ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 82 : เผชิญหน้าจักรพรรดิไร้บัลลังก์

    ~ ณ สถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง ~


    บนพื้นโล่งที่มีฝุ่นเขรอะกรัง ที่นั่นมีร่างของชายหนุ่มในชุดสีขาวที่กำลังนอนหมดสติ


    คิ้วของร่างนั้นกระตุกเบาๆ เขาหรี่ตาขึ้นมาอย่างช้าๆ 


    ด้วยความมึนงง เขาพึมพำเบาๆราวกับยังไม่ได้สติ “ขะ-ข้าหลับไปตั้งแต่เมื่อใด?”


    จู่ๆ ร่างนั้นเหมือนจะฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ เขาสะดุ้งพรวดขึ้นมาและมองซ้ายมองขวาด้วยความตกใจ 


    ไม่ต้องสงสัยเลยว่าร่างที่เพิ่งจะได้สติขึ้นมานี้คือจางหลิน!


    สายตาที่ว่างเปล่าพยายามตรวจสอบดูรอบๆ และพบว่าสถานที่แห่งนี้คือห้องโถงขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมานาน


    “ที่นี่...คือที่ไหน?” จางหลินพยายามลุกขึ้นและตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบอีกครั้งอย่างละเอียด


    จางหลินก้มลงมองตนเอง และพบว่าเสื้อผ้าของเขาสะอาดไร้รอยขีดข่วน นั่นทำให้เขาเผลอยิ้มและถอนหายใจอย่างโล่งอก “ว่าแล้วเชียว เมื่อครู่นี้คงเป็นแค่ความฝัน ท่านพ่อและคนอื่นๆยังมีชีวิต—”


    ก่อนที่เขาจะกล่าวจบประโยค จู่ๆก็มีเสียงแทรกดังขึ้นจากด้านหลังอย่างเย้ยหยัน “จางหลิน เจ้าคิดจะหลอกตัวเองไปอีกนานแค่ไหน?”


    จางหลินตกใจที่มีคนอื่นนอกจากเขาอยู่ที่นี่ เขารีบหันกลับไปยังทิศทางของต้นเสียงทันที “นั่นใคร!?”


    พรึ่บ!


    ทันใดนั้นห้องโถงที่มืดมิดก็พลันส่องสว่าง ตะเกียงเพลิงนับสิบที่แขวนอยู่รอบๆพลันลุกโชนขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง!


    จู่ๆ สายตาของจางหลินสบเข้ากับป้ายสีทองขนาดใหญ่เหนือห้องโถง ใจกลางห้องโถงยังมีบัลลังก์เก่าแก่วางอยู่ และมีเงาของใครบางคนนั่งอยู่ที่นั่น


    ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิทและกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมราวกับภูตผี


    รอบกายของชายผู้นั้นยังมีรังสีอันตรายแผ่พุ่งออกมาทุกขณะ บ่งบอกว่าการปรากฏตัวของชายผู้นี้ไม่ได้มีประสงค์ดีกับเขาอย่างแน่นอน


    ใบหน้าของร่างนั้นถูกบดบังไว้ด้วยหมอกสีดำที่มองไม่เห็น ร่างนั้นผายมือและหัวเราะด้วยความยินดี “จางหลิน ในที่สุดเราก็ได้พบกันเสียที ข้ารอเจ้ามานานแล้ว”


    จางหลินสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นในน้ำเสียงของชายตรงหน้า ราวกับว่าเขาเป็นผู้ที่เคยข้ามผ่านความสิ้นหวัง ความโดดเดี่ยวและความอ้างว้างมานับไม่ถ้วน 


    มันเป็นความรู้สึกหดหู่ที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้


    การแสดงออกของจางหลินเริ่มระมัดระวัง ขณะที่เขาตั้งท่าป้องกัน “จะ-เจ้าเป็นใคร? แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”


    ร่างนั้นหัวเราะอย่างสงบ และแนะนำตัว “ข้าไม่มีชื่อ… แต่เจ้าสามารถเรียกข้าว่าจักรพรรดิไร้บัลลังก์ได้”


    “จักรพรรดิไร้บัลลังก์?” จางหลินยังคงไม่ลดการป้องกัน เขามีความรู้สึกว่าชายตรงหน้าไม่ได้มาอย่างเป็นมิตร


    จักรพรรดิไร้บัลลังก์ถามด้วยเสียงต่ำ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าการที่เจ้ามาอยู่ที่นี่หมายความว่าอย่างไร?”


    จางหลินไม่ตอบ เพียงแค่ขมวดคิ้วอย่างระมัดระวัง


    ครู่ต่อมาน้ำเสียงที่เป็นกันเองของจักรพรรดิไร้บัลลังก์ก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว “มันหมายความว่าตระกูลจางได้ล่มสลายไปแล้ว! ซึ่งต้นเหตุทั้งหมดก็มาจากเจ้า!”


    ประโยคนั้นทำให้สีหน้าของจางหลินเปลี่ยนไป “เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร!?”


    อารมณ์ของจักรพรรดิไร้บัลลังก์เปลี่ยนไป มันชี้หน้าจางหลินราวกับกำลังตราหน้าด้วยความสะใจ “จางหลิน! เจ้าคือดาวแห่งหายนะของอาณาจักรหยวนเทียน! หากไม่มีเจ้าสักคน! จางหยินเซียวและคนอื่นๆจากตระกูลจางคงไม่ต้องมาตาย!”


    “ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ้า! มันเป็นเพราะเจ้า! เจ้ามันไม่สมควรเกิดมาตั้งแต่แรก!”


    ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไร จู่ๆความตั้งใจที่จะฆ่าก็ผุดขึ้นมาในจิตใต้สำนึกของจางหลิน! 


    ดวงตาของจางหลินเบิกกว้างด้วยความโกรธ รังสีสังหารพลันปะทุออกมา เขาส่งเสียงคำรามด้วยเจตนาฆ่าอันบ้าคลั่ง!


    “หุบปาก!”


    ด้วยเสียง “พรึ่บ!” จางหลินพุ่งไปข้างหน้าและเหวี่ยงหมัดไปที่จักรพรรดิไร้บัลลังก์ด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี!


    วู้ม!


    ทว่าหมัดของจางหลินได้ผ่านร่างสีดำไป ราวกับว่าจักรพรรดิไร้บัลลังก์เป็นเพียงหมอกควันที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง


    ชายผู้นี้ดูเหมือนจะเป็นร่างวิญญาณที่ไม่สามารถจับต้องได้!


    จักรพรรดิไร้บัลลังก์ส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “อย่าพยายามโดยเปล่าประโยชน์เลย ข้าไม่ใช่ตัวตนที่เจ้าจะแตะต้องได้…”


    ดวงตาของจางหลินเย็นเยียบขึ้นมา ความโกรธของเขาราวกับภูเขาไฟที่ใกล้ปะทุ “เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่!? เหตุใดต้องมายุ่งเกี่ยวกับตระกูลจางของข้า!?”


    จักรพรรดิไร้บัลลังก์กล่าวพลางถอนหายใจ “จางหลินผู้น่าสงสาร เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตั้งแต่ที่เจ้าเกิดมา ชะตากรรมของเจ้าก็ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว…”


    “การดำรงอยู่ของเจ้าจะทำให้มีคนตายอีกนับล้าน! นี่คือสิ่งที่สวรรค์ลิขิต! สิ่งที่เจ้าทำได้คือการยอมรับชะตากรรมของตนเองเท่านั้น!”


    จางหลินจ้องมองร่างตรงหน้าด้วยความเดือดดาล!


    แม้จะไม่เข้าใจในคำพูดของชายตรงหน้า แต่เขาก็สัมผัสได้ว่าคนผู้นี้ไม่ได้ประสงค์ดีต่อเขา!


    สายตาที่จักรพรรดิไร้บัลลังก์มองมาเปี่ยมไปด้วยเจตนาฆ่า! ราวกับว่าคนทั้งสองมีความแค้นต่อกันตั้งแต่ชาติปางก่อน!


    สัญชาตญาณบอกเขาว่าชายตรงหน้าเป็นศัตรูที่ต้องกำจัดไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม! 


    จักรพรรดิไร้บัลลังก์หัวเราะเบาๆ ก่อนที่มันจะลุกขึ้นจากบัลลังก์


    พรึ่บ!


    ชั่วพริบตามันได้มายืนอยู่ด้านหลังจางหลิน พลางพูดกระซิบเบาๆ “นาฬิกาทรายแห่งการล่มสลายกำลังเริ่มนับถอยหลัง! จางเจียหยู จางหลงและจางหวู่ฮุ่ยจะเป็นรายต่อไป!”


    “หลังจากนี้คนสำคัญของเจ้าจะค่อยๆล้มหายตายจากไปทีละคนๆ จนเจ้าจะไม่เหลือใครในชีวิตอีกเลย!” จักรพรรดิไร้บัลลังก์หัวเราะเสียงดังอย่างไร้เหตุผล มันดูราวกับกำลังสะใจที่ได้เหยียดหยามจางหลิน


    “เจ้า!” จางหลินกัดฟันด้วยความโกรธจนตาแดงก่ำ เขาตะคอกเสียงดังราวกับมังกรพิโรธ “ที่เจ้าพูดมาก็แค่เรื่องไร้สาระ!”


    จักรพรรดิไร้บัลลังก์ยังคงสงบ ก่อนจะถามขึ้นว่า “เจ้าได้พบกับซุนจินหลงแล้วมิใช่หรือ? เขาไม่ได้บอกอะไรเจ้าเลยหรืออย่างไร?”


    “ซุนจินหลง?” ดวงตาของจางหลินเบิกกว้างด้วยความตกใจ หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม “เจ้ารู้จักกับผู้เฒ่าซุนงั้นรึ!?” 


    เสียงถอนหายใจดังออกมา จักรพรรดิไร้บัลลังก์ส่ายหน้าอย่างหมดหนทาง “ช่างมันเถอะ ในเมื่อซุนจินหลงไม่ได้บอกอะไรเจ้าเกี่ยวกับจิตเทพพฤกษา ข้าก็ไม่มีหน้าที่อธิบายอะไรให้เจ้ารู้เช่นกัน”


    “หากเจ้าสามารถรอดชีวิตไปจากที่นี่ได้ ข้าจะมองว่าเจ้าเป็นคู่ต่อสู้ที่คู่ควร… แต่ถ้าไม่ ข้าคงจะประเมินเจ้าสูงไป” เมื่อกล่าวจบจักรพรรดิไร้บัลลังก์ก็เดินจากไปและโบกมือลา ก่อนที่มันจะหายไปในความว่างเปล่า


    ขณะเดียวกันจางหลินกลับมองเห็นรอยสักที่หลังมือข้างขวาของร่างนั้นได้อย่างชัดเจน


    มันคือรอยสักที่สลักคำว่า 秦 เอาไว้ 


    จางหลินไม่ได้สนใจ เขาระเบิดเสียงตะคอกและพยายามวิ่งตามร่างนั้นไป “ช้าก่อน! พาข้าออกไปจากที่นี่—”


    แต่ก่อนที่จางหลินจะได้ขยับเขยื้อน จู่ๆ ก็มีโซ่สีดำหลายสิบเส้นพุ่งออกมาจากด้านหลัง เข้าพันธการเขาไว้อย่างกะทันหัน!


    หว่อง!


    ตามมาด้วยมือสีดำขลับหลายสิบข้างราวกับมันเป็นมือปีศาจจากขุมนรกมาจับร่าง หัว แขนและขาของเขาไว้จากด้านหลัง ทำให้เขาไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้!


    ความรู้สึกที่น่าขนลุกทำให้จางหลินรีบหันกลับไปมอง ก่อนจะพบเข้ากับประตูสำริดบานใหญ่หลายร้อยฟุตที่ถูกเปิดออก 


    ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวน ราวกับเบื้องหลังประตูสำริดบานนี้คือดินแดนแห่งปรภพ!


    รูม่านตาของจางหลินเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว!


    [นะ-นั่นคืออะไร?]


    [เหตุใดรูปร่างมันเหมือนประตูสู่ขุมนรกอย่างไรอย่างนั้น?]


    แต่ความหวาดกลัวคงอยู่แค่ชั่วครู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ เมื่อหวนนึกถึงคำของจักรพรรดิไร้บัลลังก์ว่าจางเจียหยู จางหลงและจางหวู่ฮุ่ยกำลังตกอยู่ในอันตราย เขากัดฟันแน่นและแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง “ไอ้สารเลว! ปล่อยข้าออกไปเดี๋ยวนี้!”


    ในตอนนี้สายเลือดตระกูลจางแทบจะสูญสิ้น หากจางเจียหยู จางหลงและจางหวู่ฮุ่ยต้องมาตาย เขาคงจะกลายเป็นคนวิกลจริตเป็นแน่


    เขาไม่สามารถตายได้!


    จางเจียหยู จางหลงและจางหวู่ฮุ่ยกำลังรอเขาอยู่!


    จางหลินพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการจองจำจากมือและโซ่สีดำ 


    แต่ดูเหมือนว่าความพยายามของเขาจะไร้ประโยชน์!


    มือและโซ่ที่ยาวหลายจั้งพยายามที่จะดึงร่างของจางหลินให้เข้าสู่ประตูสำริดที่มองไม่เห็นแม้แต่แสงสว่าง ราวกับว่ามันเป็นความมืดที่ไม่มีที่สิ้นสุด!

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้า ข้าลิขิต ที่คุณอ่าน