ตอนที่ 2 (1)
โดยปรกติบริการรับทำความสะอาดของหัวใจกุหลาบสาวน้อยจะมีทุกๆ เจ็ดวัน ทว่าความรู้สึกที่เหมือนกับจะมีขวานตกลงมาใส่หัวเมื่อไหร่ก็ได้ ทำให้หร่วนจือหวนทนที่จะรอนานขนาดนั้นกว่าจะได้พบฉินเฟิงในภายหลังไม่ไหว ขณะที่คิดฟุ้งซ่านอยู่สองสามวัน เขาก็อาศัย่เวลาว่างหลังเลิกงาน มุ่งหน้าไปที่บ้านของอีกฝ่ายตามคำขออีกครั้ง
ในตอนที่ฉินเฟิงรู้ว่าหร่วนจือหวนจะมาเป็ตอนที่เขากำลังบังคับให้เ้านายตัวเองท่องเนื้อหาบรรยายอยู่ที่มหาวิทยาลัย เดิมทีเขาคิดว่าอย่างเร็วที่สุดอีกฝ่ายน่าจะมาในอีกสี่ห้าวัน ซึ่งความกะทันหันนี้ทำให้เขาตั้งรับไม่ทัน ดังนั้นเขาจึงลอยกลับบ้านพร้อมทั้งเทป๋ายเจาหนานทิ้งอย่างไร้เยื่อใยเป็ครั้งแรกในประวัติศาสตร์
เขาครุ่นคิดมาแล้วว่า การบีบบังคับให้ผีแปลกหน้าร้องเพลงกล่อมเขานอนนั้น ต่อให้อีกฝ่ายจะยอมแต่ตัวเขาก็ทนไม่ได้อยู่ดี และหากเื่นี้เผยแพร่ออกไปผีตัวอื่นต้องคิดว่าเขามีความชอบอะไรแปลกๆ ซึ่งคงไม่ดีแน่ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเตรียมเครื่องอัดเสียงเอาไว้แล้ว ขอเพียงวางไว้ในมุมต่างๆ ภายในบ้าน ก็จะสามารถอัดเพลงติ๊งติ๊งจื่ออะไรนั่นที่หร่วนจือหวนร้องตอนทำความสะอาดได้แล้ว
ฉินเฟิงกลับถึงบ้านก่อนที่หร่วนจือหวนจะมาได้สำเร็จ หลังจากวางเครื่องอัดเสียงเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบกลับไปควบคุมดูแลผู้บังคับบัญชาที่โรงเรียนอีกครั้ง...ระยะหลังมานี้ชุยเย่ว์กำลังมุ่งมั่นอยู่กับงานวิจัยจนไม่มีเวลาสนใจผีคู่รัก ซึ่งมันก็เป็ผลให้ป๋ายเจาหนาน เ้าหมอนี่ไปติดเกมมือถือเสียได้ หากตนเองไม่ได้จับตามองเขาแม้เพียงครู่เดียวแล้วละก็ เ้าหมอนี่ก็จะต้องเอาหัวมุดเข้าไปในโลกสองมิติจนไม่ทำการทำงานเป็แน่
ทันทีที่ฉินเฟิงออกไป หร่วนจือหวนก็มาถึงพอดี พนักงานทำความสะอาดอย่างเขากำลังหวาดผวาเพราะคิดว่าเ้าของห้องคงจะต้องรอเขาเข้ามาเพื่อเจรจาค่าเสียหายเป็แน่ ทว่าหลังจากที่เขาเดินวนไปรอบบ้านหลายรอบแล้วกลับยังไม่พบแม้แต่เงาผีเลยด้วยซ้ำ หรือต่อให้ค้นไปทั่วทั้งบ้านก็ยังหาจดหมายที่เขียนทิ้งไว้ให้เขาไม่พบอยู่ดี สุดท้ายเขาก็ทำได้แค่ยอมรับความจริงเื่หนึ่งอย่างไม่เต็มใจนัก...ว่ายามนี้ฉินเฟิงน่าจะกำลังทำงานอยู่ ฉะนั้นจะมานั่งทู่ซี้รอเขาอยู่ในบ้านได้อย่างไร
เขาลนลานเกินไปจนคำนวนพลาดเสียแล้ว
เช่นนั้นเขาควรจะรั้งอยู่ที่นี่เพื่อรอให้ฉินเฟิงกลับมาหรือเปล่า...ไม่สิ หร่วนจือหวนปฏิเสธความคิดนี้อย่างรวดเร็ว ในเมื่อผีเ้าของบ้านไม่ได้เอ่ยปาก ดังนั้นการที่ตัวเองรออยู่โดยพลการถือว่าไร้มารยาทมากเกินไป
เพื่อเป็การชดใช้ หร่วนจือหวนจึงตั้งใจทำความสะอาดอย่างจริงจังแทบจะเปลี่ยนห้องไปเลยทีเดียว และมันก็ไม่ได้เป็แบบที่ฉินเฟิงคาดการณ์เอาไว้เลย
เขาไม่ได้ร้องเพลงอย่างที่อีกฝ่ายหวังจะได้ยินนั่นออกมา ทว่าเขาเองก็ไม่ได้เสียมารยาทพอที่จะสะบัดก้นจากไปทันทีหลังทำความสะอาดเสร็จ กลับกัน เขาได้ทิ้งข้อความไว้อย่างมีมารยาทยิ่ง เขาบอกว่าตัวเองจะมาให้บริการทำความสะอาดอีกครั้งในวันศุกร์หน้า หลังจากนั้นก็จะรอฉินเฟิงจนถึงสองทุ่ม เมื่อเป็แบบนี้พวกเขาก็สามารถถกปัญหาเื่ค่าชดเชยได้
แต่ทว่าเมื่อฉินเฟิงกลับมาหลังจากที่เฝ้าควบคุมป๋ายเจาหนานเรียบร้อยแล้ว เขาก็พบว่าบนโต๊ะของเขามีจดหมายปริศนาอยู่ฉบับหนึ่ง
ค่าชดเชยอย่างนั้นหรือ ค่าชดเชยอะไรกัน
เมื่อดูจากจดหมายแล้วฉินเฟิงเดาว่าหร่วนจือหวนน่าจะเข้าใจสาเหตุที่ตัวเองเอ่ยปากเรียกเขามาผิดพลาด ทว่าถึงอีกฝ่ายจะคิดอย่างไรก็เป็เื่ของอีกฝ่าย ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับเขาเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นเขาจึงโยนจดหมายลงถังขยะอย่างไม่ไยดี จนกระทั่งพบว่า...เครื่องอัดเสียงของเขาไม่ได้อัดเสียงอะไรเอาไว้เลย
เครื่องอัดเสียงไม่มีปัญหา ซึ่งหมายความว่า หร่วนจือหวนไม่ได้ร้องเพลงอันแสนจะไม่เพราะนั่นระหว่างทำความสะอาด
เขากล้าดียังไง...รอบหน้าเขาจะมาอีกเมื่อไหร่กันนะ
ฉินเฟิงพลิกจดหมายที่ถูกโยนลงไปในถังขยะด้วยสายตาที่เ็า และ้านั้นก็เขียนเอาไว้ว่า อีกฝ่ายจะมาอีกครั้งในวันศุกร์หน้า
และกว่าจะถึงวันศุกร์หน้า ก็เป็ระยะเวลาถึงสิบวันเต็มๆ
ฉินเฟิงมองปฏิทินอย่างไม่พอใจนัก สิบวันอย่างนั้นหรือ ดี เช่นนั้นเขาจะให้เวลาหร่วนจือหวนเพิ่มอีกสิบวันก็แล้วกัน
อย่างไรก็ตาม อีกสิบวันให้หลังเขาคงไม่วางกลยุทธ์ตั้งรับเช่นนี้อีก ครั้งนี้เขาจะต้องมานั่งรออยู่ในห้องโถง ในเมื่ออีกฝ่ายคิดว่าตนเองมีความผิดอยู่แล้ว เช่นนั้นเขาก็จะเอาความผิดนี้มาบีบให้เขาร้องเพลงเสีย ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายก็จะต้องชดใช้เป็เงินก้อนโต
เวลาสิบวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในตอนที่หร่วนจือหวนหิ้วอุปกรณ์ทำความสะอาดลอยเข้าไปในบ้านของฉินเฟิง เขาก็พบว่าบรรยากาศมันแตกต่างไปจากยามปรกติอย่างสิ้นเชิง
เงาร่างที่สูงผอมชะลูดนั้นนั่งอยู่บนโซฟา เขากำลังก้มศีรษะเพื่ออ่านหนังสือภาษาต่างประเทศที่อยู่ในมือ พลางยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกลงมาอย่างสง่างาม แต่เขากลับเผยบรรยากาศที่เ็าและไม่เป็มิตรเพื่อห้ามไม่ให้ผีตัวอื่นเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว
เขาก็คือฉินเฟิง
หร่วนจือหวนรู้ว่าวันนี้ตนมาเพื่อเจรจาค่าเสียหาย ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความกังวล ทว่าในตอนที่ได้เห็นไอดอลผู้ทรงอำนาจจากโลกิญญาร้าย ความรู้สึกกระวนกระวายใจพลันกระโจนขึ้นมาทันที...ส่วนใหญ่แล้วเวลาที่ฉินเฟิงอยู่ข้างนอกมักจะสวมชุดที่ดูสุภาพเป็ทางการ แต่ตอนนี้เขากลับใส่เป็เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์ ซึ่งพาให้ผีเห็นแล้วรู้สึกแปลกใหม่พอควร...แถมยังหล่อมากอีกด้วย
การที่อีกฝ่ายได้รับความเคารพนับถือจากทั่วทั้งโลกิญญาร้าย ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลเสียทีเดียว