคอ มาชาตินี้ก็ต้องมาเรียนอีกและยังเป็ภาษาจีนอีกด้วย โชคดีที่ร่างนี้พออ่านออกเขียนได้อยู่บ้างไม่อย่างนั้นเธอต้องแย่แน่ๆ
"ถ้าน้องสาวไม่เข้าใจตรงไหนถามพี่รองก็ได้นะ พี่รองจะสอนให้" ฟางตงอวี้เห็นท่าทางน้องสาวไม่ค่อยอยากจะเรียน ก็รีบเอ่ยบอกให้น้องสาวสบายใจว่าถ้ามีตรงไหนไม่เข้าใจเขาจะช่วยสอนให้เอง
"ไม่ๆ ถามพี่สี่ดีกว่า พี่สี่เรียนชั้นเดียวกับน้องสาว ต่อไปครูสอนอะไรมาพี่สี่จะเอากลับมาสอนน้องสาวทุกวันเลยดีไหม" ฟางตงชิงก็ไม่ยอมน้อยหน้าพี่ชายคนอื่นๆ รีบเสนอตัวอาสาสอนให้น้องสาวเอง
"ดีค่ะ พวกพี่ๆ ดีที่สุดเลย" หงอ้ายเห็นท่าทางกระตือรือร้นของพี่ๆ แล้วก็อดรู้สึกดีใจไม่ได้ ถึงแม้เธอจะไม่ชอบเรียนแต่เพื่อให้พี่ๆ ดีใจเธอจะตั้งใจเรียนก็แล้วกัน
*********
ไรต์ : ขอบคุณทุกคำแนะนำและทุกความห่วงใยค่ะ หลังจากสลบไสลไปหนึ่งวันครึ่งอาการก็ดีขึ้นจนลุกขึ้นมาปั่นตอนใหม่ส่งให้ได้ อ่านให้สนุกนะคะ