“ยัยฟ้าเธอโอเคนะ” เพื่อนสาวคนสนิทถามขึ้น หลังจากที่ครูนิตยาประกาศคะแนนจบและเด็กสาวอย่างอิงฟ้าเป็คนสุดท้ายของห้องพอดีเมื่อเห็นท่าทีที่นิ่งอึ้งไปของเพื่อน ดอกไม้จึงต้องเอ่ยถาม
“ยัยดอกไม้เต็ม 50 ผ่านครึ่งต้องได้เท่าไหร่นะ”
“25ว่ะ แก”
“เมื่อกี้ฉันได้เท่าไหร่นะ”
เพื่อนสาวตบไหล่เด็กสาวเบาๆก่อนจะเอ่ยว่า
“24.5”เพื่อนสาวตอบ อิงฟ้านิ่งและเหม่ออีกครั้ง สีหน้าเหมือนจะร้องไห้
“อีก.5 เอง ทำไมครูใจร้ายอย่างนี้” เธอเอ่ยเบาๆ
ทันใดนั้นเองคุณครูนิตยาก็พูดขึ้นที่หน้าห้อง
“ใครรู้ตัวว่าไม่ผ่านวันศุกร์หน้าขอให้ไปพบครูที่หมวดคณิตฯเพื่อสอบซ่อมได้ค่ะ”
หลังจากนั้นเธอก็สอนจนจบคาบเมื่อเลิกคาบเรียน วิชาต่อไปคือวิชาภาษาไทยทั้งสองคนต่างคุยกันในระหว่างเปลี่ยนคาบ
“เธอโชคดีชะมัดได้ตั้ง 30 ส่วนฉัน โอ๊ย อีก.5 เอง ทำไมกันนะ” อิงฟ้าโอดครวญ
“ใจเย็นๆก่อน ฟ้า ยังมีโอกาสตอนสอบซ่อมน้าเธอก็ให้พี่ชินเขาติวให้ก็ได้นี่ พี่เขาเรียนแพทย์ น่าจะเก่งเลขอยู่แล้ว”สีหน้าทิพย์ลดาแดงเรื่อเล็กน้อยเมื่อกล่าวถึงพี่ชายของอิงฟ้าพร้อมทั้งให้คำแนะนำอย่างจริงใจ
“อุ๊ยฉันไม่กล้าหรอก เอาจริงๆนะ ฉันเคยให้พี่เขาติว พี่เขาพูดค่อนข้างเร็ว แล้วสิ่งที่เขาพูดมาก็...ไม่เข้าหัวฉันเลยอ่ะ”
“อ้าวแล้วทำไมไม่บอกพี่เขาให้พูดช้าๆเพราะเธอไม่เข้าใจเล่า”
“ก็...ฉันเกรงใจเอ่อ คือแบบจริงๆแล้ว ตอนนั้นฉันมัวแต่คิดอยากจะไปกินชูครีมที่ซื้อมาด้วยอ่ะ”
“โอ๊ยยัยฟ้า ฉันล่ะปวดหัวกับเธอ”
“ฉันก็เลยไม่กล้าบอกพี่เขานี่แหละแต่จริงๆพี่เขาก็รู้นะว่าฉันไม่เก่งเลข แต่ว่า แต่ว่าฉันก็ไม่อยากให้พี่เขาสอนอีกอ่ะ ฉันสงสารพี่เขา ต้องมาสอนคนโง่คณิตอย่างฉันเฮ้ออออ ฉันจะทำยังไงดี เธอพอสอนฉันได้ไหมอ่ะ ดอกไม้ เธอสอบผ่านด้วยนี่นา”เด็กสาวร่างอวบระบายความเครียดด้วยการนวดแก้มตัวเองไปมา
“ฉันก็อยากสอนเธอนะฟ้า อยากให้เธอผ่านเหมือนกัน แต่ฉันเองก็สอนไม่เก่ง อืม ทำไงดี...”
“โอ๊ยอยากร้องไห้” เด็กสาวครวญคราง
แล้วทั้งสองก็หยุดคุยเมื่อคุณครูจริยา ครูสาวรุ่นใหญ่ร่างอวบผู้สอนวิชาภาษาไทยได้เดินเข้ามาที่ห้องพร้อมกับนักเรียนชายอีกคนที่ถือลำโพงและไมโครโฟนมาให้ และทันทีที่เขาเดินเข้ามาสาวๆในห้องก็ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเบาๆ
“ขอบใจมากจ้ะ นายคชา เอ่อ...”คุณครูเหมือนจะคุยอะไรกับเขาเล็กน้อย
อิงฟ้ามองเด็กหนุ่มก่อนจะบ่นอุบกับตัวเองเบาๆ
“จะโผล่มาตอกย้ำกันอีกหึ”
แต่เพื่อนสาวคนสนิทเธอกลับไม่คิดแบบนั้นน่ะสิ
“นี่ยัยฟ้า ฉันคิดอะไรดีๆออกแล้วล่ะ”
“หืมอะไร”
“คนที่จะสอนเลขให้เธอไง ตานั่นไงล่ะเห็นว่าใครถ้าไม่เข้าใจ เขาก็สอนให้นะ แล้วก็ผ่านกันด้วย”
“จะบ้าหรอดอกไม้ฉันกับเขาไม่ได้รู้จักกัน จู่ๆจะไปขอให้เขาสอนเนี่ยนะ”
“อ่ะงั้นเธอก็ต้องไปอ่านเอง ให้พี่ชินสอนหรือตก ซ่อม0 อีกรอบ เลือกเอานะจ๊ะ เพื่อน”
เมื่อเด็กสาวได้ฟังตัวเลือกจากเพื่อนสนิทของเธอตัวเลือกแต่ละอย่างดูจะทำให้เธอลำบากใจไปหมดเลย
“โอ๊ยปวดหัวโว้ย!” อิงฟ้าเผลอพูดเสียงดังอย่างลืมตัวจนทุกคนไม่เว้นแม้กระทั่งเขาคนนั้นก็หันมามอง
“เธอคนนั้นน่ะพูดอะไรเสียงดังขึ้นมา ฮึ เดี๊ยะเถอะนะ อิงฟ้าอีกแล้วหรือฮึชวนเพื่อนคุยอีกแล้วนะเธอน่ะ ไม่เคยตั้งใจเรียนเลยนะ” คุณครูร่างอวบร่ายเธอเป็ชุด
“หนูขอโทษค่ะครู” เธอไหว้ปุหลกๆอย่างอับอาย ก้มหน้าหลบแทบไม่ทัน อีกอย่างครั้งนี้เธอไม่ได้ชวนใครคุยสักหน่อย ยัยดอกไม้ต่างหากที่ชวน
แต่ประเด็นคือ...ต่อหน้าผู้ชายคนนั้นน่ะสิตอนนี้ยังมองอยู่ป่ะวะ อายฉิบเลยวุ้ย
เด็กสาวค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆ เหลือบตาดูหน้าห้อง ไม่แล้ว....เขาไม่ได้มองเธออยู่แต่ไหว้ครูและเดินออกไป
แล้วเื่ที่จะขอตานั่นให้ติวซ่อมให้เธอเฮ้อ นี่ต้องทำแบบนั้นจริงๆงั้นหรือ
‘แต่ว่าก็มีหลายคนทำแล้ว ก็น่าจะลองไปขอเขาดูสักหน่อยก็ไม่น่ามีอะไรเสียหายนี่’
--------------------------------------------------------------------------------------------------
นับว่าเป็โชคดีของเธอจริงๆหลังจากแอบส่องตารางสอนของเด็กห้องม. 5/1 มาเรียบร้อยก็เห็นว่าคาบว่างของเธอกับห้องหนึ่งตรงกันพอดีส่วนยัยเพื่อนสนิทของเธอนั้นกลับบอกว่าจะเป็กำลังใจให้อยู่ห่างๆซะได้ทั้งๆที่เป็คนต้นคิดแท้ๆ
ในตอนนี้พวกเขาคงจะเพิ่งเลิกจากวิชาฟิสิกส์กำลังกลับมาจากห้องแล็บกันอยู่ล่ะมั้ง มองเข้าไปในห้องไม่มีใครสักคนเลย
ก็ดี!ยังมีเวลาให้เธอเตรียมใจอีกนิดนึง เด็กสาวก้มดูนาฬิกาบอกเวลา 11.15 น.
เธอโอดครวญอย่างเซ็งๆเพราะถ้าเป็เวลานี้ใครๆก็ต้องไปกินข้าวเที่ยงกันแล้ว เธอก็มัวกังวลจนลืมไปเลยโอ๊ย ทำไมยัยดอกไม้ไม่เตือนฉันเลยนะ
“ต้องพูดว่านี่ เธอ ฉันอยากรบกวนเธอสอนเลขฉันหน่อยน่ะ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวและจะไม่มารบกวนอีกเลยนะจ๊ะ”
เด็กสาวพยายามท่องบทพลางหันมองข้างหลังก็ยังไม่เห็นมีใครมา
‘หรือเราจะไปหาเขาที่โรงอาหารดีนะโอ๊ย แต่คนเยอะแยะ ต่อหน้ากลุ่มเพื่อนเขาอีก ต้องน่าอายแน่ๆ เอ หรือว่าจะแปะ post it ให้เขารู้ดี แต่เขาก็จะไม่รู้อีกล่ะสิว่าเป็เราและถ้าเราแปะชื่อ คนอื่นก็รู้อีก อายอีก โอ๊ย ทำไงดีวะเนี่ย!!!’
“เฮ้ยไปตั้งหลักใหม่ ตั้งสติใหม่แป๊บนะ ยัยฟ้า 3 2 1” ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเดินถอยหลังแต่ถอยได้เพียงไม่กี่ก้าว เก้าที่สามก็เผลอไปเหยียบเท้าใครบางคนเข้าเต็มเปาแถมแผ่นหลังเธอเองก็ััเข้ากับอะไรบางอย่าง
“ว...ว้าย”แต่แผ่นหลังนั้นก็ค่อยๆดันตัวเธอที่เสียหลักขึ้นมาและเมื่อเธอหันไปก็พบกับคนที่เธออยากเจอมากที่สุดแต่เมื่อได้มาเจอจริงๆกลับพูดอะไรไม่ออก
สายตานิ่งๆของเขาจ้องมาที่เธอเสียจนเธอรู้สึกไม่กล้าพูดอะไรที่ท่องมาเมื่อครู่ลืมไปหมดแล้ว แต่เดี๋ยวก่อนนะ ใบหน้าของเขาเมื่อมองใกล้ๆ
จมูกดูสันเป็คมเส้นผมไม่ทำไฮไลต์ กระเป๋าไม่ครอกโคไดล์ กางเกงไม่ยีนส์ลีวายแต่เท่บาดใจและหน้าตาดี หน้า หน้า หน้าตาดี
เฮ้ยไม่ใช่ละ
บ้าจริง!โครงหน้าสมบูรณ์แบบมาก ดูจมูกที่สันเป็คมรับกับกรอบหน้า ดวงตาคมสองชั้น และคิ้วเข้มๆริมฝีปากหยักได้รูป งือออออ ไม่เคยได้เห็นกันใกล้ๆระดับ Full HD แบบนี้มาก่อนเลยเ้าค่ะ
“เธอจะมองฉันอีกนานไหมเป็อะไรมากหรือเปล่า” เขาถามเสียงนิ่ง สายตาไม่ค่อยชอบใจ
“อ...เอ่อ เราขอโทษนะที่มองนาย เอ่อคือ...ไม่ใช่คือเราจะมา...เอ่อ...” บ้าเอ้ย ทำไมพูดไม่ออกเล่า อิงฟ้า
“เธอจะทำอะไรจะพูดจะบอกอะไรก็รีบมา ฉันมีอย่างอื่นต้องทำนะ ถ้าเธอมัวเอ่ออ่าๆแบบนี้มันเสียเวลาฉันมาก เวลาเป็สิ่งมีค่า อย่ามาทำเล่น” เขาดุนิดๆจนเด็กสาวรู้สึกได้จึงรีบพูด
“ฉันไม่ได้ตั้งใจมาทำให้นายเสียเวลาและอีกอย่างฉันก็รู้ว่าเวลามีค่าด้วยคือเพื่อนฉันบอกว่านายคอยสอนคอยติวให้คนอื่นๆจนผ่าน ได้คะแนนดีกันฉันก็เลย...ขอ...จะมาขอให้นาย...สอนเลขให้หน่อยน่ะ คือฉันต้องไปสอบซ่อมศุกร์หน้าได้ไหมอ่ะ” เด็กสาวพยายามรวบรวมสติและคำพูดจนพูดออกไปได้ในที่สุดในขณะที่ก้มหนีสายตากดดันคู่นั้นที่มองกลับมา
หลังจากได้ฟังความ้าของเด็กสาวตรงหน้าก็เกือบทำให้เขาตอบตกลงแล้วแต่ทว่าสายตาคู่คมดุดันเหลือบไปเห็นชื่อที่อกของเธอเข้า
“เธอชื่ออิงฟ้าอยู่ห้อง 4 ใช่ไหม” เขาถามขึ้นด้วยท่าทางเหมือนครูที่กำลังซักเด็กคนหนึ่งที่ทำความผิด
“อือฮึฉันเอง นึกว่านายจะลืมไปแล้วนะเนี่ย” เธอว่ายิ้มๆพลางเกาหัวอย่างอายๆ “สมกับเป็เด็กห้อง 1 นะ ความจำดีจัง”
“ไม่”เขาพูดออกมาในที่สุดหลังจากเงียบไปแป๊บนึง
“ฮะอะไรไม่ อ๋อ หรือว่า ไม่ว่าง ถ้านายไม่ว่างวันนี้ไม่เป็ไร วันอื่นก็ได้สอบซ่อมตั้งวันศุกร์หน้า” อิงฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงเริงร่าตามนิสัยคนมองโลกในแง่ดี
“ไม่สอน”
“ทำไมล่ะ”หน้าตาที่สดใสหุบลงโดยฉับพลัน “เห็นว่านายสอนให้หมดนี่”
“ฟังจากที่ครูเขาพูดเพราะไม่ตั้งใจเรียนล่ะสิ ถึงต้องซ่อมแบบนี้” เขากล่าวเชิงตำหนิ
“นี่ๆก็ตอนนั้นฉันเครียดเื่นี้นี่ล่ะ เลยเผลอพูดเสียงดังออกไปส่วนเื่ไม่ตั้งใจเรียนก็มีบ้าง แต่ว่า ที่ฉันมาขอร้องนายให้ติวให้เนี่ยฉันมีความตั้งใจจริงๆนะที่จะทำให้ผ่าน นะๆ สอนให้หน่อยนะ ฉันไม่อยากติด 0”
คชามองหน้าเธอนิดๆก่อนจะเอ่ยอะไรออกมา
“ขอบอกก่อนว่าถ้าฉันสอนฉันจริงจัง ไม่ใช่มาเรียนๆเล่นๆ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ที่นายพูดแบบนี้แปลว่านายเปลี่ยนใจจะสอนฉันแล้วใช่ไหม”อิงฟ้าถามด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความหวัง
“ไม่”
“อ้าวทำไม” วิมานในอากาศที่กำลังลอยขึ้นมาหล่นสลายลงไปโดยพลันแค่คำๆเดียวที่เขาปฏิเสธ“ฉันตั้งใจเรียนจริงๆนะ”
“ตั้งใจแล้วจะหล่นไปอยู่ห้องนั้นน่ะหรือ”คชาว่าขึ้นด้วยน้ำเสียงตำหนิเมื่อนึกถึงห้องที่เธออยู่ซึ่งเป็ห้องบ๊วยที่สุดของสายวิทย์เป็ที่รวมกลุ่มของเด็กเกเรทั้งหลาย
“ก็ตอนนี้กำลังจะตั้งใจแล้วไงเล่านายนี่พูดไม่รู้เื่หรือไง” เธอเองก็ตอบกลับไปด้วยความโมโหเช่นกัน
“ไม่ใช่ไม่รู้เื่แต่ฉันคิดว่าการที่ฉันมาสอนเธอมันเสียเวลา สู้ไปสอนคนอื่นที่ตั้งใจดีกว่า”
“เดี๋ยวนะนี่นายรู้จักฉันดีแค่ไหนถึงกล้ามาพูดอะไรแบบนี้” อิงฟ้ากล่าวอย่างโมโห “อีกอย่างนะตอนนี้ฉันสอบตก ฉันก็ตั้งใจจะทำให้ผ่านอยู่แล้ว ใครอยากจะตกซ้ำสองกัน อีกอย่างนายไม่ควรตีค่าคนจากห้องที่เขาอยู่ ทำไมไม่ดูที่ความตั้งใจทำไมนายถึงมองโลกแคบแบบนั้น”
“ครูเขาก็พูดว่าเธอไม่ตั้งใจเรียนไม่เชื่อครูที่เป็ที่ปรึกษาห้องเธอแล้วจะให้เชื่อใครเพราะเขาจะเห็นนิสัยทุกคนดีที่สุด ฉันไม่อยากสอนคนไม่ตั้งใจเรียนเพราะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์เหมือนกับที่ต้องเสียเวลามาเถียงกับเธอในตอนนี้ เปล่าประโยชน์”พูดจบเขาก็เดินออกไป
“เดี๋ยวก่อน นายน่ะ” เด็กสาวะโ ยังไม่อยากทิ้งความหวัง“นายยังไม่เคยลองสอนฉันเลย นายจะรู้ได้ไงว่าฉันไม่ตั้งใจจริงๆ อีกอย่าง ฉันก็ไม่อยากติด0 ด้วย ฉันจะตั้งใจแล้วจริงๆ ช่วยหน่อยเถอะนะ”
เด็กหนุ่มตรงหน้าหันมามองรำคาญเต็มทน
“ฉันต้องลงไปกินข้าวอย่าทำฉันเสียเวลาไปมากกว่านี้”
ตาบ้านี่เอะอะๆก็อ้างว่าเสียเวลา
“จะบอกอะไรให้นะคนเราเกิดมาน่ะ มันมีความถนัด เชี่ยวชาญไม่เหมือนกันอยู่แล้ว นายเก่งเลขแต่อาจจะไม่เก่งอังกฤษ บางคนเก่งอังกฤษอย่างฉัน แต่ไม่เก่งเลขถึงตอนนั้นฉันอาจจะช่วยนายได้ก็ได้ คนเราน่ะ มันเก่งไม่เหมือนกันแล้วถ้าใครเดือดร้อน ก็ต้องช่วยกัน ถูกมั้ย ไม่อย่างงั้นจะมีสำนวน น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าหรอ” เด็กสาวพยายามตื๊อต่อไป
“งั้นฉันถามคำถามหนึ่งเธอรู้ตัวใช่ไหมว่าไม่ถนัดเลข”
“ก็ใช่...”
“แล้วเธอจะมาเรียนสายนี้ทำไมถ้าเก่งอังกฤษทำไมไม่ไปเรียนศิลป์ภาษา”
เด็กสาวหลับตาอดกลั้น
“มันเื่ของฉันบอกมาตรงๆดีกว่า นายจะสอนหรือไม่สอนฉัน เอาดีๆสิ” อิงฟ้าเริ่มมีน้ำโห
“เธอก็ยังไม่ตอบคำถามฉันเลย”เขากวนกลับ
“ไม่ตอบ”เด็กสาวทำมือกากบาท“นายน่ะแหละต้องตอบคำถามฉันเพราะฉันตั้งใจมาหานายเพื่อให้นายช่วยสอนเลขให้ฉัน”
เด็กหนุ่มนึกขันปนสมเพชกับท่าทางจริงจังของเด็กสาวตรงหน้า
“งั้นฉันขอตอบว่าไม่” พูดแค่นั้น ชายหนุ่มก็ผละจากไป
“นี่ฉันอุตส่าห์บากหน้าลืมอายเพื่อมาหานายนะต้น ฉัน้าคำตอบรับมากกว่าปฏิเสธ”
คชาหยุดยืนนิดนึงก่อนจะเอ่ยต่อไปอย่างไม่สนใจว่า “งั้นก็บากหน้ากลับไปด้วยแล้วกันนะ”แล้วเขาก็เดินออกไปอย่างไว
“นิสัยแย่มากแย่ที่สุด” เธออุตส่าห์ลืมอายเพื่อมาขอความช่วยเหลือจากเขาเลยนะ
ไม่ได้นะเด็กสาวทั้งโกรธ ทั้งอาย ทั้งกลัว แต่ดูเหมือนความโกรธจะมีมากกว่า “นี่นาย...”
แต่คชาก็เดินต่อไปโดยไม่ได้สนใจเด็กสาวที่ร้องเรียกอยู่ข้างหลัง
“ไอ้คนใจดำใจแคบ ไม่มีน้ำใจ ฉันอุตส่าห์ลืมอายเพื่อมาขอร้องนาย ทำไมต้องพูดกับฉันขนาดนี้ยะฮึ่ม” ด้วยอารามโกรธจัด สายตาของเธอไปเห็นขวดน้ำเปล่าที่ทิ้งอยู่เธอจัดการคว้ามันขึ้นมา ก่อนจะวิ่งไปฟาดกลางหัวของเด็กหนุ่มอย่างจังโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
“โอ๊ย”
ขวดน้ำหล่นลงกับพื้นเด็กสาวอึ้งไป
‘ฉันลืมไปว่าฉันมาขอร้องให้เขาสอนเลขทำไมฉันไม่พูดดีๆกับเขานะ วันอื่นก็ยังคุยได้นี่นา ตายแล้วๆ ยัยฟ้า เอาไงดีเขายืนนิ่งเลย เขาต้องโกรธมากจนไม่สอนเราแน่ๆ’
เด็กหนุ่มหันขวับสายตาวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ ส่วนเด็กสาวได้แต่ยืนอึ้ง ตัวเริ่มสั่นคนนิ่งๆทำไมเวลาโกรธถึงได้น่ากลัวแบบนี้กันนะ
“ฉันจะพูดอีกครั้งนะอิงฟ้า ฉันไม่สอนเธอ คนหน้าโง่ๆอย่างเธอ อีกทั้งยังไม่ตั้งใจเรียนสอนไปก็เสียเวลาฉันเปล่าๆ ไปให้พ้น” หลังจากผรุสวาทเสร็จเด็กหนุ่มก็รีบเดินออกไปจากตรงนั้นทันที
“คนหน้าโง่ๆงั้นหรือ...” เด็กสาวถึงกับยืนงง อึ้ง โกรธในเวลาเดียวกัน“นายมัน...นายมัน...ฉันเกลียดนาย เกลียดๆๆๆๆ ยิ่งกว่าแมลงสาบในครัวที่บ้านฉันอีกฉันจะไม่มาขอร้องนายแล้ว ไอ้คนใจแคบ แล้งน้ำใจ ชอบดูถูกคนอื่น”
เอาเถอะอิงฟ้า เอาเวลาที่เธอเสียกับการโดนเขาดูถูกไปอ่านเองก็ได้วะ คนบ้าแค่ตัวเองเก่งก็นึกว่าตัวเองอยู่เหนือใครต่อใครนักหรือไง บ้าที่สุดฉันน่าจะเชื่อความรู้สึกแรกที่ฉันเห็นนายแล้ว
ฉันเกลียดนาย!!ต้น ไอ้นายคชา เกลียดเต็มรูปแบบ!!
-------------------------------------------------------------------
“ว่าไงบ้างยัยฟ้า”หญิงสาวร่างบางเดินลับมาที่ห้องพร้อมกับแก้วน้ำหวานที่ซื้อมาจากข้างล่างอาคารเรียน“เห็นพวกห้องหนึ่งเดินออลงไปกันเต็มเลย แล้วเธอเจอเขาหรือเปล่า”
เธอแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นอิงฟ้าก้มหน้านอนกับโต๊ะแล้วสัญชาตญาณบางอย่างก็บอกเธอว่ามันคงไม่ใช่เื่ที่ดีแน่ๆ
“นี่ฟ้าแกเป็อะไรอ่ะ” มือบางเขย่าไหล่ของเพื่อนสนิท
“ยัยดอกไม้”
“เฮ้ยฟ้า นี่แกร้องไห้หรอ” เพื่อนสาวกล่าวอย่างใ เมื่อเห็นน้ำตานองเต็มหน้าเพื่อนของเธอ
“ฉันไม่น่าเกิดมาโง่เลขเลยดอกไม้ และที่แน่ๆฉันไม่น่าไปขอให้ตานั่นสอนการบ้านให้เลย ฮือ”
“มันเกิดอะไรขึ้น”
เด็กสาวตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้เพื่อนของเธอฟัง
“เฮ้ยทำไมเขาพูดกับเธอแบบนั้นทั้งๆที่ไม่รู้จักเธอมาก่อนเนี่ยนะ”
“ก็ใช่น่ะสิเสียศักดิ์ศรีชะมัด เสียเวลาด้วย”
“บ้าไปแล้ว”
“ยิ่งกว่าบ้าอีกโคตรบ้าเลย ฮือ แล้วนี่ฉันจะทำยังไงดีนะ อีกอย่างหนึ่งตอนนี้พี่ชินต้องไปฝึกงานที่โรงพยาบาลที่จังหวัดกาญจนบุรีอีกตั้งหลายเดือน”
ทิพย์ลดาพยักหน้าหงึกๆอย่างเห็นใจ
“แต่ที่ซ้ำร้ายกว่านั้นตอนนั้นฉันโกรธมากก็เลยเอาขวดน้ำแถวนั้นฟาดหัวเขาอย่างจังเลยน่ะสิ ฮือฉันทำอะไรลงไป”
“เฮ้ยนั่นน่ะสิ เธอทำอะไรลงไป” เด็กสาวมองอย่างอึ้งๆแม้ในใจลึกๆจะนึกสมน้ำหน้าที่เขาโดนไปแบบนั้นเพราะมาดูถูกเพื่อนเธอแต่ถึงกระนั้นก็อดใไม่ได้กับความวู่วามอันกล้าหาญของเพื่อนสนิทที่ถึงขั้นลงไม้ลงมือกับคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกเธอคงจะโกรธมากจริงๆ “แล้วเขาว่าไงบ้างอ่ะโกรธไหม”
“จะเหลือหรอจบสิ้นกันแล้ว ดอกไม้”
เพื่อนสนิทสาววางมือบนไหล่ของเด็กสาวร่างอวบอย่างเห็นใจก่อนจะกล่าวเสียงอ่อยๆว่า
“ก็คงต้องศึกษาด้วยตัวเองแล้วยัยฟ้า เอางี้ เดี๋ยวถ้าเธอไม่เข้าใจตรงไหน ฉันจะช่วย โอเค๊”
สีหน้าของเด็กสาวร่างอวบค่อยๆดีขึ้นเธอคลี่ยิ้มออกมานิดๆ ก่อนจะกล่าวว่า
“ไม่เป็ไรๆเดี๋ยวฉันจะลองพยายามศึกษาดูก่อน ถ้าไม่ได้ยังไง ฉันจะหาทางช่วยตัวเองอีกที เอ้อว่าแต่ ดอกไม้ พรุ่งนี้เธอว่างไหม ตอนเย็น”
“หืมว่างสิ มีอะไรหรือเปล่า”
“ไปแกลอรี่Nice to meet Art เป็เพื่อนหน่อยสิ”
“ไม่ไปวันนี้เลยล่ะฟ้า” เพื่อนของเธอเวลาไม่สบายใจ นอกจากชอบชวนเธอกินขนมแล้วถ้าหนักสุดๆก็จะชอบชวนไปแกลอรี่ที่นี่เพราะอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนักอิงฟ้ามีความสามารถในการวาดรูป ภาพที่อิงฟ้าวาดแต่ละภาพนั้นเด่นกว่าของใครๆจนครูสมพงศ์ที่สอนศิลปะต้องเอ่ยชมทุกครั้ง
“วันนี้ฉันจะใช้เวลาไปหาแบบฝึกหัดมาทำซักหน่อยน่ะ พี่ชินบอกว่าพวกเลขอยากเก่งต้องฝึกทำโจทย์เยอะๆและจะเข้าใจไปเอง ฉันจะลองพยายามดู”
“ให้ฉันอยู่เป็เพื่อนไหม”
อิงฟ้าส่ายหน้า
“เดี๋ยวฉันจะบ้าใส่เธอเอาฮ่าๆ ไม่เป็ไร เธอกลับเหอะ มันอาจใช้เวลานาน เธอกลับกับแนทตี้สองคนก่อนนะวันนี้”
“ถ้าไม่โอเคก็โทรมาแล้วกัน”
“อืม”
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บ้านแถวย่านชานเมืองแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานครในยามเย็นที่รถหลายคันต่างหลั่งไหลออกจากในเมืองเพื่อกลับบ้านช่องของตนนั้นเห็นเป็ภาพชินตาบนท้องถนนในกรุงเทพมหานครหรือแม้กระทั่งในเมืองใหญ่
พยนต์เคาะนิ้วที่พวงมาลัยอย่างอารมณ์ดีและไม่กี่นาทีหลังจากนั้น มือถือก็ดังขึ้น ขึ้นชื่อเป็มารตีโทรมา
“ว่าไงจ๊ะมารตี”
“วันนี้ตรีมีธุระที่บ้านเพื่อนนิดนึงอาจจะกลับดึกหน่อยนะคะ พี่ยนต์”
“หืมธุระอะไรอีกแล้ว”
ปลายสายเอ่ยอย่างตะกุกตะกักเล็กน้อยเหมือนกำลังขบคิดอะไรขึ้นมากะทันหัน แต่ชายหนุ่มรุ่นใหญ่ไม่ได้นึกเอะใจอะไร
“พอดีเพื่อนชวนไปดูกินข้าวที่บ้านนิดหน่อยน่ะค่ะเพื่อนคนนี้เป็เพื่อนตรีั้แ่มัธยมแล้ว เจอกันโดยบังเอิญตอนตรีไปช็อปปิ้งเขาเลยชวนตรีไปเจอ”
“อ่ะๆแล้วแต่สาวๆก็แล้วกันจ้ะ แต่อย่าดึกมากนะ”
หลังจากจอดรถเรียบร้อยเขาก็เดินไปที่ประตูคู่เพื่อจะเปิดบ้านก็พบว่าประตูไม่ได้ล็อคและรองเท้านักเรียนก็วางไว้บนชั้นวางรองเท้าเรียบร้อยแล้วเมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปก็เป็จังหวะที่ลูกชายรินน้ำอยู่พอดี
“อ้าวต้น กลับมาแล้วหรือลูก”
“ครับพ่อ”เหมือนเด็กหนุ่มจะชะงักเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้าผู้เป็พ่อตรงๆจากนั้นจึงไหว้ทำความเคารพ แล้วดื่มน้ำต่อ
“วันนี้เรียนเป็ไงบ้างลูก”ผู้เป็พ่อเริ่มบทสนทนา
“ก็ดีครับ”เขาตอบแกนๆ ไม่มองหน้า
“อาหารเมื่อวันก่อนยังอร่อยเหมือนเดิมนะโดยเฉพาะแหนมเนืองนั่น”
“ครับ”
“มารตีเขากำชับพ่อเลยนะว่าอย่าลืมสั่งเมนูโปรดอันนี้ของต้นเด็ดขาด”
“ผมไม่ได้ชอบกินสักหน่อย”เมื่อเริ่มรู้สึกอารมณ์ไม่ค่อยดีเพราะได้ยินชื่อแม่เลี้ยงเขาจึงวางแก้วน้ำบนเคาน์เตอร์ในครัว “ผมขอตัวก่อนนะครับ พ่อ”
“นี่ลูกไม่คิดจะคุยกับพ่อหน่อยหรือ”
เด็กหนุ่มชะงักไปตอนนี้ไม่มีอาเชนคอยคุยเป็ตัวกลางเหมือนเมื่อวานตอนไปกินข้าวแล้วเขารู้สึกอึดอัดแปลกๆ
ตามปกติถ้าเขาไม่ออกไปเล่นกีฬากับอาเชน เมื่อกลับมาบ้านมารตีจะเป็คนอยู่กับพ่อของเขาชอบพูดประจบเอาใจพ่อ แต่ลับหลัง ใครต่อใครในบ้านรู้กันดียกเว้นคนตรงหน้าเขาในตอนนี้ พ่อเองก็เชื่อผู้หญิงคนนี้ไปเสียทุกเื่พอเขาพูดความจริงก็ไม่ค่อยเชื่อเขา สุดท้ายก็ไม่วายทะเลาะกันในที่สุด
“เดี๋ยวคุยไปๆก็ทะเลาะกันอีกนี่ครับ”
“อะไรของลูกต้น ทำไมพวกเราอยู่ดีๆจะต้องมาทะเลาะกัน” พยนต์ถามอย่างสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอกครับผมขอตัวก่อนนะครับพ่อ” เมื่อเห็นว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์การให้เขาสาธยายนิสัยภรรยายอดรักของพ่ออย่างมารตีมีแต่จะทำให้พ่อเขาไม่พอใจและต้องทะเลาะกันอีก เขาจึงตัดสินใจตัดบท ไม่อยากเหนื่อยทะเลาะและเมื่อพูดจบเขาก็เดินขึ้นไปชั้นบนทิ้งผู้เป็พ่อให้ยืนมองอย่างไม่ค่อยจะพอใจนักอยู่ข้างล่าง
“คุยเื่ที่โรงเรียนก็ได้นี่ลูกเื่เรียน เื่เพื่อนเป็ยังไง พ่อไม่ได้คุยกับลูกนานแล้วนะ”
แต่เด็กหนุ่มก็ไม่สนใจทั้งยังรีบสาวเท้าขึ้นบันไดไปบนห้องเพื่อหลบเลี่ยงอย่างเห็นได้ชัด
“เฮ้อนี่เราสองคนพ่อลูกจะกลับมาพูดจากันดีๆไม่ได้เลยหรือลูก” เมื่อลับสายตาของบุตรชายชายร่างท้วมบ่นขึ้นมากับตัวเองพลางหย่อนตัวลงบนโซฟาอย่างอ่อนเพลีย
--------------------------------------------------------------------------------