เสือหลับไปั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ใเสียงนกหวีดดังลั่นขึ้นกลางห้อง พร้อมกับไฟในห้องถูกเปิดสว่างโร่จนตาพร่าไปหมด เสืองัวเงียลุกขึ้นนั่งขยี้ตาข้าง ๆ ปานเทพ ที่ตื่นขึ้นมาก็เปล่งประกายวิบวับทันที ไม่มีอาการเมาขี้ตาหรืองัวเงียเหมือนคนอื่นเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ก็เข้านอนพร้อม ๆ กัน ส่วนเสือตอนนี้ทั้งง่วงทั้งแสบตาไปหมดแล้ว
“อย่าขยี้ตาแรงสิคะ เดี๋ยวตาก็ช้ำหรอก” อยู่ ๆ เสือก็ถูกปานเทพประคองแก้มเข้าไปดูใกล้ ๆ
“น้องคะพี่ให้เวลาล้างหน้าแปรงฟัน 20 นาที เสร็จแล้วรีบลงไปเข้าแถวที่สนามกีฬาข้างล่างนะคะ ใครมาช้าจะถูกทำโทษนะ” หลังจากพวกพี่ให้สัญญาณ พวกสาว ๆ ที่อยู่อีกฝั่งก็กรี๊ดกร๊าดหอบของวิ่งเข้าห้องน้ำ
“เสือ! มึงมากับกูเลย พวกมึงก็รีบตามมาด้วย” เสือถูกนกเดินข้ามฝั่งมาลากคอให้เขาไปล้างหน้าแปรงฟันพร้อมกับเร่งเพื่อนคนอื่น ๆ ให้ลุกตามไป
“เห้ย! แต่กูเข้าห้องน้ำตึกนี้ไม่ได้นะ” เสือโดนลากมาครึ่งทางก็สะบัดตัวหนี
“งั้นไปรองน้ำแปรงข้าง ๆ แท๊งน้ำกินข้างล่างก็ได้” นกว่าพลางคว้าแขนของเสือไป ท่ามกลางสายตาไม่พอใจของปานเทพที่มองตามหลังคนทั้งคู่
กลุ่มของเสือเดินไปรองน้ำเปล่าที่แท๊งกดน้ำ จากนั้นก็ไปนั่งยอง ๆ แปรงฟันกันตรงท่อระบายน้ำ เสือแปรงฟันอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมาเห็นนกกำลังจ้องมาที่เขาตาเขม็ง จึงรีบบ้วนปากแล้วถามนก
“นี่มึงนอนไม่พอเหรอ? ตาแดงเชียว”
“เออ กูนอนไม่พอ มึงดูเพื่อนมึงแต่ละคนสิว่ามีใครนอนพอบ้าง?” นกหันไปพยักพเยิดให้คนอื่น ๆ ที่ด้านหลังเสือ โดยที่ในปากยังมีฟองฟอดอยู่
นอกจากไอ้ช้างที่ยังดูงัวเงียแล้ว คนอื่น ๆ ตาแดงเหมือนคนนอนไม่พอกันหมด
“เพราะแปลกที่ล่ะสิ กูก็เป็” เสือพยักหน้าเป็เชิงเข้าใจ
“ไม่ใช่ค่ะ เพราะมึงค่ะ!” นกรีบบ้วนปากแล้วลุกขึ้นยืนพูดต่อ
“กูรู้นะเมื่อคืนนี้มึงแอบทำอะไรกับคนที่ชื่อลีโอ” นกหรี่ตามองเสือ
“ลีโอ? กูทำอะไร กูไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” เสือนึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกออกว่านกกำลังพูดถึงปานเทพ ไอ้นุที่เพิ่งจะแปรงฟันล้างหน้าเสร็จพอดีลุกขึ้นมาแตะไหล่
“เมื่อคืนห้องมันเงียบอ่ะ นุว่าคนอื่นเค้าก็ได้ยินกันหมดแหละ” เสือหันไปมองหน้าไอ้นุอย่าง งง ๆ จากนั้นใบหน้าเขาก็ค่อย ๆ กลายเป็สีแดง เชี่ยเอ๊ย~
“ทั้ง ๆ ที่มึงก็รู้ว่ากูไม่ถูกกับอีฟ้าลั่นกลุ่มโน้น แต่มึงก็ยังจะไปญาติดีกับพวกฝั่งโน้น ต่อไปมึงห้ามคุยกับมันอีกนะ” นกขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจ
“นี่มึงกำลังจะบอกกูว่า การที่มึงไม่ชอบสกาย กูก็ต้องไม่ชอบเพื่อนในกลุ่มสกายด้วยหรือไง?” เสือจ้องหน้านกกลับด้วยความไม่พอใจเช่นกัน ที่ถูกเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันว่า
“เห้ย! ใจเย็น ๆ มึง” ป่าลุกขึ้นมายืนขวางเสือและนกไว้
“กูบอกมึงไว้ก่อนเลยนะนก ว่าที่กูมาเรียนที่นี่ก็เพราะปานเทพ กูยอมซิ่ว เสียเวลามาหนึ่งปีก็เพื่อจะได้มาเจอมัน มึงจะโกรธใครหรือรักใครกูไม่สนใจทั้งนั้น แต่อย่ามาสั่งกูว่าควรชอบใครหรือไม่ชอบใครตามใจมึง” เสือพูดจบก็หมุนตัวเดินกลับห้อง
“ฮะ... เฮีย! รอนุด้วย!” นุลนลานหันไปมองนก แต่พอเห็นว่าเฮียเสือของเขาเดินหนีขึ้นตึกไปแล้ว ก็ได้แต่ร้องเรียกอีกฝ่ายแล้ววิ่งตามเสือไป
“เสือมันโกรธกูแน่เลยอ่ะ” นกหันไปทำหน้าใกับป่า เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะหุนหัน พูดจาไม่น่าฟังออกไปแบบนั้น
“นี่แหละคือผลของการพูดไม่รู้จักคิด ทีหลังก็เลิกทำตัวเป็เด็กหาพวกได้แล้ว” ป่าวางมือลงบนหัวนกแล้วตบเบา ๆ เหมือนให้กำลังใจเด็ก
“มีอะไรกันเหรอ?” ช้างที่เพิ่งจะสังเกตถึงความผิดปกติของเพื่อน ๆ ในกลุ่มเอ่ยขึ้น
“ไม่มีอะไร แต่มึงอ่ะรีบไปล้างหน้าแล้วเอาขี้ตามึงออกด้วยไอ้ช้าง” ป่าพูดกับช้างเสร็จก็หันไปพูดกับนกต่อ
“ส่วนมึงก็ไปขอโทษเสือมันหน่อยแล้วกัน เพราะที่มึงพูดเมื่อกี๊มันล้ำเส้นไปจริง ๆ”
“อื้ม ว่าแต่.... เมื่อกี๊เสือมันบอกว่ามันซิ่วมาเพราะจะได้มาเรียนกับลีโอที่นี่ หรือว่าเสือมันจะชอบลีโอ?” นกตั้งข้อสันนิษฐาน
“ก็น่าจะเป็ไปได้นะ เพื่อนในกลุ่มของหมอนั่นเรียกหมอนั่นว่าปานเทพทุกคน ไม่มีใครเรียก ‘ลีโอ’ สักคน แต่เสือมันกลับรู้ชื่อจริง เื่นี้ไว้ค่อยถามไอ้นุหรือไม่ก็ไอ้เสือดีกว่า ตอนนี้เรารีบขึ้นตึกไปเตรียมตัวกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะลงมาเข้าแถวไม่ทัน” ป่าตบไหล่นกแล้วโอบไอ้ช้างให้รีบเดินตามกลับขึ้นตึกไปเตรียมตัว
-------------------------------------------
เช้าวันนี้นักศึกษาใหม่ทุกคนถูกเรียกให้มารวมตัวตอนเช้า เพื่อทำกายบริการ จนกระทั่ง 8 โมง หลังจากนั้นพวกพี่ ๆ ก็ปล่อยให้รุ่นน้องทุกคนจึงได้แยกย้ายกันกลับมาที่ตึกนอน เพื่ออาบน้ำแล้วเปลี่ยนชุด จะได้ลงไปกินอาหารเช้าและเริ่มทำกิจกรรมรับน้องในวันที่ 2
่ที่รับข้าวเช้ามานั่งกินที่โต๊ะ เสือก็เอาแต่นั่งกินเงียบ ๆ จนนกไม่กล้าเข้าไปตอแยด้วย
จนกระทั่งเริ่มกิจกรรมในห้องประชุม โดยพวกรุ่นพี่ได้ออกมาอธิบายถึงเหตุผลในการรับน้องรวมของคณะ ว่ามีจุดประสงค์เพื่อทำให้ทุกคนรู้รักสามัคคี รู้จักปรับตัวเข้าหากัน รวมถึงจะได้เรียนรู้เื่มารยาทต่าง ๆ ในสถานศึกษา วิธีการปฏิบัติตัวในสังคมที่ไม่คุ้นเคย และได้ทำความรู้จักกับรุ่นพี่ในคณะ นอกจากนี้ยังได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จากการทำกิจกรรมละลายพฤติกรรมใน่ครึ่งวันเช้า
และเพราะกิจกรรมแรกเป็การให้แต่ละคนนับเลข 1-5 แบ่งกลุ่ม ทำให้พวกเสือที่อยู่แถวเดียวกันต้องแยกย้ายกันไปอยู่กลุ่มอื่น เกมแรกหลังจากที่ในห้องประชุมได้กลุ่มขนาดใหญ่ 5 กลุ่ม พวกพี่ ๆ ก็ประกาศจะเริ่มเกมต่อไป คือเกมจับกลุ่มตามคำสั่ง อย่างเช่น ให้รวมกลุ่มของคนที่เกิดเดือนเดียวกัน เดือนไหนจับกลุ่มกันได้ช้าสุดก็จะถูกทำโทษ เกมนี้ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีคำสั่งให้จับกลุ่ม 2 คน แล้วนั่งลงเมื่อจับคู่ได้
จากนั้นก็เริ่มเกมที่สาม โดยให้ทั้งสองคนเป่ายิ้งฉุบกัน คนแพ้ไปต่อหลังคนชนะ จนได้แถวยาวเป็งู ขดไปขดมาหนึ่งแถว จากนั้นพี่ ๆ ก็สั่งให้ทุกคนขยับไปชิดคนข้างหน้ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำให้คนจากท้ายแถวและหัวแถวยืนชิดกันเป็วงกลมวงใหญ่
จากนั้นก็ให้คนหน้านั่งไปที่ขาของคนข้างหลังต่อกันเป็ทอด ๆ โดยต้องนั่งอยู่อย่างนั้นจนนับถึง 10 จึงจะผ่าน เพื่อทดสอบความสามัคคีและความอดทน
พอผ่านตามเวลากำหนด ทุกคนก็ล้มแผละใส่คนข้างหลังจนต้องรีบขอโทษขอโพยกัน หลังจากความสนุกเริ่มต้น พวกพี่ ๆ สต๊าฟก็เริ่มให้ทุกคนออกมาจากห้องประชุมที่ค่อนข้างคับแคบ มาที่สนามฟุตบอลด้านนอก จากนั้นก็แจกลูกโป่งและหนังยางให้คนละเส้น เพื่อเริ่มเกมใหม่ เกมเหยียบลูกโป่ง
โดยต้องเป่าลูกโป่งของตัวเองแล้วผูกขาไว้ และห้ามหนีออกนอกเขตที่กำหนด ใครลูกโป่งแตกต้องออกไปรอนอกสนาม เพื่อหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัลพิเศษ
แต่แค่่แรกของการเล่นเกมเหยียบลูกโป่ง เสียงลูกโป่งก็แตกไปแล้วหลายสิบใบ คนข้างในเขตก็เริ่มทยอยเดินออกไปรอนอกสนามมากขึ้นเรื่อย ๆ จังหวะหนึ่งเสือถูกผู้หญิงคนหนึ่งดักหน้า ดูจากสีหน้าและท่าทางที่เอาแต่จะพุ่งตัวเข้าใส่ เสือก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะมาเหยียบลูกโป่งที่ขาตัวเอง แต่เสือไม่อยากทำร้ายผู้หญิง จึงยกมือขึ้นมากันเธอ
“เสือระวัง!” นกส่งเสียงร้องเตือนเขาไว้ เพราะเขาไม่ทันเห็นว่าด้านหลังเองก็มีผู้หญิงอีกคนจ้องจะเข้าประชิดตัวเขาเช่นกัน เสือจึงขยับตัวหนีพร้อมกับคว้าแขนของผู้หญิงทั้งสองคนไว้และรักษาระยะห่าง ดังนั้นเมื่อนกมาถึงจึงกำจัดผู้หญิงทั้งสองคนนั้นออกไปได้อย่างง่ายดาย
“ขี้โกงนี่คะ เล่นสองรุมหนึ่ง” หลังจากที่ลูกโป่งของผู้หญิงคนหนึ่งแตก เธอก็ทำหน้าบึ้งทันที
“ที่พูดนั่น... หมายถึงตัวเองเหรอ? ฉันเห็นนะตอนที่พวกเธอแอบตกลงกันว่าจะรุมเสือ จะว่าไปแล้วพวกเธอมาเล่นเกมหรือจับผู้ชายกันแน่?” นกกอดอกเชิดหน้าน้อย ๆ ถามอีกฝ่าย ผู้หญิงสองคนนั้นที่พยายามเข้าหาเสืออย่างไม่บริสุทธิ์ใจแต่แรก พอถูกถามตรง ๆ ก็รีบเดินออกจากสนามไปทันที
“ทำไมอ่ะ?” เสือก้มมองนกอย่างไม่เข้าใจ
“ก็มันเป็พวกเดียวกันไง ทำหน้าหื่นพุ่งเข้าใส่มึงซะขนาดนั้น ไม่ได้อยากจะเหยียบลูกโป่งมึงหรอก อยากแตะอั๋งมึงมากกว่า” นกย่นคิ้ว
“อืม ยังไงก็ขอบใจแล้วกัน” เสือทำท่าจะเดินหนี แต่นกรีบเดินมาดักหน้า
“เสือกูขอโทษ! ตอนนั้นกูล้ำเส้นไปจริง ๆ กูไม่ควรพูดแบบนั้นกับมึง มึงจะชอบใครจะรักใครไม่ใช่เื่ที่กูจะตัดสินจริง ๆ ต่อไปกูจะเคารพการตัดสินใจของมึงนะ แล้วถ้ามึงชอบไอ้ลีโอ กูก็จะเอาใจช่วยมึง แต่มึงอย่าเลิกเป็เพื่อนกับกูได้ไหมอ่ะ?” นกทำหน้าหงอย สมัยอยู่โรงเรียนเก่านกก็เป็คนปากไวและปากเสีย จึงไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก พอเข้ามหาลัยเพิ่งจะเจอคนที่นิสัยคล้าย ๆ กัน จึงไม่อยากเสียเพื่อนดี ๆ แบบนี้ไป
เสือเห็นท่าทางซึมเซาของนกก็ยกยิ้มมุมปาก แต่ยังไม่ทันที่เสือจะได้ตอบอะไร เขาก็เห็นใครบางคนกำลังย่องเข้าไปทางข้างหลังนกเพื่อเหยียบลูกโป่งที่ขานก เสือจึงเอื้อมมือไปดึงแขนนกเข้าหาตัว แล้วยื่นขาออกไปเหยียบลูกโป่งของอีกฝ่าย
“ปัง! โธ่ อีกนิดเดียวเอง” ผู้ชายคนนั้นทำท่าเสียใจแล้วเดินออกจากสนามไป
“เออ! กูไม่เลิกเป็เพื่อนกับมึงก็ได้ แต่มึงก็อย่าเป็ตัวถ่วงกูก็แล้วกัน เพราะเกมนี้กูต้องชนะ!” เสือแกล้งขู่นกแล้วหันไปมองหาปานเทพ ถ้าเป็ผู้ชนะในเกมนี้เสือคิดว่าตัวเองจะต้องโดดเด่นแน่ ๆ และพอเป็ที่สนใจ ปานเทพเองก็น่าจะสนใจเขาบ้าง
“รับทราบ! ก่อนอื่นต้องไปรวบรวมกองทัพของเราก่อน!” นกทำท่าตะเบ๊ะ จากนั้นพวกเขาก็ออกตามหาช้างกับป่า แต่ดันบังเอิญสวนกับเ้านุที่วิ่งหนีคนผ่านมาพอดี จึงช่วยมันไว้ได้ทัน
พอมีกันสามคน ทั้งนก เสือและนุ ต่างก็รู้สึกฮึกเหิมมากยิ่งขึ้น เพราะคนที่จะเข้ามาต้องระวังตัวเป็สามเท่า มีไอ้นุกับนกหลอกล่อ เสือจึงเหยียบลูกโป่งของคนอื่นแตกไปอีกหลายคน
ในตอนที่พวกน้อง ๆ ปี 1 กำลังสนุกกับการเหยียบลูกโป่งที่สนาม พวกรุ่นพี่ที่เป็ประธานรุ่นยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดบนอัฒจันทร์ก็เริ่มจับกลุ่มคุย
“พวกปี 1 รุ่นนี้ท่าทางเฮี้ยวน่าดู นี่ขนาดบอกไปแล้วนะว่ามีคนชนะได้แค่คนเดียว แม่งยังจับกลุ่มกันเลย” แป๊ะรองประธานนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์อดหัวเราะกับภาพที่เห็นตรงหน้า
เมื่อเห็นรุ่นน้องปี 1 สามคนวิ่งเข้าไปช่วยเพื่อนตัวใหญ่ที่กำลังจะถูกรุม หลังจากนั้นทั้งสี่ก็มองหาใครอีกคน แล้ววิ่งไปรวมตัวกัน คนทั้งห้าคนพูดอะไรบางอย่าง ก่อนจะหันหลังชนกัน ปกป้องขาข้างที่มีลูกโป่งไว้ จากนั้นก็ตั้งรับคนที่พยายามจะเข้ามาเหยียบลูกโป่ง จนกระทั่งคนในสนามเริ่มบางตาลงเรื่อย ๆ
“กูว่าเด็กปี 1 รุ่นนี้แม่งน่าสนใจว่ะ กลุ่มนั้นแม่งน่าสนใจแล้วนะ แต่มึงดูกลุ่มอีกกลุ่มดิ” เต้ประธานนักศึกษาปี 3 พยักพเยิดกับเพื่อนไปที่ เด็กปี 1 อีกกลุ่มทั้งหมดมีกัน 5 คน เช่นกัน แต่วิธีการในการรับมือคนที่จะเข้ามาเหยียบลูกโป่งกลับแตกต่างกัน
เพราะทีมนั้นมีกัปตันทีมเป็หนุ่มหล่อลูกครึ่ง สูงขาวหุ่นดี แต่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงนิ่ง ๆ จ้องคนที่เข้ามาใกล้ด้วยสายตาคมกริบ ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาแหย็มแล้ว แถมในทีมยังมีชายหญิงหน้าหวานอีกคู่ยืนขนาบข้าง ไหนจะผู้ชายตัวใหญ่อีกสองคน ที่ทำหน้าที่คล้ายองครักษ์อีก ไม่แปลกที่เผลอแป๊บเดียวในสนามจะเหลือแค่ 2 ทีมนี้เท่านั้น
“เต้ ๆ กูจองน้องลีโอนะ! กูจะให้มันเป็เดือนคณะเรา” เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในคณะที่ทำหน้าที่เฟ้นหาดาวเดือนคณะวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ
“นี่มึงกะจะไม่ให้มีการคัดเลือกเดือนคณะก่อนเลยเหรอ?” แป๊ะอดหัวเราะไม่ได้ ที่เพื่อนในกลุ่มประธานนักศึกษาปรี่เข้ามาจองตัวเด็กปี 1 ั้แ่ยังไม่ได้เริ่มเปิดภาคการศึกษา
“มึงลองแหกตาดูเบ้าหน้าน้องลีโอซะก่อนอีแป๊ะ ขนาดเราอยู่บนนี้ น้องแม่งอยู่ ไกลขนาดนั้น ออร่าของน้องมันยังพุ่งทะลุมาเขาตากูได้เลย แล้วนี่กูก็ไปเช็คประวัติน้องมันมาแล้วด้วย พ่อเป็หม่อมราชวงศ์ แม่เป็ชาวอังกฤษ หน้าตาถึงได้หล่ออย่างกับพระเอกหนังฝรั่ง แถมยังชาติตระกูลดี เรียนก็เก่ง ไม่รีบเอามาใช้ก็เสียดายของแย่ ส่วนดาวคณะค่อยเลือกอีกทีว่าจะเอาน้องสกายหรือน้องนกดี คนหนึ่งสวยแซ่บอีกคนสวยหวาน กูมาบอกแค่นี้แหละ ไปนะ” พูดจบเพื่อนของเต้ก็เดินจากไป
“เต้! แกฉันจองน้องลีโอ น้องแดน น้องสกาย น้องนกไปเป็ลีดคณะนะ” คนแรกเพิ่งจะเดินออกไป หัวหน้าทีมลีดคณะเศรษฐศาสตร์ก็เดินเข้ามากดดันเต้ต่อทันที
“เดี๋ยว ๆ นี่ที่พวกมึงมางานรับน้องของคณะเพราะแบบนี้กันเหรอ?” เต้หันไปถาม
“ใช่ดิ พวกที่ดูแลเื่กีฬาเองก็กำลังมองหาเด็ก ๆ ของพวกมันเหมือนกันเหอะ”
“เชี่ยเต้! เกิดเื่ใหญ่แล้วว่ะ” ขณะที่เต้กับคณะกรรมการนักศึกษากำลังคุยกันอยู่นั้น อยู่ ๆ เพื่อนผู้ชายอีกคนก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา
“มีอะไรวะ?”
“สิงห์เหนือเสือใต้กำลังจะปะทะกันอยู่แล้วว่ะ พวกไอ้วิทย์ ไอ้ม่อนแม่งกำลังไปห้ามศึกอยู่” เต้ฟังเพื่อนพูดก็ย่นคิ้วฟังไม่ออกว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอะไร
แค่เกมเหยียบลูกโป่งทำไมมันถึงได้มีสิงห์เหนือเสือใต้อะไรกันอีก นอกจากพวกเพื่อน ๆ จะดาหน้าเข้ามาขอจองตัวน้อง ๆ ปี 1 ไปทำกิจกรรมแล้ว พวกเด็กปี 1 จะไปก่อเื่เพราะเกมเหยียบลูกโป่งได้ยังไง
จนกระทั่งเต้กับทีมงานเดินมาถึงสนามกีฬาด้านล่าง ถึงได้เห็นว่าตอนนี้รอบสนามมีเด็กปี 1 ที่แพ้เกมจำนวนมาก กำลังยืนมองกลุ่มคนที่ยืนประจันหน้ากัน
“กูพนันข้างเสือ 2,000 กลุ่มมันท่าทางแม่งเอาเื่” ม่อนหัวหน้าคุมทีมบาสชายคณะเศรษฐศาสตร์หันไปพูดกับไอ้วิทย์ที่ยืนกอดอกอยู่ข้าง ๆ
“งั้นกูเดิมพันทีมลีโอ สิงห์เหนือของกูทีมนี้มาเหนือเมฆแน่นอน” ไอ้วิทย์หน้าคุมทีมฟุตบอลคณะเศรษฐศาสตร์เอนตัวไปพูดกับคนข้าง ๆ ในขณะที่เต้ยืนอยู่ด้านหลังได้ยินไอ้พวกเพื่อนตัวแสบชัดเต็มสองหู ก็ตบกะโหลกเ้าพวกตัวดีไปคนละที
“ไอ้พวกเชี่ย! น้องจะตีกันตายอยู่แล้วพวกมึงยังจะมีเวลามาพนันกันอีกนะ” เต้ในฐานะประธานนักศึกษาทำท่าจะเข้าไปห้าม แต่ถูกไอ้วิทย์และไอ้ม่อนคว้าไหล่ไว้
“เดี๋ยวดิ! อย่าเพิ่งไปห้ามพวกมันเลย พวกกูอยากดูชั้นเชิงของพวกน้อง ๆ มัน เผื่อจะได้จับไปคัดตัวลงเล่นให้งานกีฬาเฟชชี่ปีนี้”
“แต่นี่มันเกมเหยียบลูกโป่ง แล้วกูก็ประกาศไปแล้วว่ามีผู้ชนะแค่คนเดียว”
“โอ้! แค่เหยียบลูกโป่งงั้นก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ มึงรอดูก่อนเหอะ ถ้าจะบานปลายเดี๋ยวพวกกูเข้าไปช่วยห้ามเอง” ไอ้วิทย์พยายามให้เหตุผล เต้จึงได้แต่ยืนจับตามองทั้งสองทีมอยู่ข้างสนาม พร้อม ๆ กับเสียงเชียร์จากเด็กปี 1 คนอื่น ๆ
------------------------------------
ขณะที่ภายนอกสนามกำลังแบ่งทีมเชียร์กันอย่างดุเดือด ตอนนี้หัวใจของเสือหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเรียบร้อยแล้ว เสือไม่รู้ว่าทำไมเหตุการณ์ต่าง ๆ ถึงได้บานปลายมาจนจุดนี้ไปได้ จุดที่ทำให้เขากับปานเทพต้องยืนอยู่คนละฝั่ง แถมยังประจันหน้ากันราวกับศัตรูคู่อาฆาต ทั้งที่เขามาที่นี่ก็เพื่อที่จะตามจีบปานเทพแท้ ๆ
“เสือรู้ใช่ไหมคะ เกมนี้มีผู้ชนะได้แค่คนเดียว เสือเตรียมใจไว้แล้วใช่ไหมคะ” ปานเทพเดินขึ้นหน้าแยกตัวออกมาจากกลุ่ม
เสือได้แต่มองปานเทพอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งรู้สึกถึงน้ำหนักมือที่วางลงบนไหล่เขา พอเสือหันไปมอง ก็เห็นนกยืนอยู่ข้าง ๆ
“พวกกูจะเป็แบคอัพให้มึงเองเสือ มึงอยากพูดอะไร มึงอยากบอกอะไรกับมันก็พูดไปเลยตรง ๆ” นกตบไล่เขาอีกครั้งแล้วถอยออกไปยืนรวมกลุ่มกับคนอื่น ๆ ด้านหลังเสือสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อเรียกกำลังใจ จากนั้นก็ก้าวเข้าไปหาปานเทพ
“กู....กู.....”
ถ้าในอนาคตมึงกับกูได้เจอกันอีกครั้ง แล้วความรู้สึกของมึงยังเหมือนเดิม มึงช่วยพูดคำนั้นกับกูอีกครั้งได้ไหม?
อยู่ ๆ คำพูดในปีก่อนก็ผุดขึ้นมาในหัวของเสือ เขาเคยสัญญากับปานเทพไว้ว่าจะมาหาปานเทพเพื่อรอฟังคำบอกรักของปานเทพอีกครั้ง และตอนนี้เขาก็ได้ทำอย่างที่เคยสัญญาไว้แล้ว ที่นี้ก็เหลือแค่ปานเทพไม่ใช่เหรอ ที่ต้องทำตามที่เคยพูดไว้
“กูใช้เวลาเตรียมใจมาตั้งหนึ่งปี ถึงได้ตัดสินใจมาหามึงที่นี่ และวันนี้ก็ถึงเวลาที่มึงต้องบอกกูได้แล้วว่ามึงรู้สึกยังไงกับกูกันแน่ แต่ถ้ามึงกล้าพูดไม่เข้าหูกู มึงเละแน่!” เสือเดินเข้าไปอีกก้าว แล้วใช้นิ้วจิ้มที่อกปานเทพ
สายตาของปานเทพที่มองเสืออ่อนลงวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็วาววับ ปานเทพชอบด้านโหด ๆ ของพี่เสือ ความดิบเถื่อนของพี่เสือปลุกบางอย่างในตัวเขา ให้อยากแสดงด้านร้าย ๆ ของตัวเองที่เก็บกดมานานบ้าง
สิงห์เหนือเสือใต้
หมายถึง คนที่เก่ง ๆ จากคนละที่มาเจอกัน
------------------------------------------
To Be Con
ตอนต่อไปอาจมาลงให้ช้าหน่อย
รอนิดนะคะ
นามิ