บทนำ
ภายในห้องพักหรูในกลางกรุงปารีสแสงนวลจากพระอาทิตย์สาดส่องเข้ามาในห้องที่เต็มไปด้วยกระดาษ ตู้เก็บของและภาพวาดมือเล็กสองข้างเปรอะเปื้อนไปด้วยสีน้ำมัน ดวงตากลมโตกำลังจับจ้องไปที่ภาพเขียนสีน้ำมันผลงานของตนเองอย่างภาคภูมิใจดวงตาสุกใสเปล่งปลั่งยิ้มชื่นชมภาพวาดที่สวยที่สุดเท่าที่เคยวาดมาริมปีปากบางฉีกยิ้มแก้มปริ เธออยากให้ของขวัญชิ้นนี้มีความหมายมากที่สุดกับคนที่เธอรักที่สุดในชีวิต มินตรามองออกไปยันหน้าต่างบานใหญ่ที่สามารถมองเห็นหอไอเฟลได้ชัดที่สุดในตัวเมืองรอยยิ้มสวยคลี่ยิ้มอีกครั้งเมื่อนึกถึงคนที่จะได้รับของขวัญชิ้นนี้มินตราอยากให้เขาได้รู้ว่าเขามีความสำคัญต่อชีวิตเธอมากแค่ไหน
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย มือเล็กรีบเก็บภาพวาดสีน้ำมันไว้อย่างมิดชิดก่อนจะเช็ดมือทั้งสองข้างที่สีข้างพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเป่าลมออกมาอย่างมั่นใจเท้าวิ่งสอยไปเปิดประตูอย่างตื่นเต้นทันทีที่เดินไปเปิดประตูออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่บุคคลที่กำลังคิดถึง ใบหน้ายิ้มแป้นเมื่อครู่ก็บูดบึ้งทันที
“อะไรแก เห็นหน้าฉันทำอย่างกับเห็นผี” รัตนาแขวะหญิงสาวเมื่อเห็นอากับกริยาที่เดินออกมาเปิดประตูของเพื่อนสาว
“เปล่า”
“เปล่าอะไรยะ ก็เห็นอยู่ เมื่อกี้หน้าระรื่นเชียว พอเห็นหน้าฉันก็ทำเหมือนโลกแตก” รัตนาพูดด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์และดูเชิงมินตราเชิดหน้าไม่สนใจก่อนจะหยิบแอปเปิ้ลที่ปลอกไว้แล้วขึ้นมา
“ดูๆ โอ้โหมือเปื้อนเสียขนาดนั้นยังจะหยิบของขึ้นมากินได้อีก”
“เออน่า แกมานี่ไม่ได้มาเพื่อบ่นใช่มั้ย” มินตราพูดประชด ฟันเรียวคมกัดแอปเปิ้ลลูกสวยเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ
“ทำไมฉันจะบ่น มีอะไรยะ ...”
มินตรากรอกตา ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาถึงแม้ว่าทั้งเธอและรัตนาจะดูเหมือนไม่ค่อยถูกกันเสียเท่าไหร่เพราะมินตราเป็คนไม่ค่อยแคร์หรือสนใจใครแต่รัตนาเองก็รักและเป็ห่วงเพื่อนของเธอคนนี้มากและเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของมินตราก็คือเธอ รัตนามองสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์ของมินตราด้วยความรู้สึกระคนหมันไส้อยากจะดึงแก้มยุ้ยๆ ของเพื่อนให้ยิ้มบ้าง
“เอาล่ะๆเข้าเื่เลยแล้วกัน ที่ฉันมาวันนี้ก็เพราะว่าฉันได้ยินข่าวแว่วๆ มาจากที่บ้านเธอ”
“เื่อะไรล่ะ” หญิงสาวพูดขาเรียวยาวพาดบนโซฟาพร้อมกับเอนตัวนอนอย่างสบายใจเธอไม่ได้ติดต่อกลับไปหาทางบ้านนานแล้ว ั้แ่ย้ายมาอยู่ปารีสเมื่อสามปีก่อน แรกๆเธอไม่ยอมติดต่อกลับไปที่บ้านเลย จนพี่ชายโทรมาหาเธอเธอถึงยอมรับสายแล้วก็ยอมคุยกับที่บ้านเป็ครั้งคราว
“เื่ที่เธอควรจะกลับบ้านแล้วรีบไปงานเปิดตัวผู้บริหารคนใหม่ของมินตรากรุ๊ปได้แล้ว”
หญิงสาวที่กำลังเคี้ยวแอปเปิ้ลอยู่หยุดชะงัก
มินตรากรุ๊ป บริษัทการท่าเรือั์ใหญ่เป็อันดับหนึ่งของการท่าเรือไทย ที่มาของชื่อมินตรากรุ๊ปนี้คือชื่อของเธอและมารดา ทั้งสองมีชื่อเดียวกันเพราะพ่อของมินตรารักแม่ของเธอมากจึงร่วมกันสร้างบริษัทนี้ขึ้นมาในนาม มินตรากรุ๊ปแต่หลังจากมารดาของเธอเสียเพราะคลอดก่อนกำหนดพ่อของเธอจึงตั้งชื่อให้เธอเป็ชื่อเดียวกับแม่
แรกเริ่มพ่อของเธอบอกว่าจะยกบริษัทนี้ให้กับเธอ แต่หญิงสาวไม่อยากได้เพราะสิ่งที่เธอรักและฝันอยากจะเป็คือดีไซน์เนอร์ชื่อดังของปารีสเธอและบิดาทะเลาะกันจนกระทั่งมินตราทนแรงกดดันไม่ไหว เมื่อรู้ว่าผลสอบชิงทุนมหา’ลัยในปารีสได้แล้วเธอจึงทิ้งทุกอย่างและบินลัดฟ้ามาถึงที่นี่
“หมายความว่าไง ผู้บริหารคนใหม่?” รัตนาเงียบอยู่สักพัก หญิงสาวที่กำลังเคี้ยว
“คุณอา ท่านลงจากตำแหน่งแล้วตอนนี้กำลังแต่งตั้งให้พี่ชายเธอเป็ประธานบริษัท” รัตนาบอกเธอคิดไว้อยู่แล้วว่ามินตราต้องไม่รู้เื่นี้
“ทำไมฉันไม่เห็นรู้เื่” หญิงสาวมึนงงกับสิ่งที่รัตนาพูดตรงหน้าบิดาของเธออยู่ๆ ก็จะยกตำแหน่งให้พี่ชายเสียเฉยๆ ทั้ง ๆที่ดูเหมือนว่าจะเป็เื่ธรรมดา แต่เธอรู้สึกได้ว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่นอนทั้ง ๆ ที่พี่ชายของเธอเคยเอ่ยกับเธอว่าเขาจะไม่ยอมรับ่ต่อกิจการของบิดาจนกว่าเธอจะเรียนจบ
“แกทำอย่างกับแกติดต่อง่ายอย่างนั้นแหล่ะ ฮึ่มเล่นปิดมือถือไปเป็อาทิตย์ เออ แต่ก็แปลกนะ เพราะไม่เห็นมีใครบอกฉันเลยสักคนนี่ถ้าฉันไม่บอกให้แม่เอากระเช้าไปฝากคุณอาที่บ้าน ท่านคงไม่รู้เื่นี้หรอกเพราะข่าวเงียบม้าก คงตั้งใจจะแถลงเปิดตัวทีเดียว”
มินตราชักสีหน้าด้วยความหงุดหงิด ทำไมไม่มีใครบอกเธอเื่นี้ เื่ใหญ่ขนาดนี้ควรจะมีคนบอกเธอสักคนหรือไม่ก็ส่งข่าวมาทางเฟสบุ๊คอีเมลล์ หรืออะไรก็ได้
“ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องกลับไปที่บ้านวันนี้เลย!”
มินตราดีดตัวลุกขึ้นออกจากโซฟา ตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนพรอมกับดึงกระเป๋าเดินทางใบโตออกมา
“ดี...อ้อลืมบอกไป งานประกาศตัวประธานบริษัทคนใหม่คือวันพรุ่งนี้ตอนเย็น”
“อะไรนะ!” เพียงเท่านั้นมินตราก็เบิกตากว้างยิ่งกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าอะไรๆมันช่างรวดเร็วขนาดนี้
บทที่ 1
สนามบินสุวรรณภูมิ
หญิงสาวร่างบางเดินออกมาจากสนามบินดวงตากลมโตกำลังมองหาใครบางคนที่เธอคิดว่าเขาต้องมารอเธอในวันนี้ แต่ทว่าไม่ว่าเธอจะเดินหาเขานานแค่ไหนก็ไม่มีทีท่าว่าเขาจะมารับเธอเลยหญิงสาวกดสายหาพี่ชายั้แ่ก่อนจะขึ้นเครื่องจนตอนนี้เขาก็ไม่รับสายคิ้วเข้มขมวดด้วยความสงสัยทำไมจู่ๆ พี่ชายเธอถึงได้หายเงียบไปมินตราจึงโทรศัพท์ไปหาที่บ้านบอกให้คนขับรถมารับ ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมงรถลีมูซีนคันหรูก็ก็มาจอดเทียบหน้าเธอ หญิงสาวจึงขึ้นไปนั่งบนรถด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“นี่พี่ชายไปไหนคะ ทำไมเขาถึงไม่รับสายมิน” เธอถามคนขับรถอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“ไม่ทราบเหมือนกับครับคุณหนู คุณช้างคงจะงานยุ่ง”
“งานยุ่งจนไม่มีเวลามารับเลยหรือไง...” หญิงสาวตัดเพ้อด้วยความน้อยใจปกติเธอโทรไปไม่ว่าจะกี่ครั้งเขาก็ต้องรับสาย แต่พักหลังๆ มานี้พี่ชายของเธอเริ่มทำตัวห่างเหิน นานๆ ครั้งเขาถึงจะรับสายหรือไม่ก็ให้คนที่แม่นมที่บ้านมารับสายแทน
คฤหาสน์ตระกูล นิติวงศ์หลังใหญ่ตั้งตระง่านตระกาลตาอยู่ตรงหน้าเมื่อรถลีมูซีนคันหรูจอดเทียบสนิทที่หน้าประตูบานใหญ่สาวรับใช้สามคนวิ่งมารอรับที่หน้าประตูบ้าน หญิงสาวในชุดสูทสีขาวกระโปรงทรงเอสั่นสีดำเดินลงมาจากรถคันหรูด้วยรองเท้าส้นสูงปรี๊ดสีดำเกือบห้านิ้วผมยาวสลวยถูกมัดเป็หางม้าใบหน้าคมยืนมองคนที่มารับดวงสายตาอย่างมีความหวังแต่พอไม่พบคนที่อยากเจอใบหน้านวลจึงกลับมาเชิดหน้านิ่งดังเดิมก่อนจะเดินกระแทกเท้าเข้าไปในบ้าน
สายตาคมยืนจับจ้องร่างบางที่กำลังเดินเข้ามาในบ้านอย่างไม่ว่างตาใบหน้าคมเข้มผิดกับคนเอเชียดวงตาสีเทามองร่างบางที่กระแทกเข้ามาในบ้านจนลับตาเข้ามาในบ้านมือหนาที่กำลังถือแก้วไวน์อยู่นั่นยกมันกระดกเข้าปากรวดเดียวหมด แล้ววางลงคเชนทร์รับรู้แล้วว่าตอนนี้น้องสาวของเขาได้มาถึงเรียบร้อยแล้วและแผนการต่อไปกำลังเริ่มขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูจากข้างนอก เรียกความสนใจของเ้าของห้องเป็อย่างดีคเชนทร์เอ่ยปากอนุญาตให้คนข้างนอกเข้ามาในห้อง ฉับพลันประตูกระถูกเปิดออกพร้อมกับรองเท้าส้นสูงแหลมปรี๊ดสีแดงเพลิงก้าวฉับเข้ามาภายในห้องทำงาน
“ดาร์ลิ้งคะ ทำไมไม่รับสายเดียร์น่า” นางแบบสาวลกครึ่งไทยอังกฤษก้าวเดินเข้ามาด้วยความหงุดหงิดเธอพยายามติดต่อคเชนทร์ั้แ่เช้าแต่ไม่สามารถติดต่อได้วันนี้เธอตั้งใจจะเดินคู่เขาเข้างานประกาศ เปิดตัวผู้บริหารคนใหม่ไฟแรงของคเชนทร์ครั้งนี้ถือว่าหญิงสาวเป็ปลื้มไม่น้อย เพราะคนรักของเธอกำลังได้รับตำแหน่งสูงสุดของบริษัทเธอเองก็จะได้เป็ถึง Frist lady ของบริษัทั์ใหญ่แห่งนี้คเชนทร์หันกลับมาพบว่าไม่ใช่คนที่คาดการณ์ไว้จึงรู้สึกหงุดหงิด
“บ้านหลังนี้อนุญาตให้คนภายในครอบครัวเท่านั้นที่เข้ามาได้...คุณไม่ทราบหรือ?”คเชนทร์กล่าวอย่างหัวเสีย คฤหาสน์แห่งนี้แม้จะเป็ที่รู้จักกันดีว่าเป็คฤหาสน์ของตระกูลนิติวงศ์เขาเคยพลาดพาเธอมาบ้านหลังนี้ครั้งหนึ่งเท่านั้นแต่หลังจากนั้นก็ไม่คิดจะพามาที่นี่อีกเลยเพราะคิดว่ายังไงเขาคงไม่มีทางติดต่อกับผู้หญิงโลภมากคนนี้อีก
“แหม ดาร์ลิ้งขา เดียร์น่าก็เป็เมียคุณไม่ใช่หรือคะจะเข้าจะออกบ้านหลังนี้บ่อยแค่ไหนก็ได้ จริงมั้ยคะ?” หญิงสาวเดินเข้าไปลูบกล้ามแขนกำยำของฝ่ายชายเดียร์น่ารู้ดีว่าตอนนี้เธอกำลังถูกโละทิ้งสิ่งที่ต้องตอนนี้คือจับผู้ชายคนนี้ให้อยู่หมัดชายหนุ่มมองมือบางที่ลูบไล้กล้ามแขนล่ำสันของตนก่อนจะปัดมันออกอย่างไม่ใยดี
“ผมบอกคุณแล้วว่าเื่ของเรามีแค่เซ็กส์อีกอย่างผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณอีก”
“เื่ของเรามันเป็แค่เซ็กซ์? แหมพูดเป็พระเอกนิยายไปได้ค่ะดาร์ลิ้ง เราสองคนรู้ดีว่าเราทั้งคู่เหมาะสมกันแค่ไหน”เดียร์น่ากวาดมือคล้องคอชายหนุ่มผู้ซึ่งมีสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก
“วันนี้เดียร์น่าตั้งใจมาหาคุณเราจะเคียงคู่กันเดินพรมแดงในงานเปิดตัวของคุณนะคะ” ชายหนุ่มดึงแขนเรียวออกจากลำคออย่างไม่ยี่หระก่อนจะแสยะยิ้มให้กับผู้หญิงตรงหน้า
“ผู้หญิงอย่างเธอน่ะหรือ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นทำเอาหญิงสาวตรงหน้าเย็นวาบไปทั่วร่างกาย
“เธอก็แค่กระหายเงิน ไม่เหมาะสมจะเดินเคียงคู่กับฉันในงานพรมแดงเลยสักนิดไม่แม้แต่จะชายตามองฉันก็ตาม”
“คุณคเชนทร์!” หญิงสาวเบิกตากว้างตะลึงกับคำพูดที่ออกมาจากปากชายหนุ่มคเชนทร์สะบัดมือบางทิ้งและกวาดตามองด้วยสายตาเหยียดหยาม
“ผมไม่ได้ใจดีกับผู้หญิงทุกคนโดยเฉพาะคุณ...ออกไปจากห้องทำงานของผมได้แล้ว”ชายหนุ่มผายมือไปทางประตูหน้าห้องทำงาน วันนี้เขามีเื่วุ่นวายั้แ่เช้าและไม่อยากต้อนรับใครทั้งนั้น คเชนทร์ทำให้หญิงสาวตรงหน้าเม้มริมฝีปากจ้องเขาเขม็งด้วยความโกรธวันนี้เธอตั้งใจจะมาหาเขาแต่สิ่งที่ได้คือเขากำลังผลักไสเธอให้กลับไปอย่างไร้เยื่อใยเขาทำราวกับเธอเป็เหมือนพวกโสเภณีข้างถนน
“เขาพูดถูกแล้ว คุณกลับไปเถอะค่ะ”เสียงเล็กลอดออกมาจากทางหน้าประตูห้องทำงาน ดวงหน้าใสที่แต้มเครื่องสำอางเล็กน้อยจับจ้องไปยันคนทั้งสองที่ยืนอยู่ภายในห้องคเชนทร์สะดุดตากับใบหน้าที่ได้รูปและสวยไร้ที่ติของมินตราอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหลุดจากภวังค์ด้วยเสียงแหลมของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าแว้ดขึ้นมา
“หล่อนเป็ใคร?! มาสาระแนอะไรแถวนี้”
หญิงสาวร่างเล็กที่ยืนอยู่หน้าประตูกรอกตาเธอมองใบหน้าที่แต้มไปด้วยเครื่องสำอางหนาของเดียร์น่าอย่างเบื่อหน่ายพี่ชายของเธอมีผู้หญิงมาเกาะแกะถึงบ้านเชียวหรือเนี่ยเมื่อก่อนเธอเคยไล่ผู้หญิงของพี่ชายไปครั้งหนึ่งสมัยที่คเชนทร์อยู่คอนโดแต่คราวนี้เล่นมีคนตามมาถึงบ้าน
“เื่นี้คงไม่สาระแนไม่ได้ เพราะว่าผู้ชายที่เธอกำลังควงอยู่น่ะ” หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้ามินตราคว้าแขนแกร่งมากอดไว้อย่างแสดงความเป็เ้าของก่อนจะเชิดหน้าใส่นางแบบสาวอย่างไม่กลัวเกรง
“เป็พี่ชายฉัน”
นางแบบสาวถึงกับเบิกตากว้างหน้าถอดสีมองดูดวงหน้าหวานที่กำลังเชิดใส่ตรงหน้าเมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้วมินตราเป็น้องสาวของคเชนทร์ชายหนุ่มที่เธอกำลังหมายปอง
“เอ่อ... เธอเป็น้องสาวของคุณคเชนทร์เหรอ” นางแบบสาวพูดอย่างตะกุกตะกักมองมือที่คว้าแขนของหนุ่มคนรักไปอย่างอิจฉานิดๆ
“ใช่ แล้วก็เป็คนที่จะไปเดินร่วมงานคู่กับพี่ชายด้วย”
นางแบบสาวชะงักค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเล็กน้อย
“แหม... คุณหนูก็ ไม่บอกั้แ่แรกว่าเป็น้องสาวคุณคเชนทร์ปล่อยให้ดิฉันคิดไปเองเสียนี่”
“งั้นก็ควรจะรู้ไว้นะคะ แล้วก็เชิญออกไปได้แล้วบ้านหลังนี้ไม่ต้อนรับผู้หญิงอย่างคุณ” ทันทีที่สิ้นเสียงใบหน้าของนางแบบสาวถึงกับชาวาบ ไม่คิดว่าจะมีใครมาไล่ได้ขนาดนี้
“เอ๊ะ...นี่หล่อน” นางแบบสาวเริ่มรู้สึกเสียหน้า ทำไมหรือผู้หญิงแบบเธอมันเป็อย่างไร ทำไมจะไม่คู่ควรกับคเชนทร์หล่อนถือว่าหล่อนเองก็เป็เมียคนหนึ่งของเขาเหมือนกันทำไมเธอจะเข้าบ้านหลังนี้ไม่ได้
“อย่าเอานิสัยแย่ๆ มาใช้แถวนี้ที่ฉันปล่อยให้คุณคุยกับพี่ชายตั้งนานสองนานนั่นก็ถือว่ามากพอแล้วดิฉันกับพี่ชายขอตัวก่อน อ่อ...”มินตราหันไปคลี่ยิ้มหวานที่เคลือบไปด้วยยาพิษให้กับเ้าหล่อน
“หวังว่ากลับมาจะไม่เจอกันอีกนะคะ”
หญิงสาวสะบัดหน้าพร้อมกับลากแขนคนข้างๆ ให้เดินไปด้วยปล่อยให้นางแบบสาวยืนเอ๋ออยู่อย่างนั้น
“อะ...อีเด็กบ้า!”ร่างบางสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ ที่เมื่อครู่หน้าแตกยับเยิน
คอยดูเถอะ ถ้าเธอได้เป็คุณนายบ้านหลังนี้เมื่อไหร่คนแรกที่เธอจะเฉดหัวออกจากบ้านก็คือ น้องสาวของคุณคเชนทร์!
มือเรียวลากตัวพี่ชายให้เดินอกมาจากห้องก่อนที่จะหยุดยืนแล้วหันไปมองพี่ชาอย่างน้อยใจเสียมิได้จะไม่ให้เธอน้อยใจได้อย่างไร โทรหาก็ไม่ยอมรับสายแถมรู้อยู่แล้วว่าน้องจะมาในวันนี้ก็ไม่ยอมไปรับที่สนามบินอีกคราวนี้แหล่ะเธอจะเอาเื่พี่ชายให้ถึงที่สุดเลย
“ทำไมไม่รับสายคะ” คำพูดเดียวกับนางแบบสาวเมื่อครู่เป๊ะ! ชายหนุ่มถอนหายใจ ก่อนจะชายตามองด้วยสายตาที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับคำพูดเมื่อครู่
“ทำไมฉันต้องรับสาย”
“พี่ชาย!” หญิงสาวหูฝาดไปหรือเปล่าเมื่อครู่พี่ชายของหล่อนว่าอะไรนะ?
“ฉันต้องทำงาน ่นี้ก็วุ่นวายมากพอแล้วไม่ว่างจะรับสายใครทั้งนั้น”
“แต่นี่น้องนะคะ”
“ก็เพราะเป็เธอไงล่ะมินตรา” หญิงสาวขมวดคิ้วเข้มของตนด้วยความประหลาดใจดวงหน้าใสมองใบหน้าพี่ชายที่แสนดีในตอนนี้แปลกไป ทำไมจู่ๆเธอก็รู้สึกราวกับว่าพี่ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอไม่เหมือนพี่ชายคนเดิม
“พี่ชาย...”
“ถ้าจะไปงาน ก็รีบไปแต่งตัวซะ แล้วก็ไม่ต้องมาควงฉันเพราะงานนี้ฉันไม่จำเป็ต้องให้ใครควงแขนเข้างาน”
“!!!?” หญิงสาวเบิกตากว้างมองผู้เป็พี่อย่างใมินตราไม่เคยเห็นท่าทีแบบนี้จากเขามาก่อนตลอดชีวิตที่มีพี่ชายคนนี้เธอรู้สึกอบอุ่นมาตลอดแต่พอวันนี้เธอกลับได้เจอกับชายหนุ่มอีกคนที่ไม่เหมือนคนก่อนที่เธอรู้จัก
ชายหนุ่มแกะมือเรียวที่เกาะแขนซ้ายของเขาไว้ออกก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากตรงนั้นหญิงสาวมึนที่กำลังงงกับกริยาของเขาเมื่อครู่ก็ะโไล่หลังจนคนที่กำลังเดินออกไปชะงัก
“พี่ชายเป็อะไรไปคะ”
พลันความเงียบเข้าครอบงำทั้งคู่คเชนทร์ยุดนิ่งสักพักชั่วอึกใจทำให้ภายในใจของหญิงสาวรู้สึกปวดร้าวขึ้นมากะทันหันสายตาของเขาเว้าวอนให้เขาหันกลับมาแล้วพูดอะไรสักคำ แต่เขากลับเดินหายไปเสียเฉยๆแล้วไม่คิดจะหันกลับมาอีกเลย หญิงสาวจึงยืนกลืนน้ำลายของตนเองอย่างเงียบๆไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำเมื่อครู่นี้หมายความว่าอย่างไรแต่แน่นอนว่าเขาเปลี่ยนไปจากเดิมมากและมินตราต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมพี่ชายของเธอถึงเป็แบบนี้
ภายในงานเลี้ยงที่หรูหราแเื่ผู้คนที่เป็เหล่าบรรดาไฮโซ ลูกหลานรัฐมนตรีและนักข่าวที่มาทำสกู๊ปต่างเดินเข้ามาในงานกันเนืองแน่นภายในงานนั้นจัดขึ้นบนเรือสำราญขนาดใหญ่ที่สามารถจุผู้คนที่เข้ามาร่วมงานได้เกือบสามพันคน ในที่นี้มีเพียงเหล่าบรรดาเซเลปไฮโซดารานักแสดงชื่อดังและนักข่าวบางส่วนเท่านั้นที่ได้มีโอกาสร่วมงานอันทรงเกียรติแห่งนี้
มินตราในชุดเกาะอกราตรีสีแดงเพลิงก้าวขาลงมาจากรถลีมูนซีนขนาดใหญ่พร้อมกับสวมรองเท้าส้นสูงสีดำเดินเข้ามาภายในงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยผู้คนตอนนี้สายตาทุกสายตาหันมาจับจ้องเธอแทบเป็ตาเดียวลูกสาวคนสวยเของเ้าสัวมินตรากรุ๊ปเดินเยื้อย่างเข้ามาจนเป็ที่จับตามอง อาจจะเป็เพราะหญิงเองก็ไม่ได้ออกงานสังคมมานานมากแล้วทุกคนจึงให้ความสนใจกับสาวงามที่กำลังย่างกายเข้าไปในงานอย่างมาดมั่นดวงตาหวานมองเห็นเหล่าบรรดาแขกทั้งหลายที่ต่างก็ตะลึงกับความงามของหญิงสาวซึ่งถือได้ว่างานนี้เธอเป็เพชรน้ำงามที่สุดในงานนี้ทีเดียวแต่ก่อนที่เธอจะได้เดินขึ้นเรือสายตาสังเกตเห็นใครบางคนกำลังยืนคุยกับนักธุรกิจรายใหญ่อยู่ไม่ไกลริมฝีปากหวานระบายยิ้มแล้วเดินตรงไปที่ชายหนุ่มที่กำลังยืนอยู่ในวงสนทนา
“พี่ทัศ” มินตราเอ่ยเรียก ชายหนุ่มร่างสูงมาดนักธุรกิจใหญ่ซึ่งเป็ถึงเ้าของสายการบินั์ใหญ่แห่งประเทศไทย เขาหันไปตามเสียงเรียกก่อนที่จะชะงักค้างตะลึงเมื่อเห็นสาวงามตรงหน้า
“มิน” ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม ประหลาดใจเมื่อได้เห็นน้องสาวคนสนิทที่ไม่ได้เจอหน้ากันถึงสามปีกำลังยืนอยู่ตรงหน้าแถมตอนนี้เป็สาวสวยสะพรั่งผิดกับตอนที่เคยเห็นสมัยมัธยม
“ผมขออนุญาตนะครับท่าน” ชายหนุ่มหันไปเอ่ยกล่าวลากับท่านคณะรัฐมนตรีก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาหามินตราที่ยืนอยู่ไม่ไกล เทพทัศใช้สายตามองหญิงสาวอย่างอึ้งๆไม่คิดว่าเด็กกะโปโลที่เขารู้จักเมื่อสามปีที่แล้วจะโตมาสวยขนาดนี้
“มองใหญ่เลยนะคะ”หญิงสาวพูดแซวเมื่อเห็นสายตาเพื่อนสนิทของพี่ชายมองเธอั้แ่หัวจรดเท้า
“จะไม่ให้มองได้ยังไงละ นี่น้องสาวพี่จริงๆ เหรอนี่”มินตรายิ้มหัวเราะ แท้จริงแล้วเธอยากให้คนที่ชมเธอคนแรกคือคเชนทร์มากกว่าแต่เขากลับทำเป็เหมือนไม่รู้จักกันมาก่อน คิดแล้วก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมายังไงไม่ร็
“ไม่ใช่ค่ะ มินเป็น้องสาวพี่ช้างค่ะ”ชายหนุ่มหัวเราะให้กับความน่ารักของน้องสาวเพื่อนรัก พร้อมกับยกมือขึ้นลูบไหล่กลมมนบางเบาๆอย่างเอ็นดู
“แหม น้องไอ้เค...เอ้ย น้องไอ้ช้างก็น้องพี่นี่แหล่ะแล้วไปไงมาไงนี่เรา หื้ม ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งนาน สามปีเลยนะ สวยขึ้นเยอะเลย”หญิงสาวยิ้มขอบคุณ เทพทัศเป็เพื่อนสนิทกับพี่ชายของเธอมานานเธอจึงสนิทกับเขาเหมือนพี่ชายแท้ๆ อีกคน
“พึ่งมาถึงได้สามชั่วโมงเองค่ะ ได้ข่าวจากรัตก็เลยรีบมา”เทพทัศก็ถึงบางอ้อเขาพยักหน้ารับรู้เพราะอันที่จริงคนที่ทำให้รัตนารู้เื่ในวันที่เธอเอากระเช้ามาให้เ้าสัวที่บ้านก็คือเขา
“สายข่าวเกือบทำงานพลาดนะ”
หญิงสาวไม่ตอบอะไร เธอเพียงแต่พยักหน้าและยิ้มให้กับเขา
“แปลกนะ งานใหญ่ขนาดนี้ แต่ไม่มีใครบอกเธอให้รู้”
“นี่...พี่ทัศทราบด้วยหรือคะ?”
ชายหนุ่มเพียงแค่ยิ้มให้เธอ ก่อนจะตบไหล่ของหญิงสาวเบาๆทำกลบเกลื่อนราวกับว่าเขาไม่ได้ปิดบังอะไร เทพทัศมองเห็นว่าคนเริ่มทยอยเข้าไปในงานกันจนเกือบหมดแล้วชายหนุ่มจึงแตะที่ไหล่บางให้เดินเข้าไปข้างใน
“เข้าไปข้างในกันเถอะ อีกเดี๋ยวก็ใกล้จะถึงเวลาแล้ว”
มินตราหันไปมองงานเลี้ยงที่กำลังจะเริ่มขึ้นอยู่ภายในเรือภายในใจของเธอนั่นกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างที่หาคำตอบไม่ได้เมือมองคนข้างกายกำลังรอคำตอบอยู่มินตราจึงหยักหน้าให้เขา
“ค่ะ” ชายหนุ่มยกแขนขึ้นให้เธอเกาะ มินตรายิ้มให้เขาแล้วยกมือขึ้นคล้องแขนเทพทัศเดินเข้าไปภายในงานเลี้ยงพร้อมกันมินตรานึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของเทพทัศน่าแปลกที่เธอเองก็เป็ลูกสาวคนเดียวของเ้าสัวไพรโรธเ้าของกิจการขนส่งทางท่าเรือขนาดใหญ่ของประเทศไทยแต่กลับไม่มีใครสักคนส่งข่าวบอกเธอเลยสักคน และที่สำคัญถ้าเธอไม่รีบกลับมาในวันนี้เธอคงไม่รู้เลยว่าบริษัทเปลี่ยนประธานคนใหม่แล้วซึ่งนั้นเป็สิ่งที่ทำให้หญิงสาวต้องมารู้ให้ได้ว่า ทำไมจู่ๆบิดาของเธอถึงได้ปิดบังเื่การยกตำแหน่งให้พี่ชายกับเธอ
ถึงอย่างไรก็ตามมินตราเองก็ไม่อาจรู้เลยว่าตอนนี้กำลังมีคนจับจ้องมองเธออยู่ั้แ่หญิงสาวเดินลงจากรถมาถึงตรงนี้ชายชุดดำในเงามืดสองคนหลบอยู่หลังตู้คอนเทรนเนอร์ขนาดใหญ่พร้อมกับอาวุธที่มีไว้เพื่อนเตรียมปลิดชีพใครบางคน
“อย่าให้พวกมันรู้ตัว”เสียงสั่งจากทางด้านหลังกระซิบข้างใบหูของคนที่กำลังประกอบปืนและหันหน้ามุ่งสู่ห้องจัดเลี้ยง
“ไม่ต้องห่วง งานนี้ไม่พลาดแน่”
ริมฝีปากจากคนด้านหลังเผยอยิ้มอย่างสะใจดวงตาเฉี่ยวคมมองหญิงสาวที่เดินเข้าไปในงานด้วยความแค้นสะสมมาเป็แรมปี