บทที่13
สำรวจเมือง
หลี่หยุนเดินเข้ามาภายในเขตใจกลางเมืองล่องนภาภายในเมืองล่องนภาพื้นที่อันกว้างขวางใหญ่โตหลี่หยุนหลังจากที่เดินเข้ามาบริเวณเขตใจกลางเมืองดวงตาทั้งสองข้างของเขาพยายามกวาดไปมองบริเวณรอบๆอยู่ตลอดเวลา
ในตอนนี้เขากำลังใช้ดวงตาของตนเองสำรวจเมืองแห่งนี้ว่าเป็อย่างไรบ้างภายในเมืองแห่งนี้ไม่ใช่มีเพียงแค่ผู้คนที่มากมายเท่านั้น
แต่ทั้งเศรษฐกิจทั้งสิ่งที่จำเป็หลายๆอย่างภายในสถานที่แห่งนี้นั่นเองก็มีครบครันแม้ว่าจะเป็เมืองขนาดกลางแต่มันก็เป็เมืองที่มีครบครันทุกอย่าง
ทางด้านทรัพยากรและก็ทางด้านต่างๆหลี่หยุนยืนอยู่ใจกลางตลาดขนาดใหญ่ที่มีผู้คนเดินพลุ่งพล่านไปมา
ร่างของเหล่าผู้คนเดินผ่านไปมาผ่านหน้าผ่านตาเขามากหน้าหลายตาหลี่หยุนยืนอยู่บริเวณใจกลางตลาดพร้อมกับบางอย่าง “ภายในเมืองล่องนภาพื้นที่กว้างขวางใหญ่โตภายในสถานที่แห่งนี้ประกอบไปด้วยหลากหลายอย่าง ภายในเมืองแห่งนี้ถูกปกครองไปด้วยเ้าเมืองที่เป็ราชนิกูล…”
“ แต่ภายในเมืองแห่งนี้มันเองก็ไม่ใช่ว่าจะมีเพียงแค่ราชนิกูลภายในเมืองเท่านั้นที่ทรงอำนาจเมืองล่องนภาเป็เมืองขนาดกลางภายในเมืองแห่งนี้มีสำนักอยู่อีกสักประมาณ 2-3สำนักเห็นจะได้ ”
“ เมื่อลองเทียบกันแล้วไปในอาณาจักรแห่งนี้ชื่อที่ชื่อว่าอาณาจักรฟ้าครามเมื่อลองเทียบดูแล้วภายใน 7 อาณาจักรอาณาจักรฟ้าครามถือว่าเป็อาณาจักรที่อ่อนแอที่สุด”
“ ภายในสถานที่แห่งนี้เมืองแห่งนี้คนที่จะมีระดับลมปราณภายในร่างกายอยู่ในขอบเขตที่เหนือก่อจิตแทบจะไม่มี”
“ เพราะแบบนั้นภายในเมืองแห่งนี้แม้ว่ามันจะมีทรัพยากรที่ครบครันแต่กับขาดอัจฉริยะเื่เช่นนี้มันมีให้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง ”
“ อัจฉริยะจริงอยู่ว่าเมื่อก่อกำเนิดมาตนเองนั้นก็เป็อัจฉริยะแม้จะขาดทรัพยากรที่ครบครันในการบ่มเพาะบางทีก็อาจจะสามารถก้าวขึ้นไปเป็อัจฉริยะได้”
“ ทว่าอัจฉริยะถ้าเกิดในสถานที่ที่มีทรัพยากรครบครันตนเองก็สามารถบ่มเพาะและก้าวขึ้นไปในระดับที่สูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว”
“ แต่ช่างน่าเสียดายภายในเมืองแห่งนี้ที่มีทรัพยากรที่ครบครันทว่ามันกลับขาดอัจฉริยะที่ถือกำเนิดขึ้นมาเลยทำให้ไม่มีอัจฉริยะกำเนิดขึ้นภายในเมืองแห่งนี้”
“ อันที่จริงแล้วอาณาจักรฟ้าครามถือว่าเป็หนึ่งในอาณาจักรทั้ง 7 ที่มีทรัพยากรในการฝึกฝนมากที่สุด ”
“ ช่างน่าเสียดายที่อาณาจักรแห่งนี้อัจฉริยะที่ถือกำเนิดขึ้นมาน้อยนักก็เลยถูกเรียกว่ากลายเป็อาณาจักรที่อ่อนแอที่สุดภายในอาณาจักรทั้ง 7 ”
“ เมื่อเทียบแล้วอาณาจักรที่มีทรัพยากรในการฝึกฝนลำดับต้นๆเช่นนี้มีอัจฉริยะถือกำเนิดน้อยยิ่งนักและถือว่าเป็เื่ที่น่าเสียดายแต่ว่าตัวของเราเลือกทำเช่นนี้ก็เพราะว่ารักษาสมดุลของทั้งเจ็ดอาณาจักร ”
หลี่หยุนในขณะที่คิดเกี่ยวกับเื่สถานที่แห่งนี้ไปด้วยเขาก็เดินสำรวจไปบริเวณรอบๆไปพลาง
เขาลองเดินสำรวจบริเวณภายในเมืองแห่งนี้ทุกอย่างก็เป็อย่างที่เขาคิดจริงๆ ตอนแรกเขาอธิบายภายในเนื้อเื่นิยายว่ามันเป็เมืองขนาดกลางที่มีทรัพยากรครบครัน
บางครั้งในเนื้อหาภายในนิยายก็ไม่ได้บรรยายอย่างละเอียดขนาดนั้นในครั้งนี้เมื่อมีโอกาสมาจนถึงจุดนี้เขาก็เลยถือโอกาสนี้ในการเดินสำรวจ
หลี่หยุนเดินสำรวจเมืองไปสักพักใหญ่ๆเขาเองก็ได้มาพบเจอเข้ากับถนนเส้นนึงที่เป็เพียงแค่ถนนเส้นเล็กๆ
ถนนเส้นนี้เป็ถนนเส้นเล็กๆที่มันอยู่บริเวณด้านหลังเมืองเมื่อวันก่อนที่เขาเดินมาถึงเพราะว่าใช้เวลาในการจัดการเกี่ยวกับเื่ต่างๆเลยเดินสำรวจเมืองไปได้เพียงแค่เล็กน้อย
ในครั้งนี้มีโอกาสมาเดินสำรวจทำให้เขานั้นได้พบเจอกับซอยปริศนาด้านหลังเมือง
หลี่หยุนหยุดเท้าทั้งสองข้างของตนเองลงเขาใช้ดวงตาของตนเองมองตรงเข้าไปที่เขาสะดุดกับสถานเที่ยงนี้มันก็เพราะมองเห็นว่าภายในนั้นมีแต่ความเงียบสงัด
เมืองล่องนภาเป็เมืองขนาดกลางและเป็เมืองที่ดีมีผู้คนมากมายอาศัยอยู่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยพบเจอตรอกหรือว่าซอยใดที่ไม่มีผู้คนเช่นนี้มาก่อนเลย
ตอนนี้มองลึกเข้าไปภายในตรอกซอกซอยแห่งนี้เงียบสงัดไร้ซึ่งผู้คนมันเป็ทางเดินลากยาวเข้าไปด้านใน
หลี่หยุนก้าวเท้าเข้าไปภายในนั้นแล้วเดินตรงเข้าไปอย่างรวดเร็วร่างกายของเขาเดินตรงเข้าไปบริเวณด้านในต่อที่มันทั้งเงียบงันและไร้ซึ่งผู้คน
ในขณะที่กำลังเดินไปบริเวณด้านหน้าภายในสถานที่แห่งนี้มันมีกลิ่นที่แปลกๆหลี่หยุนยกมือของตัวเองขึ้นมาัับริเวณจมูก “ กลิ่นนี้มันอันใดกัน.. ”
เขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจแต่เขาเองก็เลือกที่จะก้าวเดินต่อเข้าไปภายในตรอกที่เงียบสงัด
เข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆความเงียบงันเข้าปกคลุมบริเวณรอบรอบร่างกายของเขายิ่งเดินเข้าไปความเงียบงันยิ่งปกคลุม
ร่างกายของเขาที่เดินตรงเข้ามาได้สักพักเท้าทั้งสองข้างหยุดลงตรงบริเวณกลางทางเดิน
หลี่หยุนกวาดสายตาไปมองบริเวณรอบๆพบเจอเข้ากับร้านค้าแห่งหนึ่งที่ตั้งเปิดเอาไว้ภายในสถานที่แห่งนี้
หลี่หยุนเดินตรงเข้าไปที่ร้านค้าปริศนานั้นบริเวณด้านหน้าร้านค้าเป็เพียงร้านค้าธรรมดาธรรมดาทั่วไปที่ดูเก่าและทรุดโทรม
เมื่อมองเห็นร้านค้าที่สุดแสนจะทรุดโทรมและตั้งอยู่ภายในตรอกที่เงียบสงัดและไร้ซึ่งผู้คนเขายิ่งเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เท้าทั้งสองข้างหยุดลงอยู่บริเวณด้านหน้าร้านค้ามองไปบริเวณป้ายร้านค้าที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้ามันถูกเขียนเอาไว้ว่า “ร้านค้าลึกลับ… ”
หลี่หยุนเหลือบตาทั้งสองข้างไป้าแล้วแสดงใบหน้าคิดบางอย่างภายในใจ“ ร้านค้าลึกลับอย่างนั้นแหละ มันคืออะไร? ”
แต่เขาเองก็ประหลาดใจเช่นเดียวกันเมื่อมองเห็นเ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าท่ามกลางความสงสัยที่ปรากฏขึ้นเขาตัดสินใจก้าวเท้าออกไปบริเวณด้านหน้าและก้าวเข้าไปภายในร้าน
มือของตนเองยกขึ้นแล้วก็ผลักเข้าไปบริเวณด้านในหลี่หยุนเท้าทั้งสองข้างของเขาก้าวเท้าเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว
เมื่อก้าวเท้าเข้าไปด้านในหลี่หยุนต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดจมูกของตนเองไม่ใช่เพียงแค่นี้อากาศอบอ้าวเท่านั้นแต่มันมีทั้งฝุ่นและควันมากมายที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้
หลี่หยุนกวาดสายตาไปมองบริเวณรอบๆเมื่อเขากวาดสายตาของตัวเองมองไปรอบๆพบเห็นว่าภายในสถานที่แห่งนี้มันคือร้านค้าเก่าๆที่มีของมากมายตั้งหลักระเกะระกะอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้
จำนวนของมากมายที่ถูกตั้งอยู่ภายในร้านค้ามันถูกตั้งอยู่เป็จำนวนมากและยังมีมากมายหลากหลายชนิดจนเขานับไม่หมด
เพียงแค่มองด้วยสายตาของตนเองตัวของเขาก็ลายตาแล้วแยกแยะพวกมันไม่ออกด้วยซ้ำ
ในขณะที่เขากำลังยืนงงอยู่ท่ามกลางของมากมายภายในร้านค้าลึกลับแห่งนี้เสียงเสียงหนึ่งดังแว่วมาจากบริเวณด้านล่าง “ น่าแปลกยิ่งนัก… ”
น้ำเสียงโทนต่ำที่เชื่องช้าดังขึ้นมาฟังน้ำเสียงนั้นก็รู้ได้ในทันทีว่าน่าจะเป็เสียงของคนมีอายุดวงตาของเขาหันมองตรงไปที่ต้นเสียงนั้นที่ดังขึ้นมาจากด้านหน้า
เมื่อมองไปก็พบเห็นเข้ากับร่างของชายชราผู้หนึ่งที่กำลังยืนอยู่ร่างของชายชราที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าร่างของชายชราวัยน่าจะประมาณหกสิบถึงเจ็ดสิบปีมีร่างกายสูงผอม
หลี่หยุนสังเกตรูปร่างของคนผู้นั้นรูปร่างภายนอกเป็ชายชราร่างกายผอมสูงใส่ชุดสีน้ำตาลเข้ม บนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นดวงตาทั้งสองดูสงบนิ่งแต่ดูลึกลับเขาเรือนผมสีขาวมีหนวดเคราแพะสีขาวโพลน
ชายชราที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ามันมีท่าทางที่ดูสุขุมไม่เพียงเท่านั้นยังดูเป็คนที่สามารถคาดเดาได้ยากเย็น
หลี่หยุนแสดงท่าทางที่สงบนิ่งเขาวิเคราะห์ผู้ที่อยู่ด้านหน้าของตน พลางกับคิดภายในใจ “ คนผู้นี้มีบางอย่างแปลกๆภายในร่างกายของเราที่เป็ร่างกายของจอมมารสามารถััได้ถึงกลิ่นอายที่แปลกประหลาดบางอย่างที่ปกคลุมอยู่บริเวณรอบๆร่างกาย”
ชายชราผู้ที่อยู่ด้านหน้าหลังจากที่ปรากฏกายออกมาใช้ดวงตาที่เต็มไปด้วยความลึกลับจ้องมองมาที่เขาอย่างตาไม่กระพริบ
ดวงตาคู่นั้นที่จ้องมองมามันทำให้หลี่หยุนรู้สึกว่าตนเองนั้นโดนมองอย่างทะลุปรุโปร่งช่างน่าแปลกประหลาด
“ ไม่มีผู้คนเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้รวมสิบปีแล้วอัจฉริยะรุ่นเยาว์จากที่ไหนกันถึงมีทักษะพร์ในขณะที่จะสามารถรับรู้การมีอยู่ของสถานที่แห่งนี้ได้” ชายชราผู้นั้นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเชื่องช้า
คนผู้นั้นยิ่งพูดออกมามันยิ่งทำให้เขานั้นไม่เข้าใจในคำพูดของอีกฝ่าย
หลี่หยุนยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีกก่อนที่จะรวบรวมสติแล้วก็ถามขึ้นมา“ สถานที่แห่งนี้คือที่ใดกันแล้วท่านคือผู้ใด.. ”
อีกฝ่ายค่อยๆย่างกายเข้ามาอย่างช้าๆด้วยฝีเท้าที่เงียบสงัดชายชราผู้นั้นก้าวเท้าเข้ามาก่อนที่จะอยู่ตรงบริเวณด้านหน้าของเขาโดยที่ห่างจากร่างกายของเขาประมาณสามถึงสี่ก้าว
“ สถานที่แห่งนี้เป็ร้านค้าของข้าเอง เ้าเดินทางเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ได้ย่อมแสดงว่าเป็ผู้ที่มีความสามารถพร์ที่ติดตัวมาั้แ่กำเนิดเ้าเป็ผู้ใดกันแน่” ชายชราผู้ที่อยู่ด้านหน้าพูดด้วยถ้อยคำที่ดูสับสนและดูเต็มไปด้วยความคิดลึก
หลี่หยุนยืมร่างกายแข็งทื่อเขาจ้องมองไปที่ผู้ที่อยู่ด้านหน้าอย่างฉงน“ ท่านหมายความว่าอย่างไร? ”
เขาถามออกไปด้วยความสงสัยชายชราที่อยู่ด้านหน้าร่างกายขยับคนผู้นั้นยกฝ่ามือข้างขวาของตนเองขึ้นมาพุ่งทะยานเข้ามาััเข้าที่บริเวณหน้าอกของเขา
ฝ่ามือนั้นััเข้ามาอย่างรวดเร็วการเคลื่อนไหวของร่างกายหลุดดังสายลมที่เคลื่อนผ่าน
หลี่หยุนไม่ทันรู้สึกตัวคนผู้นั้นก็ััเข้าที่บริเวณหน้าอกของเขาและหลังจากนั้นอยู่ๆลมปราณทั่วทั้งร่างกายของเขาก็ปั่นป่วน
หลี่หยุนกัดฟันแน่นเส้นเืปูดขึ้นทั่วทั้งร่างกายลมปราณระบายออกจากิั “ อันใดกัน!!! ”
จบบท